บทที่ 8 สัญญาณเตือนการล่มสลาย...

1574 Words
ภายใต้การคุมอำนาจของสองแฝด ตลอดระยะเวลา 7 ปี ด้วยความสามารถที่น่ายำเกรง แม้ทั้งคู่จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ความเหี้ยมโหดเลื่องลือสะพัดจนสามารถสยบคลื่นใต้น้ำที่เคยเคลื่อนไหวในช่วงแรกให้สงบลง... ภานุในวัยหกสิบปี หลังจากวางมือจากตำแหน่ง เขาอยู่ในเงาของลูกชายทั้งสองมาโดยตลอด เมื่อได้เห็นในฝีมือของภีมและภาคเขาจึงรู้สึกเบาใจลงไปบ้าง แต่คนเป็นพ่ออย่างเขาย่อมห่วงลูกชายทั้งสองเสมอ นับจากวันที่เกิดคำทำนาย จนวันนี้เวลาผ่านไปแล้วถึง 18 ปี เหลืออีก 4 ปีเท่านั้น จักรภาคินทร์จะล่มสลาย ภานุจึงตัดสินใจเดินทางไปยังตระกูลวสุด้วยตัวเองอย่างไม่รั้งรออีกต่อไป ณ ตระกูลวสุ “วันนี้คุณภานุมาหาผมถึงที่บ้าน มีเรื่องสำคัญหรือครับ” ตะวันฉายเอ่ยถามอย่างสุภาพ “ผมขอพูดตามตรงไม่อ้อมคอม ผมอยากจะเจรจาขอหมั้นหมายหนูเพียงตะวันให้กับลูกชายของผม” “ลูกสาวผมเพิ่งอายุ 18 ปีเองครับคุณภานุ” หัวคิ้วของตะวันฉาย ขมวดเข้าชนกันอย่างไม่ปิดบัง “ผมทราบข้อนั้นครับ...” “อีกอย่างเรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ผมอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับคนที่ลูกผมรัก ไม่ใช่การคลุมถุงชน… ลูกสาวของผมเติบโตมาอย่างสดใส” “ผมขอไม่ปิดบัง จากความสัมพันธ์ที่ดีของเรามารุ่นต่อรุ่น อีกอย่างคุณตะวันฉายเองก็โตมากับผม เป็นรุ่นน้องที่ผมไว้ใจแม้จะอยู่คนละตระกูล” ภานุนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล “ดวงชะตาลูกชายของผม อาจจะมีคนใดคนหนึ่งต้องตาย ลูกชายผมทั้งคู่เพิ่งอายุ 32 ปี ยังถือว่าน้อยนัก... ที่ผ่านมาทำเพื่อผม เพื่อตระกูลมามากจนอาจไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองมากนัก มันอาจจะฟังดูงมงาย แต่หนูเพียงตะวันมีดวงที่สามารถช่วยลูกชายของผมได้ มันคือทางเลือกเดียวเท่านั้น” “แต่ว่า...” “ผมขอแค่การหมั้นหมายและแต่งงานแบบปลอมๆ เท่านั้น คุณตะวันฉายพอจะช่วยได้หรือไม่ครับ” ภานุยื่นข้อเสนอ “ระยะเวลาการแต่งงานปลอม นานแค่ไหนครับ” “5 ปีครับ แค่ห้าปีเท่านั้น หลังจากนั้น…” “ผมบอกตามตรงเลยครับคุณภานุ ผมไม่อยากให้ลูกของผมข้องเกี่ยวกับขั้วอำนาจไหนเลยในเมืองมืด ผมอยากให้ลูกสาวได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ อย่างที่คุณภานุและคนทั่วไปรู้ ผมไม่เคยให้ลูกออกไปใช้ชีวิตด้านอก หากลูกสาวผมต้องแต่งงาน นั่นจะเป็นการเปิดเผยตัวตน ซึ่งผมไม่ต้องการครับ” “ผมเข้าใจครับ ถ้าอย่างนั้นขอแค่แต่งงานเงียบๆ รู้แค่พวกเราสองตระกูล พอจะเป็นไปได้หรือไม่ครับ” “อาจจะ ผมไม่สามารถรับปากคุณภานุในตอนนี้ได้ ผมคงต้องขอปรึกษากับภรรยาก่อนครับ” “เรื่องนั้นผมเข้าใจและยินดีรอ วันนี้ผมขอตัวกลับก่อนครับคุณตะวันฉาย” ภานุลุกขึ้นอย่างทรงอำนาจ เขาก้าวออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกตะวันฉายเรียกไว้อีกครั้ง ด้วยสรรพนามที่ห่างหายไปนาน “พี่ภาณุ” “นานแค่ไหนแล้วที่นายไม่เรียกฉันว่าพี่แบบนี้” ภานุหันกลับมามองใบหน้าของตะวันฉาย “ก็คงตั้งแต่พี่ขึ้นปกครองจักรภาคินทร์ ผมเรียกพี่ว่าคุณ เพราะให้เกียรติ และไม่อยากทำตัวสนิทสนมเกินไปจนเป็นเป้าสายตา…” ตะวันฉายเว้นจังหวะ “7 ปีที่ผ่านมา ลูกชายของพี่ทั้งสองปกครองเมืองมืดได้ดีและเด็ดขาด ไม่ต่างไปจากพี่ แต่...” “นายกำลังจะพูดถึงคลื่นใต้น้ำ?” “ครับ ผมเห็นความเคลื่อนไหวของคลื่นใต้น้ำตั้งแต่วันแรกที่หลานชายทั้งสองขึ้นปกครองเมืองมืด แต่ด้วยการเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและคล่องแคล่วของทั้งคู่ เพียงไม่นานก็สามารถสยบคลื่นใต้น้ำได้ แต่ไม่นานมานี้ผมสืบจนเห็นความเคลื่อนไหวของพวกมันอีกครั้ง ผมแค่กำลังคิดว่า มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พวกมันยอมสงบลง เพื่อรออะไรบางอย่าง และวันนี้คงถึงเวลานั้นแล้ว...” “เรื่องนั้นฉันเองก็พอรับรู้มาบ้าง แม้ในตอนนี้ลูกชายทั้งสองของฉันจะลงความเหี้ยมโหดลง มุ่งเน้นแต่มั่วผู้หญิง แต่นายเชื่อใจได้ว่า มันเป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอกเพื่อการตบตาเท่านั้น” “ผมรู้ครับ พยัคฆ์เก่าอย่างพี่ย่อมเลี้ยงลูกชายมาอย่างดีและคงวางแผนรับมือเอาไว้แล้ว เพียงแต่ว่า แม้ที่ผ่านมาตระกูลผมจะได้รับความเคารพจากผู้คน แต่หากวันใดวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้นมาก็ตาม ผมหวังว่า พี่จะช่วยดูแลเพียงตะวัน ลูกสาวของผมอย่างดีครับ ผมกำลังคิดหนักถึงเรื่องนี้ เมื่อพี่เสนอเรื่องการแต่งงาน... ผมจึงมองเห็นทางออก” “นายกำลังคิดว่า พวกมันกำลังจ้องจะเล่นงานนายอยู่เหรอ” ภานุถามอย่างร้อนใจ “ผมรู้สึกอย่างนั้นมาได้สักพัก และเริ่มรู้สึกมากขึ้น หากพวกมันจะปฏิวัติ อย่างไงก็ตามพวกมันไม่สามารถล้มตระกูลจักรภาคินทร์ในตอนนี้ได้ แต่สามาถล้มตระกูลวสุของผมได้ จากนั้นเมืองมืดจะมีเพียงสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น... ผมไม่ได้หวังให้พี่ปกป้องตระกูลของผมอย่างออกหน้า ผมห่วงแต่ลูกสาวผม เพราะเป็นผู้หญิง” ตะวันฉายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำสนิทของภานุอย่างมีความหวัง “หากพี่ให้สัญญาว่าจะดูแลลูกสาวของอย่างดี ผมรับปากจจะยอมให้เพียงตะวันแต่งงานปลอมๆ กับลูกชายของพี่” “ฉันสัญญา นายจะให้ฉันกรีดเลือดสาบาน ฉันย่อมทำ เพื่อให้นายมั่นใจ แต่ว่าเรื่องหนึ่งที่นายต้องรู้ หนูเพียงตะวันต้องแต่งงานกับลูกชายของฉันทั้งสองคนเท่านั้น” “แค่งานแต่งงานปลอมๆ ผมไม่มีปัญหาหากมีเจ้าบ่าวสองคน แต่อย่างไรผมขอปรึกษากับภรรยาของผมสักครู่ พี่นั่งรอผมที่นี่ เดี๋ยวผมรีบกลับมา” “ฉันยินดีรอ” ตะวันฉายหายไปสักพักใหญ่ ก่อนกลับออกมาพร้อมกับเพียงเพ็ญ สองสามีภรรยาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับภานุ แววตาของเพียงเพ็ญสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด “หากจะเกิดเหตุการณ์อย่างพี่ตะวันฉายกังวล ฉันเองก็อยากขอร้องให้พี่ภานุช่วยดูแลลูกสาวของฉัน” “ฉันสามารถปกป้องพวกเธอได้ พ่อแม่ ลูกชายทั้งสอง และลูกสาวคนเล็กจะได้อยู่ร่วมกัน” ภานุเสนอ จ้องมองตะวันฉายและเพียงเพ็ญตรงหน้า เขารับรู้ถึงความรู้สึกพร้อมสละชีวิตของทั้งคู่ผ่านทางสายตา ไม่ทันที่ภานุจะพูดอะไรต่อ ตะวันฉายแย้งขัดขึ้นมาอย่างหนักแน่น “ไม่ดีกว่าครับ ยิ่งพี่ทำอย่างนั้นก็เหมือนพี่กำลังโหมกระแสลมให้คลื่นใต้น้ำก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นลูกใหญ่ ผมทราบดีว่า จักรภาคินทร์ยิ่งใหญ่และมีกำลังรบ แต่หากพวกมันรวมตัวกันสู้ พี่เองก็คงเหนื่อยไม่น้อย เท่าที่ผมสามารถวิเคราะห์ได้ เป็นเพราะช่วงแรกพี่ยังมีอำนาจมาก แม้จะวางมือปล่อยให้ลูกชายทั้งสองขึ้นเป็นผู้นำ ผู้คนก็ยังคงขยาดกลัวอำนาจของพี่ แต่เมื่อผ่านไป 7 ปี พี่สละอำนาจและปลีกตัวออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ ไม่ออกงานสังคม ไม่ปรากฏตัวนอกคฤหาสน์ ความน่าเกรงขามของพี่ก็เริ่มจางหายไป นั่นคือสาเหตุหลักที่พวกมันกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง” “ใช่ค่ะ พี่ภานุ ฉันเห็นด้วยกับพี่ตะวันฉายพูดทุกอย่าง อย่าเสียกำลังพลเพื่อปกป้องพวกเราทั้งหมด ปกป้องแค่ลูกสาวของเราก็พอ ส่วนลูกชายของพวกเรา พวกเขายืนหยัดจะเสียสละเพื่อน้องสาวของพวกเขาทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต” “อีกอย่าง ผมสารภาพตามตรง ผมไม่มั่นใจเนื้อร้ายภายในของผม ผู้คนมักเปลี่ยนไปตามกระแสของเงินและอำนาจเสมอ หากภายใต้การปกครองของผมมีคนทรยศแฝงตัวอยู่จริง มันจะกลายเป็นหอกข้างแคร่ที่ย้อนกลับไปทำร้ายพี่ในภายหลัง ดังนั้นรักษาแค่ชีวิตลูกสาวของผมก็พอครับ ขอเพียงลูกสาวของผม ‘เพียงตะวัน’ ยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลวสุก็จะยังคงอยู่ตลอดไป” “ถ้านายและเพียงเพ็ญยืนกรานเช่นนั้น ฉันก็จะเคารพการตัดสินใจของพวกเธอ” หลังจากจบบทสนทนาอันหนักอึ้ง ภานุกรีดเลือดร่วมสาบานกับตะวันฉายและเพียงเพ็ญ กล่าวคำสัตย์ว่าจะปกป้องดูแลเพียงตะวันอย่างดี หากผิดคำสาบาน ขอให้ตายอย่างไร้เกียรติ ณ ตระกูลจักรภาคินทร์ ภานุนั่งลงบนโซฟา ในห้องรับรอง หยิบกระดิ่งขึ้นสั่นเล็กน้อย พ่อบ้านประจำตระกูลรีบเดินออกมา พร้อมรับคำสั่ง “ภีมกับภาคอยู่ไหม?” “เพิ่งกลับมาก่อนหน้านายท่าน ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ครับ” “ไปตามมาพบฉันที่ห้องทำงาน บอกว่า ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” “ครับ นายท่าน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD