แม้สองแขนจะถูกแขวนตรึงไว้กับขื่อจนปลายเท้าลอยไม่ติดพื้นและยาเริ่มออกฤทธิ์กดประสาท แต่เลือดนักสู้และความจงรักภักดีของ ดิมิทรี กลับสูบฉีดพล่าน เขาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิดจนโซ่ตรวนด้านบนส่งเสียงดังลั่น
เคร้ง! เคร้ง!
"ไอ้โรคจิต! แก... แกมันไม่ใช่คน!" ดิมิทรีตะโกนก้อง เสียงห้าวหาญดังกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน ใบหน้าของเขาแดงก่ำจากการห้อยหัวและแรงโทสะ "แกรู้ไหมว่าแกกำลังเล่นอยู่กับใคร!?"
บอดี้การ์ดหนุ่มถ่มน้ำลายเหนียวหนืดลงพื้น เฉียดรองเท้าหนังราคาแพงของกาเบรียลไปเพียงนิดเดียว
"แน่จริงก็ปล่อยกูลงสิวะ! มาสู้กันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชาย! หรือว่าพวกแกไม่มีน้ำยา!"
กาเบรียลที่กำลังจะลงมีดกับวิกเตอร์ชะงักมือ...
เขาถอนหายใจเบาๆ ราวกับครูที่ระอากับนักเรียนหลังห้องที่ส่งเสียงดังรบกวนสมาธิ กาเบรียลค่อยๆ วางมีดลง แล้วหันกลับมามองร่างที่กำลังแกว่งไกวอยู่กลางอากาศ
เขาเดินตรงเข้าไปหาดิมิทรี ในมือหยิบ ที่ล็อคลูกตา Eye Speculum โลหะวาววับสองอันติดมือมาด้วย
"คุณทำหน้าที่บอดี้การ์ดได้ดี... ซื่อสัตย์และภักดี" กาเบรียลเอ่ยชมเสียงเรียบ ขณะหยุดยืนตรงหน้าใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อและเส้นเลือดปูดโปนของดิมิทรี "แต่บอดี้การ์ดที่ดี... ต้องรู้จักเปิดตาให้กว้างอยู่เสมอ จะได้ไม่พลาดเหมือนวันนี้"
"ถุย!" ดิมิทรีพยายามจะสะบัดตัวเตะ แต่ขาก็ถูกมัดแน่น เขาจึงทำได้แค่เหวี่ยงตัวไปมา
ด้วยร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในหน่วยรบพิเศษ และไม่ได้กินยาคลายกล้ามเนื้อสะสมมาหลายวันเหมือนเจ้านาย ทำให้ดิมิทรียังพอมีแรงต้านทานยาอยู่บ้าง กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาเกร็งเขม็งจนเห็นเส้นเอ็นปัดป่ายไปมา พยายามขัดขืนสุดชีวิต
"อย่า... เข้ามา..."
เมื่อกาเบรียลยื่นมือเข้ามาใกล้ ดิมิทรีรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย สะบัดศีรษะหลบอย่างรุนแรง! แรงเหวี่ยงนั้นมากพอที่จะทำให้กาเบรียลต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ดื้อด้านจริงๆ..." กาเบรียลพึมพำ น้ำเสียงเริ่มเจือความรำคาญ "ผมไม่อยากใช้ความรุนแรงกับงานศิลปะหรอกนะ แต่ดูท่าคุณจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ"
ฉับพลันนั้น กาเบรียลพุ่งตัวเข้าไปประชิด มือข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมสีเข้มของดิมิทรีแล้วกระชากศีรษะให้แหงนขึ้นอย่างแรง อีกมือหนึ่งบีบกรามแกร่งบังคับให้หน้าหันมาล็อคเป้า
ดิมิทรีขบกรามแน่น ดวงตาจ้องมองกาเบรียลด้วยความอาฆาตแค้น ร่างกายสั่นเทิ้มจากการฝืนฤทธิ์ยา เหงื่อกาฬไหลพรากลงมาเข้าตาจนแสบพร่า แต่เขาก็ไม่ยอมหลับตาหนี
กาเบรียลอาศัยจังหวะที่ดิมิทรีต้องสูดหายใจ เขาใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่จุดชีพจรหลังใบหูอย่างแรง ทำให้ดิมิทรีสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บปวดจี๊ดขึ้นสมอง กล้ามเนื้อคอเผลอผ่อนแรงลงชั่วขณะ
กริ๊ก!
กาเบรียลสอดขาโลหะเย็นเฉียบเข้าไปในเปลือกตาข้างขวาทันที!
"อึก!!" เสียงร้องคำรามต่ำๆ ดังลอดไรฟันของดิมิทรี เมื่อโลหะแข็งๆ ครูดกับเบ้าตาและถ่างเปลือกตาที่พยายามจะปิดลงให้เปิดกว้างขึ้นอย่างฝืนธรรมชาติ
กาเบรียลไม่รอช้า รีบจัดการกับตาข้างซ้ายต่อทันที ดิมิทรีพยายามสะบัดหน้าหนีอีกครั้ง แต่มันสายไปแล้ว... ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผา ตอนนี้กลับพ่ายแพ้ต่อพันธนาการและกลไกชิ้นเล็กๆ
กริ๊ก!
ทันทีที่เสียง กริ๊ก ของที่ล็อคตาอันที่สองดังขึ้น... ยังไม่ทันที่ ดิมิทรี จะได้ตั้งตัวหรือสูดลมหายใจเพื่อรวบรวมสติ
กาเบรียลก็ขยับมือด้วยความรวดเร็วปานงูฉก มือเรียวข้างหนึ่งพุ่งเข้าไปบีบกรามของบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างแรงจนปากอ้าค้าง อีกมือคว้าคีมโลหะสอดเข้าไปหนีบลิ้นหนาๆ แล้วกระชากออกมาจนสุดแรง
ฉับ!
เสียงกรรไกรตัดผ่านกล้ามเนื้อลิ้นดังกรุบกริบชวนสะอิดสะเอียน ตามมาด้วยเลือดสีแดงฉานที่พุ่งกระฉูดออกมาเป็นสายราวกับท่อแตก กลิ่นคาวเลือดสดๆ ฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วห้องใต้ดินในชั่วพริบตา
"อื้อออ!!! อ็อก!!"
ดิมิทรีทำได้เพียงส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ เลือดไหลย้อนลงมาท่วมหน้าผากและดวงตาที่ถูกถ่างค้างไว้ ความเจ็บปวดมหาศาลแล่นพล่านจนร่างที่ถูกแขวนห้อยหัวกระตุกเกร็งไปมาอย่างน่าเวทนา
ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว... บนเตียงเหล็กเย็นเฉียบ
ท่านทูตวิกเตอร์ ที่ดวงตาถูกตรึงเปิดกว้างอยู่ก่อนแล้ว จำต้องทนดูภาพความสยดสยองนั้นอย่างชัดเจนระดับความคมชัดสูงสุด เหงื่อกาฬเม็ดโป้งผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า ไหลย้อยลงมาตามขมับผสมกับน้ำตาแห่งความหวาดกลัว
วินาทีนี้นั่นเอง... ที่ความจองหองในใจของท่านทูตผู้ยิ่งใหญ่พังทลายลงอย่างราบคาบ
วิกเตอร์ตระหนักได้ทันทีว่า ในสายตาของกาเบรียล... พวกเขาไม่ใช่ "มนุษย์" ที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ท่านทูตผู้ทรงเกียรติ หรือบอดี้การ์ดผู้กล้าหาญ
แต่เป็นเพียง "ก้อนเนื้อ" และ "เศษเดน" ที่รอกรระบายสี
สายตาที่กาเบรียลมองลงมา มันคือสายตาของผู้ที่เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าตัวเองอยู่เหนือทุกสิ่ง... ผู้ที่เชื่อว่าตัวเองมีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตาย มีสิทธิ์ควบคุมลมหายใจและบิดเบือนร่างกายของใครก็ได้ตามอำเภอใจ
"พระเจ้า..." วิกเตอร์กรีดร้องในใจด้วยความสิ้นหวัง
"ไอ้หมอนี่... มันคิดว่าตัวมันเองคือพระเจ้าจริงๆ"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียนผสมไปกับเสียงหายใจดัง คราก... คราก... ของดิมิทรีที่กำลังสำลักเลือด ร่างกำยำถูกโซ่ตรึงข้อมือแขวนไว้กับขื่อสูงจนตัวเหยียดเกร็ง ปลายเท้าลอยคว้างไม่ติดพื้น ทำให้เขาไม่อาจโก่งตัวไอได้ถนัด ลิ่มเลือดสีแดงข้นจึง ทะลักล้นจากมุมปากไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนลำคอและแผงอก เขาทำได้เพียงส่งเสียงครืดคราดในลำคออย่างน่าเวทนา
กาเบรียล ยืนอยู่ท่ามกลางนรกขุมย่อยนี้ด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับรูปปั้น ใบหน้าหล่อเหลาเปรอะเปื้อนไปด้วยละอองเลือดสีแดงฉานที่พุ่งกระเซ็นมาจากปากของดิมิทรีเมื่อครู่ แต่เขากลับไม่ไยดีที่จะเช็ดมันออก
มือเรียวเปื้อนเลือดหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา เคาะมวนใหม่ออกมาคาบไว้ที่ปาก แล้วจุดไฟ...
แช้ก...
เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะตามมาด้วยควันสีเทาหม่นที่ถูกพ่นออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
เมื่อนิโคตินเข้าสู่ร่างกายจนพอใจ กาเบรียลก็หันกลับมาหา วิกเตอร์ ที่นอนตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง
เขาหยิบมีดผ่าตัดเล่มใหม่ขึ้นมา... คมมีดสะท้อนแสงไฟวาววับ ก่อนจะค่อยๆ บรรจงจรดปลายมีดลงที่ "เปลือกตา" ของท่านทูตวิกเตอร์
ความเจ็บปวดแล่นพล่านในเสี้ยววินาทีที่คมมีดเฉือนผ่านผิวเนื้อบอบบางที่สุดของร่างกาย วิกเตอร์กรีดร้องก้องในความเงียบงัน เส้นประสาทตารับรู้ถึงความคมกริบที่กำลังค่อยๆ เลาะเอา "ม่านตา" ที่ใช้ปิดบังโลกความจริงออกไปทีละน้อย
สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขากะพริบตา... สั่งให้เขาหลับตาปี๋เพื่อหนีความเจ็บปวด... แต่กล้ามเนื้อที่เป็นอัมพาตกลับไม่ตอบสนอง เขาถูกบังคับให้ "มองเห็น" คมมีดที่กำลังแล่เนื้อตัวเองอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด เลือดสีแดงสดค่อยๆ ซึมออกมาบดบังทัศนวิสัย แต่ก็ถูกกาเบรียลซับออกอย่างเบามือราวกับกำลังดูแลคนไข้ V.I.P.
ไม่นานนัก.. คุณหมอกาเบรียลก็ถอดอุปกรณ์ถ่างตาออก
สิ่งที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของท่านทูต คือดวงตาคู่โตที่ดู "ปูดโปน" ออกมาอย่างน่ากลัว เพราะไม่มีเปลือกตาคอยห่อหุ้มอีกต่อไป ลูกตาสีขาวแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกกระจาย แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา ตื่นตระหนก และสิ้นหวัง จ้องมองค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่อาจหลับลงได้อีกชั่วกัลปาวสาน
กาเบรียลผละออกมาสูบบุหรี่อีกครั้ง เขาพ่นควันสีขาวใส่ใบหน้าที่ไร้เปลือกตาของวิกเตอร์ จนอีกฝ่ายแสบตาจนน้ำตาไหลพราก
"ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ..." กาเบรียลพึมพำ "แต่คุณยังขาดไปอีกดวง... ดวงตาแห่งปัญญา"
พูดจบ เขาก็จรดปลายมีดลงที่ "กลางหน้าผาก" ของวิกเตอร์
ฉึก!
เขาไม่ได้แค่กรีดผิว... แต่เขากดน้ำหนักลงไปเพื่อคว้านเนื้อเจาะกระโหลกออกเป็นวงกลม คล้ายกับจะเจาะรูโบ๋ให้เป็นดวงตาที่สาม ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นริ้วไปถึงกะโหลกศีรษะ วิกเตอร์อยากจะดิ้นพราด อยากจะตะโกนร้องขอชีวิต แต่ทำได้เพียงนอนนิ่ง ปล่อยให้น้ำตาเลือดไหลอาบแก้ม
จากนั้น... มหกรรมการแกะสลักร่างกายมนุษย์ก็เริ่มขึ้น
กาเบรียลเริ่มตวัดมีดลงบนผิวกายของวิกเตอร์ด้วยลีลาที่พลิ้วไหว ครั้งนี้เขาไม่ได้ถลกหนังออกทั้งแผ่นเหมือนที่ทำกับเบ็ตตี้ แต่เขาใช้ปลายมีด "กรีด" และ "เซาะ" ผิวหนังให้แยกออกเป็นรูปทรงรี... รูปทรงของ "ดวงตา"
...หนึ่งดวงที่แก้มซ้าย...
...อีกดวงที่ลำคอ...
...สองดวงคู่กันที่หัวไหล่...
เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาตามรอยกรีด ย้อมร่างหนาของท่านทูตให้กลายเป็นสีแดงฉาน กาเบรียลบรรจงแกะสลักลงมาเรื่อยๆ ที่หน้าอก... แขน... หน้าท้อง... ขา...
แผลรูปดวงตานับสิบ นับร้อย ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทั่วเรือนร่าง ผิวหนังถูกถ่างออกให้เห็นกล้ามเนื้อแดงๆ ด้านใน ราวกับว่าร่างกายของวิกเตอร์กำลังจ้องมองโลกด้วยดวงตาเลือดนับร้อยดวง
ติ๋ง... ติ๋ง... ติ๋ง...
เสียงเลือดหยดลงสู่พื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประสานกับเสียงหายใจครืดคราดของดิมิทรี
แม้หัวไหล่แทบจะหลุดจากเบ้าด้วยน้ำหนักตัวที่ทิ้งดิ่งลงมา แต่เปลือกตาที่ถูกถ่างค้างไว้กลับบีบให้เขาหนีภาพตรงหน้าไม่พ้น เขาจำต้องทนมองเจ้านายผู้เป็นที่รัก... ผู้ที่เขาปฏิญาณว่าจะปกป้องด้วยชีวิต... กำลังถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นปีศาจพันตา
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จิตใจจนแทบคลั่ง เขาอยากจะตะโกนห้าม อยากจะด่าทอ แต่ลิ้นที่หายไปทำให้มีเพียงเสียง อึก... อัก... ในลำคอ น้ำตาแห่งความเจ็บแค้นไหลพรากอาบแก้ม ผสมปนเปกับเลือดสดๆ ที่ทะลักจากปากไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนแผงอก
ในสายตาของดิมิทรีตอนนี้... กาเบรียลไม่ใช่หมอ ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นซาตานที่กำลังร่ายรำอยู่บนความทุกข์ทรมานของพวกเขาทั้งสองคน