ณ เรือนนอก ตระกูลจักรภาคินทร์
เวลา 23.00 ดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นพร้อมกับสาดแสงส่องกระทบผิวน้ำใสในสระหินอ่อน รอบสระถูกล้อมรอบด้วยตะเกียงน้อยใหญ่ที่วางเรียงราย ที่ใจกลางบริเวณนั้น มีที่นั่งสำหรับทำพิธีตั้งตระหง่านอยู่
ท่านปู่ใหญ่ ในชุดคลุมสีขาวนั่งนิ่งจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มสองคนและหญิงสาวหนึ่งคนที่กำลังก้าวเดินเข้ามา
“พร้อมแล้วใช่ไหม นังหนู” เสียงทรงอำนาจของท่านปู่ใหญ่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“ค่ะ” เพียงตะวันตอบรับสั้นๆ
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าเข้าไปด้านใน ถอดชุดออกให้หมด แล้วใส่ชุดคลุมที่ข้าเตรียมไว้ให้ออกมา”
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เพียงตะวันกลับออกมาพร้อมกับชุดคลุมผ้าบางสีขาวแนบสนิทเรือนกาย เธอกระชับผ้าคลุมหน้าไว้แน่น
“ลงไปตรงกลางของสระน้ำเบื้องหน้าเจ้า แล้วถอดผ้าคลุมหน้าออกเสีย” ท่านปู่ใหญ่เอ่ยสั่ง
เพียงตะวันทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เธอก้าวลงสู่สระน้ำที่ถูกเตรียมไว้ช้าๆ ก้าวเท้าเดินจนไปหยุดอยู่กลางสระ เพียงตะวันหยุดนิ่งลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ทันทีที่มือเรียวเล็กปลดผ้าคลุมสีดำที่ปิดบังใบหน้าออก ทำเอาภีมและภาคถึงกับลมหายใจสะดุดเมื่อเห็นใบหน้าแท้จริง
ร่องรอยของบาดแผลบนใบหน้า บัดนี้เลือนหายไปสิ้น เผยให้เห็นใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่งามหมดจด ปลายจมูกเรียวเล็ก รับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ พร้อมด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับล้อไปกับแสงจันทร์
“สวยจัง” ภาคหลุดปากออกมาอย่างแผ่วเบา
“แผลบนหน้าหายไปไหนแล้ว?” ภีมขมวดคิ้วเข้มด้วยความฉงน
“เพียง... แค่แต่งแผลปลอม ปลอมเป็นลูกสาวของน้าจู เพื่อความสมจริง”
“โธ่ น้องเพียงแล้วทำไม เมื่อวานไม่บอกพี่ภาคล่ะจ๊ะ” ภาคส่งเสียงโอดครวญปนเจ้าชู้
“ก็แค่อยากรู้ว่าพวกพี่รังเกียจไหมที่เจ้าสาวหน้าผี ถ้าพวกพี่รังเกียจเพียงจะได้แต่งมันไว้แบบนั้น แต่ว่า... ดีหน่อยที่พวกพี่ไม่รังเกียจเพียงก็เลยไม่แต่งมัน ก็แค่นั้น...”
“ยัยตัวแสบ” ภีมพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“เอาล่ะ เจ้าทั้งสองคน ถอดชุดออกให้หมด แล้วเดินลงไปหานังหนูนั่น”
ภีมกับภาคทำตามอย่างว่าง่าย ทั้งสองร่างกายเปลือยเปล่าก้าวลงในสระน้ำ เพียงตะวันยืนตัวแข็งทื่อ มองตรงไปยังท่านปู่ใหญ่ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว แรงน้ำกระเพื่อมไหว บ่งบอกถึงการมาถึงของทั้งสอง
“ยังหายใจอยู่ไหมครับ” ภาคแกล้งสะบัดมือผ่านหน้าของเพียงตะวันอย่างกวนประสาท
เพียงตะวันพยายามควบคุมแรงหายใจ กวาดตามองไปยังแผนอกแน่นของภาคที่ดูเหมือนหุ่นนายแบบ กลับซ่อนมัดกล้ามแน่นไว้ภายใน ก่อนหันไปมองร่างกายของภีม สัดส่วนสมบูรณ์แบบราวกับหุ่นสลัก
“ดีจังที่อย่างน้อย… น้ำก็อยู่ในระดับเอวของพวกพี่” เพียงตะวันกระซิบเสียงแผ่ว
“ไม่อยากเห็นหรอ? ของดีนะ” ภาคเอ่ยเย้า
“แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” ภีมถามตัดบท
“ทำตามแรงปรารถนาของพวกเจ้า รวมกันให้เป็นหนึ่ง” ท่านปู่ใหญ่ตอบ ก่อนหันหลังนั่งลงดวงตาจดจ่อไปที่ตำรา
“จากนี้ข้าจะทำหน้าที่ของข้า พวกเจ้าก็ทำหน้าที่ของพวกเจ้า”
“น้องเพียงเคยหรือยังครับ?”
“เพียง...” เพียงตะวันอึกอักไม่กล้าตอบ
“ตอบพี่ พี่จะได้รู้น้ำหนักมือว่า ควรทำในเลเวลไหนดี”
“ไม่เคย...”
เรียวนิ้วแกร่งของภาคจับปลายคางน้อยเชิดขึ้น แววตาเป็นประกายเข้มขึ้น เมื่อเห็นความประหม่าในดวงตาคู่สวย
“พี่จะทำอย่างเบามือ อย่าเกร็งนะเด็กดี” เขายิ้มอย่างชอบใจ เมื่อรู้ว่าเพียงตะวันยังคงบริสุทธิ์
ริมฝีปากหยักลึกบดเบียดลงบนริมฝีปากสีชมพูระเรื่ออย่างช่ำชอง ขยับดูดดึงริมฝีปากล่างเชื่องช้า ก่อนจะส่งปลายลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่น เกี่ยวลิ้มรสความหวาน เพียงตะวันส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ มือเรียวเล็กขยำเสื้อคลุมตัวบางเอาไว้แน่น
ในขณะที่ภาคกำลังมอมเมาเธอด้วยรสจูบ ภีมก็ขยับเข้าประชิด เขาโน้มหน้าลงกระซิบเสียงแหบพร่าชิดใบหู
“ผ่อนคลายเข้าไว้”
ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้าลงต้นคอขาวเนียน กลิ่นหอมหวานของกายสาวปลุกเร้าสัญชาตญาณจนลำกายแกร่งใต้ผิวน้ำเริ่มขยายตัวคับแน่น
ภาคขยับเข้าใกล้ร่างเล็กมากขึ้นจนลำรักที่แข็งผงาดของเขาบดเบียดเข้าส่วนต้นขาของเพียงตะวันอย่างจงใจ ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกเร่าร้อนประหลาดแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่าง หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นไหว เพียงเสี้ยงวินาทีที่ความปรารถนาจะครอบงำ เพียงตะวันก็เกิดความหวาดกลัวที่ถูกรุนรานจากชายสองคนพร้อมกัน มือน้อยเริ่มออกแรงผลักไสแผงอกของภีมและภาคสุดแรง ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความตื่นตะหนก
ภาคถอนริมฝีปากออกด้วยความสงสัย เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของคนตรงหน้า
“เป็นอะไรไปครับ กลัวหรอ?”
“อือ มันบอกไม่ถูก พวกพี่ใจเย็นก่อนได้ไหม ขอเวลาเพียงสักครู่นะ”
ทว่าภาคกลับไม่รับฟัง เขาใช้ความรวดเร็วกระตุกเชือกเกี่ยวรังชุดคลุมออกจากร่างเล็ก เผยให้เห็นสองเต้าอวบอิ่มเด้งทะลักต่อสายตาของพวกเขา ยอดปทุมถันสีหวานชูชันแข็งขึ้นเป็นไตสะท้อนอารมณ์ปรารถนา
“ว้าย พะพี่” เพียงตะวันรีบยกสองมือขึ้นปกปิดสองเต้างามของตนไว้
“ขอพี่ดูชัดๆ หน่อยนะครับ คนดี”
“นั่นสิครับ…” ภีมเสริมทัพ เขาแทบจะอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป
สองพี่น้องประสานกันอย่างรู้ใจ พวกเขาคว้าจับเรียวแขนของเพียงตะวันไว้รั้งลงจนสองเต้าเผยเต็มตาของเขาทั้งคู่
“หือ สวยจัง”
“อย่ามอง ไม่…” สองเต้ากระเพื่อมไหวตามแรงหายใจหอบของเพียงตะวัน
ภีมไม่รอช้าเขาโน้มหน้าลงใช้ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวเลียยอดอกแข็ง
“อ๊ะ ยะ...” ไม่ทันจะได้เอ่ยมากกว่านั้น ภาคก็โน้มลงอ้าปากครอบครองยอดอกอีกข้างหนึ่งทันที
สองพี่น้องระดมดูดดึงยอดปทุมถันอย่างกระหาย จนร่างเล็กบิดเร่าโดยความรู้สึกเสียวซ่านประหลาดอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน
“อือ… ไม่เอาแล้ว อย่า…” เพียงตะวันส่งเสียงปรามกระเสา แต่ร่างกายกลับตอบสนองตรงกันข้าม
เธอเริ่มแอ่นหน้าอกรับสัมผัสจากริมฝีปากของทั้งคู่อย่างไม่รู้สึกตัว ส่งเสียงครางกระเส่าออกมาอย่างสุดจะกลั้น น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกตีรวนระหว่างความกลัวและแรงปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจ ในขณะที่ต้นขาทั้งสองข้างถูกลำรักแข็งของสองพี่น้องบดเบียดเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุที่แผ่ซ่านอยู่ใต้น้ำ
“รู้สึกอย่างไรบ้างครับ” ภาคถามเสียงพร่า
“ร้อน ร้อนที่ตรงนั้น... ร้อนไปหมด หะหายใจไม่ออก” เพียงตะวันตอบอย่างไร้เดียงสา ร่างกายสั่นสะท้านไหว
“เพราะมันต้องการ มันถึงร้อน” ภีมกระซิบเสียงแผ่ว
“หมายความว่าอะไรคะ”
“หมายความว่า… เธอพร้อมแล้ว”
ภีมขยับมือลงใต้ผิวน้ำสัมผัสจุดสงวนอย่างแผ่วเบา จนเพียงตะวันสะดุ้งสุดตัว
“อย่าจับ ตรงนั้นไม่ได้ อ๊ะ”
ภาคโน้มขยับใบหน้าบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่ม ในขณะที่ภีมเริ่มรุกรานจุดอ่อนไหวด้วยปลายนิ้วเรียวยาวแหวกกลีบเนื้อนุ่มชื้นสลับกับบดคลึงยอดกระสันจนเพียงตะวันบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน
“ฉันอยากเห็น แกอุ้มเธอขึ้นหน่อย”
สิ้นสุดคำขอของพี่ชาย ภาคดึงร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกแกร่งก่อนจะอุ้มช้อนขาแยกกว้างขึ้นเหนือระดับผิวน้ำ ภีมมองจุดสงวนอวบอูม สองกลีบปิดสนิทอย่างลุ่มหลง ก่อนใช้ปลายนิ้วแหวกกลีบชื่นชมจุดกระสันสีชมพูระเรื่อ
“หือ ไม่เคยเห็นของใคร สวยขนาดนี้มาก่อน”
“อย่ามองนะ”
ภีมไม่ฟังเสียงหวาน เขารีบก้มหน้าตวัดลิ้นเลียยอดกระสันรับรสความหวาน สลับกับอ้าปากงับดูดดึงจนเพียงตะวันเกร็งตัวสั่นระริก เธอพยายามฝืนแรงแขนของภาคบีบขาเข้าหากันด้วยความอาย
ในขณะลิ้มรสความหวานภายนอก ภีมก็ส่งเรียวนิ้วแกร่งเข้าไปในช่องทางรักที่ยังไม่มีใครได้ล่วงล้ำ
“จะเจ็บ เพียงเจ็บ” เสียงหวานประท้วงสั่น เมื่อรู้สึกถึงความเสียวแปลบเข้าจู่โจม
ภีมเริ่มขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะ เร่งเร้าจนเพียงตะวันเผลอแอ่นสะโพกรับอย่างลืมตัว ร่างเล็กกระตุกถี่รัวปลดปล่อยน้ำหวานใสออกมา ภีมดูดเลียจนหมดทุกหยด
“โคตรดีเลยพี่ ถึงตาผมแล้ว”
ภาครีบเปลี่ยนตำแหน่งกับพี่ชาย ภีมอุ้มเพียงตะวันในท่าเดียวกัน เปิดทางให้ภาคฝังหน้าดูดเลียอย่างหิวกระหาย จังหวะริมฝีปากของภาคหนักหน่วงจนเธอส่งเสียงครางแทบขาดใจ ยิ่งกระตุ้นความต้องการของภาคมากขึ้นจนเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป
“ผมขอก่อนนะพี่ ไม่ไหวแล้ว เอ็นจะระเบิด”
ภีมปล่อยขาเพียงตะวันลงข้างหนึ่ง
“ยืนดีๆ ครับ”
“พะพี่จะทำอะไร” เพียงตะวันเบิกตาโพลง เมื่อเห็นท่าทีแปลกประหลาดของภาค
“เมื่อกี้มันออเดิร์ฟ พี่จะเสริมอาหารจากหลักแล้วนะ”
ภาคจับลำเอ็นแข็งถูไถไปตามปากทางรักช้าๆ ก่อนจะกดส่วนหัวหยักเข้าไปเพียงนิด
“อ๊ะ…” ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเรือนกาย
“ใจเย็น คนดี พี่จะทำเบาๆ อย่าเกร็ง”
“เงยหน้าขึ้นหน่อยครับ”
ภีมช่วยประคองและบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ในขณะที่ภาคค่อยๆ ดันลำรักแข็งเข้าไปอย่างยากลำบาก
“ซี๊ด โคตรแน่น บุญเอ็นไอ้ภาคจริงๆ โว๊ย” ภาคครางเสียงหลง เมื่อส่วนหัวหายเข้าไปได้ครึ่งลำ
ภีมถอนริมฝีปากอ่อน ก่อนเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล
“เจ็บหรอ?”
“เจ็บค่ะ เจ็บมากเลย”
“ผ่อนคลายหน่อยนะ ถ้าไอ้นั่นของภาคเข้าไป เธอจะชอบมันแน่”
ภาคกัดฟันกรอดก่อนจะส่งแรงดันครั้งสุดท้าย ปึก
ความคับแน่นพุ่งจุกไปถึงท้องน้อยของเพียงตะวัน เธอเม้นริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ภาคเริ่มขยับสะโพกดึงลำแข็งออกมาเพียงนิดและสวนกลับไปอย่างเชื่องช้า ผนังนุ่มของเพียงตะวันบีบรัดเขารุนแรง จนเขาแทบจะล่มตรงปากอ่าว
“อื้อ น้องเพียง ใจเย็น อย่าตอดพี่แรงขนาดนั้น ซี๊ด...”
ภาคพยายามข่มอารมณ์ก่อนจะเริ่มสาวจังหวะเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังรุนแรงไปพร้อมกับเสียงน้ำกระเพื่อมไหว เพียงตะวันส่งเสียงประท้วงในลำคอ เมื่อภีมครอบครองปากเล็กไว้แน่น
ปึก ปึก
“น้องเพียง พี่ขอโทษ เอาออกไม่ทันจริงๆ” ภาคดึงลำแข็งออกอย่างอ้อยอิ่ง
“อย่าลีลา ฉันจะไม่ไหวแล้ว” ภีมเอ่ยสั่งเสียงพร่า
ภีมรีบเปลี่ยนตำแหน่งกับน้องชายอย่างรวดเร็ว มือเรียวยาวจับลำกายแข็งจับลำกายที่ร้อนระอุจ่อเข้าปากช่องทางรักที่เต็มไปด้วยน้ำกามของภาค ทว่าช่องทางรักยังคงคับแน่นไม่ยอมให้เขารุกรานเข้าไปได้ง่ายๆ ภีมขบกรามแน่น พยายามฝืนดันสะโพกแกร่งส่งลำแข็งเข้าไปจนสุดทางในทีเดียว
ปึก
“ของดีใช่ไหมพี่”
“ดี”
ช่องทางรักของเพียงตะวันกอดรัดลำกายร้อนไว้แน่น ในยามที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวจากจังหวะเนิบนามสู่ความเร่งเร้าที่หนักหน่วง สมองของเพียงตะวันเริ่มขาวโพลน ความเจ็บปวดที่เคยมีเริ่มเจือจางลง เหลือเพียงความปรารถนาที่แล่นพล่าน
ปึก ปึก
เสียงจังหวะเคลื่อนไหวที่ดุดันของภีม พร้อมด้วยเสียงครางกระเส่าของเพียงตะวันดังเป็นท่วงทำนองสอดรับประสานกับเสียงท่องคาถาของท่านปู่ใหญ่ แสงของดวงจันทร์สาดทับเรือนร่างกลางสระน้ำของทั้งสามคน ราวกับแสงสว่างชำระล้างความอัปมงคลให้หายไปพร้อมกับกระแสของน้ำที่พัดกระเพื่อมไปมา... พิธีกรรมผูกดวงเสร็จสมบูรณ์ ทว่าฉากเร่าร้อนของทั้งสามยังคงดำเนินต่อไป