1/3

963 Words
ศลิสากัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้หลุดเสียงครางแหลม เธอกำลังกลายเป็นเหยื่อแสนหวาน และถูกกลืนกินตรงบันไดหนีไฟ ถ้ามีใครสักคนมาเห็นเข้าจะทำยังไง             ในขณะที่ศลิสากำลังกังวล อิทธิพลดูจะไม่รู้สึกอะไรนอกจากชิมความหวานแสนอร่อยจากเนื้อสาว ต้นขาอวบสั่นพั่บๆ หนักเข้าศลิสาเองเป็นฝ่ายต้องยกขึ้นเกี่ยวสะโพกสอบไว้เอง ทำไมเธอถึงอำนวยความสะดวกให้เขาก็ยังไม่เข้าใจ ศลิสายืนนิ่งไม่ได้ ถ้ายืนนานกว่านี้อาจจะต้องลงไปนอนกับพื้น             “เปิดทางให้เลยเหรอ ยอดจริงๆ ยาหยี”             “ซี้ดดดดด คุณ”             “อิท ใครๆ ก็เรียกฉันว่าอิท”             น้ำหวานอาบเรียวนิ้วหยาดเยิ้ม แทรกสอดทิ่มทะลวงโพรงอุ่นชำแรกเข้าไปทีละช้าๆ             “อ๊ะ จะ เจ็บๆ”             “อย่าเกร็ง ถ้าเกร็งก็เจ็บ ไม่ต้องห่วงอะไร เชื่อฉัน”             จะให้เชื่อได้ยังไง ในเมื่อมันเจ็บแปลบและเสียวกระสันจนไม่แน่ใจ ความรู้สึกไหนมันมากกว่ากัน             “อูยยย ซี้ดดดด”             โพรงเนื้อเล็กแน่นมากขนาดนิ้วเดียวยังบีบรัดขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นแก่นกายที่ทั้งแข็งและใหญ่จะตอดรัดขนาดไหน             อิทธิพลนั่งลงไปคุกเข่า ยกข้อเท้าพาดบ่าเงยหน้าตะโบมลิ้นกับกุหลาบสาว ปากหนาจูบและดูดติ่งเกสรให้น้ำหวานหลากไหลออกมาชุ่มฉ่ำ             “ซี้ดดด อ๊า สะ สะ เสียวค่ะ อี๊”             ศลิสาเกือบจะกรีดร้องเสียงดัง แต่บังเอิญได้ยินเสียงคนคุยกันซะก่อน เสียงนั้นอยู่ต่ำกว่าเหมือนจะเดินขึ้นบันไดมา             “คุณอิทคะ มีคน”             “ช่างประไร”             อิทธิพลยังจดจ่อกับร่องสวรรค์ ทั้งปากลิ้นตะโบมพลิ้วแล้วยังนิ้วที่ทะลุทะลวงโพรงหลืบ             ศลิสากลั้นหายใจ ตื่นตระหนกจนเหงื่อซึมพราวใบหน้า เสียงนั้นใกล้เข้ามา ลมหายใจของเธอก็แทบขาดรอน ร่างกายสั่นระริกเกร็งไปหมด หากแต่บั้นท้ายกลมกลึงก็ยักโยกส่ายไหวสวนทาง             นี่เธอเป็นอะไร เธอกังวลมากก็ใช่ แต่มันไม่ได้ลดความเสียวกระสันลงเลยแม้แต่น้อย แทนที่จะผลักหัวเขาออกห่างแล้วจรลีไปให้ไกลจากตรงนี้ เธอกลับกดศีรษะเขาให้แนบชิดเนินนางลื่นเร้นมากขึ้น             ศลิสาเผลอหลับตา อิทธิพลโจนจ้วงกระทุ้งปลายลิ้นแหวกร่องหลืบ นิ้วใหญ่ชำแรกลึกความเจ็บแปลบเปลี่ยนเป็นความเสียว เธอส่ายวนบั้นท้ายไปมา บีบเคล้นเต้าเต่งทั้งสองข้าง เป็นผู้หญิงร่านรัก เป็นอีตัวราคาต่ำที่เล่นเซ็กส์ได้ทุกที่             “อ๊ะ ซี้ดดดด อ๊า”             อิทธิพลส่งศลิสาขึ้นสวรรค์ เขาดึงตัวขึ้นแล้วตลบชายกระโปรงลงมา ดึงเสื้อเกาะอกเข้าที่ แล้วรีบจูงหญิงสาวลงบันไดหนีไฟ เดินเร็วๆ ลงไปแค่ชั้นเดียวก็พบชายหญิงคู่หนึ่งจูงมือสวนขึ้นมา ทั้งคู่มองอย่างตกใจ ศลิสาอายจนหน้าแดงสลับซีดขาว อิทธิพลหน้านิ่งไร้ความรู้สึก รีบพาศลิสาเดินผ่านคนคู่นั้น             เกือบไปแล้ว เกือบเล่นหนังสดให้คนอื่นดูแล้วสินะ “เดี๋ยวค่ะ คุณจะพาสาไปไหนคะ คุณ...คุณอิท”             อิทธิพลพาศลิสาลงมาถึงลานจอดรถของทางโรงแรม รถราคราคร่ำมีคนเดินเข้าออกตลอดเวลา เพราะวันนี้มีงานที่จัดภายในโรงแรมถึง 3 งานซ้อน ศลิสาร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า เมื่อยามประจำลานจอดรถมองเธอจดๆ จ้องๆ เธอลืมไปได้ยังไงว่าตัวเองไม่ได้สวมกางเกงชั้นใน มันถูกเหวี่ยงทิ้งตั้งแต่อยู่ตรงบันไดหนีไฟ และอิทธิพลก็จงใจทำให้เธอลืมของสำคัญชิ้นนั้น             ชุดเดรสสีแดงสั้นหน้ายาวหลัง ความสั้นของมันคงเลิกขึ้นยามก้าวเดิน ศลิสาก้มลงมองชายกระโปรงด้านหน้าก่อนจะหนีขาเข้าหากัน รู้สึกใครบางคนเอาน้ำร้อนมาราดใส่หน้า ชายกระโปรงของเธอถลกขึ้นสูงเกือบสั้นเสมอหู ยามเดินฉับๆ มันอาจจะรั้งขึ้นไปอีก ยามคนนั้นอาจจะเห็นของลับของเธอเข้าแล้ว             “ขึ้นรถ”             “ไม่คิดจะบอกกันก่อนหรือคะ ว่าคุณจะพาสาไปไหน”             “พาไปเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสม”             “พาไปเก็บ คุณทำอย่างกับสาเป็นสัตว์เลี้ยง”             “ก็ใช่ ไม่ใช่เหรอ”             “นี่คุณอิท”             “ฉันเสียเงินไปเป็นล้าน เธอคิดว่าดินเนอร์ครั้งเดียวไม่แพงไปหน่อยหรือไง”             “แล้วคุณไม่คิดจะถามความสมัครใจจากสาบ้างเหรอคะ”             “เธอสมัครใจแน่นอนอยู่แล้วศลิสา เพราะเธอเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน อ๊ะๆ อย่าปฏิเสธ”             ศลิสานิ่วหน้า ไม่สามารถปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นได้เลย เธอทิ้งสายตาฉ่ำหวานให้เขาเอง เริ่มนวยนาดยั่วยวนให้เขาตามมาเอง ก็คิดว่าใช่อิทธิฤทธิ์ถึงทำแบบนี้ ไม่คิดว่าจะต้องเจอคนหน้าเหมือน พี่ชายของอิทธิฤทธิ์ที่ร้ายกว่าหลายเท่า พวกปากว่ามือถึงเงินถึงกว่าแบบนี้เธอจะหนีพ้นได้ยังไง             “คุณตอบคำถามสาก่อนได้ไหมคะ สารับปากจะไม่หนีคุณไปไหน”             “ถึงอยากจะหนีก็ไม่พ้นหรอก ฉันเป็นนักธุรกิจทำอะไรก็หวังผลกำไรเท่านั้น เรื่องขาดทุนไม่ต้องพูดถึง”             “ค่ะ” ศลิสาตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ทำไมอิทธิฤทธิ์มีพี่ชายแต่เธอไม่รู้ ทั้งๆ ที่เธอแน่ใจว่า ช่วงระยะเวลาหนึ่งเธอเองก็จัดว่าเป็นคนสำคัญคนหนึ่งของอิทธิฤทธิ์ แล้วไยเรื่องสำคัญๆ แบบนี้ไม่เคยเข้าหู             “ช่วยเล่าเรื่องคุณฤทธิ์ให้ฟังได้ไหมคะ คุณเป็นพี่ชายฝาแฝดของคุณฤทธิ์ แล้วทำไมสาไม่เคยรู้”             “ขึ้นรถก่อน แล้วจะเล่าให้ฟัง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD