At Scotland Yard
บรรยากาศภายในสถานีตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดยามดึกเต็มไปด้วยควันบุหรี่และความเคร่งเครียด
บนโต๊ะทำงานที่รกไปด้วยเอกสารของ สารวัตรธอร์น มีแฟ้มรายงานผลการชันสูตรวางเด่นหราอยู่ตรงกลาง ผลการตรวจสอบทางทันตกรรมยืนยันชัดเจนแล้วว่า ศพ "นางฟ้าไร้หนัง" ที่พบในสวนสาธารณะ คือ เบ็ตตี้ สาวเสิร์ฟที่หายตัวไปจริงๆ
คดีคนหาย... กลายเป็นคดีฆาตกรรมโดยสมบูรณ์ และเป็นฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมที่สุดในรอบทศวรรษ
ธอร์นขยี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยจนไฟมอดดับ ก่อนจะหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง นิ้วหยาบกร้านไล่ไปตามรายชื่อผู้ต้องสงสัยที่จ่าคอลด์เวลล์รวบรวมมาให้
จิมมี่ ช่างกล: นิสัยหยาบกระด้าง เคยมีเรื่องชกต่อย แต่ถนัดใช้ประแจ ไม่ใช่มีดผ่าตัด
อาร์เธอร์ พ่อค้าปลา: เชี่ยวชาญการแล่ปลา แต่สายตาฝ้าฟางเกินกว่าจะเย็บแผลละเอียดขนาดนั้นได้
วิลสัน ทหารเรือ: มีทักษะการผูกเงื่อน แต่ไม่มีความรู้เรื่องกายวิภาคศาสตร์
สารวัตรเฒ่าส่ายหน้า พลางถอนหายใจยาว "ไม่ใช่พวกนี้... คนพวกนี้ไม่มีทางทำแบบนั้นได้"
สายตาของเขาเลื่อนไปสะดุดเข้ากับข้อความเล็กๆ ที่จดไว้ตรงมุมกระดาษ ซึ่งเป็นคำให้การของ บาร์นีย์ เจ้าของบาร์
"เบ็ตตี้ชอบเล่าว่าคุณหมอใจดีอย่างนั้น สุภาพอย่างนี้ เหมือนเธอจะแอบปลื้มเขาเอามากๆ เลยล่ะครับ"
ชื่อของ ดร. กาเบรียล ไม่ได้อยู่ในบัญชีผู้ต้องสงสัยหลัก... แต่กลับดึงดูดความสนใจของธอร์นได้อย่างประหลาด
สารวัตรธอร์นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงแล้วนึกย้อนไปถึงบทสนทนาที่โรงพยาบาลเมื่อวันก่อน
"คนร้ายต้องเป็นคนที่มีความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์อย่างแตกฉาน... เชี่ยวชาญการใช้มีดผ่าตัด... ราวกับกำลังทำงานศิลปะ"
เสียงนุ่มทุ้มแต่เยือกเย็นของกาเบรียลยังดังก้องอยู่ในหัว
ธอร์นลืมตาโพลงขึ้นมาทันที คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ความสงสัยที่เคยเป็นเพียงตะกอนขุ่นมัว ตอนนี้กลับชัดเจนขึ้น
"มันไม่สมเหตุสมผล..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ถ้ากาเบรียลคือฆาตกรจริงๆ... ทำไมเขาถึงกล้าชี้เป้ามาที่ตัวเองขนาดนั้น? ทำไมถึงกล้าระบุว่าคนร้ายต้องเป็นหมอหรือศัลยแพทย์ ซึ่งเท่ากับเป็นการบีบวงล้อมให้แคบลงมาหาตัวเอง?
คนร้ายปกติมักจะพยายามเบี่ยงเบนประเด็น โยนความผิดให้พวกขี้ยา หรือคนจรจัด... แต่หมอนี่กลับทำตรงกันข้าม
"ความมั่นใจงั้นรึ? หรือความจองหอง?"
ธอร์นเคาะนิ้วลงบนชื่อกาเบรียลในกระดาษ
"หรือว่าเขาจะมั่นใจในฝีมือตัวเองมากเกินไป... มั่นใจว่าต่อให้เรารู้ว่าเป็นหมอ เราก็ไม่มีทางหาหลักฐานมามัดตัวเขาได้? การที่เขาพูดความจริงออกมา... มันเหมือนเขากำลังท้าทายพวกเราอยู่ชัดๆ"
สารวัตรธอร์นหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา แล้ววงกลมสีแดงรอบชื่อ ดร. กาเบรียล อย่างแรง จนหมึกซึมทะลุกระดาษ
At High Street Kensington
รัตติกาลอันเงียบสงัดปกคลุมท้องถนนในย่านไฮสตรีท สายฝนพรำๆ โปรยปรายลงมากระทบกระจกรถยนต์สีดำคันเก่าที่จอดซุ่มอยู่อีกฝั่งถนน ห่างจากคลินิกของหมอกาเบรียลไปพอสมควรเพื่อให้รอดพ้นจากสายตา
ภายในรถที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟเย็นชืดและควันบุหรี่ จ่าคอลด์เวลล์ ขยับตัวไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบจากการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน เขาเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาตีสองกว่าๆ ก่อนจะหันไปมองอาคารพาณิชย์สองคูหาฝั่งตรงข้ามที่ปิดไฟมืดสนิท
"สารวัตรครับ..." จ่าหนุ่มทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความอ่อนใจ "นี่ก็คืนที่สามแล้วนะครับ ไฟในคลินิกดับไปตั้งแต่สี่ทุ่ม ป่านนี้คุณหมอแกคงหลับปุ๋ยไปแล้ว"
สารวัตรธอร์น นั่งกอดอก สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าต่างชั้นสองของคลินิกอย่างไม่วางตา แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางสาดส่องให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยความครุ่นคิด
"รออีกหน่อยจ่า..." ธอร์นตอบเสียงเรียบ
"แต่ผมว่าเรากำลังคว้าน้ำเหลวนะครับ" คอลด์เวลล์ถอนหายใจหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดกาง "สามวันที่ผ่านมา กิจวัตรของเขาขาวสะอาดเกิดกว่าจะเป็นฆาตกร สายก็มารักษาคนที่คลีนิค กลางวันก็วิ่งวุ่นตรวจคนไข้ที่โรงพยาบาล สลับกับขับรถไปรักษาชาวบ้านนอกเมือง ตกเย็นก็กลับมาคลินิก กินข้าวกล่อง แล้วก็นอนเฝ้าร้าน..."
จ่าหนุ่มชี้ไปที่ประตูหน้าร้านที่ปิดสนิท
"พอเช้าผู้ช่วยสาวที่ชื่อเอมิลี่ก็มาไขกุญแจเปิดร้านทำความสะอาด แล้วเขาก็ตื่นลงมาตรวจคนไข้ต่อ... วนลูปอยู่แบบนี้ ไม่มีวี่แววว่าจะออกไปทำเรื่องชั่วๆ หรือไปหาใครที่ไหนเลย เขาเหมือน... นักบุญที่บ้างานคนหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ"
ธอร์นละสายตาจากคลินิก หันมามองลูกน้องรุ่นลูก "นายคิดว่าคนเรามันจะสมบูรณ์แบบได้ขนาดนั้นเลยเหรอจ่า?"
"ครับ?" คอลด์เวลล์เลิกคิ้ว
"หนุ่มโสด หน้าตาดี ฐานะดี แต่ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มเหล้า ไม่พาผู้หญิงเข้าบ้าน แล้วก็ขลุกตัวนอนในคลินิกเล็กๆ แทนที่จะกลับไปนอนบ้านหรูๆ หรือโรงแรมดีๆ" ธอร์นเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะ "มันเป๊ะเกินไป... เหมือนเขากำลังแสดงละครบทคุณหมอผู้เสียสละให้ใครดูอยู่"
"สารวัตรกำลังจะบอกว่า... ยิ่งเขาทำตัวดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าสงสัยงั้นเหรอครับ?"
"ถูกต้อง" แววตาของธอร์นวาวโรจน์ขึ้นในความมืด "คนร้ายที่ฉลาดน่ะ จะสร้างฉากหน้าให้ดูขาวสะอาดที่สุด เพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะข้างใน... การที่เขาไม่ออกไปไหนเลยนี่แหละ ที่ทำให้ฉันสังหรณ์ใจแปลกๆ"
"แล้วเราจะเอายังไงต่อดีครับ? จะเฝ้าต่อจนเช้าเลยไหม?" คอลด์เวลล์ถาม แม้ในใจจะอยากกลับไปนอนเต็มที
ธอร์นเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องมองความมืดมิดของคลินิกนั้นราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงข้างใน
"เฝ้าต่ออีกสักพัก... ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที"
สารวัตรวัยกลางคนกล่าวจบ จู่ๆ แสงไฟหน้ารถสีเหลืองนวลคู่หนึ่งก็สาดส่องเข้ามาทำลายความมืด ตัดผ่านม่านฝนตรงมายังหน้าคลินิก
รถยนต์ลีมูซีนสีดำคันหรู เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทอย่างนิ่มนวล ตราสัญลักษณ์นางฟ้าหน้ารถสะท้อนแสงไฟวูบวาบ
ประตูรถฝั่งผู้โดยสารเปิดออก เซราฟิน่า ก้าวลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ สีหน้าของเธอดูร้อนรน เธอรีบกางร่มแล้วหันไปประคองใครบางคนที่ก้าวตามลงมา
ชายปริศนาผู้นั้นสวมเสื้อโค้ทตัวยาวเนื้อผ้าแคชเมียร์ราคาแพงระยับ ที่ศีรษะสวม หมวกฮอมบูร์ก หมวกสักหลาดทรงสูงปีกม้วนงอขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงและนักการทูต เขากดปีกหมวกลงต่ำจนปิดบังใบหน้าช่วงบนเกือบมิด ชายเสื้อโค้ทตั้งขึ้นบดบังใบหน้าช่วงล่าง
เมื่อมองจากด้านหลังและระยะไกล ท่ามกลางสายฝนที่พร่ามัว ทำให้ไม่สามารถระบุได้เลยว่าเขาคือใคร
ทั้งสองรีบเดินตรงไปที่ประตูคลินิก เซราฟิน่าไม่ทันได้เคาะประตู อยู่ๆ ประตูไม้บานนั้นก็แง้มออก จากด้านในที่มืดสนิท ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบแทรกตัวเข้าไปและประตูก็ปิดล็อคลงทันที
"นั่นมัน... คุณหนูเซราฟิน่านี่ครับ" จ่าคอลด์เวลล์อุทาน ตาโตหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง "ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของ คุณอาร์ชิบอลด์ เจ้าของโรงแรมเดอะแกรนด์เซเลสเทีย โรงแรมที่หรูที่สุดในลอนดอน!"
จ่าหนุ่มหันมาหัวเราะชอบใจ ตบเข่าฉาดใหญ่ "โอ้โห... ที่แท้เธอกับหมอก็เป็นกิ๊กกันนี่เอง! ฮ่าๆๆๆ"
"กิ๊ก?" ธอร์นเลิกคิ้ว
"ก็ใช่สิครับสารวัตร" คอลด์เวลล์ชี้ไม้ชี้มือไปที่คลินิก "ผู้ชายที่ลงมาจากรถพร้อมเธอคนนั้น ดูหุ่น ดูการแต่งตัวสิครับ นั่นต้องเป็นคุณหมอกาเบรียลแน่ๆ สงสัยแอบนัดเดทกันข้างนอก แล้วฝ่ายหญิงเพิ่งมาส่ง หรือไม่ก็หนีพ่อมาสวีทกันสองต่อสอง"
จ่าหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆ "ไหนคุณบอกว่าคุณหมอกาเบรียลเป็นพระถือศีล ไม่สนใจผู้หญิง ไม่พาใครเข้าบ้านไงครับ... ดูท่าเราต้องมองหมอนี่ใหม่ซะแล้ว รสนิยมดีใช้ย่อยนะเนี่ย แฟนสวยรวยระดับประเทศขนาดนี้ มิน่าถึงไม่สนใจสาวๆ แถวนี้"
แต่สารวัตรธอร์นไม่ได้ขำด้วยเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าเหี่ยวย่นของนายตำรวจเฒ่าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาหรี่ลงจับจ้องไปที่ประตูคลินิกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ไม่ตลกนะจ่า..." ธอร์นเสียงเข้ม "ถ้าผู้ชายคนนั้นคือหมอกาเบรียลจริง... แล้วเขาออกจากคลินิกไปตอนไหน?"
"อ้าว..." คอลด์เวลล์ชะงัก "ก็... คงตอนที่เราเผลอ หรือตอนเปลี่ยนเวร..."
"เราผลัดกันนอน ผลัดกันกินข้าว สายตาเราจับจ้องประตูบานนั้นตลอด 24 ชั่วโมงมา 3 วันเต็มๆ!" ธอร์นสวนกลับเสียงแข็ง "ไม่มีทางที่เขาจะเดินออกไปโดยที่เราไม่เห็น... เว้นแต่ว่าเขาจะมีปีกบินออกทางปล่องไฟ!"
ธอร์นกัดริมฝีปาก ใช้ความคิดอย่างหนัก
"มีสองความเป็นไปได้... หนึ่ง คือเรามันห่วยแตก เผลอคลาดสายตาปล่อยให้เขาหลุดรอดออกไปได้จริงๆ"
เขาหยุดเว้นจังหวะ แววตาน่ากลัวขึ้น
"หรือสอง... ผู้ชายที่ใส่หมวกฮอมบูร์กคนนั้น ไม่ใช่หมอกาเบรียล แต่เป็นคนอื่น... คนที่เซราฟิน่าพามาส่ง หรือพามาหาหมอกลางดึก"
"แล้วถ้าไม่ใช่หมอ... แล้วจะเป็นใครล่ะครับ? แต่งตัวดีขนาดนั้น" จ่าถามเสียงอ่อย เริ่มไม่มั่นใจในมุกตลกของตัวเอง
"นั่นแหละคำถาม..." ธอร์นพึมพำ "คนรวยระดับนั้น มาทำบ้าอะไรที่คลินิกในเวลาตีสอง?"