St Mary's Orphanage
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเซนต์แมรี่ บรรยากาศที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ นับสิบชีวิต
กาเบรียล ในชุดสูทสีเทาอ่อนสะอาดตา กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเด็กๆ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
"เอ้า... แบ่งกันนะครับ ไม่ต้องแย่งกัน"
เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นขณะยื่นถุงขนมและของเล่นไม้เล็กๆ ให้กับมือป้อมๆ ของเด็กน้อยที่ยื่นมารับอย่างกระตือรือร้น เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเด็กชายตัวน้อยที่ขาพิการอย่างแผ่วเบา สายตาที่มองดูเด็กๆ ช่างดูเปี่ยมไปด้วยความเมตตาการุณย์ ราวกับนักบุญที่ลงมาโปรดมนุษย์ผู้ยากไร้
ภาพลักษณ์ของ "คุณหมอใจบุญ" ช่างสมบูรณ์แบบ... ไม่มีใครรู้เลยว่ามือข้างเดียวกันที่กำลังลูบหัวเด็กอย่างเอ็นดูนั้น เมื่อไม่กี่วันก่อน เพิ่งจะควักลูกตามนุษย์ออกมาสดๆ
"คุณหมอคะ! คุณหมอกาเบรียลคะ!"
เสียงร้องเรียกด้วยความแตกตื่นดังขึ้นขัดจังหวะความสุข กาเบรียลหันไปมอง พบกับ ซิสเตอร์ฝึกหัดร่างเล็กคนหนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหา ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความตกใจ
"เกิดอะไรขึ้นครับซิสเตอร์?" กาเบรียลถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"แย่แล้วค่ะ... ซิสเตอร์อิซาเบลล่า... จู่ๆ เธอก็หน้ามืด เป็นลมล้มพับไปที่ห้องพยาบาลค่ะ! ได้โปรดไปดูอาการเธอหน่อยเถอะค่ะ!"
กาเบรียลพยักหน้าทันที "นำทางผมไปเลยครับ"
เขาเดินตามซิสเตอร์ฝึกหัดผ่านระเบียงทางเดินที่เงียบสงบ เข้าสู่ตัวอาคารเก่าแก่ กลิ่นกำยานและเทียนไขลอยจางๆ ในอากาศ จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องพยาบาลเล็กๆ ที่ตั้งอยู่มุมตึก
"เชิญค่ะคุณหมอ..." ซิสเตอร์ฝึกหัดเปิดประตูให้ แล้วยืนบิดมือด้วยความกังวลอยู่หน้าห้อง "เมื่อกี้เธอบ่นว่าร้อนรุ่มไปทั้งตัว เหมือนจะเป็นไข้สูง แล้วก็วูบไปเลย... ฝากคุณหมอด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปเอาน้ำมาให้ค่ะ"
พูดจบ เธอก็ปิดประตูห้องพยาบาลลง ทิ้งให้กาเบรียลอยู่กับคนไข้ตามลำพัง
ภายในห้องพยาบาลเงียบสนิท มีเพียงเสียงนาฬิกาเดิน ติ๊ก... ติ๊ก... บนเตียงเหล็กสีขาว ร่างของ ซิสเตอร์อิซาเบลล่า ในชุดนักบวชสีดำสนิทนอนสงบนิ่งอยู่ ผ้าคลุมศีรษะของเธอยุ่งเหยิงเล็กน้อย เผยให้เห็นไรผมสีเข้มที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อผิดปกติ
กาเบรียลวางกระเป๋าแพทย์ลง แล้วเดินเข้าไปข้างเตียงอย่างใจเย็น เขาเอื้อมมือไปจับที่ข้อมือขาวผ่องของแม่ชีสาวเพื่อตรวจชีพจร
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
ชีพจรเต้นแรงและเร็ว... แต่ไม่ใช่จังหวะของคนป่วย
ทันใดนั้น!
เปลือกตาที่ปิดสนิทของซิสเตอร์อิซาเบลล่าก็ค่อยๆ ลืมขึ้น...
ไม่มีแววตาของความเจ็บป่วยหรือความมึนงงในดวงตาคู่นั้น มีเพียงประกายตาฉ่ำเยิ้มที่เต็มไปด้วย ราคะและความปรารถนาที่อัดอั้นมานาน เธอจ้องมองใบหน้าของกาเบรียลด้วยสายตาที่ราวกับจะกลืนกิน
มารยาหญิงใต้ผ้าคลุมนักบวชถูกเผยออกมาอย่างโจ่งแจ้ง... ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดคลี่ยิ้มยั่วยวน นิ้วเรียวของเธอที่กาเบรียลจับชีพจรอยู่ พลิกกลับมาเป็นฝ่ายกอบกุมมือหนาของหมอหนุ่มไว้แน่น แล้วดึงให้มือของเขาเลื่อนต่ำลงมาวางทาบที่หน้าอกข้างซ้าย... ตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นรัวแรง
"ฉันไม่ได้ป่วยหรอกค่ะคุณหมอ..." เสียงกระเส่าแหบพร่าดังลอดริมฝีปาก "ฉันแค่... ร้อน... ร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัวและหัวใจ... ตั้งแต่ได้เห็นหน้าคุณ"
เธอมองเขาด้วยสายตาเว้าวอนที่ขัดกับศีลธรรมที่เธอถือครองอย่างสิ้นเชิง
"ช่วยรักษาอาการบาปนี้ ให้ฉันทีสิคะ... คุณหมอ"
กาเบรียลเบิกตากว้างเล็กน้อย แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกและพยายามขยับตัวถอยหนีราวกับสุภาพบุรุษผู้เคร่งครัดในศีลธรรมที่กำลังถูกคุกคาม
"ซิสเตอร์อิซาเบลล่า! ตั้งสติก่อนครับ..." กาเบรียลเอ่ยเสียงสั่นเครือแสร้งทำเป็นลำบากใจ "นี่มันผิดศีลธรรมร้ายแรงนะครับ คุณเป็นเจ้าสาวของพระเจ้า... เราทำแบบนี้ไม่ได้..."
คำปฏิเสธที่แสนสุภาพนั้นกลับเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งราคะของอิซาเบลล่า ยิ่งเขาทำท่าทีรังเกียจหรือผลักไส เธอกลับยิ่งรู้สึกอยากเอาชนะและต้องการครอบครองเขามากยิ่งขึ้น
หญิงสาวในชุดนักบวชลุกพรวดขึ้น ผลักอกแกร่งของหมอหนุ่มจนเขาล้มลงไปนั่งบนขอบเตียงอย่างง่ายดาย ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นไป นั่งคร่อม บนตักของเขาโดยไม่สนใจความเหมาะสมหรือสายตาของพระเจ้าที่อาจจะมองลงมา
"ฉันไม่สน..." อิซาเบลล่ากระซิบเสียงสั่นพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดต้นคอของเขา
เธอเริ่มขยับสะโพกบดเบียดความเป็นชายของเขาอย่างจงใจ โยกย้ายเอวบางยั่วยวนด้วยลีลาที่เก็บกดมานาน สองมือเรียวคว้าจับมือของกาเบรียลให้มาวางแหมะที่หน้าอกนูนภายใต้ผ้าเนื้อหนา บังคับให้เขาสัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นและความรุ่มร้อนภายใน
"ฉันตกหลุมรักคุณมานานแล้วคุณหมอกาเบรียล... นานจนฉันทนเก็บมันไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว"
เธอพรั่งพรูความในใจออกมาดั่งการสารภาพบาปครั้งสุดท้าย แววตาฉ่ำเยิ้มจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น
"ฉันยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อคุณ... ฉันจะลาออกจากการเป็นแม่ชี... เราหนีไปด้วยกันนะกาเบรียล เราไปสร้างครอบครัวด้วยกัน มีลูกตัวน้อยๆ วิ่งเล่นในสวน... เราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไป"
คำหวานหูและวิมานในอากาศที่เธอวาดฝัน ทำให้มุมปากของกาเบรียลกระตุกยิ้ม...
ทันใดนั้น หน้ากากบุรุษผู้แสนดีก็หลุดออก ใบหน้าที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งเย็นชา ทว่าดวงตากลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความวิปลาส
"ความร้อนรุ่มนี้... พระเจ้าคงดับให้ไม่ได้ แต่ผมช่วยคุณได้..."
สิ้นเสียงกระซิบที่ชวนขนลุก กาเบรียลก็ออกแรงผลักร่างบางของแม่ชีสาวให้หงายหลังลงไปนอนราบกับเตียงนุ่มทันที!
เขาตามลงไปคร่อมทับตรึงร่างเธอไว้ใต้ร่างกายกำยำ มือหนาเริ่มปฏิบัติการเล้าโลมอย่างชำนาญ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ลงที่ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายสาวผสมกลิ่นแป้งเด็กและกลิ่นกำยาน ขบเม้มเบาๆ จนอิซาเบลล่าส่งเสียงครางกระเส่า
มือไม้ของปีศาจร้ายเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามเอวคอดกิ่ว บีบคลึงสะโพกกลมกลึง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาขยำขยี้หน้าอกอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วงและรุนแรง
"อ๊าาา... คุณหมอ... กาเบรียล..."
อิซาเบลล่าแอ่นอกรับสัมผัสด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของแม่ชีผู้ไม่เคยต้องมือชายมาก่อนสั่นระริกเหมือนลูกนก เธอกระเด้งเอวสวนตอบรับทุกสัมผัสที่เขามอบให้
ขณะที่เพลิงปรารถนากำลังลุกโชนถึงขีดสุด กาเบรียลกลับหยุดการกระทำทุกอย่างลงดื้อๆ
เขาผละออกจากร่างนุ่มนิ่มของแม่ชีสาวอย่างรวดเร็ว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วหันหลังให้เธอเพื่อติดกระดุมเสื้อและจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซิสเตอร์อิซาเบลล่าที่กำลังเคลิบเคลิ้มถึงกับชะงักค้าง ร่างกายที่รุ่มร้อนถูกทิ้งไว้กลางทาง เธอรีบลุกขึ้นนั่ง จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยด้วยความสับสนและตื่นตระหนก
"ก... เกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมคุณถึงหยุด..." เสียงของเธอสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและสงสัย "หรือว่าฉันทำอะไรผิดไป?"
กาเบรียลหันกลับมามองเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย เย็นชาจนน่าใจหาย
"ผมทำไม่ได้..." เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ทะ... ทำไมคะ?"
"อิซาเบลล่า... ที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบ้านของพระเจ้า" กาเบรียลกวาดสายตามองไปรอบห้องพยาบาล "และคุณ... ก็ยังสวมชุดเจ้าสาวของพระองค์อยู่ ผมไม่สามารถลบหลู่เกียรติของคุณและสถานที่แห่งนี้ด้วยตัณหาได้"
คำพูดที่ดูเหมือนจะเคร่งครัดในศีลธรรม แต่เป็นเพียงข้ออ้าง ทำให้หญิงสาวอึ้งไป ก่อนที่กาเบรียลจะวางกับดักชิ้นสำคัญ
"แต่ถ้าคุณมั่นใจในความรู้สึกของคุณจริงๆ..." เขาเว้นจังหวะ เดินเข้ามาเชยคางเธอขึ้นสบตา "ไปลาออกจากการเป็นซิสเตอร์ซะ... ทำให้ถูกต้อง แล้วไปพบผมที่ กระท่อมกลางป่า ท้ายเมือง... ผมจะรอคุณอยู่ที่นั่น ในวันที่คุณพร้อมจะเป็นของผมอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ในฐานะแม่ชี แต่ในฐานะผู้หญิงของผม"
ความสับสนในแววตาของอิซาเบลล่ามลายหายไปทันที แทนที่ด้วยความดีใจจนน้ำตาเอ่อล้น... เขาไม่ได้ปฏิเสธฉัน! เขาให้เกียรติฉันต่างหาก! เขาอยากสร้างครอบครัวกับฉันจริงๆ!
"กาเบรียล!"
หญิงสาวรีบถลันตัวเข้าไปสวมกอดเอวสอบของเขาแน่น ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างแล้วปล่อยโฮออกมาด้วยความปิติ
"ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณที่คุณให้เกียรติฉัน... ฮึก... ฉันรักคุณมากเลยค่ะคุณหมอ รักที่สุด"
เธอยืดตัวขึ้น เขย่งปลายเท้า แล้วดึงใบหน้าหล่อเหลาลงมาประทับจูบ... เป็น จูบแรก ในชีวิตของเธอที่ดูดดื่ม เต็มไปด้วยรสสัมผัสแห่งความรักและความโหยหา
กาเบรียลไม่ได้จูบตอบ แต่เขาก็ไม่ได้ผลักไส เขายืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น ปล่อยให้เหยื่อตัวน้อยมอบจูบแห่งสัญญาใจให้...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศโรแมนติกจอมปลอมจนพังทลาย
ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที อิซาเบลล่ารีบเช็ดน้ำตาและจัดผ้าคลุมผมให้เรียบร้อยด้วยมือไม้ที่สั่นเทา ส่วนกาเบรียลยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นคุณหมอผู้สุขุมนุ่มลึกตามเดิม
แกร๊ก...
ประตูห้องพยาบาลถูกผลักเปิดออก...
เผยให้เห็นชายสองคนในชุดโค้ทตัวยาวที่คุ้นตา กลิ่นอายของกฎหมายและความตึงเครียดแผ่ซ่านเข้ามาในห้องทันที
สารวัตรธอร์น ยืนหน้านิ่ง สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของกาเบรียล ส่วนด้านหลังคือ จ่าคอลด์เวลล์ ที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ขออภัยที่ขัดจังหวะการตรวจรักษานะครับคุณหมอ..." ธอร์นเอ่ยทักทายเสียงเรียบ แต่แฝงความนัย "และสวัสดีครับซิสเตอร์... หวังว่าอาการป่วยคงจะไม่รุนแรงมากนะครับ?"
สายตาของสารวัตรมองสลับระหว่างแม่ชีสาวที่หน้าแดงก่ำ กับคุณหมอหนุ่มที่ยืนสงบนิ่ง ราวกับกำลังจับผิดกลิ่นคาวโลกีย์ที่ยังลอยฟุ้งอยู่ในห้องนี้The Misguided Bride