ภีรดา ก้าวออกมาจากหลังม่านด้วยอารมณ์ปรารถนาที่พรั่งพลู กลางกายสาวเปียกเยิ้มไปด้วยน้ำรักที่ผลิออกมาด้วยความต้องการ จากตอนแรกที่จะแอบเข้ามาดูอดัม นายแบบหนุ่มที่เธอแอบคลั่งมานานแต่งตัวเพราะเธอเองเป็นนักศึกษาฝึกงานที่คอยช่วยรุ่นพี่ดูแลเรื่องอื่นที่ไม่ได้ยุ่งหรือใกล้ชิดกับนายแบบ ทำให้เธอต้องแอบหลบมาคอยแอบดูเขาในห้องแต่งตัวเพราะอยากเห็นเขาอย่างใกล้ชิด และอยากเห็นในมุมที่แฟนคลับคนอื่นไม่มีทางได้เห็นแต่กลับเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเพราะดันเจอเขาแสดงบทรักร้อนแรงกับรุ่นพี่ในบริษัทที่เธอเองก็ไม่ชอบหน้ามาตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาฝึกงาน เพราะพระพายเป็นคนที่จัดว่าสวยมาก เพียบพร้อมไปทั้งความสวยความสามารถและเป็นที่รักของทุกคน ทำให้เธอพาลอิจฉาหญิงสาวไม่น้อย ยิ่งมาเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ที่พระพายมีอะไรกับชายที่เธอเฝ้าฝันถึงมาตลอดแถมเขายังดูหลงใหลผู้หญิงคนนั้นเสียเหลือเกินยิ่งทำให้เธอเกิดความริษยาจนกลายเป็นความเกลียดชัง
“นังพระพาย แกจะแย่งอดัมไปจากฉันไม่ได้ เขาต้องเป็นของฉันคอยดู!” ภีรดานั่งลงที่โซฟาด้วยความเจ็บใจเมื่อนึกถึงบทรักร้อนแรงที่เขามอบให้พระพายก็ยิ่งนึกอิจฉา และอยากจะได้เขามากยิ่งขึ้น
ยิ่งนึกถึงภาพแก่นกายใหญ่ยักษ์ของอดัมก็ยิ่งปรากฏชัด จนถึงตอนที่เขาบดกระแทกท่อนรักของเขาเข้าไปในร่องสวาทด้วยความแรง เสียงครางแหบเซ็กซี่ของเขายังคงติดที่หูของเธอ จนเธอจิตนาการว่าเหตุการณ์เมื่อกี้นี้คือเธอที่โดนเขาทำรัก นิ้วเรียวของเธอจึงลูบไล้ไปที่ร่องสวาทที่เปียกชื้นของตัวเองแล้วกดนิ้วลงไปในร่องสวาทพลางครางชื่อเขาออกมาอย่างสุขสม
-เวลาต่อมา-
“เฮ้อ! เสร็จสักที เหนื่อยเป็นบ้าเลย” เสียงปรายฟ้าหนึ่งในทีมงานถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่งานในวันนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีเพราะพวกเธอต้องทำงานหนักมาตั้งแต่เมื่อวาน
“ยังเหลือพรุ่งนี้น้า” พระพายอมยิ้มแล้วบอกเพื่อน ส่วนอีกฝ่ายพอได้ยินคำนั้นก็ถึงกับทำหน้าเบื่อโลก
“เออจริงด้วย ทำไมฉันไม่เกิดมาสวยบ้างนะเผื่อจะมีโอกาสได้เป็นดารานางแบบเหมือนคนอื่นบ้างจะได้ไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ แถมยังได้ค่าตัวงานนึงตั้งเป็นสิบเท่าของเงินเดือนทั้งเดือนของฉันตอนนี้” เพื่อนร่วมงานของพระพายยังคงบ่นต่อด้วยความน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง พระพายเองก็ได้แต่อมยิ้มแล้วฟังเงียบ ๆ เพราะไม่รู้จะออกความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไรในเมื่อโชคชะตาและโอกาสไม่ได้มีสำหรับทุกคน และทุกคนต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง
“เอ้อว่าแต่พายเถอะ สวยขนาดนี้ทำไมไม่เป็นดาราไปเลยจะมาทำงานให้มันเหนื่อยทำไม มีคนติดต่อมาตั้งเยอะไม่สนใจบ้างเหรอ” ประภาหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่เอ่ยถามเธอขึ้นมาด้วยความสงสัยเพราะมีโมเดลลิ่งมากมายที่ติดต่อพระพายให้ทำงานเบื้องหน้าแต่พระพายกลับไม่เคยตอบรับสักงาน
“ใช่ ทำไมอ่ะพาย ถ้าเป็นเรานะรับตั้งแต่งานแรกที่ติดต่อมาแล้ว สวยขนาดนี้ไม่รู้จักใช้ความสวยหาเงินเลยจริง ๆ” ปรายฟ้าถามเสริมด้วยความสงสัยเช่นกัน
“เราไม่กล้าทำน่ะ เราคงไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกงานเบื้องหน้ายากจะตาย” พระพายตอบเพื่อนตามความรู้สึกที่เธอคิด
“แหมมันฝึกกันได้ สมัยนี้เล่นละครเป็นหินยังเป็นนางเอกได้เลย แต่ว่าก็ว่านะยัยภา ถ้าฉันสวยแบบพายฉันไม่ทำงานหรอกย่ะ ฉันหาสามีรวย ๆ แล้วนั่งเป็นคุณนายสวย ๆ ดีกว่า” ปรายฟ้าบอกเพื่อนแล้วยิ้มทำหน้าฝันถึงเทพบุตร
“โอ้ยยัยปรายฟ้า ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่โง่นะยะสวยไม่มีสมองสวยไม่ทำงานเขาไม่เอามาประดับวงศ์ตระกูลหรอก ผู้หญิงสวยมันต้องพึ่งพาตัวเองได้ย่ะ แบบพระพายนี่ไง ทั้งสวยทั้งเก่งผู้ชายที่ไหนก็สนใจอยากเอาไปเป็นแม่ของลูก” ประภาจิกกัดปรายฟ้าด้วยความสนุกสนานเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ภีรดาเดินเข้ามาพอดี
“คุยอะไรกันเหรอคะพี่ ๆ ดูท่าทางสนุกจังเลย ดาขอนั่งด้วยคนนะคะ” ภีรดาปั้นหน้าทำท่าทางไร้เดียงสาและทำเสียงสดใสเดินเข้ามา
“อ้าวน้องดา พวกพี่ก็คุยเรื่องความสวยของพี่พระพายนี่แหละจ้า คนอะไรไม่รู้ซ้วยสวย” ประภายิ้มให้ภีรดาแล้วขยับให้เธอนั่ง
“นั่นสิคะพี่พายสวยมาก ๆ เลย ขนาดดาเป็นผู้หญิงยังหยุดมองไม่ได้เลยค่ะ” ภีรดายิ้มให้พระพายจนตาหยีแต่ภายในใจกลับร้อนรุ่มด้วยความริษยา พระพายเองก็ยิ้มตอบเธอ
“น้องดาเองก็สวยจ้า สวยน่ารักสมวัยเลย” พระพายชมภีรดาตอบด้วยความรู้สึกจากใจของเธอ
“อืม ว่าแต่สวยขนาดนี้พี่พายมีแฟนรึยังเหรอคะ ถ้าให้ดาทายนะคะ ดาว่าพี่พายต้องมีแฟนแล้ว แล้วแฟนพี่พายก็ต้องหล่อมากแน่ ๆ เลย”
“เอ่อคือ...” พอภีรดาถามพระพายก็อึกอักตอบไม่ได้เพราะจะให้ตอบว่ามีก็กลัวทุกคนจะเซ้าซี้ถามว่าใครแต่ถ้าให้ตอบว่าไม่มีก็ดูจะเป็นการโกหก
“หืม... ทำไมอึกอักยัยพาย อย่าบอกนะว่าแกมีแฟนแล้ว” ปรายฟ้าจ้องพระพายอย่างจับผิดจนหญิงสาวหน้าแดงไม่ยอมตอบอะไร ปรายฟ้าจึงจ้องมากขึ้นก่อนจะตาโตเมื่อเห็นรอยจาง ๆ ที่ลำคอ
“ตอบมาตามความจริงเดี๋ยวนี้เลยนะจ้ะพระพายสุดสวย อย่าโกหกเพราะฉันมีหลักฐาน” ปรายฟ้ามองพระพายแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์
“ละ หลักฐานอะไรปราย” พระพายหน้าตื่นที่อยู่ดี ๆ ปรายฟ้าก็ทำเหมือนล่วงรู้อะไรมา อย่าบอกนะว่ามีคนสงสัยเรื่องที่เธอกับอดัมหายเข้าไปในห้องแต่งตัวเป็นเวลานานเข้าให้แล้ว
“แกก็ตอบมาก่อนสิว่าแกมีแฟนหรือยัง เอ๊ะหรือมีสามีดี”
“ปราย...ทำไมพูดแบบนั้น พายเอ่อ...” พระพายน้ำตาคลอ ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม หากเป็นจริงอย่างที่เธอคิดไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ไม่รู้ทุกคนจะมองเธออย่างไร ไหนจะอดัมอีก เธอกลัวว่าจะมีใครเอาไปเม้าท์ไปนินทาจนเขามีข่าวเสียหาย
“เฮ้ยแก! อย่าร้องไห้ดิ ฉันขอโทษฉันแค่เห็นรอยแดงที่คอแก ลยคิดว่าแกแอบมีแฟนแล้วไม่ยอมบอกเพื่อน” ปรายฟ้าตกใจในท่าทางของพระพายจึงเลิกแกล้งเธอทันที
“พี่พายเป็นอะไรรึเปล่าคะ” ภีรดาเองก็รีบแสร้งถามประหนึ่งคนไร้เดียงสาที่เห็นรุ่นพี่สาวร้องไห้ออกมา
“แกแกล้งฉันเหรอปราย” พระพายย้ำถามปรายฟ้าให้แน่ใจ พอเพื่อนพยักหน้ารับเธอจึงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
“แค่แหย่เล่นน่ะแก ก็เห็นคอมีรอยแดงเป็นจ้ำซะขนาดนั้น แต่แกอย่าคิดมากเลยนะ แกจะมีแฟนหรือไม่มี หรือมีแล้วไม่พร้อมเปิดตัวก็เป็นสิทธิ์ของแก ไม่ร้องไห้นะจ้ะคนสวย” ปรายฟ้ายิ้มให้เพื่อนสาวด้วยความจริงใจเพราะพระพายมักจะขี้อายเรื่องแบบนี้เสมอ หากให้เธอเดาเธอก็คิดว่าเพื่อนสาวแสนสวยคนนี้คงได้ไปตกหลุมเสน่หากับหนุ่มคนไหนแล้วเป็นแน่ แต่คงอายไม่กล้าบอกใคร
“อื้อ ขอบใจมากนะแก ถ้าฉันพร้อมเปิดตัววันไหนฉันจะบอกพวกแกคนแรกเลย” พระพายยิ้มให้เพื่อนอย่างโล่งใจพร้อมทั้งเผลอปากพูดเป็นนัยว่าตนเองมีคนรักแล้วอย่างลืมตัว
“นั่นไง! นางฟ้าพระพายหลุดปากแล้ว ว่าแต่แก ผู้ของแกแซบมากไหมวะ ฮ่า ๆ ๆ” ประภาหัวเราะอย่างชอบใจพร้อมทั้งส่งสายตาล้อเลียนให้คนที่เอาแต่เขินอายคำพูดของเพื่อนจนไม่ทันได้สังเกตสายตาอาฆาตแค้นของอีกคนที่จ้องมองด้วยประกายตาลุกเป็นไฟอย่างลืมตัวเพราะเธอนั้นรู้ดีว่าผู้ชายของพระพายที่ทุกคนถามถึงนั้นแซบถึงใจแค่ไหน และทำให้เธอถวิลหาอยากได้เขามาครอบครองจนใจแทบขาด
-วันต่อมา-
ตกค่ำของวันต่อมาซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการถ่ายแบบหลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยทางบริษัทจึงจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ ให้ทุกคนทานอาหารร่วมกันและนั่งดื่มนั่งชิวเพื่อเป็นการผ่อน รวมถึงอดัมเองก็ลงมานั่งสังสรรค์กับทางทีมงานด้วย ทั้งที่ปกติหลังจากเสร็จงานชายหนุ่มจะรีบแยกตัวกลับในทันทีแต่เพราะเป็นห่วงและหวงเมียตัวน้อยเขาจึงอยู่ต่ออีกคืนเพื่อเดินทางกลับพร้อมทีมงานในวันพรุ่งนี้ จวบจนสี่ทุ่ม อดัมจึงส่งข้อความไปหาพระพายเพื่อนัดให้เธอไปหาเขาที่ห้อง ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อคืนเขานอนไม่หลับเพราะไม่ได้กอดเมีย คืนนี้ขอให้เธอไปส่งเขาเข้านอนก่อน ไม่อย่างนั้นเขาจะทำตามใจตัวเองด้วยการเข้าไปหาเธอถึงห้องพัก ก่อนจะขอตัวกับทางทีมงานเพื่อกลับไปนอนรอเมียรักที่ห้อง
“โอ้ย!” เสียงใส ๆ ที่เปล่งร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเรียกให้พระพายที่กำลังแอบเพื่อนที่ทำงานเพื่อจะเดินไปหาอดัมตามที่ชายหนุ่มรบเร้าปนงอแงเอาแต่ใจสั่งให้เธอไปหาต้องหันกลับไปยังต้นเสียงในทันที
“น้องดา! เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ” พระพายรีบสาวเท้าเข้าไปประคองรุ่นน้องที่เธอเห็นว่าล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น
“โอ้ย~ เจ็บค่ะพี่พาย สงสัยก้นจะกระแทกกับพื้นแรง” ภีรดาตอบพระพายด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“ไหวไหมจ้ะ มาพี่ช่วย” พระพายช่วยประคองภีรดาให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
“ขอบคุณค่ะพี่พาย สงสัยดาคงเมา ดาไม่เคยดื่มพี่ ๆ เขายื่นให้แก้วเดียวก็มึนเลย ดาว่าจะกลับไปพักที่ห้องดันมาล้มซะได้” ภีรดาตอบพระพายพลางทำหน้าตาไร้เดียงสาทำให้พระพายยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู
“ทีหลังดื่มไม่เป็นก็ปฏิเสธพี่ ๆ เขาไปนะจ้ะ ไหวไหม มาพี่ช่วยประคองไปที่ห้อง” พระพายบอกก่อนจะช่วยประคองภีรดาที่เธอดูท่าทางว่ารุ่นน้องสาวคงจะเดินไม่ไหวไปส่งที่ห้องด้วยความเป็นห่วง
“ขอบคุณพี่พายมากนะคะที่อุตส่าห์มาส่งดา” ภีรดายิ้มขอบคุณพระพายหลังจากที่นั่งลงที่เตียง
“ไม่เป็นไรจ้า อยู่คนเดียวได้ไหม ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม”
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ รบกวนพี่พายมามากแล้ว ดาเกรงใจ”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะเรื่องเล็กน้อย งั้นพี่ไปก่อนนะจ้ะ” พระพายยิ้มให้ภีรดาก่อนจะหันหลังเดินจะออกไปจากห้อง
“อ๊ะ อื้อ!!!” พระพายรู้สึกตกใจเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีผ้ามาปิดจมูกของเธอเอาไว้และในเวลาไม่นานหญิงสาวก็หมดสติไป