5
ความวุ่นวาย
คอร์นเนอร์ที่นั่งดื่มไปก็ถูกติช่าคอยหวงไปแต่ยิ่งติช่าหวงมากเท่าไร วีนัสก็ยิ่งรู้สึกสนุกมากขึ้นกว่าเดิม
“วีนัสฉันขอออกไปรับสายแม่ก่อนถ้าฉันรับช้ามีหวังโดนด่ายับแน่ ๆ” ต้นสนพูดกับเธอแล้วก็วิ่งออกไปในทันที
ติช่าเองอยู่ ๆ ก็อยากเข้าห้องน้ำเพราะเธอกินส้มตำมากไปเมื่อตอนกลางวัน
“พี่คอร์นเนอร์ ติช่าขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” ติช่าพูดแล้วก็เดินไปด้วยความเร็วแสงเพราะไม่อย่างนั้นเธอต้องไม่ไหวแล้วแน่ ๆ
“วีนัส ชอบมาเที่ยวร้านนี้หรอครับ” คอร์นเนอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธอยิ้ม ๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นมาเพื่อชนแก้วกับเธอ
“ก็ไม่ได้มาบ่อยหรอกค่ะ นาน ๆ จะมาที ต้องขอโทษด้วยนะคะที่วีนัสพามาร้านที่ไม่ได้หรูหราอะไร” วีนัสเอ่ยออกไปอย่างถ่อมตัวทั้งที่ในใจของเธอกลับคิดว่าแค่นี้ยังดีไปสำหรับคนเลว ๆ อย่างเขา
“ไม่นะครับร้านอย่างนี้ก็ดีนะ มองไปข้างนอกก็บรรยากาศดีเลยทีเดียว” คอร์นเนอร์ที่มาวันนี้เขาไม่ได้โฟกัสที่ร้านหรือบรรยากาศข้างนอกแต่เขาโฟกัสที่เธอมากกว่า สิ่งที่น่าสนใจคือวีนัสไม่ใช่อย่างอื่นสำหรับเขาในตอนนี้
“แล้วผู้หญิงคนที่มาด้วยเป็นแฟนหรอคะ” วีนัสเอ่ยถามกับเขาขึ้นมาทั้ง ๆ ที่เธอรู้อยู่แล้วเพราะเธอเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ถ่ายรูปคู่กับเขาอยู่บ่อย ๆ
“แค่คุย ๆ ยังไม่ใช่แฟนและไม่รู้ว่าจะได้เป็นแฟนหรือเปล่า” คอร์นเนอร์พูดขึ้นมาอย่างนั้นพร้อมกับมองหน้าของเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเขากำลังสนใจในตัวของเธอมากกว่า
วีนัสยื่นมือไปหยิบทิชชู่ซึ่งในตอนนั้นคอร์นเนอร์เองก็ยื่นมือของเขาจะไปหยิบทิชชู่เช่นเดียวกัน ทำให้มือของทั้งสองคนจับกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และในจังหวะนั้นติช่าที่กลับมาจากเข้าห้องน้ำมาเห็นเข้าทำให้เธอไม่พอใจ
“กรี๊ด ๆ ๆ ๆ เอามือของแกออกไปจากมือแฟนของฉันเดี๋ยวนี้นะ” เสียงกรีดร้องของติช่าดังขึ้นมาพร้อมกับตัวของเธอที่วิ่งเข้ามาเพื่อจับมือของวีนัสออกจากมือของคอร์นเนอร์
“แล้วเธอจะโวยวายทำไม แฟนของเธอเป็นผู้ชายไม่ได้เสียหายอะไรคนที่เสียหายเป็นเพื่อนของฉันมากกว่า” ต้นสนเองก็เดินกลับมาจากรับสายจากแม่ของเขาได้เห็นและได้ยินทุกอย่าง
“ก็นี่แฟนของฉัน ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง” ติช่าพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธอ
“ถ้าหวงขนาดนั้นทำไมไม่ล่ามไว้ที่บ้านล่ะ” ต้นสนพูดขึ้นมาอย่างนั้นยิ่งทำให้ติช่าโกรธหนักขึ้นไปอีก
“ต้นสนอย่าไปพูดอย่างนั้นสิ คุณคอร์นเนอร์เขาไม่ใช่วัวใช่ควายนะที่จะต้องล่ามไว้” วีนัสพูดขึ้นมาเหมือนกับว่าตำหนิเพื่อนแต่ก็เหมือนกำลังพูดให้คอร์นเนอร์
“นี่เธออย่ามาว่าพี่คอร์นเนอร์อย่างนี้นะ” ติช่าพูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคนในร้านเริ่มมองมาที่พวกเขา
“นี่ติช่าเลิกโวยวายสักทีคนมองมากันใหญ่แล้วเนี่ย ติช่าไม่อายแต่พี่อาย” คอร์นเนอร์พูดกับติช่าเบา ๆ เพื่อให้เธอเลิกโวยวายสักที
“ก็พี่คอร์นเนอร์ไม่เห็นหรือไงพวกมันกำลังรุมด่าว่าพี่เป็นวัวเป็นควายอยู่นะคะ” ติช่าพูดขึ้นมาพร้อมกับจ้องหน้าของต้นสนสลับกับวีนัสอย่างไม่พอใจ
“เขาไม่ได้ว่า เขาแค่เปรียบเปรยเพราะติช่าหวงพี่ไม่เข้าเรื่อง” คอร์นเนอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับต้นสนกับวีนัสที่หัวเราะให้กับเธอ
“พวกแกอย่ามาหัวเราะให้ฉันนะ ฉันกับพวกแกมันคนละชั้นดีแค่ไหนแล้วที่ฉันนั่งร่วมโต๊ะกับคนต่ำ ๆ อย่างพวกแก” ติช่าพูดขึ้นมาอย่างนั้นก็ทำให้ต้นสนไม่พอใจที่เธอดูถูกพวกเขามากเกินไปเพราะครอบครัวของต้นสนก็ไม่ได้ลำบากยากเย็นอะไรเผลอ ๆ ที่บ้านของเขาฐานะดีกว่าติช่าด้วยซ้ำ
“นี่คุณมันจะมากไปหรือเปล่าคำก็ต่ำสองคำก็ต่ำ คุณสูงส่งแค่ไหนกันเชียว” ต้นสนพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาเธอเรื่อย ๆ แต่วีนัสดึงเขาไว้เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกันข้างในนี้
“พอเถอะต้นสน ฉันว่าเราอย่ามีเรื่องที่นี่เลย” วีนัสจับแขนของเพื่อนไว้พลางเตือนสติเพื่อนของเขา
“ติช่าพอสักที เลิกพูดดูถูกคนอื่นสักที” คอร์นเนอร์เริ่มไม่ชอบที่ติช่าเที่ยวไปต่อว่าคนอื่นอย่างนี้เหมือนกับว่าเธอสูงส่งอยู่คนเดียว
“คุณลูกค้าคะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ คือทางร้านเห็นว่าลูกค้ากำลังทะเลาะกันเสียงดังมากเกินไป ทางร้านจึงอยากรบกวนให้ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันนะคะ ถ้าไม่อย่างนั้นทางร้านต้องขออนุญาตให้ลูกค้าออกไปเคลียร์กันข้างนอกร้านค่ะ” พนักของทางร้านพูดขึ้นก็ไม่ได้ทำติช่าใจเย็นขึ้นแต่เธอกลับตวาดพนักงานเสียงดัง
“นี่แกกล้าดียังไงมาสั่งฉันอย่างนี้” ติช่าเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของพนักงานอย่างเอาเรื่อง
“พอได้แล้วติช่า เลิกบ้าสักทีกลับได้แล้ว” คอร์นเนอร์ตวาดเธอเสียงดังเพราะเขาทนไม่ไหวกับนิสัยของเธอแล้ว
“วีนัส ต้นสน พี่ต้องกลับก่อนนะและพี่ต้องขอโทษน้องทั้งสองแทนติช่าด้วยนะ นี่เงินค่าอาหารวันนี้นะ” คอร์นเนอร์พูดพลางวางเงินให้กับทั้งสองแล้วเขาก็ลากติช่าออกจากร้านไป
ติช่ายังคงหันมามองวีนัสกับต้นสนอย่างหาเรื่อง วีนัสกับต้นสนแลบลิ้นใส่เธอแล้วก็ปิดปากหัวเราะ
“เรากลับกันเถอะต้นสน วันนี้ฉันว่าคุ้มแล้วนะ” วีนัสพูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มแสยะมุมปากที่ทำให้ทั้งสองวุ่นวายกันได้ในระดับหนึ่ง