ตอนที่5
ได้แต่มอง
เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้ามาในงานแล้ว ดารินคล้องแขนของธีรนัยอย่างออกหน้าออกตา เมื่อทั้งคู่ถูกถ่ายรูปและสัมภาษณ์จากสื่อต่างๆแล้ว ธีรนัยก็สะบัดแขนออกจากมือของดาริน
"พอได้แล้ว " เขาพูดขึ้น
ดารินหยุดยิ้มลงทันที เพราะรู้แล้ว่าเขามองเห็นอรรัมภาที่มางานเลี้ยงนี้ด้วย เมื่อธีรนัยเดินไป ดารินรีบเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อเขามาถึงอรรัมภา ทั้งคู่ทักทายกัน
"อร คุณก็มาด้วยเหรอ ?" ธีรนัยถามขึ้น
"ค่ะ มาตามพี่พุฒ" อรรัมภาตอบออกไป
"แล้วพี่พุฒไปไหนแล้ว ทำไมยังมายืนคุยกับสามีชาวบ้านได้อย่างหน้าไม่อายแบบนี้ละคะ คุณอร" ดารินพูดขึ้น ทำให้สายตาของทั้งคู่จ้องมองมาที่เธอ
"อุ๊ย! ฉันพูดอะไรผิดไปคะ นัย" ดารินพูดขึ้น พร้อมกับมองมาที่อรรัมภา
อรรัมภาเงียบไปไม่ต่อปากต่อคำ ละทำท่าจะเดินหนี แต่ธีรนัยกลับดึงแขนของเธอไว้ ทำให้ดารินที่มองเห็น รู้สึกไม่พอใจและเดินไปกระชากแขนของอรรัมภาออกและผลักเธอล้มลง
"หยุดนะรินคุณไม่อายคนบ้างรึไง" ธีรนัยพูดขึ้น
"อายทำไม มันต่างหากที่ต้องอาย" ดารินพูดขึ้น
"พอเถอะค่ะคุณธีรนัยคุณริน อรขอโทษอรผิดเองค่ะอรขอตัวก่อนนะคะ" อรรัมภาจะเดินออกไป ธีรนัยอยู่ๆก็ดึงแขนของอรรัมภาไปที่รถ
"กลับเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง" เขาพูดขึ้น ทำให้ดารินที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกไม่พอใจและเดินตามธีรนัยที่เดินจูงแขนของอรรัมภาออกไป
"หยุดนะคุณนัยคุณกำลังทำบ้าอะไร?"
"ก็กำลังจะทำบ้าๆในแบบที่คุณทำยังไง" เขาตอบออกมาทั้งๆที่มือก็ดึงแขนของอรรัมภาไปที่รถ จนมาถึงที่รถ
"อร ขึ้นรถเถอะ" ธีรนัยพูดขึ้นต่อหน้าของดาริน เขาเปิดประตูหน้าทางด้านข้างคนขับให้อรรัมภา แต่ดารินกลับเดินเข้าไปและแทรกตัวเข้าไปนั่งด้านหน้าทันที พร้อมกับรัดเข็มขัด
"ถ้าอยากกลับก็ไปนั่งข้างหลัง" ดารินพูดขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ไม่พอใจของธีรนัยเขาเดินไปขึ้นรถและเปิดประตูหลังให้กับอรรัมภา
รถค่อยๆแล่นออกจากงานเลี้ยงไป เมื่อไปถึงใกล้จะครึ่งทางอยู่ๆรถก็ดับลงไป ธีรนัยพยายามสตาร์ทอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล
เขาลงมาเปิดกระโปรงรถด้านหน้าไปมาแล้วก็ปิดกระโปรงลงในทันทีเขาขึ้นมาบนรถและบิดกุญแจรถอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลเช่นกัน
"ริน คุณลงไปดูด้านหลังรถให้ผมหน่อยได้ไหม เหมือนกับมีอะไรติดอยู่ที่ล้อ "เขาพูดขึ้น
"ไม่เอาอ่ะ ให้อรรัมภาไปสิ" ดารินพูดขึ้น
"ริน อย่าเพิ่งงอแงผมขอร้องให้คุณช่วยผมอีกอย่างอรก็เป็นแขกของผม ถือซะว่าช่วยผมหน่อยแล้วกัน" ธีรนัยพูดขึ้น
ดารินเห็นว่าธีรนัยนั้นพูดดีกับเธอต่อหน้าของอรรัมภา ทำให้เธอรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องรู้สึกได้เปรียบอรรัมภาอยากบอกไม่ถูก เธอเชิดคอขึ้นมาและถอดเข็มขัดนิรภัยที่รัดตัวของเธอออก ประตูค่อยๆเปิดออกไป
ชุดราตรีของเธอที่ดูพะรุงพะรังทำให้เธอต้องดึงขึ้นมาและเดินไปดูล้อด้านหลังรถตามที่สามีของเธอได้บอก อยู่ๆเสียงประตูรถก็ปิดดังขึ้นและสุดท้ายมันก็เล่นออกไปต่อหน้าต่อตาของเธอ
ดารินวิ่งตามและร้องเรียกเขาให้หยุดเพื่อรอเธอแต่ยิ่งวิ่งรถยิ่งแล่นไกลออกไป เธอวิ่งจนสุดกำลังเพื่อที่จะตามรถของธีรนัยให้ทันจนเธอเสียหลักล้มลงไป
ดารินค่อยๆลุกขึ้นเธอโมโหอย่างมากและใช้มือทุบไปที่ถนนตรงนั้นแต่ก็ต้องรีบลุกขึ้นเพราะเสียงแตรรถทำให้เธอต้องรีบเบี่ยงตัวเข้ามาข้างทาง
ตอนนี้ขาของเธอเจ็บอีกทั้งยังมีรอยแผลเป็นที่ล้มที่ข้อศอกและหัวเข่า เธอเดินไปตามถนนพร้อมกับชุดราตรีที่แสนสวยที่เขานั้นซื้อให้ ฝนค่อยๆรินลงมาเป็นสาย ตอนนี้โทรศัพท์หรือเงินไม่มีติดตัวมีแต่สักบาทเดียว
"ทำไมซวยอย่างนี้นะ" เธอพึมพำออกมา
เธอเดินไปพร้อมใบหน้าที่เศร้าสร้อยและหมดหวัง ขณะที่ฝนกำลังจะตกลงมาแรงขึ้นแรงขึ้นแต่ยังนับว่าโชคดีที่ยังเจอร้านโชว์ห่วยอยู่ร้านหนึ่งที่กำลังจะปิดร้านเธอรีบวิ่งเข้าไป
"ป้าคะ ป้าคะหนูขอความช่วยเหลือหน่อยได้ไหมคะ?" ดารินทั้งวิ่งทั้งขากระเผลกไปที่ร้านของคนนั้น
"อ้าวหนูทำไมเป็นแบบนี้ล่ะรีบเข้ามาเร็วฝนตกแรงแล้ว" ป้าคนนั้นรีบพาเธอเข้ามานั่งภายในร้านและเอาผ้าขนหนูมาห่มให้เธอพร้อมกับน้ำอุ่นๆ
โชคยังดีที่เธอยังได้รับความช่วยเหลือจากป้าคนนี้ เธอกค่อยๆดื่มน้ำอุ่นนั้นลงไปอย่างช้าๆเพราะความหนาวเย็นของสายฝนที่เธอเดินฝ่ามาน้ำตาค่อยๆไหลลงมาพร้อมกับการดื่มน้ำอุ่นแก้วนั้น
"โธ่! แม่หนู เจออะไรที่ไม่ดีมาล่ะสิ แล้วจะกลับบ้านยังไง ?"ป้าคนนั้นถามขึ้น
ดารินรีบเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็ง ป่านนี้สามีของเธอคงไปถึงไหนต่อไหนกับอรรัมภาแล้วแน่ๆ
"คุณป้าคะ พอจะเรียกแท็กซี่ให้หนูได้ไหมคะ" ดารินพูดขึ้น
"คงยากแล้วล่ะหนูตอนนี้ก็ดึกมากแล้วแถวนี้ก็เปลี่ยว แต่ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวป้ากับลุงมีรถกระบะจะขับไปส่งหนูดีไหม?"
ได้ฟังดังนั้นดารินยิ้มออกมาและยกมือไหว้ทั้งสองที่มีน้ำใจต่อเธอ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกถึงความมีน้ำใจของคนรอบข้าง แต่ก่อนเธอด้อยค่าทุกคนที่มีฐานะต่ำกว่าเธอ แต่ตอนนี้คนพวกนี้กลับมีจิตใจที่สูงกว่าคนที่มีมาหาสมบัติเป็นร้อยๆล้านดังเช่นเธอ
รถกระบะเก่าๆถูกขับออกไปเพื่อไปส่งเธอยังคฤหาสน์ใหญ่โตเมื่อมาถึง คนรับใช้วิ่งเอาเงินมาให้ลุงกับป้าเพื่อเป็นสินน้ำใจแต่ทั้งคู่กลับไม่รับและขับรถออกไปเฉยๆนั่นยิ่งทำให้ดารินซาบซึ้งในความดีของทั้งสอง
ดารินเดินเข้าไปทั้งที่ตัวยังเปียก อีกทั้งยังข้อศอกเป็นแผลและหัวเข่าก็เป็นแผล ตัวก็เปียกปอนไปหมด เธอเดินเข้าไปทั้งที่สภาพเธอเป็นแบบนั้น คนรับใช้รีบนำผ้าขนหนูมาห่มให้เธอ
แต่เมื่อเธอเข้าไปก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อร่างสูงใหญ่ยืนขวางเธออยู่ตรงบันไดทางขึ้นไปยังห้องนอน เธอเงยหน้ามองเขาและพูดออกมาเพียงสั้นๆ
"ออกไปฉันเหนื่อย" ดารินพูดขึ้นพร้อมกับกลืนก้อนแข็งๆลงไปที่ลำคอ สิ่งที่เขาทำกับเธอวันนี้มันมากเกินไปจริงๆ
"ทำไมคุณไม่รอผม ผมขับรถกลับไปหาคุณ" ธีรนัยพูดขึ้น
"ได้โปรดหลีก ฉันเหนื่อย" ดาริน พูดขึ้นอีกครั้ง พร้อมใบหน้าที่เรียบนิ่ง ตอนนี้เธอเหนื่อยจริงๆเธอไม่อยากฟังคำพูดใดๆที่ออกจากปากเขาอีกแล้ว วันนี้ให้เรื่องราวแย่ๆมันจบลงแค่นี้ไปก่อน
ดารินกำลังจะเดินผ่านตัวเขาไปแต่ธีรนัยกลับรู้สึกแปลกๆที่ดารินไม่โวยวายอาละวาดต่อหน้าของเขา หรือว่าอยากจะเรียกร้องความสงสารจากเขา ธีรนัยดึงแขนของเธอเอาไว้ในทันที
"โอ้ย!"ดารินร้องออกมาเพราะรู้สึกเจ็บกับแผลที่แขน
"คุณเป็นแผล ทำไมถึงมีแผล?" ธีรนัยถามขึ้นมาและพลิกแขนของเธอไปมา เพื่อดูว่าเธอมีแผลตรงไหนบ้าง
ดารินชักแขนของตัวเองออกจากมือของเขา ตอนนี้ใบหน้าของเธอเรียบนิ่งไม่มีสีหน้าของการโวยวายโกรธเกลียดหรือจะต่อว่าเขาเลยแม้แต่น้อย หากพูดไปมากกว่านี้น้ำตาต้องไหลออกมาอย่างแน่นอน
ทำไมต้องอธิบายอะไรให้เขาฟังมากมายในเมื่อสิ่งที่เขาทำ เขาทำแค่เพื่อความสะใจก็เพียงเท่านั้น ดารินได้แต่มองหน้าของเขานิ่งและเดินขึ้นไปและเข้าห้องไปในทันที
ธีรนัยรู้สึกผิดที่ตัวเองทำกับดารินแรงเกินไป บางครั้งเขาแค่อยากจะแกล้งให้เธอรู้จักรักษามารยาทต่อหน้าของคนอื่นเสียบ้าง แต่เขาคงคิดน้อยไป ธีรนัยถอนหายใจออกมา นี่เขาทำบ้าอะไรลงไปนะ เขาคิด
จบตอนที่ 5