เข็มนาฬิกาบนผนังเคลื่อนตัวมาบรรจบที่เลขสิบสอง บอกเวลาบ่ายโมงตรงพอดี
ความวุ่นวายในช่วงเช้าจางหายไปพร้อมกับคนไข้รายสุดท้ายที่เดินกะเผลกออกจากประตูคลินิก กาเบรียลถอดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดแขวนไว้บนราวไม้เนื้อดีในห้องตรวจ ก่อนจะเดินออกมาที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย เขาขยับเนคไทให้คลายออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอแกร่ง พลางใช้มือเท้าแขนลงบนเคาน์เตอร์ไม้ขัดเงา
"เอมิลี่..." เขาเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม "ช่วงบ่ายนี้มีใครลงนัดไว้อีกไหม?"
หญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงขวดยาบนชั้นวางด้านหลัง สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจปนดีใจ เธอม้วนตัวกลับมาพร้อมรอยยิ้มหวาน รีบเปิดสมุดบันทึกเล่มหนา กวาดสายตาดูรายชื่ออย่างรวดเร็ว
"เอ่อ... ไม่มีแล้วค่ะคุณหมอ คิวช่วงบ่ายว่างยาวเลยค่ะ" เธอตอบเสียงใส พลางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาเป็นประกาย
กาเบรียลพยักหน้าเบาๆ มุมปากยกยิ้มบางๆ อย่างใจดี "ถ้าอย่างนั้น วันนี้คุณเลิกงานได้เลยนะครับ กลับไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมาทั้งเช้าแล้ว"
"เอ๊ะ? จะดีเหรอคะคุณหมอ นี่เพิ่งบ่ายโมงเองนะคะ" เอมิลี่ท้วงเบาๆ ตามมารยาท แต่ในใจลิงโลดที่ได้รับความใส่ใจจากเจ้านาย
"ไม่เป็นไรครับ พอดีผมเองก็มี... ธุระ ที่ต้องออกไปทำข้างนอกเหมือนกัน" กาเบรียลเว้นจังหวะคำพูดเล็กน้อย ดวงตาคมกริบวูบไหวด้วยความนัยบางอย่างที่เอมิลี่ไม่อาจล่วงรู้ "ฝากคุณช่วยจัดการปิดร้านให้ผมทีนะ"
"ด... ได้เลยค่ะ! เดี๋ยวเอมิลี่จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเองค่ะ คุณหมอไม่ต้องห่วงนะคะ"
หญิงสาวรับคำเสียงหวาน แก้มเนียนซับสีเลือดฝาดด้วยความเขินอายที่เขาพูดจาอ่อนโยนด้วย เธอมองร่างสูงสง่าของกาเบรียลที่หันหลังเดินไปหยิบเสื้อโค้ทตัวยาวและหมวกใบเก่ง โดยไม่รู้เลยว่า "ธุระ" ที่เขากำลังจะไปทำนั้น... อาจจะไม่ได้งดงามเหมือนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย
กาเบรียลสวมเสื้อโค้ทตัวยาวเนื้อหนาเพื่อกันลมหนาวก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบ หมวกทรงแฟลตแคป หรือ หมวกนิวส์บอย ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สุภาพบุรุษบางกลุ่ม ขึ้นมาสวมทับกลุ่มผมสีเข้ม จัดทรงให้ปีกหมวกโน้มลงมาปิดบังสายตาเล็กน้อย เพิ่มเสน่ห์ลึกลับให้กับใบหน้าหล่อเหลา
เขาผลักประตูเดินออกมาสู่อากาศเย็นเยือกภายนอก ยืนสูดอากาศอยู่หน้าคลินิกครู่หนึ่ง ขณะกำลังจะก้าวเท้าเดินไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดเทียบอยู่ริมฟุตบาท จังหวะนั้นเอง เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"สวัสดีค่ะคุณหมอ..."
กาเบรียลชะงักฝีเท้า หันไปตามต้นเสียง พบกับร่างอรชรของหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามหมดจดและดูไร้เดียงสาราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
เซราฟิน่า ลูกสาวคนสวยของมหาเศรษฐีเจ้าของโรงแรมหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากคลินิกของเขา เธอยืนอยู่ตรงนั้นในชุดกระโปรงบานฟูฟ่องสีพาสเทล สวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ราคาแพง รอยยิ้มของเธอสว่างไสวแข่งกับแสงอาทิตย์ แววตาคู่สวยฉายแววสดใสและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ช่างดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง... และน่าทำลายในเวลาเดียวกัน
"ปิดคลินิกแล้วเหรอคะ?" เธอเอียงคอถามเล็กน้อย ท่าทางน่าเอ็นดู "วันนี้เลิกงานเร็วจังเลยนะคะ"
"ครับ ขอตัวนะ"
กาเบรียลเอ่ยตัดบทเสียงเรียบ สั้นและห้วน แฝงความห่างเหินไว้อย่างชัดเจน เขาขยับหมวกแฟลตแคปเล็กน้อยเป็นการบอกลาตามมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดเทียบฟุตบาทอยู่ โดยไม่คิดจะหันกลับมามอง
แต่เซราฟิน่าไม่ใช่หญิงสาวที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ โดยเฉพาะกับชายหนุ่มที่เธอปักใจหลงใหล เธอรีบสาวเท้าก้าวเร็วๆ ตามหลังร่างสูงสง่านั้นไปจนทัน
"คุณหมอกำลังจะไปไหนเหรอคะ?" เธอกลั้นใจถามออกไปเสียงสั่นเล็กน้อย "เอ่อ... คือว่า... ฉันขอไปด้วยได้ไหมคะ?"
รองเท้าหนังขัดมันของกาเบรียลหยุดชะงักกึก...
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับมามองหญิงสาวช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยความคาดหวัง ผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ และดวงตากลมโตที่ใสซื่อบริสุทธิ์...
ช่างงดงาม... และล่อตาล่อใจเหลือเกิน
แววตาของกาเบรียลไม่ได้วูบไหวด้วยความเสน่หา มันยังคงราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่งลึก แต่ในใจลึกๆ สัญชาตญาณบางอย่างกำลังถูกปลุกเร้า เขาพิจารณาเหยื่อผู้กล้าหาญหรือโง่เขลาตรงหน้าเพียงครู่เดียวก่อนจะเอ่ยตอบสั้นๆ
"เชิญ"
สิ้นคำอนุญาต เขาก็เปิดประตูฝั่งคนขับและก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ทันทีโดยไม่รอเปิดประตูให้สุภาพสตรีตามธรรมเนียม แต่เซราฟิน่าไม่ถือสา เธอยิ้มกว้างจนตาหยี รีบวิ่งอ้อมไปที่ประตูฝั่งผู้โดยสาร กระชากเปิดมันออกแล้วพาตัวเองเข้าไปนั่งเคียงข้างเขาด้วยความตื่นเต้น
Jaguar Mark VII สีดำขลับ... รถซาลูนหรูขนาดใหญ่ที่สง่างามและกว้างขวางที่สุดในยุคนั้น คำรามกระหึ่มขึ้นเมื่อกาเบรียลบิดกุญแจสตาร์ท ตัวถังอันหนาหนักสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่เขาจะเข้าเกียร์และขับเคลื่อนมันออกไปบนท้องถนนอย่างนิ่มนวลและใจเย็น
ภายในรถคันหรู เซราฟิน่านั่งตัวลีบ ก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก แก้มใสแดงปลั่งราวกับลูกตำลึงสุก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นหนังแท้ของเบาะรถทำให้เธอรู้สึกมึนงงและเคลิบเคลิ้ม
เธอไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า... วันนี้จะได้มานั่งรถเคียงคู่กับคุณหมอกาเบรียล ชายในฝันที่เธอแอบมองมาตลอด
ไม่นานล้อรถจากัวร์ก็หมุนบดไปบนถนนดินลูกรัง ฝุ่นสีแดงฟุ้งกระจายไล่หลังรถสปอร์ตคันหรูที่ดูไม่เข้ากับทิวทัศน์รอบข้างแม้แต่น้อย ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามของลอนดอนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง แทนที่ด้วยทุ่งหญ้ารกชัฏและบ้านเรือนซอมซ่อที่ปลูกสร้างอย่างตามมีตามเกิด
เซราฟิน่ามองออกไปนอกกระจกด้วยความกังวลเล็กน้อย มือเรียวบีบเข้าหากันแน่น "เอ่อ... คุณหมอคะ เรากำลังจะไปไหนกันเหรอคะ? แถวนี้ ดู... เปลี่ยวจังเลย"
"ไปเยี่ยมคนไข้พิเศษครับ" กาเบรียลตอบเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องไปที่ถนน "คนไข้ที่รอความช่วยเหลือ... แต่ไม่มีเงินพอจะเดินทางไปหาผมในเมือง"
คำตอบนั้นทำให้ความหวาดระแวงในใจของหญิงสาวมลายหายไปทันที แทนที่ด้วยความรู้สึกผิดที่เผลอมองเขาในแง่ร้าย... เขาช่างเป็นคนดีอะไรอย่างนี้
รถจอดสนิทที่ลานดินกลางชุมชนแออัดชานเมือง กลิ่นน้ำเน่าขังและขยะโชยมาแตะจมูกทันทีที่ก้าวลงจากรถ สภาพความเป็นอยู่ของที่นี่แร้นแค้นราวกับโลกอีกใบ ผู้คนสวมเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น เนื้อตัวมอมแมม
แต่ทันทีที่ชาวบ้านเห็นร่างสูงสง่าในชุดโค้ทราคาแพงเดินลงมา แววตาที่สิ้นหวังของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นประกายแห่งความศรัทธา
"คุณหมอ! คุณหมอกาเบรียลมาแล้ว!"
ชาวบ้านต่างพากันกรูเข้ามาหา ราวกับฝูงแกะที่รอคอยผู้เลี้ยง กาเบรียลเดินตรงเข้าไปหาคนเจ็บป่วยที่นั่งรออยู่ใต้เพิงสังกะสีผุพัง เขาคุกเข่าลงบนพื้นดินสกปรกอย่างไม่ถือตัว มือหนาที่สวมถุงมือยางบรรจงทำแผลเน่าเฟะที่ขาของชายชราขอทานอย่างเบามือ โดยไม่มีท่าทีรังเกียจขยะแขยงแม้แต่น้อย
"ขอบคุณครับคุณหมอ... ขอบคุณเหลือเกิน..." ชายชราพนมมือไหว้ น้ำตาไหลอาบแก้มเปรอะเปื้อน "ถ้าไม่ได้คุณหมอ ผมคงตายไปแล้ว... คุณหมอเป็นเหมือนพระเจ้ามาโปรดพวกเราจริงๆ"
"พระเจ้า..."
คำคำนั้นทำให้มุมปากของกาเบรียลกระตุกยิ้มพึงพอใจเพียงเสี้ยววินาที เขาซึมซับแววตาเทิดทูนบูชาเหล่านั้นราวกับมันเป็นอาหารทิพย์ นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ... การเป็นผู้กำหนดความเป็นความตาย และได้รับการยกย่องประดุจสมมติเทพ
เซราฟิน่ายืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ ด้วยหัวใจที่พองโต เธอเห็นเพียงเทพบุตรผู้เสียสละ ผู้ชายที่แสนดีและอบอุ่นที่สุดในโลก
เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงจนกระทั่งคนไข้คนสุดท้ายได้รับการรักษา กาเบรียลถอดถุงมือออก ล้างมือด้วยน้ำสะอาดที่ชาวบ้านเตรียมไว้ให้ ก่อนจะเดินกลับมาที่รถ
แปะ แปะ แปะ...
เสียงปรบมือเปาะแปะดังขึ้นจากหญิงสาวที่ยืนรออยู่ เซราฟิน่าส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แววตาเป็นประกายระยับ "คุณหมอสุดยอดไปเลยค่ะ... ฉันไม่เคยเห็นใครทุ่มเทเพื่อคนอื่นขนาดนี้มาก่อนเลย"
กาเบรียลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือ "คุณไม่เบื่อเหรอครับ? ต้องมายืนรอนานๆ ในที่แบบนี้... กลิ่นก็ไม่ค่อยดี ฝุ่นก็เยอะ"
หญิงสาวส่ายหน้าดิก ผมลอนสวยสะบัดไปมา "ไม่เลยค่ะ ไม่เบื่อเลยสักนิด ฉันเต็มใจรอค่ะ"
กาเบรียลหยุดเช็ดมือ ดวงตาคมกริบลึกล้ำจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยของเธอ นิ่งนานจนหญิงสาวเริ่มทำตัวไม่ถูก ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้
"ผมคิดว่า... ผู้ดีอย่างคุณ จะไม่ชอบสถานที่แบบนี้ซะอีก"
เซราฟิน่าไม่ได้เอ่ยตอบวาจาใดออกมา ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดเขิน ใบหน้าหวานซึ้งขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู เธอทำเพียงก้มหน้างุดหลบสายตาคมกริบคู่นั้น พลางใช้นิ้วมือทัดปอยผมที่รุ่ยลงมาไว้ที่หลังหูแก้เก้อ
ปฏิกิริยาที่ไร้เดียงสาและหัวอ่อนเช่นนี้... อยู่ในสายตาของกาเบรียลทั้งหมด
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมาย ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินกลับไปที่รถ
"กลับกันเถอะครับ เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน"
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันกลับมาที่รถจากัวร์คันหรูที่จอดโดดเด่นอยู่ท่ามกลางความเสื่อมโทรม กาเบรียลทำหน้าที่สารถีพาหญิงสาวนั่งกลับเข้าไปในห้องโดยสารที่หรูหราและปลอดภัย ตัดขาดจากโลกภายนอกที่สกปรกโสมมอีกครั้ง
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องเมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากชุมชนแออัด ทิ้งฝุ่นดินและความยากจนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับสู่แสงสีและความศิวิไลซ์ของลอนดอน
ระหว่างทางกลับ บรรยากาศภายในห้องโดยสารของ Jaguar Mark VII เงียบสงบและหรูหรา มีเพียงเสียงลมพัดผ่านกระจกหน้าต่างที่ลดลงเล็กน้อยเพื่อรับอากาศยามบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีส้มเริ่มทอแสงอ่อนลง พาดผ่านใบหน้าด้านข้างของกาเบรียลที่กำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถ ทำให้เขาดูราวกับรูปสลักที่งดงามและเย็นชา
เซราฟิน่าลอบมองเขาเป็นระยะ หัวใจยังคงเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในความฝันที่ไม่อยากตื่น