เสียงมีดสเตนเลสเนื้อดีกระทบกับจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงดัง กริ๊ก... เบาๆ ก้องกังวานไปทั่วห้องรับประทานอาหารที่โอ่อ่าแต่เงียบเชียบ
คฤหาสน์ของตระกูลแพทย์เก่าแก่หลังนี้ใหญ่โตสมฐานะ แต่มันกลับดูว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวา แสงเทียนบนเชิงเทียนเงินส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของ กาเบรียล ทำให้เกิดเงาทาบทับที่ดูลึกลับน่าค้นหา เขานั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเจ้าชายในปราสาทร้าง
เซราฟิน่า ในชุดราตรีที่สวยที่สุดของเธอนั่งอยู่ทางขวามือ เธอมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นตาตื่นใจในความหรูหราที่รายล้อม
"คุณหมอปกติคุณนอนที่คลินิก ไม่คิดถึงบ้านเหรอคะ" เธอชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ พลางจิบไวน์แดงรสเลิศที่เขาเป็นคนรินให้
กาเบรียลค่อยๆ บรรจงหั่นเนื้อสเต๊กชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวอย่างเชื่องช้าและละเอียดละออ ก่อนจะวางมีดและส้อมลงแล้วใช้ผ้าเช็ดปากซับมุมปากเบาๆ
"ไม่ครับ..." เขาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเปลวเทียน "ปกติผมจะใช้ชีวิตอยู่ที่ กระท่อมกลางป่า มากกว่า"
คำตอบนั้นแฝงความนัยที่น่าขนลุก... กระท่อมที่เขาใช้สร้างงานศิลปะ คือที่ที่เขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองที่สุด ไม่ใช่คฤหาสน์ที่ต้องใส่หน้ากากผู้ดีตีนแดงแห่งนี้
"คุณหมอคงชอบความเงียบสงบสินะคะ" เซราฟิน่าหัวเราะเสียงใสอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่าความสงบที่เขาชอบ คือความสงบของร่างที่ไร้วิญญาณ
เธอหมุนแก้วไวน์เล่น แก้มเริ่มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยแววตาที่เป็นประกายหวานเชื่อม
"แล้ว... บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ คุณหมออยู่คนเดียวไม่เหงาแย่เหรอคะ?" เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย "เพียบพร้อมทั้งฐานะ หน้าตา แล้วก็จิตใจดีขนาดนี้... ทำไมถึงยังไม่มีคุณนายของบ้านสักทีล่ะคะ?"
กาเบรียลละสายตาจากเปลวเทียน หันมาสบตากับหญิงสาวที่กำลังทอดสะพานให้เขาอย่างโจ่งแจ้ง รอยยิ้มมุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย... เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่ไปไม่ถึงดวงตา
"ผมเป็นคนเลือกมากน่ะครับ..." เขาเอ่ยเสียงนุ่ม "ผมมักจะมองหาความสมบูรณ์แบบ... ผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของผม ต้องเป็นคนที่พิเศษจริงๆ"
เขาเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์ รินเติมลงในแก้วของเธอเพิ่มอีกจนเกือบปริ่ม
"และผมคิดว่า... คืนนี้ ผมอาจจะเจอคนที่ผมตามหาแล้วก็ได้"
คำหวานที่อาบยาพิษทำให้เซราฟิน่ายิ้มแก้มแทบปริ เธอรีบยกแก้วไวน์ขึ้นจิบแก้เขิน
หลังจากมื้อค่ำที่ปราศจากสิ่งเจือปนใดๆ นอกจากความหรูหราและบทสนทนาที่น่าหลงใหล กาเบรียลทำหน้าที่สุภาพบุรุษด้วยการขับรถพาเซราฟิน่ามาส่งถึงหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ของเธอ
รถยนต์คันหรูจอดสนิท เครื่องยนต์เดินเงียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง กาเบรียลลงจากรถเดินมาเปิดประตูให้หญิงสาวอย่างนอบน้อม
เซราฟิน่าก้าวลงจากรถ แสงไฟจากโคมหน้าบ้านส่องกระทบใบหน้าสวยที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เธอหันมาสบตากับคุณหมอหนุ่มด้วยแววตาเป็นประกาย
"ขอบคุณมากนะคะสำหรับมื้อค่ำวันนี้... อาหารอร่อยมากจริงๆ ค่ะ" เธอยิ้มหวาน "ไว้คราวหน้า ให้โอกาสฉันเป็นเจ้ามือเลี้ยงคืนบ้างนะคะ"
กาเบรียลพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูอบอุ่น "ด้วยความยินดีครับ ผมจะตั้งตารอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ... ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าที่คลินิก จูบที่เธอมอบให้เขาโดยไม่ตั้งใจ ผุดขึ้นมาในความคิดของเซราฟิน่าอีกครั้ง เลือดสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
เธอรีบยกมือขึ้นทัดผมที่ร่วงลงมาไว้หลังใบหูแก้เขิน กิริยาที่ดูเป็นธรรมชาติแต่แฝงไปด้วยจริตของผู้หญิงที่กำลังตกหลุมรัก
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณหมอ..." เธอเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม แล้วหันหลังเดินกึ่งวิ่งเข้าบ้านไปทันที ทิ้งให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ
กาเบรียลมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนเธอลับสายตา รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความเรียบเฉยที่ไร้อารมณ์ เขาเดินกลับไปขึ้นรถ แล้วขับเคลื่อนยานพาหนะราคาแพงแล่นออกไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงแสงไฟท้ายสีแดงที่ค่อยๆ จางหายไป
แต่ทว่า... ในมุมมืดของกำแพงอิฐใกล้ๆ กับจุดที่รถเคยจอดอยู่ ร่างหนึ่งในชุดคลุมสีเข้มค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด
อิซาเบลล่า...
อดีตแม่ชีผู้ยอมละทิ้งศรัทธา ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ สายตาของเธอจ้องมองไปที่ประตูบ้านของเซราฟิน่าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
มันคือส่วนผสมของความเจ็บปวด ความผิดหวัง และความหึงหวงที่พุ่งพล่านขึ้นมาเหมือนลาวาที่กำลังจะระเบิด
ฉันอุตส่าห์หนีออกจากโบสถ์... ยอมทิ้งพระเจ้า ยอมเป็นคนบาป เพื่อไปตามนัดของเขา
ฉันไปรอเขาที่นั่น... รอแล้ว... รอเล่า...
จนแสงตะวันลับขอบฟ้า จนความมืดมิดและหนาวเหน็บเข้าปกคลุมป่าทั้งป่า ฉันนั่งกอดเข่ารอเขาด้วยความหวัง แต่เขาก็ไม่มา
ความกังวลว่าเขาอาจจะเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอตัดสินใจโบกรถชาวบ้านเข้าเมืองมาตามหาเขา แต่สิ่งที่เธอได้เห็นกับตาตัวเองในตอนนี้กลับเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกทิ้ง
ภาพของกาเบรียลที่ยิ้มให้ผู้หญิงคนอื่น... ผู้หญิงที่ดูสวยสง่า ร่ำรวย และดูคู่ควรกับเขามากกว่าแม่ชีตกอับอย่างเธอ
ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นเขินอาย และทัดผมอย่างมีความสุข
"ไหนคุณบอกให้ฉันไปรอที่กระท่อม..." อิซาเบลล่าพึมพำเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความน้อยใจคลอเบ้า "แต่คุณกลับมามีความสุขอยู่กับผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ?"
ไฟริษยาเริ่มกัดกินหัวใจที่เคยบริสุทธิ์... ตอนนี้เธอกลายเป็นคนไม่มีที่ไป และเธอจะไม่ยอมเสียเขาไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
At High Street Kensington
แม้เขาจะมีคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่โตที่สืบทอดมาจากตระกูล แต่มันกลับกว้างขวางจนว่างเปล่าและหนาวเหน็บเกินกว่าจะข่มตานอนได้ สำหรับกาเบรียลแล้ว นอกจากกระท่อมกลางป่าที่เปรียบเสมือนวิหารศักดิ์สิทธิ์... ก็มีเพียง "คลินิก" แห่งนี้เท่านั้น ที่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศแห่งความเป็นความตาย ทำให้เขารู้สึกสงบใจจนสามารถหลับได้สนิท
มือหนาหยิบพวงกุญแจขึ้นมาไขที่แม่กุญแจ เสียงโลหะกระทบกันดัง กริ๊ก เบาๆ ในความเงียบ เขาผลักประตูไม้เข้าไปด้านใน เตรียมจะปิดล็อคเพื่อพักผ่อน
ทว่า... ในจังหวะที่บานประตูกำลังจะงับปิดลง นิ้วมือเรียวสวยที่ขาวซีดมือหนึ่งก็ยื่นเข้ามาขวางรั้นบานประตูเอาไว้
กาเบรียลชะงักมองลอดช่องว่างของประตู พบกับใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของ อิซาเบลล่า ดวงตาของเธอแดงช้ำ จ้องมองมาที่เขาด้วยความร้าวราน
เขาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"คุณมาที่นี่ได้ยังไง..." เขาถามเสียงเรียบ
แต่อิซาเบลล่าไม่รอตอบคำถาม เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีแทรกตัวเบียดเข้ามาด้านในคลินิกทันที จนกาเบรียลต้องถอยหลังเปิดทางให้
ทันทีที่ประตูปิดลงและเสียงกลอนล็อคดัง แกร๊ก ความอดทนของอดีตแม่ชีสาวก็ขาดผึงลง
"ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้!" เธอตะโกนใส่หน้าเขาเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก "คุณบอกให้ฉันไปรอที่กระท่อม... ฉันทิ้งพระเจ้า ทิ้งทุกอย่างเพื่อคุณ! แต่คุณกลับไปเสวยสุขอยู่กับนังผู้หญิงคนนั้น!"
"ฉันเห็นนะ! อีเซราฟิน่านั่น... คุณยิ้มให้มัน!" เธอทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งของเขาอย่างระบายอารมณ์ "คุณหลอกฉันใช่ไหม! คุณเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง!"
เสียงโวยวายของเธอดังก้องไปทั่วห้องตรวจที่เงียบสงัด กาเบรียลยืนนิ่ง ปล่อยให้เธอทุบตีและด่าทอโดยไม่ตอบโต้หรือปัดป้อง เขาเพียงแค่ก้มลงมองใบหน้าสวยที่บิดเบี้ยวด้วยความหึงหวงและเจ็บปวด
ในสายตาของเขา... ความโกรธเกรี้ยวของเธอมันช่างดูงดงามราวกับงานศิลปะ
เมื่อเธอเริ่มหมดแรงและทำได้เพียงสะอื้นไห้ กาเบรียลก็ค่อยๆ ยกมือขึ้น...
ปลายนิ้วโป้งที่เย็นเฉียบของเขาแตะลงบนแก้มเนียนที่ร้อนผ่าวอย่างแผ่วเบา เขาค่อยๆ เกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาให้อิซาเบลล่าอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญ
สัมผัสที่คาดไม่ถึงทำให้อิซาเบลล่าชะงัก เสียงสะอื้นเงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หวังจะเห็นความรู้สึกผิด... แต่สิ่งที่เธอเห็นในดวงตาคมกริบคู่นั้น กลับเป็นเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน
"คุณช่างงดงามเหลือเกิน... เวลาที่คุณกำลังริษยาแบบนี้"
กาเบรียลกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู ก่อนจะฉกฉวยริมฝีปากอิ่มของเธอมาครอบครองอย่างรวดเร็วและรุนแรง มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนตอนเช็ดน้ำตา แต่มันคือจูบที่ดุดัน เรียกร้อง และแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเอาแต่ใจ
"อื้อออ!!"
อิซาเบลล่าครางประท้วงในลำคอ แต่ร่างกายกลับทรยศต่อสมอง เธอจูบตอบเขาอย่างดูดดื่มด้วยความโหยหา มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นโอบรัดรอบคอแกร่งแน่นเพื่อรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น
กาเบรียลรวบเอวบางของเธอไว้แน่น ดันร่างเล็กให้ถอยหลังไปจนชนกับเคาน์เตอร์วางเวชระเบียน
ปึง!
เสียงแฟ้มประวัติคนไข้ร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น แต่ไม่มีใครสนใจ กาเบรียลอุ้มร่างของอิซาเบลล่าขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์เย็นเฉียบ แทรกกายแกร่งเข้าไปอยู่ระหว่างขาเรียวของเธอทันที
"ผมไม่ได้หลอกคุณ..." กาเบรียลผละริมฝีปากออกเล็กน้อย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำน้ำ "ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่หุ่นเชิด... แต่คุณ อิซาเบลล่า... คุณคือของจริง"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนยาพิษรสหวานที่มอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอจนหมดสิ้น
มือหนาเริ่มซุกซน ปลดเปลื้องเสื้อผ้าชุดลำลองที่เธอสวมใส่อย่างชำนาญและรวดเร็ว ผิวขาวเนียนละเอียดที่เคยถูกปกปิดไว้ภายใต้ชุดแม่ชี บัดนี้ปรากฏแก่สายตาภายใต้แสงไฟสลัวของคลินิก หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ
กาเบรียลก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มตีตราความเป็นเจ้าของจนขึ้นรอยแดงจางๆ
"อ๊าา... ได้โปรด..."
อิซาเบลล่าแอ่นอกรับสัมผัส เชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียวซ่าน มือเรียวขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของเขาแน่น ไฟราคะที่เธอเคยกดข่มไว้ด้วยศีลธรรม บัดนี้มันระเบิดออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัด เมื่ออยู่ต่อหน้าปีศาจตนนี้
กาเบรียลเลื่อนมือลงไปสัมผัสจุดอ่อนไหวกลางกายสาวที่เปียกชุ่ม เขายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
"ดูสิ... คุณพร้อมสำหรับผมขนาดไหน"
เขาจัดการปลดเข็มขัดและกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นความแข็งขึงที่พร้อมรบ ก่อนจะจับสะโพกมนของเธอให้มั่น แล้วแทรกกายเข้าไปในตัวเธอรวดเดียวจนสุดทาง
"กรี๊ดดดด! อื๊ออออ!"
อิซาเบลล่ากรีดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดระคนสุขสม เล็บจิกเกร็งลงบนบ่ากว้างแน่น กาเบรียลไม่รอช้า เขาเริ่มขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าหาเธออย่างหนักหน่วงและดิบเถื่อน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้องตรวจ ผสานไปกับเสียงครางกระเส่าของคนทั้งคู่
บทเพลงรักอันเร่าร้อนดำเนินไปอย่างบ้าคลั่งบนเคาน์เตอร์พยาบาล... อดีตแม่ชีผู้บริสุทธิ์ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นทาสรักที่สมบูรณ์แบบ กาเบรียลตักตวงความสุขจากร่างกายของเธออย่างตะกละตะกลาม ทุกจังหวะที่เขาส่งมอบให้ คือการตอกย้ำว่าเธอเป็นของเขา... ของเขาเพียงคนเดียว
"อ๊าา... ฉันเป็นของคุณ... กาเบรียล..."
ไม่กี่นาทีต่อมา
หลังจากพายุอารมณ์ในคลินิกสงบลง กาเบรียลจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยและพาอิซาเบลล่าขึ้นรถหรูมุ่งหน้าสู่ป่าลึกทันที
ตลอดทางมีเพียงความเงียบสงัด กาเบรียลขับรถด้วยความใจเย็น มือข้างหนึ่งประคองพวงมาลัย ส่วนอีกข้างกุมมือของอิซาเบลล่าไว้หลวมๆ
"คุณต้องไปซ่อนตัวที่กระท่อมของผมสักพักนะอิซาเบลล่า..." เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล "ทางโบสถ์คงกำลังตามหาตัวคุณให้วุ่น ถ้าคุณยังอยู่ในเมือง มันจะไม่ปลอดภัย รอให้เรื่องเงียบลงก่อน... แล้วเราค่อยเริ่มชีวิตใหม่ด้วยกัน"
อิซาเบลล่าพยักหน้ารับอย่างว่างง่าย แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความรักและความเชื่อใจ เธอพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่เขาสั่ง เพราะตอนนี้เขาคือโลกทั้งใบของเธอ