บทที่ 14 เดินหน้า

1629 Words
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างมายันเตียงกว้าง ปลุกให้เจ้าของร่างเล็กใต้ผ้าห่มผืนหนาลืมตาตื่นขึ้น พลางกวาดสายตาสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว เธอจึงพบว่าที่นี่ไม่ใช่สระน้ำแห่งนั้นอีกต่อไป กลับกลายเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ เพียงตะวันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ศึกยาวนานเมื่อคืนจบลงในเวลาไหน และเธอมานอนอยู่บนเตียงได้อย่างไร หากให้คาดเดาก็คงเป็นสองพี่น้องฝาแฝด พวกเขาคงเป็นคนพาเธอมาที่นี่ ทว่าเวลานี้กลับไม่มีเงาของทั้งสองคน เพียงตะวันเลื่อนผ้าห่มช้าๆ เพื่อสำรวจร่างกาย ร่องรอยแดงช้ำถูกประทับทั่วเรือนกาย โดยเฉพาะยอดปทุมถันที่บัดนี้ขึ้นสีแดงช้ำจากการบดเคี้ยวและดูดดึงอย่างหนักหน่วงของสองพี่น้อง เพียงแค่ผ้าห่มเสียดสีเบาๆ ความเจ็บแปลบก็แล่นพล่านจนเธอต้องเม้มปากแน่น เพียงตะวันพยายามชันกายลุกขึ้นด้วยร่างกายบอบช้ำ ช่องทางรักที่เคยปิดสนิทถูกรุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบวมช้ำ ทุกการเคลื่อนไหวสร้างความรู้สึกเจ็บแปลบจนแทบเก็บอาการไว้ไม่มิด หลังจากอาบน้ำชำระกายจนสะอาด เพียงตะวันเดินลงบันไดไปยังห้องโถงชั้นล่าง ในห้องโถงมีเพียงชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ พร้อมด้วยอาวุธครบมือยืนคุมเชิงอยู่เท่านั้น เพียงตะวันพยายามทำใจดีสู้เสือ ส่งยิ้มและเริ่มกล่าวคำทักทาย “สวัสดีค่ะ เมื่อวานเพียงยังไม่ทันได้ถามชื่อ คุณชื่ออะไรหรอคะ” “ผมตฤณครับ คุณเพียงตะวันเรียกผมว่า ตฤณ ก็พอครับ” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างนอบน้อม เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ “คุณเพียงตะวันจะทานมื้อเช้าเลยหรือไม่ครับ” “ทานเลยค่ะ” เมื่อได้รับคำตอบของเพียงตะวัน ตฤณโค้งคำนับ ก่อนผายมือเป็นการนำทาง เพียงตะวันเดินตามตฤณไปอย่างช้าๆ จนถึงโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ ด้านบนมีอาหารมากมายเรียงรายไว้รอ พร้อมกับส่งกลิ่นหอมเชิญชวน เธอทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ ดวงตากลมโตลุกวาวมองอาหารตรงหน้า “อาหารเยอะจังค่ะ แล้วพี่ภีมกับพี่ภาคล่ะคะ” “นายใหญ่กับนายน้อยออกไปข้างนอกครับ ปกติจะกลับมาในช่วงเย็นหรือค่ำ วันนี้คุณเพียงตะวันอยู่แต่ในคฤหาสน์ก่อนนะครับ” “ค่ะ ขอบคุณค่ะ” “คุณเพียงตะวันต้องการซื้อของใช้ส่วนตัว สามารถกดสั่งซื้อได้เลยครับ นายใหญ่ผูกบัตรไว้ให้แล้วครับ” ตฤณยื่นแท็บเล็ตสีขาวให้กับเพียงตะวัน ตามคำสั่งของภีม “เพียงขออยู่ตามลำพังได้ไหมคะ” “ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่ม สั่นกระดิ่งเรียกได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ผมจะอยู่ในบริเวณนี้” เพียงตะวันพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการตอบรับ มือเรียวเล็กหยิบแท็บเล็ตมาวางไว้ข้างๆ ระหว่างที่เธอนั่งกินมื้อเช้า นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอ ด้วยความเพลิดเพลิน เพียงตะวันเผลอกดเลือกของที่เธอต้องการมากเสียจนล้นตระกร้า เธอพิจารณาอยู่ชั่วครู่ ก่อนส่งเสียงพึมพำกับตัวเอง “เงินแค่นี้คงไม่ทำให้จักรภาคินทร์จนลงหรอก” พร้อมกับแววตาฉายความคิดซุกซน “ดีสิ เพียงจะใช้เงินให้ถล่มทลายเลย ต้องเรียกคืนค่าเสียหายจากสองพี่น้องจอมตะกละที่ทำไว้กับเพียงเมื่อคืนให้สาสม” ณ Shadow Track (สนามแข่งรถ) ภีมเลื่อนสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จ้องมองไปยังข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือที่กำลังส่งเสียงแจ้งเตือนเข้ามาไม่หยุด จนกระทั่ง ข้อความสุดท้ายระบุว่า "รายการ...ไม่สำเร็จ เนื่องจากวงเงินไม่เพียงพอ" คิวเข้มขมวดเข้ากันเป็นปม “เพียงตะวัน...” ภีมไม่รอช้า เขารีบกดต่อสายตรงหาตฤณ ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว “ครับ นายใหญ่” “เพียงตะวันอยู่ไหน” “น่าจะยังอยู่ที่ห้องอาหารครับ” “ฉันขอคุยกับเพียงตะวันหน่อย” ตฤณ เดินกลับเข้ามาที่ห้องอาหารอย่างนอบน้อม เขาหยุดยืนอยู่ข้างเพียงตะวัน พร้อมกับส่งโทรศัพท์ให้กับเธอ “คุณเพียงตะวันครับ นายใหญ่ขอคุยด้วยครับ” “สวัสดีค่ะพี่ภีม” “เธอสั่งซื้ออะไรไปบ้าง” “ก็… เสื้อผ้าในโอกาสต่างๆ รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอาง แล้วก็ของใช้ส่วนตัวเล็กน้อย ทำไมหรอคะ พี่กำลังโทรมาตำหนิที่เพียงกำลังใช้เงินของพี่อย่างสนุกอยู่หรอ ถ้าอย่างนั้นเพียงขอโทษ เพียงอยู่ในห้องใต้ดินภายใต้เงาคนอื่นมาตั้งสามปี เพียงก็แค่อยากใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง” เพียงตะวันส่งเสียงตัดพ้อ “ไม่ใช่แบบนั้น ถ้ามันไม่พอ ฉันจะเปลี่ยนบัตรให้ใหม่” เสียงนุ่มลึกอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด พลางตำหนิตัวเองในใจที่ไม่รอบคอบ ผูกบัญชีไว้กับวงเงินจำกัดแค่สำหรับค่าใช้จ่ายจิปาถะ โดยลืมคำนึงถึงความต้องการของผู้หญิงที่มักมีสิ่งที่ปรารถนามากกว่าผู้ชายเสมอ “หรือถ้าพี่ไม่อยากให้เพียงใช้เงินของจักรภาคินทร์ก็พาเพียงไปเอาทรัพย์สินของตระกูลวสุคืนสิคะ... เพียงเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า นายใหญ่ของจักรภาคินทร์ขี้เหนียว...” น้ำเสียงหวานประชดประชัน ยังไม่ทันที่ภีมจะได้อธิบายต่อ ภาคก็พุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์ไปถือไว้เองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของเขา “น้องเพียง ถ้าน้องเพียงอยากได้อะไร น้องกดสั่งได้เลย ถ้าพี่ภีมไม่จ่ายให้ พี่ภาคเทให้หมดหน้าตักเลยจ้ะ... แต่อย่าลืมสั่งซื้อชุดนอนไม่ได้นอนมาด้วยนะ... เอาแบบให้เห็นหัว... โผล่” "ภาคแกนี่มัน” ภีมรีบคว้าโทรศัพท์กลับมาถือเอาไว้ “ฉันจะเปลี่ยนบัตรให้เธอภายในห้านาที แค่นี้ก่อน" ภีมกดวางสาย ทิ้งให้เพียงตะวันที่อยู่อีกฟากหนึ่งของสายนั่งตัวแข็งทื่อ พวงแก้มสวยขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ จากคำพูดของภาค ณ ตระกูลจักรภาคินทร์ เวลาตอนเย็น ภีมรีบรั้งแขนของน้องชายเอาไว้ เมื่อภาคทำท่าทีเหมือนกับจะเปิดประตูเข้าห้องของเพียงตะวัน โดยไม่ขออนุญาตเธอก่อน “ภาค เคาะประตูก่อน” เสียงนุ่มลึกขึ้นเสียงปราม “พี่ภีม… ที่นี่บ้านเราและผู้หญิงในห้องก็เป็นเมียเรานะครับ” เสียงยียวนพูดขึ้นอย่างไม่สนใจ “เราให้สัญญากับเธอแล้ว เราจะไม่แตะต้องตัวเธออีก ถ้าเธอไม่เต็มใจ ผ่านไปคืนเดียวแกลืมแล้วหรือไง?” “ไม่น่าพูดอย่างนั้นเลยจริงๆ” น้ำเสียงเสียดายของภาคดังขึ้น ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังโต้เถียงกัน บานประตูก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นเรือนร่างเล็กกำลังยื่นทำหน้ามุ้ย เงยหน้าขึ้นมองพวกเขาอย่างเอาเรื่อง “เสียงดังจังค่ะ” เพียงตะวันส่งเสียงตำหนิ ทว่าเมื่อสายตาประสานเข้ากับชายทั้งสองคน หัวใจของเธอก็เต้นโครมคราม เมื่อภาพความทรงจำกลางสระปรากฏขึ้นมาในหัว ระหว่างที่เพียงตะวันกำลังพยายามเก็บอาการ ร่างปราดเปรียวของภาคก็ขยับเข้าไปภายในห้องของเพียงตะวันอย่างถือวิสาสะ “โห น้องเพียงซื้อของมาเยอะจังเลยนะครับ” ภาคไม่รอช้า เขารีบเดินไปสำรวจถุงสินค้ากระดาษที่วางระเกะระกะอยู่ตามพื้นและโซฟาด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจ “อือ เพลิดไปหน่อยนะคะ อย่างไงก็ไม่อยากให้น้ำใจนายใหญ่แห่งจักรภาคินทร์สูญเปล่า…” เธอค่อนแคะ “ว่าแต่พวกพี่มีอะไรสำคัญไหมคะ เพียงอยากจัดของสักหน่อย” “ท่านปู่ใหญ่บอกว่าฤกษ์แต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้า” ภีมเอยด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ “ระหว่างนี้เธอต้องอยู่ที่นี่ อย่าเพิ่งออกไปข้างนอกเด็ดขาด ฉันไม่อยากให้ใครไหวตัวทัน” “อือ แล้วเรื่องงานแต่งพี่จะทำอย่างไรคะ” “ระหว่างนี้ฉันจะให้คนเตรียมสถานที่กับให้ช่างเข้ามาวัดตัวเธอเพื่อตัดชุดแต่งงาน” “เพียงรู้ว่าการแต่งงานมีเงื่อนไข แต่ว่า…” “เธอต้องการอะไร พูดมาสิ” ภีมก้าวเข้ามาใกล้เพียงตะวันจนเธอได้กลิ่นกายของเขาที่คุ้นเคยจนเผลอกลั้นหายใจ “ธีมแต่งงานกับชุดเจ้าสาว พี่ให้เพียงเป็นคนเลือกได้ไหมคะ” เธอส่งเสียงอ้อนหวานหู กายแกร่งของภาคขยับเข้ามาประกบด้านหลังของเพียงตะวัน พลางโน้มใบหน้าเข้ากระซิบข้างใบหู “ได้สิจ๊ะ พี่ภาคตามใจน้องเพียงทุกอย่างเลย” “ขอบคุณ แต่พวกพี่ช่วยขยับออกไปห่างหน่อยได้ไหม หายใจไม่ออก” สองมือน้อยยกขึ้นผลักอกชายทั้งสองให้ห่างออกไป “ฉันจะประกาศเรื่องการแต่งงานออกไปให้คนทั่วเมืองมืด แต่จะยังไม่บอกว่าเจ้าสาวคือใคร เราจะเปิดตัวเธอทีเดียวในวันงาน” ภีมย้ำด้วยเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววผู้ชนะที่กุมหมากตัวสำคัญที่สุดไว้ในมือ “พวกมันจะต้องรู้สึกเซอร์ไพรส์แน่” ภาคเสริม เพียงตะวันยืนนิ่งฟังสองคนพี่น้องพูด แววตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “สมบัติของตระกูลวสุ เพียงจะเอาคืนได้ตอนไหน” “หลังสิ้นสุดพิธีแต่งงาน ฉันจะพาเธอไปทวงคืนแน่ ไม่ต้องกังวล… ตามที่ตฤณสืบมา ยังไม่ครบกำหนดสามปีที่ทรัพย์สินจะถูกส่งต่อให้การกุศล” “ได้ยินแบบนี้แล้วสบายใจได้หรือยังจ๊ะคนดี” ภาคยื่นเรียวนิ้วแกร่งจับปลายคางเพียงตะวันเป็นการหยอกล้อ “พอได้แล้วภาค มากับฉัน…” ภาคเดินตามพี่ชายอย่างอิดออด ก่อนหันกลับมามองเพียงตะวันด้วยแววตาเจ้าชู้ “ถ้าอยากทำเรื่องอย่างว่า... เรียกพี่ได้นะจ๊ะ คนดี” “ลามก ออกไปให้พ้นเลย!” เพียงตะวันตะโกนไล่หลังตามแผ่นหลังหนาของภาค โดยที่เขาส่งเสียงหัวเราะชอบใจดังลั่นออกมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD