“น้องเพียง… สติหลุดไปแล้วหรอครับ?” ภาคหยอกเย้า เมื่อเห็นร่างเล็กเบื้องหน้านั่งนิ่งตาค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
ภีมโน้มใบหน้าลงซบบนไหล่งาม สูดดมกลิ่นกายหอมละมุน ก่อนสอดฝ่ามือเรียวยาวโอบกอดเอวคอดของเพียงตะวันไว้แน่น
“ไม่ต้องกลัว” เสียงนุ่มพร่าสั่นกระซิบลงข้างใบหูปลุกให้เพียงตะวันสะดุ้งตื่นจากภวังค์
ฝ่ามืออุ่นของภีมเลื่อนมาทาบทับลงมือเล็ก ประคองขึ้นช้าๆ แล้วบังคับให้เธอวางมือลงบนลำรักที่ร้อนระอุของภาค
“กำมันไว้… เหมือนเมื่อวาน”
เพียงตะวันรู้สึกถึงจังหวะชีพจรเต้นตุบตับอยู่ภายใต้ฝ่ามือ ความร้อนของมันแผ่ซ่านเข้ามาจนทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ พวงแก้มบางแดงก้ำด้วยความประหม่า
“น้องเพียง จูบมันสิครับ” ภาคส่งเสียงอ้อน พลางกระตุกส่วนปลายหัวเบาๆ เป็นการเชื้อเชิญ
เพียงตะวันโน้มใบหน้าเข้าใกล้ จนเธอได้กลิ่นหอมจางๆ จากสบู่อ่อนๆ ที่ติดอยู่บนแก่นกายร้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแตะลงแผ่วเบาบนเนื้อร้อนผ่าว ความแข็งของมันทำให้เพียงตะวันลอบกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกดดัน
“น้องเพียง... ลองลิ้มรสมันสิครับ”
ริมฝีปากอวบอิ่มค่อยๆ อ้าออกงับลงเบาๆ ความประหม่าฉายให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านจังหวะการหายใจที่หอบถี่ ในขณะที่เพียงตะวันกำลังดูดลำเอ็นของภาค ภีมที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มรุกรานซอกคอขาวนวลดูดดึงสร้างรอยประทับรอยใหม่ พร้อมกับส่งมือบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มของเพียงตะวันไปพร้อมกัน
ภาคก้มมองการเคลื่อนไหวเบื้องล่าง ท่าทางไม่เป็นประสาของเพียงตะวัน กลับกลายเป็นยากระตุ้นชั้นดีปลุกสัญชาตญาณดิบในกายของเขาพุ่งสูงขึ้น จนยากเกินจะควบคุม
“อ้ากว้างๆ ดูดมันสิครับ”
โพรงปากเล็กจำต้องครอบครองความร้อนนั้นไว้ในปาก ภาคค่อยๆ ขยับสะโพกเข้าหาอย่างเชื่องช้า ความใหญ่โตคับแน่นทำเอาเพียงตะวันแทบหายใจไม่ได้ ในขณะที่ภีมรุกรานบดคลึงจุดกระสันและยอดอกเธอไปพร้อมกัน จนเธอทำได้เพียงส่งเสียงประท้วงในลำคอ ร่างเล็กบิดเร่าไปมาด้วยความเสียวซ่าน
เมื่อภีมเห็นร่างเล็กการตอบสนองต่อสัมผัสของเขา เขาจึงรีบสอดแทรกเรียวนิ้วยาวกระแทกเข้าออกช่องทางรักที่เฉอะแฉะ สลับกับจังหวะดันสะโพกของภาคประสานไปกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสามคน
“ซี๊ด น้องเพียงดูดเร็วกว่านี้หน่อยครับ พี่ใกล้จะแตกแล้ว”
เพียงตะวันขยับตามคำสั่ง พลางช้อนสายตาขึ้นมองภาค ทันทีที่ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มจ้องมอง ภาคก็ไม่อาจกลั้นอารมณ์ไว้ได้อีกต่อไป เขาฉีดพ่นน้ำรักขาวขุ่นจนทะลักเต็มปากของเธอ
“อึก… แค่ก” เพียงตะวันรีบดันตัวออก ใบหน้าของเธอแดงก้ำจากการสำลักเพราะจังหวะสุดท้ายของภาคที่กระแทกลึกเข้ามาจนถึงช่องคอ สร้างความรู้สึกจุกเสียด
“บ้วนออกมา พี่ขอโทษ พี่ดึงออกไม่ทัน” ภาคประคองใบหน้าสวยส่งมือแกร่งมารองปากของเพียงตะวัน
เพียงตะวันบ้วนน้ำสีขาวขุ่นทิ้ง ก่อนรีบเช็ดคราบที่มุมปาก ภีมรีบเปลี่ยนตำแหน่งกับภาคอย่างรวดเร็ว ลำรักที่แข็งผงาดจ่อรออยู่ที่ริมฝีปาก เธอจ้องมองลำรักของภีมสลับกับใบหน้าเข้ม ฝาแฝดคู่นี้นอกจากหน้าตาจะเหมือนกันมากราวกับส่องกระจก ขนาดและความยาวของอาวุธก็แทบไม่แตกต่างกัน
ด้วยความอยากให้บทรักครั้งนี้จบลงโดยเร็ว เพียงตะวันจึงเป็นฝ่ายรุกเข้าหา เธอรีบคว้าลำรักของภีมไว้แล้วอ้าปากดูดรัดอย่างรุนแรงจนเขาตั้งตัวแทบไม่ทัน ร่างสูงแกร่งสั่นจนแทบลืมหายใจ
“อืม ดีจัง” ภีมครางอย่างพอใจ
เขากดหัวเพียงตะวันไว้แน่น ก่อนสาวสะโพกกกระแทกเข้าใส่ปากนุ่มอย่างคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนสุดท้ายเขาก็ปลดปล่อยน้ำรักร้อนเข้าสู่โพรงปากเล็กจนหมดสิ้น
เพียงตะวันรีบผลักตัวออกแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที เธอรีบเปิดฟักบัวถูกปล่อยน้ำไหลรดร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาของตัวเอง จากนั้นบ้วนน้ำรักทิ้งพร้อมน้ำตาคลอที่เบ้า เพียงชั่วพริบตาร่างสูงของภีมและภาคก็ตามเข้าประกบซ้ายขวา เริ่มรุกรานเธออีกครั้ง
“อือ พะพอแล้ว”
“น้องเพียงก็อยากเหมือนกันไม่ใช่หรอครับ ทำไมต้องฝืนด้วย” ภาคอ้อนเสียงหวาน พลางก้มลงดูดดึงยอดปทุมถันของเธออย่างมูมมาม นิ้วแกร่งทั้งสองสอดแทรกเข้าสู่ช่องทางรักคับแน่นไปพร้อมกัน จังหวะประสานของสองพี่น้องเข้ากันจนช่องทางรักบีบรัดแน่นเพราะอารมณ์เร่าร้อน
“อือ” เสียงหวานครางกระเส่าในลำคอ
“เธอรู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ระร้อน”
“จับของฉันกับของภาคไว้ในมือขยับมันไปพร้อมกับฉัน” ภีมเอ่ยสั่งเสียงกระเส่า
เพียงตะวันขยับมือสั่นเทา คว้าลำร้อนแข็งไว้ทั้งซ้ายและขวา ขยับสาวขึ้นลงไปพร้อมกับเสียงเฉอะแฉะที่สองนิ้วแกร่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง ความเสียวแล่นพล่านจนวินาทีที่เพียงตะวันกำลังใกล้ถึงฝั่ง จู่ๆ พวกเขาก็หยุดทุกอย่างลงดื้อๆ ทิ้งให้ร่างเล็กลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
“พวกพี่…” เพียงตะวันประท้วงอย่างขัดใจ
“ถ้าอยากให้ทำต่อ น้องเพียงก็รับปากมาสิครับ” น้ำเสียงของภาคเต็มไปด้วยแผนการเจ้าเล่ห์
“ครั้งหน้า... จะสนุกกันมากกว่านี้”
เมื่อได้ยินในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพียงตะวันจึงรวบแรงทั้งหมดที่มีผลักอกแกร่งทั้งคู่ให้ห่างออกไป ดวงตากลมโตโกรธเกรี้ยวจ้องมองไปในดวงตาเจ้าเล่ห์ของพวกเขา ทำให้เธอเห็นถึงเจตนาแอบแฝงนั้นอย่างชัดเจน สองพี่น้องจอมตะกละกำลังวางแผนเอาเปรียบเธอไม่หยุดหย่อน ใบหน้าสวยบูดบึ้งไม่เก็บซ่อนอาการแม้แต่นิดเดียว
“พวกพี่นี่มัน โลกมาก ไม่รู้จักพอ!” เสียงหวานตวาดลั่น
เธอไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป รีบผละตัวเดินกลับเข้าในห้องทั้งที่เรือนร่างยังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เธอหยิบชุดคลุมมาสวบทับร่างในทันที เธอปรายตามองพวกเขาเพียงเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบจนภีมและภาคใจหล่นวูบ เมื่อรู้ตัวว่า ทำให้เธอโกรธเข้าจริงๆ
“พวกพี่ออกไปได้แล้ว”
“เธอโกรธหรอ เพียงตะวัน” ภีมพยายามควบคุมสถานการณ์ ในขณะที่ภาคส่งเสียงเย้าแหย่ไม่ยอมหยุด
“น้องเพียงแน่ใจหรอว่าจะไม่ให้ทำต่อ น้องใกล้จะเสร็จแล้ว มันจะทรมานนะ”
“เรื่องของเพียง ออกกันไปให้หมด!”
ฝ่ามือของภีมรีบปิดปากน้องชาย เมื่อเห็นท่าทางไม่สลดของเขา ภีมส่งสายตาตำหนิเล็กน้อย ดันให้น้องชายเดินกลับออกไปด้านนอก เขาจ้องมองใบหน้าสวยนิ่งชั่วครู่ ก่อนตัดสินเดินตามภาคออกไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง ภาคยังคงไม่ลืมทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ถ้าทนไม่ไหว... เรียกพวกพี่ได้ตลอดเลยนะจ๊ะ”
ทันทีที่บานประตูปิดลง เพียงตะวันกระโดดขึ้นบนเตียงนุ่ม เธอซุกใบหน้าลงกับหมอนด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ความรู้สึกแปลกประหลาดของร่างกายทำให้เธอรู้สึกถึงชีพจรเต้นตุบๆ พร้อมด้วยความรู้สึกร้อนบริเวณจุดสงวน ความเร่าร้อนที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจนเกือบจะถึงฝั่งฝัน ทว่ากลับชะงักหยุดลงกลางทางเพราะความเจ้าเล่ห์ของสองพี่น้อง เธอนึกตำหนิพวกเขา ช่างเป็นพวกผู้ชายที่ไม่รู้จักพอจริงๆ
ทว่าแม้เธอจะกำลังโกรธเคืองพวกเขามากเพียงใด แต่ร่างกายกลับทรยศ เพียงตะวันหลับตาลง พลางจินตนาการถึงสัมผัสและการเคลื่อนไหวของพวกเขา ปลายนิ้วเรียวเล็กสะกิดลงแผ่วเบาบนรอยนูนที่ดันทะลุเนื้อผ้าขึ้นมา จนร่างเล็กสะดุ้งด้วยความรู้สึกวาบหวาม
“อือ”
เธอปลดชุดคลุมจนพ้นกาย เผยร่างเล็กขาวนวลใต้แสงไฟ ฝ่ามือเรียวเล็กตะบบลงบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มของตัวเองแผ่วเบา พร้อมกับขยับปลายนิ้วบดขยี้ลงบนสองปลายยอดปทุมถันที่แข็งเป็นไต
ร่างเล็กบิดเร่าไปมาด้วยความรู้สึกเร่าร้อน มันเสียวซ่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหว ชั่วพริบตาเดียวนิ้วเรียวเล็กลงบนคลึงปลายยอดกระสัน ถูไถไปมาเลียนแบบการเคลื่อนไหวของภีม
“อ๊า สะเสียว” เพียงตะวันส่งเสียงครางกระเส่า
เรียวนิ้วส่งกระแทกเข้าออกช่องทางรักเยิ้มแฉะอย่างรวดเร็ว เสียงเฉอะแฉะดึงสนั่นในห้องนอนที่เงียบสนิท ร่างเล็กบิดเร่าเล็กน้อยก่อนกระตุกถี่ปลดปล่อยน้ำรักหยาดเยิ้ม
เพียงตะวันทิ้งตัวลงนอนหายใจหอบถี่รัวอยู่บนเตียงกว้าง ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหายใจเหนื่อยหอบและเสียงหัวใจที่ยังคงเต้นโครมคราม ร่างกายที่เคยบิดเร่าด้วยความทรมานบัดนี้กลับผ่อนคลายลง ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อนซอกขาและนิ้วเรียวเล็กของเธอเอง
โดยที่เพียงตะวันไม่รู้ตัวเลยว่า ในขณะที่เธอส่งเสียงหวานครางกระเส่า ภีมและภาคยืนฟังอยู่หน้าห้องด้วยความรู้สึกตื่นเต้น พวกเขากลืนน้ำลายลงพร้อมกัน พวกเขาอยากจะเห็นสภาพของร่างเล็กในตอนนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้างจนใจแทบขาด แต่ไม่สามารถทำได้