เสียงนาฬิกาปลุก ปลุกร่างสูงจากฝันร้ายในยามเช้า ฟลุ๊คค่อยๆ ขยี้ตาไปมาก่อนจะลุกไปทำกิจกรรมของตัวเอง ไม่นานก็เดินออกมาในชุดสูททำงานอย่างที่เคย เจนเหลือบมองสามีก่อนจะยกอาหารเช้ามาให้
"เมื่อคืนฟลุ๊คกรนเสียงดังมากเลย ท่าทางจะเหนื่อยมากจริงๆ"
"เอ้าหรอ ขอโทษทีทำให้เจนนอนไม่หลับหรอ"
"เปล่าๆ นอนได้ ว่าแต่อะไรทำให้ฟลุ๊คเหนื่อยล่ะ ฟลุ๊คไม่ค่อยเล่าเรื่องที่ทำงานให้เจนฟังบ้างเลย งานเยอะหรอคะ" ร่างสูงพยักหน้า
"ใช่ เยอะมาก แถมจะทำงานทีคนนู้นคนนี้ก็ชวนคุยเล่นงี้แหละงานออฟฟิศ ฮ่าๆ" ฟลุ๊คพูดโกหกออกไป
"อย่าหักโหมทำงานล่ะ จะมาบอกให้เราดูแลตัวเองกับลูกอย่างเดียวไม่ได้นะ ฟลุ๊คต้องดูแลตัวเองด้วยเหมือนกัน"
"ครับๆ มาคุณแม่รีบกินข้าวกันเดี๋ยวฟลุ๊คไปทำงานสาย" ฟลุ๊คยังปฏิบัติต่อเจนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแม้ในใจของเขาจะรู้สึกถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไปหลังจากได้เจอเวฟเมื่อวาน ร่างสูงขับรถออกมาจากบ้านเพื่อมาทำงานเป็นชีวิตประจำวัน วันนี้ต้องโทรศัพท์ไปขอโทษมินแฟนใหม่ของเวฟ ต้องทำทุกวิธีทางให้เขาเซ็นต์สัญญากับเราไม่งั้นเราโดนไล่ออกแน่
ร่างสูงวิ่งขึ้นมาที่ชั้นทำงานของตัวเองก่อนจะชะงักเมื่อรับรู้ถึงรังสีอมหิต สายตาไม่พอใจจากเพื่อนร่วมงาน....
"อะไรวะ..." ฟลุ๊คพึมพำ เขาเดินมุ่งตรงไปที่โต๊ะส่วนตัวแต่ตลอดทุกย่างก้าวที่เดินก็มีแต่คนมองตลอด
"มีอะไรก็พูดดิ" ฟลุ๊คพูดออกไปทันทีเพราะทนไม่ไหว หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้แล้วพูดด้วยใบหน้าน้ำเสียงไม่พอใจ
"อย่าคิดว่าตัวเองหน้าตาดีแล้วจะเอาหน้าตามาขายนะ เราอยู่กันที่นี่ขายของให้ลูกค้าด้วยทักษะ ประสบการณ์นี่ไปทำอีท่าไหนลูกค้าถึงติดใจล่ะ เมื่อวานที่ไม่ได้ยอดคงไม่ได้เกร็งแล้วหนีกลับมาเหมือนที่บอกหัวหน้า แต่คงเพราะไป ทำ อะไรๆ จนลืมเซ็นสัญญามากกว่า...ทุเรศ" ฟลุ๊คขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงง ร่างสูงกำลังจะด่ากลับเพราะไม่ยอมให้ตัวเองถูกด่าอย่างไร้เหตุผล แต่ว่า...
"คุณฟลุ๊ค" เสียงหวานที่ดังจากข้างหลังทำให้ฟลุ๊คหันไปมอง หญิงสาวในชุดสูทหวานยืนยิ้มให้เธอเล็กน้อย
"ฉันเป็นเลขาของคุณเวฟค่ะ อยากจะคุยกับคุณหน่อย"
"....ห้ะ?" ฟลุ๊คทำหน้างงแล้วเดินตามเธอเข้ามาข้างใน ทันทีที่เดินเข้ามาไอ้แก่เฮ็งซวยหัวหน้าเขาก็เดินมากอดคอเขาเหมือนสนิทกันมาตั้งแต่เขาเกิด ฟลุ๊คผลักออกเล็กน้อยก่อนจะหันมองผู้หญิงตรงหน้า
"นี่ครับฟลุ๊ค นักการตลาดที่ไปเจอเมื่อวาน คุณตราอยากคุยกับเขาเท่าไหร่ก็เชิญนะครับแต่ผมขอเวลาสักครู่แหะๆ...มานี่" ฟลุ๊คถูกดึงให้เดินออกห่าง แรงบีบที่แขนจากอีกฝ่ายทำให้ฟลุ๊คขบฟันระงับความโกรธ
"นี่คุณตรา เลขาคุณเวฟเจ้าของบริษัทที่คุณไปทำการเสนอขายเมื่อวาน วันนี้เขาบอกว่าจะไม่ถือโทษเรื่องเมื่อวานที่คุณหนีกลับ แต่จะนัดเซ็นต์สัญญาอีกครั้งพรุ่งนี้ แถม....รับเพิ่มเป็นสามหมื่นชิ้น"
"ห้ะ สามหมื่น!" ชายชราพยักหน้าก่อนจะหยิกที่แขนของฟลุ๊คอย่างแรง
"ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องทำให้เขาเซ็นต์สัญญากับคุณให้ได้...น่า ครั้งนี้ผมจะทำเป็นมองไม่เห็น เขาขออนัดทานเข้าที่โรงแรมเดิมพรุ่งนี้ตอนเย็น....คุณก็ทำให้เธอประทับใจมากๆ ซิ.....เรื่องแบบนี้คุณถนัดไม่ใช่รึไง....นักการตลาดน่ะก่อนจะขายสินค้ามันต้องขายตัวเองก่อน.....ถ้าพรุ่งนี้คุณทำสัญญาไม่ได้...ผมไล่คุณออก" ฟลุ๊คถูกผลักให้กลับมานั่งที่เดิม ร่างสูงเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะพยายามยิ้มออกมา
"สวัสดีครับ"
"เวลาฉันมีไม่มาก ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ"
"...."
"ฉันจะเพิ่มออเดอร์จากหนึ่งหมื่นเป็นสามหมื่นชิ้น และจะเซ็นต์เอกสารสัญญาซื้อขายแค่ตอนพรุ่งนี้เย็นเท่านั้นถ้าไม่ใช่พรุ่งนี้ฉันจะไม่ให้โอกาสคุณอีกแล้ว...ชัดเจนมั้ยคะ"
"ทำไมต้องเป็นพรุ่งนี้ตอนเย็นหรอครับ" ฟลุ๊คถาม หญิงสาวกระตุกยิ้มก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้
"อ่านดูก็จะรู้เองค่ะ ฉันจะให้คุณตัดสินใจเอาว่าจะยอมตกลงหรือไม่ ฉันจะเซ็นต์สัญญาแค่เย็นพรุ่งนี้ ถ้านอกจากนี้ขอปฏิเสธ....หวังว่าจะยอมมานะคะ" ตราพูดออกมาก่อนจะขอตัวลาออกไป ร่างสูงถูกเชิญกลับมาที่โต๊ะส่วนตัว เขาเปิดจดหมาสีขาวสะอาดตาออกก่อนจะอ่านข้อความที่เขียนด้วยลายมือทุกตัว
'มาเจอผมที่โรงแรมเดิม พรุ่งนี้ตอนเย็น ผมจะเซ็นต์สัญญากับพี่ตามจำนวนสินค้าที่แจ้งไป สามหมื่นชิ้น....ผมรู้ว่าพี่กำลังลำบากและต้องการเงิน....ถ้าพี่ฉลาดพอก็อย่าปฏิเสธผม"
กระดาษแผ่นนั้นถูกฉีกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะถูกทิ้งอย่างไร้ความปราณี..... เพราะรู้ว่าเขาลำบากเลยอยากจะช่วยเขางั้นหรอ เหอะ เขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น และเขาก็ไม่คิดที่จะหนี คนอย่างเวฟมันมีอะไรให้เขากลัวอย่างนั้นรึไง
ฟลุ๊คตัดสินใจที่จะนัดเจอกันอีกครั้งเพื่อทำสัญญาซื้อขายในวันต่อมา คราวนี้พอกลับมาที่โรงแรมเดิมก็รู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปเล็กน้อย กลิ่นหอมจากดอกไม้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายความโกรธได้ดี
"คุณฟลุ๊คใช่มั้ยครับ" ฟลุ๊คพยักหน้าและเดินตามพนักงานไปห้องรับรองที่ใหญ่โตและกว้างขวางหรูหรากว่าห้องที่เขาเคยมา ร่างสองมองเวฟในชุดสูทที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารบางอย่าง ข้างกายก็มีตราเลขาของเขาและผู้ชายตัวใหญ่อีกคนคล้ายบอดิการ์ด
"อ่า.." เวฟรีบวางเอกสารลงและเชิญให้ฟลุ๊คนั่งตรงข้าม ฟลุ๊คมองลูกน้องของเวฟทั้งสองคนอย่างระแวดระวัง
"ตรา คิม....ออกไปก่อน"
"แต่คุณฟลุ๊คครับ"
"ผมอยาดคุยสองคน" คนชื่อคิมพยักหน้าแล้วยอมเดินออกไป ทันทีที่ห้องเหลือเพียงพวกเขาสองคนฟลุ๊คก็ตีหน้านิ่งแล้วหยิบเอกสารซื้อขายโยนใส่หน้าลูกค้ารายใหญ่
"จะเซ็นก็รีบเซ็น"
"เดี๋ยวซิครับ ทำแบบนี้มันไม่ทุเรศเกินไปรึไง?"
"กูไม่ได้ขอให้มึงมาเซ็นต์ ถ้าไม่อยากซื้อก็จบ" ฟลุ๊คลุกขึ้นอีกครั้งแต่เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายทำให้ฟลุ๊คชะงักฝีเท้า
"มึงขำอะไร"
"นี่พี่กำลังกลัวผมหรอวะ"
"ใครกลัวมึง!!" เวฟกระตุกยิ้มออกมา
"ถ้างั้นความสุขุมเยือกเย็นของพี่มันหายไปไหนหมดแล้วล่ะ....หืม?" ฟลุ๊คชะงักกึกก่อนจะนั่งลงทันที ทั้งที่คิดมาตลอดว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้ในใจของเขามันพลุพล่านไปหมด
"เมื่อวานพี่ทำเสียมารยาทมากนะ...กับเมียของผม"
"มึงว่าไงนะ?" ตาคมตวัดขึ้นมามองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
"ผมบอกว่า ที่พี่ดึงกระดาษออกจากมือของมิน....รู้มั้ยว่ามันเจ็บแถมยังตกใจมากแค่ไหน" ฟลุ๊คกำหมัดแน่นเขาค่อยๆ หายใจเข้าออกช้าๆ ระงับอารมณ์ของตัวเอง
"มึงอยากจะพูดอะไร"
"สามหมื่นชิ้น....แลกคำขอโทษ"
"......"
"ผมนัดพี่มาก็แค่อยากได้ยินคำขอโทษน่ะ"
"ไอ้เวฟ!!"
ตุบ!!
ฟลุ๊คตบโต๊ะดังลั่นด้วยความโกรธ แต่ร่างสูงกว่าอีกคนกลับนั่งนิ่ง
"พอดีเมียผมค่อนข้างขี้ตกใจน่ะ พอถูกพี่ทำมารยาทแบบนั้นใส่มินก็เลยหวาดกลัวไม่กล้ามาเจอพี่....พี่ควรจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง.."
"กูไม่ขอโทษ" ฟลุ๊คพูดเด็ดขาด
"ตรา เลขาผมได้ยินหัวหน้าพี่บอกว่าถ้าวันนี้ผมไม่เซ็นต์สัญญากับพี่ เขาจะไล่พี่ออก"
"กูไม่อยู่แม่งแล้วบริษัทเฮ็งซวยแบบนี้!!" ฟลุ๊คพูดก่อนจะถีบโต๊ะอาหารจนแจกันหรูตกแตกแต่เขาไม่สน ร่างสูงเดินออกมาจากห้องด้วยความโกรธก่อนจะกลับเข้าบริษัท ใบหน้าระรื่นของเจ้านายที่คิดว่าจะได้เซ็นต์สัญญายิ่งทำให้ฟลุ๊คหงุดหงิด
ทั้งไอ้เวนนั่น
ทั้งบริษัทเฮ็งซวยนี่
"ไหน สัญญา..."
ตุบ!!
กระเป๋าเอกสารทั้งหมดถูกฟาดใส่ชายชราเฉียดเขาไปเพียงเล็กน้อย ตาของเขาเบิกกว้างเพราะความตกใจก่อนจะกลับมาเกรี้ยวกราดอีกครั้ง
"นี่คุณกล้า!!"
"ทำไม! มึงจะทำเหี้ยอะไรกู!!" ชายชราอ้าปากค้างหลังฟลุ๊คตะหวาดใส่ เสียงทะเลาะกันดังเอะอะไปจนคนข้างนอกได้ยิน
"นะ...นี่..."
"กูขอลาออก! ไม่อยู่แล้วที่เฮ็งซวยแบบนี้!!"
เขาทำไปเพราะความโกรธ ระบายอารมณ์ร้อนใส่โต๊ะทำงาน กวาดข้าวของที่สำคัญออกมาก่อนจะเดินออกมาจากห้องโดยไม่สนใจเสียงตะโกนกร่นด่าของอดีตหัวหน้า เงินดงเงินเดือนค่าประกันห่าเหวอะไรกูไม่สนใจทั้งนั้น.....กูไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากทนกับสภาพต่ำตมของตัวเองแบบนี้....ไม่อยากเจอหน้ามันแล้วฟังมันเล่าเรื่องของเมียมัน... โธ่เว้ย! นี่กูเป็นบ้าอะไรวะ!!
"ฟลุ๊ค..." เสียงร้องไห้ของสามีดังออกมาจากห้องนอนส่วนตัวทำให้เจนรู้สึกเป็นห่วง เจนตกใจมากที่เห็นฟลุ๊คกลับมาแล้วร้องไห้ สามีเขาบอกแค่ว่าลาออกแล้วเท่านั้นก่อนจะไม่พูดอะไร ปิดประตูใส่แล้วร้องไห้ตลอดเวลา
กระทั่งเช้าของอีกวัน ฟลุ๊ครู้สึกแย่มากที่ตัวเองทำอะไรโดยขาดสติ เขาใจร้อนและหุนหันพลันแล่นตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่อยากจะทำอะไรต่อให้หัวเด็ดตีนขาดเขาก็ไม่ยอมทำ แต่เพื่อลูกที่กำลังจะเกิดเขาอดทนทำงานเงินเดือนสูงที่นั่น อดทนในสภาพแวดล้อมสุดระยำนั่นมาตลอด....เขาอดทนได้ตั้งเป็นปีๆ แต่แค่เจอหน้าเวฟใจของเขามันก็สั่นกลัว กลัวเวฟ กลัวเรื่องงาน กลัวความกดดัน กลัวใจตัวเอง กลัวไปหมดจนขาดสติและขาดความสุขุม....
"เจน..." เจนหันมามองสามีเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา
"ตื่นแล้วหรอคะ ทานอะไรเลยมั้ย"
"ฟลุ๊ค...ขอโทษ" หญิงสาวเดินมาหาสามีก่อนจะลูบใบหน้าคมหล่อของเขาเบาๆ
"เจนไม่รู้นะว่าฟลุ๊คมีปัญหาอะไร แต่ว่า...เจนเชื่อในการตัดสินใจของฟลุ๊ค"
"ฮึก..." ร่างสูงขบฟันแน่น หนี้เกือบสิบล้าน พ่อและแม่ที่กำลังลำบากอยู่ต่างจังหวัด ภรรยาที่ต้องออกมาอยู่กับเขาเพราะพ่อแม่ไล่ออกจากบ้าน และลูกในท้องที่อีกแค่เดือนเดียวก็จะคลอดออกมา....ภาระทุกอย่างถูกโยนมาให้เขา เขาพร่ำบอกตัวเองว่าตัวเองทำได้ และจะต้องทำมันออกมาได้ดีแน่ๆ แต่ว่าตอนนี้..
"ฟลุ๊คขอโทษ.....เพราะฟลุ๊คใจร้อนเลยทำให้ลำบาก....ขอโทษ"
"เจนต่างหากที่ต้องขอโทษ...." หญิงสาวจับมือสามีมานั่งลงที่โซฟาใหญ่ก่อนจะจับมือของเขาเอาไว้
"เราสองคนไม่ได้รักกันแต่ตัดสินใจแล้ว่าจะมีชีวิตร่วมกันเพื่อลูก.....แต่เจนกลับโยนภาระทุกอย่างให้ฟลุ๊ค ฟลุ๊คบอกแต่ให้เจนดูแลตัวเอง เจนว่ามันถึงเวลาที่เจนจะต้องช่วยฟลุ๊คบ้างแล้ว...ที่จริงเจนก็คิดเรื่องนี้มาสักพัก" หญิงสาวมองหน้าสามีแล้วเสนอความคิดเห็นของเธอ
"เจนยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ฟลุ๊คก็มีเงินเก็บสักส่วน เราสองคนร่วมกันลงทุน เงินส่วนหนึ่งสำรองฉุกเฉินให้ลูก อีกส่วนก็ลงทุนขายของกันเถอะ"
"ขายของ?" เจนพยักหน้า
"บ้านนี้เราก็เช่าเขาอยู่ เราไปเช่าบ้านที่เปิดร้านขายของได้ ร้ายเล็กๆ ขายอาหารหรืออะไรสักอย่าง เป็นเจ้าของกิจการอยากจะพักตอนไหนก็ได้ มีเวลาเลี้ยงดูลูกด้วยกันด้วย"
"มันไม่ง่ายเลยนะเจน การขายของน่ะมัน...." ฟลุ๊คมองใบหน้าหวานที่มีสีหน้าและแววตาจริงจังก่อนจะถอนหายใจ
"ฟลุ๊คจะลองคิดดู.....ขอบคุณนะที่ไม่โทษฟลุ๊ค"
"ขอบคุณนะคะที่ดูแลเจนและเหนื่อยมาตลอดเลย" ฟลุ๊คยิ้มออกมา ทำไมนะ ทั้งที่ผู้หญิงตรงหน้าดีกับเขามากขนาดนี้แท้ๆ แต่เขากลับไม่ได้รักเธอแบบคนรักสักนิด แต่กับคนเลวอย่างมัน.....กลับไม่เคยลืม....
.
.
.
"ช่วยไปสืบเรื่องของพนักงานขายคนนี้ให้ผมหน่อย" ร่างสูงสั่งเลขาคนสนิทของตน ตราพยักหน้าและจัดการสืบหาประวัติข้อมูลมาเท่าที่ทำได้ก่อนจะเอามาให้เจ้านายในตอนเย็น ทั้งที่งานของเขากองเต็มโต๊ะไปหมดแต่เวฟเลือกที่จะอ่านประวัติที่ถูกสรุปมาของฟลุ๊คก่อน ร่างสูงไล่สายตาอ่านประวัติส่วนตัวตั้งแต่ช่วงประถมแล้วเผลอยิ้มออกมา ภาพถ่ายจากบัตรนักศึกษาตอนเรียนมหาวิทยาลัยถูกดึงออกมาใช้.....คิดถึงช่วงเวลานั้น....เขาน่ะมีความสุขที่สุดตั้งแต่ใช้ชีวิตมาเลยล่ะ....
เวฟค่อยๆ อ่านประวัติหลังเรียนจบอย่างละเอียดด้วยความตึงเครียด....
หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ สอบติดป.โท คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ต่างประเทศ สละสิทธิ์ บริษัทล้มละลาย เป็นหนี้สิบแปดล้าน.... สมัครงานที่บริษัทผลิตอะไหล่ชื่อดังในตำแหน่งวิศวะ ถูกย้ายมาตำแหน่งพนักงานขาย เข้าพิธีแต่งงาน........ลงประวัติเป็นบิดาของบุตรที่กำลังอยู่ในท้อง...
มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่สั่นระริกเพราะความตกใจ..... ฟลุ๊ค.... กำลังจะเป็นพ่อคน.....
"ทำไม.....พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิงนี่..." อกแกร่งกระเพื้อมขึ้นไปมาก่อนหยาดน้ำตาใสจะหยดลงบนกระดาษหน้านั้น เวฟกำหมัดแน่นก่อนจะกวาดเอกสารทุกอย่างจนปลิวกระจาย ร่างสูงฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานที่เละไม่เป็นท่าก่อนจะร้องไห้และทุบโต๊ะเพราะความเจ็บใจ
"อีกแค่นิดเดียว....ฮึก.....มันแค่นิดเดียว......"
100%
#โปรดติดตามตอนต่อไป...