พระพายขยับร่างในตอนสายของอีกวันด้วยความเจ็บร้าวระบมไปทั่วร่าง โดยเฉพาะช่วงกลางกายสาวที่เจ็บแสบจนเธอแทบขยับขาไม่ไหว
“โอ้ย ซี๊ด~” พระพายเผลอส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บทำให้คนที่นอนข้าง ๆ รู้สึกตัวตื่นไปด้วย
“ตื่นแล้วเหรอ” อดัมลืมตาพร้อมปรายตามองพระพายด้วยแววตาเย็นชาทำเอาอีกคนหวั่นใจเพราะไม่เคยได้รับแววตาแบบนี้จากเขานับตั้งแต่ที่คบกันมา
“ตื่นแล้วค่ะ พี่อดัมตื่นนานรึยังคะ” พระพายพยายามไม่คิดถึงแววตาของเขาก่อนจะส่งยิ้มหวานถามคนรักด้วยเสียงออดอ้อนที่เธอมันใช้เป็นประจำ
“ตื่นเมื่อกี้ ลุกขึ้นไปแต่งตัวได้แล้ว” อดัมแสร้งทำเป็นไม่สนใจน้ำเสียงอ้อนของเธอที่เขาชอบฟังแล้วบอกเธอเสียงเข้มด้านตัวเขาเองก็ลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำ
“พี่เป็นอะไรคะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า ถ้าเรื่องเมื่อคืนพาย...”
“หยุด! ไม่ต้องพูดแก้ตัวเรื่องความร่านของเธอพระพาย เลิกพูดถึงมันแล้วก็รีบไปจัดการร่างกายของเธอซะฉันจะกลับกรุงเทพแล้ว!”
“มันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่คิดนะคะพายโดนวางยา” พระพายตกใจกลับเสียงตะคอกของเขาแต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจ
“โดนวางยาเหรอพระพาย แล้วทำไมโง่เดินไปให้มันวางยาถึงห้องนั้นในเมื่อมันคนละชั้นคนละทางกับห้องของฉันด้วยซ้ำ แถมยังมีพยานยืนยันความร่านของเธออีก โดนวางยาหรือเธอเต็มใจลองย***านั่นกันแน่พระพาย!” อดัมตะโกนออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ ทั้งที่อุตส่าห์จะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วเพราะอย่างน้อยเธอก็ยังไม่ได้มีอะไรกับไอ้ตากล้องนั่น แต่แม่ตัวดียังกล้าตื่นมาทำหน้าออดอ้อนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นซ้ำยังจะแก้ตัวอีกคนที่หึงหวงถึงได้โกรธจนไม่ลืมหูลืมตา
พระพายนิ่งอึ้งฟังคำด่าทอจากปากเขาด้วยใจที่รวดร้าว ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะขึ้นเสียงใส่เธอ ไม่เคยที่เขาจะไม่ฟังคำพูดของเธอ แต่ครั้งนี้เขากลับไม่เชื่อใจเธอ ไม่สนใจจะฟังคำอธิบายจากเธอเลยแม้แต่คำเดียวน้ำตาแห่งความเสียใจจึงได้แต่ไหลออกมาไม่ขาดสาย ใจถูกบีบรัดราวกับจะขาดเพราะคนรักไม่ไว้ใจในตัวเธอเลย
“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ ฉันให้เวลาเธอสิบห้านาที” อดัมหันหลังให้ด้วยไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอเพราะมันจะทำให้เขากลายเป็นไอ้โง่ยอมใจอ่อนให้เธอไปทุกที
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยที่ไม่มีการพูดคุยใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อมาถึงห้องพักอดัมเองก็ยังคงเย็นชาใส่พระพาย หญิงสาวเองก็ได้แต่อยู่ห่าง ๆ เขา พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดรอเวลาที่เขาใจเย็นลงเพื่อที่จะได้คุยกันด้วยเหตุผล
“พี่อดัมจะไปไหนคะ” พระพายที่นั่งอยู่โซฟาด้านนอกมาเป็นเวลานานเอ่ยถามคนรักในทันทีที่เห็นเขาแต่งตัวออกมาและทำท่าจะออกไปข้างนอก อดัมทำเพียงปรายตามามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วเดินออกไปจากห้องทิ้งให้ร่างบางยืนรอฟังคำตอบอยู่ตรงนั้นคนเดียว
ดวงตาหวานที่ตอนนี้มีแต่ความเศร้าหมองมองนิ่งไปยังประตูที่เพิ่งปิดสนิทแล้วทรุดลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรงแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมา
“ทำไมไม่ฟังคำอธิบายจากพายบ้างเลยค่ะ พายไม่ได้นอกใจพี่เลยนะ~” พระพายพูดออกมาเบา ๆ คนเดียวด้วยความเสียใจก่อนจะนั่งสะอื้นไห้เฝ้ารอเวลาที่เขาจะกลับมา
-เวลาต่อมา-
“นายครับเลิกดื่มเถอะครับ” ปิแอร์ ลูกน้องคนสนิทของอดัมที่นั่งดื่มเป็นเพื่อนเจ้านายเอ่ยเตือนเจ้านายหนุ่มเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเขาก็จำไม่ได้เพราะตั้งแต่ที่อดัมเข้ามาถึงผับหรูแห่งนี้เจ้านายของเขาก็สั่งเตกีล่าชั้นดีมากระดกราวกับมันเป็นน้ำเปล่าจนนับไม่ถ้วน ตั้งแต่สองทุ่มจนตอนนี้เวลาล่วงเข้าไปตีหนึ่งแล้ว
“อย่ามายุ่งกับกู!” อดัมเอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่นแล้วกระดกแก้วเตกีล่าเข้าปากอีกแก้วหวังให้เหล้าช่วยให้เขาลืมเรื่องที่ทำให้ปวดร้าว พยายามคิดทุกครั้งว่าเหตุการณ์คืนนั้นหญิงสาวโดนนิธิวางยาจริงตามที่เธอได้บอกแต่ภาพที่เห็นเธอกับมันกำลังนัวเนียกัน เสียงที่เธอเว้าวอนร้องขอให้มันทำรักกลับยิ่งตอกย้ำให้เขาคิดว่าเธอเต็มใจที่จะระเริงชู้กับมัน รวมไปถึงเธออาจจะนึกสนุกถึงขั้นลองใช้ยาปลุกเซ็กส์เพื่อเพิ่มความเร้าใจกับมันจนไม่สามารถทำใจยอมรับในเหตุผลแรกได้เลยสักครั้ง ยิ่งคิดใจยิ่งปวดแทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ ถึงได้พึ่งแอลกอฮอล์หวังให้มันช่วยลบเลือนความเจ็บปวดแต่เหมือนยิ่งเมามันจะยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดเสียนี่
“แต่นายดื่มมากเกินไปแล้วนะครับ กลับไปพักผ่อนเถอะนะครับ” ปิแอร์พยายามกล่อมให้คนที่เมาแทบสิ้นสติฟัง
“ไม่! กูไม่กลับ กูไม่อยากกลับไปเจอผู้หญิงใจร้ายคนนั้น” อดัมพูดออกมาราวคนละเมอแววตาไหวระริกด้วยความเสียใจ
“ผมว่านายลองฟังคุณพายอธิบายก่อนดีกว่าไหมครับ มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดก็ได้นะครับ” ปิแอร์เองรับรู้ถึงความรู้สึกของเจ้านายหนุ่มได้เป็นอย่างดีว่ากำลังเสียใจแค่ไหน แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าว่าที่นายหญิงของเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้านายหนุ่มเข้าใจ
“ไม่ได้เป็นอย่างที่กูคิดเหรอ ฮึ! กูเชื่อสิ่งที่กูเห็นมากกว่าคำพูดแก้ตัวเสมอปิแอร์” อดัมแค่นเสียงออกมาแล้วกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้งปิแอร์จึงได้แต่ถอนหายใจในความทนงตัวของเจ้านายหนุ่มที่หึงหวงและโกรธจนไม่ลืมหูลืมตาทั้งที่น่าจะให้โอกาสพระพายได้อธิบายอะไรบ้างสักครั้งก็ยังดี
“ขอโทษนะคะ คุณอดัมรึเปล่าคะ” อยู่ ๆ ก็มีเสียงหวานดังทักเขาขึ้นมาทำให้อดัมหันไปมองด้วยแววตาเฉยชา
“อืม มีไร”
“คุณจำดาได้ไหมคะ ดาเป็นทีมงานที่คุณไปถ่ายแบบเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ” ภีรดารีบแนะนำตัวกับเขา อดัมหรี่ตามองหญิงสาวอยู่ชั่วครู่ก็ส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“จำไม่ได้” อดัมตอบแล้วหันหน้ากลับไปนั่งจ้องมองแก้วเหล้าในมือต่อทำเอาภีรดายิ้มเก้อหน้าแตกที่เขาจำเธอไม่ได้แม้แต่น้อยซ้ำยังไม่คิดจะพูดเพื่อรักษาน้ำใจเธอเลย
“ดาคือคนที่คุณมาถามหาพี่พาย แล้วดาก็พาคุณไปหาพี่พายที่หน้าห้องไงคะ จำได้รึยัง” ภีรดายังคงไม่ลดระความพยายามที่จะมีตัวตนในสายตาเขาจึงงัดไม้ตายออกมาเพราะเขาต้องพอจะจำได้แน่ ๆ และเมื่อสิ้นคำพูดของภีรดาอดัมก็ชะงักแล้วรีบหันหน้ามามองยังหญิงสาว
“ต้องการอะไร” อดัมถามเสียงนิ่ง
“ไม่ได้ต้องการอะไรนี่คะ แค่เห็นคุณนั่งดื่มเงียบ ๆ นานแล้วเลยเดินเข้ามาทักน่ะค่ะ ว่าแต่...มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่าคะ” ภีรดายิ้มให้เขาอย่างไม่ปกปิดความรู้สึก ร่างอวบอิ่มค่อย ๆ ขยับกายเข้ามาใกล้เขาอย่างมีจริต
“เปล่า” อดัมตอบปัดไปอย่างรำคาญ
“เหรอคะ ดานึกว่าคุณเสียใจเรื่องพี่พายซะอีก” ภีรดาถามกลับราวกับคนไม่มีมารยาท ในเวลานี้เธอไม่สนใจหรอกว่าเขาจะมองเธอยังไงเพราะหากไม่เอาเรื่องพระพายมาเป็นประเด็นคืนนี้เธออาจจะชวดก็ได้ ดูก็รู้ว่าเขากำลังเสียใจกับอะไรบางสิ่ง และถ้าให้เดาไม่ผิดคงเป็นเรื่องเมื่อคืนนี้แน่นอน
“พูดเรื่องอะไร เธอต้องการอะไรฮะ!” อดัมได้ยินภีรดาพูดก็กระชากแขนภีรดาเข้าหาตัวแล้วตะคอกถามทันทีเพราะไม่รู้ว่าหญิงสาวไปรู้เรื่องอะไรมาบ้างแล้ว
“โอ้ย! ดาเจ็บค่ะ” ภีรดาร้องออกมาด้วยความตกใจ ไม่นึกว่าเขาจะกระชากเธอแบบนี้
“เธอพูดอะไร เธอรู้อะไรพูดออกมาให้หมด!” อดัมไม่สนใจความเจ็บปวดของภีรดาแต่ตะคอกถามเธอซ้ำ
“คือ คือดา ดาบังเอิญได้ยินพี่พายกับพี่นิธิคุยกันว่าพี่พายเบื่อคุณเพราะคุณไม่เร้าใจไม่ถึงใจ ดาเลยรู้ว่าคุณกับพี่พายคบกัน แล้วหลังจากนั้นเขาสองคนก็ชวนกันไปสนุกกันที่ห้องที่ดาพาเข้าไป ดาเป็นห่วงเห็นคุณนั่งเศร้านานแล้วดาเลยคิดว่าต้องเป็นเรื่องนั้น ดาขอโทษนะคะถ้าดาละลาบละล้วงเรื่องของคุณ แต่ดาเป็นห่วงคุณจริง ๆ” ภีรดารีบแต่งเรื่องโกหกเล่าให้เขาฟังในทันทีตามด้วยท่าทีราวกับลูกนกลูกกาที่กำลังกลัวเขาจนตัวสั่น ซึ่งก็ได้ผลตามที่เธอหวังเพราะเธอเห็นแววตาของเขาที่แทบจะลุกเป็นไฟ
อดัมปล่อยแขนภีรดาแล้วหันไปเทเตกีล่าใส่แก้วจนล้นแก้วก่อนจะยกมันขึ้นกระดกรวดเดียวหมดแก้ว ในใจแทบลุกเป็นไฟ เรื่องมันเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด หญิงร้ายชายชั่ว! ด้านปิแอร์ก็ได้แต่มองเจ้านายหนุ่มอย่างอ่อนใจที่ปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำจนไม่มีสติที่จะคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ซ้ำยังเชื่อคำพูดของผู้หญิงแปลกหน้าที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
“เธอบอกเรื่องที่เธอรู้กับใครบ้าง” อดัมหันกลับไปถามภีรดาเพราะไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เขาคบกับพระพายหรอกแต่เป็นเรื่องที่เมียเขาคบชู้ต่างหาก
“เปล่าค่ะ ดาไม่ได้บอกใครเลยนะคะ” ภีรดารีบส่ายหน้าบอกเขา
“ดี ห้ามบอกใครแล้วฉันจะให้ค่าปิดปาก อยากได้เท่าไหร่ก็บอกลูกน้องฉันเดี๋ยวลูกน้องฉันจะจัดการให้”
“ดาไม่ได้อยากได้ค่าปิดปากนะคะ ดาแค่เป็นห่วงคุณ ดาอยากดูแลคุณ” ภีรดายื่นมือไปลูบมือใหญ่เบา ๆ แล้วมองเขาด้วยสายตายั่วยวน
อดัมมองมือบางที่ลูบไล้มือใหญ่ของเขาก่อนจะค่อย ๆ มองไปยังดวงหน้าสวยที่มองเขาอย่างไม่ปกปิดความต้องการ
“ให้ดาได้แบ่งเบาความเสียใจของคุณได้ไหมคะ หรือถ้าดาช่วยแบ่งเบาความเสียใจนั้นไม่ได้ให้ดาช่วยคุณทำให้ผู้หญิงคนนั้นรับรู้ถึงความเจ็บปวดของคุณก็ได้” เสียงหวานพูดกระซิบพร่าข้างหูเขาจงใจเป่าหูชายหนุ่มช้า ๆ
“ปิแอร์ กูจะกลับแล้ว”