Chapter 13 Signature on the Corpse : ลายเซ็นบนศพ

1999 Words
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสาดส่องวูบวาบ ตัดกับบรรยากาศยามเช้าที่ขมุกขมัว สารวัตรธอร์น และ จ่าคอลด์เวลล์ ก้าวข้ามแถบกั้นพื้นที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขารีบร้อนตรงเข้าไปยังจุดที่พบศพ ซึ่งตั้งอยู่ในตรอกมืดใกล้สวนสาธารณะที่เปลี่ยว ภาพที่ปรากฏแก่สายตา ทำเอานายตำรวจผู้เจนสนามอย่างธอร์นถึงกับต้องหยุดชะงัก ส่วนจ่าคอลด์เวลล์ต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นความพะอืดพะอม เบื้องหน้าของพวกเขาคือร่างไร้วิญญาณของ ดิมิทรี ศพถูกจัดวางให้อยู่ใน "ท่านั่ง" พิงกำแพงอิฐเก่าๆ อย่างบรรจง... หลังตั้งตรงตระหง่าน ไหล่ผายกว้าง แขนทั้งสองข้างถูกจับให้วางพาดลงบนหัวเข่าอย่างเป็นระเบียบ มือแบออกเล็กน้อย ราวกับรูปปั้นยักษ์เฝ้าประตูวิหาร หรือบอดี้การ์ดที่กำลังนั่งเฝ้าระวังภัยให้เจ้านายอย่างเคร่งครัดโดยไม่ยอมขยับเขยื้อน แต่สิ่งที่ทำให้สารวัตรต้องขนลุกซู่ คือใบหน้าของศพ... เบ้าตาซ้ายกลวงโบ๋... ลูกตาถูกควักหายไป เหลือเพียงหลุมลึกสีแดงคล้ำที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฉีกขาดและเลือดแห้งกรัง เบ้าตาขวา ยังมีลูกตาเหลืออยู่ แต่ที่ตรงกลางตาดำ มีรอยแผลไหม้เกรียมเป็นจุดวงกลมลึกบุ๋มลงไป คล้ายถูกจี้ด้วย "ก้นบุหรี่" ร้อนจัดจนเนื้อเยื่อสุกพอง ริมฝีปากของศพอ้ากว้างค้างไว้ ราวกับกำลังกรีดร้องอย่างโหยหวนในวาระสุดท้าย... ภายในโพรงปากที่มืดมิด ลิ้นถูกตัดขาดหายไปจนเกือบถึงโคน เหลือเพียงตอเนื้อแดงๆ ที่ชุ่มไปด้วยเลือดที่ไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนคางและเสื้อสูท "พระเจ้าช่วย..." จ่าคอลด์เวลล์พึมพำเสียงสั่น "นี่มันฝีมือคนแน่เหรอครับสารวัตร... มันเหมือน... การลงโทษของปีศาจชัดๆ" ธอร์นไม่ตอบ เขาขยับหมวกเล็กน้อยเพื่อบังสายตาจากแสงแฟลช แล้วก้มลงพิจารณาศพใกล้ๆ "ไม่ใช่แค่การฆ่า..." ธอร์นเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "มันจัดท่าศพ... จัดให้เขานั่งเฝ้ามองอะไรบางอย่าง... ด้วยตาข้างเดียวที่เหลืออยู่" สายตาของธอร์นมองตามทิศทางที่ดวงตาข้างขวาของศพจ้องมองไป... และพบว่ามันกำลังจ้องมองไปยัง "อีกสิ่งหนึ่ง" ที่วางอยู่ไม่ไกลกันนัก สารวัตรธอร์นและจ่าคอลด์เวลล์กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ก่อนจะแข็งใจละสายตาจากศพของดิมิทรี แล้วเดินตรงต่อไปยังจุดที่พบศพอีกร่าง ซึ่งถูกจัดวางไว้อยู่ไม่ไกลกันนัก... ในตำแหน่งที่ศพแรกนั่งจ้องมองอยู่ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ทำให้นายตำรวจทั้งสองถึงกับเย็นวาบไปจนถึงกระดูกสันหลัง สภาพของศพชายวัยกลางคนร่างท้วมคนนี้ ดู "วิจิตรพิสดาร" และ "วิปลาส" ยิ่งกว่าศพแรกหลายเท่า ร่างของ วิกเตอร์ ถูกจับให้นั่งพิงเสาโคมไฟในท่วงท่าที่ดูโอ่อ่า ราวกับราชาที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่เป็นราชาแห่งนรก เปลือกตาทั้งสองข้างถูกเฉือนทิ้งไปจนหมดเกลี้ยง เผยให้เห็นลูกตาสีซีดที่เบิกโพลงไร้แววชีวิต... แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ "กลางหน้าผาก" มีรูเจาะขนาดใหญ่ และในรูนั้นมี "ลูกตามนุษย์" อีกดวงหนึ่งถูกยัดฝังลงไปจนแน่น จ้องมองกลับมาที่ตำรวจราวกับดวงตาที่สามของผู้หยั่งรู้ ร่างเปลือยเปล่าที่ไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิด เผยให้เห็นความวิปริตบนผิวหนังอย่างชัดเจน... ทั่วทั้งสรรพางค์กายไล่ตั้งแต่หน้าอก หน้าท้อง แขน ไปจนถึงลำคอ เต็มไปด้วย "รอยมีดกรีด" เป็นรูปทรงรีคล้ายดวงตานับร้อยดวง ปากแผลแต่ละรอยถูกถ่างกว้างจนเห็นเนื้อแดงสดภายใน ราวกับว่าทั่วทั้งร่างกายของเขากำลังเบิกโพลงจ้องมองโลกด้วยดวงตาโลหิตนับพัน "นี่มันบ้าอะไรกัน..." จ่าคอลด์เวลล์ครางออกมา ใบหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม "คนทำมันต้องไม่ใช่คนแน่ๆ... มันทำกับศพเหมือนเป็นก้อนดินน้ำมัน" จ่าหนุ่มรีบหันไปกระซิบกับหัวหน้าด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "สารวัตรครับ... สภาพศพดูภูมิฐาน ผิวพรรณดีแบบนี้... ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลย เมื่อวานมีสายรายงานว่าคนของสถานทูตโซเวียตวิ่งวุ่นตามหา ท่านทูต กับ พวกบอดี้การ์ด ที่หายตัวไป..." คอลด์เวลล์มองสลับระหว่างศพบอดี้การ์ดตาเดียว กับศพท่านทูตพันตา "ถ้าสองศพนี้คือพวกเขาจริงๆ... ลอนดอนลุกเป็นไฟแน่ครับ" สารวัตรธอร์นไม่ได้ตอบรับทันที เขาขยับเข้าไปใกล้ศพของวิกเตอร์ ก้มลงพิจารณารอยกรีดที่ประณีตบรรจงบนหน้าอกของศพ... รอยมีดที่เรียบกริบ ไร้รอยยึกยัก สม่ำเสมอและแม่นยำ "ลุกเป็นไฟแน่จ่า..." ธอร์นเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาฉายประกายบางอย่าง "แต่ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องการเมืองหรอกนะ" เขาชี้ไปที่รอยตัดบริเวณเปลือกตาและรอยเย็บเชื่อมดวงตาที่สาม "ดูฝีมือการลงมีดนี่สิ... ความรู้เรื่องกายวิภาคศาสตร์ การเลาะผิวหนัง การจัดท่าทางที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางศาสนาพวกนี้" ธอร์นเงยหน้าขึ้นสบตาคู่หู "จำศพ เบ็ตตี้ สาวเสิร์ฟคนนั้นได้ไหม? ศพที่ถูกถลกหนังมาทำเป็นปีกนางฟ้า..." "ครับ... หรือสารวัตรจะบอกว่า?" "ใช่..." ธอร์นพยักหน้าช้าๆ "คนร้ายไม่ใช่ใครที่ไหน... มันคือ คนเดียวกัน ฆาตกรคนนี้ไม่ได้ฆ่าเพราะความโกรธแค้นธรรมดา แต่มันกำลังสร้างคอลเลกชัน คราวก่อนคือนางฟ้าแห่งปีก คราวนี้คือเทวทูตแห่งดวงตา" "และถ้าเราไม่รีบลากคอมันออกมา..." ธอร์นมองไปที่ความมืดรอบกาย "มันจะต้องมีผลงานชิ้นต่อไป ตามมาอีกแน่นอน" At Scotland Yard เช้าวันรุ่งขึ้น ณ กรมตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลและความตึงเครียด หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าพาดหัวข่าวตัวไม้เป้งแทบทุกฉบับ "สยองขวัญกลางกรุง! พบศพชายนิรนาม 2 ราย ถูกชำแหละและจัดท่าประหลาด" เนื้อข่าวระบุเพียงว่า พบศพชายสองคนในสภาพที่น่าเวทนา แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือระบุตัวตนของผู้ตายว่าเป็นใครมาจากไหน ปัง! เสียงหนังสือพิมพ์ม้วนหนาถูกฟาดลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงาอย่างแรง จนถ้วยน้ำชาของผู้บัญชาการตำรวจสั่นไหว สารวัตรธอร์น ยืนหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด เขาชี้หน้าหนังสือพิมพ์แล้วตวาดใส่หัวหน้าของเขาที่นั่งหน้านิ่งอยู่หลังโต๊ะ "นี่มันหมายความว่ายังไงครับท่าน! ชายนิรนามงั้นเหรอ? บ้ากันไปใหญ่แล้ว!" ธอร์นตะโกนลั่นห้อง "เรารู้กันอยู่เต็มอกว่าศพนั้นคือ ท่านทูตวิกเตอร์ โรมานอฟ กับไอ้บอดี้การ์ดหมีควายของเขา! หลักฐานบนใบหน้าก็เป็นคนเดียวกับรูปในพาสปอร์ตทางการทูต แล้วทำไมถึงสั่งปิดข่าว! ทำไมถึงไม่ประกาศออกไปว่าเหยื่อคือใคร!" "เบาเสียงลงหน่อยสารวัตร..." ผู้บัญชาการมิลเลอร์ เอ่ยเสียงเรียบ พลางจิบชาอย่างใจเย็น แต่แววตาฉายแววกังวลลึกๆ "อยากให้พวกนักข่าวข้างนอกได้ยินรึไง?" "ผมไม่สน!" ธอร์นสวนกลับ "ฆาตกรมันลอยนวลอยู่ข้างนอก มันฆ่าระดับทูตโซเวียตเลยนะท่าน! การปิดข่าวมันจะยิ่งทำให้..." เคร้ง! "หุบปากแล้วฟัง!" ผู้บัญชาการวางถ้วยชาลงกระแทกจานรองเสียงดัง เคร้ง! จนธอร์นชะงัก มิลเลอร์ลุกขึ้นยืน เดินไปปิดมู่ลี่หน้าต่าง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าลูกน้องคนเก่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่สุดเท่าที่ธอร์นเคยเห็น "นายคิดว่านี่เป็นคดีฆาตกรรมชาวบ้านธรรมดาหรือไงธอร์น? นี่มันกลางศตวรรษที่ 20 นะ! สงครามเย็นกำลังระอุ!" ผู้บัญชาการเดินวนรอบโต๊ะ แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงกดดัน "ผู้ตายคือ เอกอัครราชทูตของสหภาพโซเวียต... ลองใช้สมองอันน้อยนิดของนายคิดดูสิ ถ้าเครมลินรู้ข่าวว่าทูตคนสำคัญของพวกเขาถูกฆ่าตายในลอนดอน... แถมยังถูกจับถ่างตา เจาะหัว และกรีดเนื้อเป็นริ้วๆ เหมือนหมูในโรงเชือดแบบนั้น... พวกมันจะคิดยังไง?" ธอร์นนิ่งเงียบไป แต่ยังกัดฟันแน่น "พวกมันจะไม่มองว่านี่คือฝีมือของฆาตกรโรคจิต..." มิลเลอร์ชี้หน้าธอร์น "แต่พวกมันจะมองว่านี่คืือสารท้ารบจากอังกฤษ! พวกมันจะคิดว่า MI6 เป็นคนสั่งเก็บ หรือรัฐบาลอังกฤษจงใจหยามเกียรติโซเวียตด้วยการกระทำที่ป่าเถื่อนที่สุด" "ถ้าข่าวนี้หลุดออกไปตอนนี้ โดยที่เรายังจับตัวคนร้ายไม่ได้... โซเวียตอาจจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการตัดความสัมพันธ์ หรือแย่กว่านั้น... มันอาจจะจุดชนวนสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาได้เลย!" ผู้บัญชาการถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อย่างหมดแรง "เบื้องบนสั่งมาเด็ดขาด... ให้ปิดข่าวระบุตัวตนไปก่อน จนกว่าเราจะลากคอไอ้ฆาตกรนั่นมาแถลงข่าวได้ หรือจนกว่ากระทรวงการต่างประเทศจะหาทางเจรจากับทางสถานทูตโซเวียตได้อย่างละมุนละม่อม... ตอนนี้เราต้องซื้อเวลา" "แต่มันจะซื้อได้นานแค่ไหนกันเชียว?" ธอร์นถามเสียงอ่อนลง แต่ยังเจ็บใจ "คนของสถานทูตไม่ใช่คนโง่ เดี๋ยวพวกมันก็ต้องเอะใจ" "นั่นแหละคือปัญหาของนาย ธอร์น..." มิลเลอร์จ้องตาเขม็ง "นายมีเวลาไม่มาก... ไปลากคอไอ้โรคจิตนั่นมาให้ได้ ก่อนที่รถถังโซเวียตจะมาวิ่งในลอนดอน!" สารวัตรธอร์นกระชากประตูห้องทำงานผู้บัญชาการเปิดออก แล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกมาตามทางเดินยาวของสถานีตำรวจด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับพายุ ใบหน้าของเขาบึ้งตึง คิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม ความกดดันจากเบื้องบนและภาพศพที่สยดสยองยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในหัว จ่าคอลด์เวลล์ ที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเจ้านายมาติดๆ สีหน้าของจ่าหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวล "สารวัตรครับ! เดี๋ยวก่อนครับ!" คอลด์เวลล์ร้องเรียก "ผู้การว่ายังไงบ้างครับ? แล้วเราจะเอายังไงต่อ... ปิดข่าวแบบนี้เราจะทำงานกันยังไง?" ธอร์นหยุดเดินกะทันหัน หันขวับมามองลูกน้อง "เราจะไปหา หมอกาเบรียล กัน" "หา?" จ่าคอลด์เวลล์ทำหน้างุนงง "ไปหาหมอทำไมอีกครับสารวัตร? เมื่อคืนเราก็ซุ่มดูเขาตั้งนาน ไม่เห็นมีความผิดปกติอะไรเลยนี่ครับ แฟนสาวเขาก็ยืนยันแล้วว่าอยู่ด้วยกัน... ผมว่าเราเสียเวลากับเขามามากพอแล้วนะครับ น่าจะไปตามสืบจากพยานแวดล้อมแถวที่พบศพดีกว่าไหม?" จ่าหนุ่มพยายามแย้งด้วยเหตุผล เพราะในสายตาของเขา กาเบรียลคือผู้บริสุทธิ์ที่ถูกเพ่งเล็งเกินความจำเป็น ธอร์นแสยะยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อ่านยากและเย็นยะเยือก "ใครบอกว่าเราจะไปจับตาดูกัน..." ธอร์นเอ่ยเสียงต่ำ "รอยมีดพวกนั้น... การผ่าตัดที่ประณีตราวกับงานศิลปะ... คนธรรมดาทำไม่ได้หรอกจ่า มันต้องเป็นคนที่มีความรู้ทางการแพทย์สูง" เขาขยับหมวกเฟโดร่าให้เข้าที่ แววตาที่เคยหงุดหงิดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแววตาคมกริบวาววับ... แววตาของนักสืบ ที่กำลังได้กลิ่นคาวเลือดและพร้อมจะไล่ล่าเหยื่อ "เราจะไปในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังมืดแปดด้าน..." ธอร์นกระชับเสื้อโค้ทตัวยาว "เราจะไปขอคำปรึกษาจากศัลยแพทย์มือหนึ่งของลอนดอนต่างหาก" พูดจบ สารวัตรธอร์นก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากสถานีตำรวจไปทันที ทิ้งให้จ่าคอลด์เวลล์ยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะรีบวิ่งตามหลังไปอย่างตื่นเต้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD