พ่อค้าหน้าเลือด NPC

2518 Words
ฝุ่นผงนับล้านโมเลกุลลอยฟุ้งกระจายต้องแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางประตูบานยักษ์ราวกับเอฟเฟกต์หมอกควัน (Fog of War) ในฉากเปิดตัวดันเจี้ยนร้าง กลิ่นอับชื้นของไม้เก่า เชื้อรา และความโลภที่หมักหมมมานานปี โชยมาเตะจมูกจน ฮ่องเต้หลี่จิง ต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกพร้อมกับส่งเสียงไอโขลกเขลก “แค่ก! แค่ก! นี่มันคลังสมบัติหรือสุสานบรรพชนกันแน่? ทำไมถึงได้สกปรกโสโครกเช่นนี้!” เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบ ดวงตาที่โผล่พ้นแขนเสื้อฉายแววรังเกียจขยะแขยง สำหรับฮ่องเต้ที่เติบโตมาในห้องบรรทมสะอาดเอี่ยม แม้จะชอบปาข้าวของให้รกก็ตามสภาพของ “ท้องพระคลัง” ตรงหน้าคือสิ่งที่เหนือจินตนาการ ตรงกันข้าม เฉินซือเยว่ ในร่างพระพันปีเหรินเชวี่ย กลับยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางดงฝุ่น นางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนบางขึ้นมาผูกปิดครึ่งหน้า เหลือไว้เพียงดวงตาคมกริบที่กวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับเครื่องสแกนบาร์โค้ด ในสายตาของ NPC หรือคนทั่วไป นี่อาจเป็นแค่กองภูเขาสมบัติที่วางสุมหัวกันจนรกตา แต่สำหรับ เฉินซือเยว่ ผู้ถือครองฉายา God Hand หัตถ์พระเจ้าสายจัดของ สิ่งที่สะท้อนอยู่ในม่านตาของเธอคือหน้าต่าง Inventory กระเป๋ามิติที่ช่องเก็บของเต็มทะลุลิมิต Overweight และเต็มไปด้วยไอเทมเละเทะรอการจัดการ! เปิดระบบประเมินไอเทม (Appraisal) Item Name: แจกันลายครามราชวงศ์ก่อน Rarity (ระดับความหายาก): Rare (ไอเทมสีฟ้า) Condition (สภาพ): Damaged (ร้าว / รอวันแตก) คำแนะนำจากระบบ: ราคาตกกระฮวบ แนะนำให้ใช้สกิลซ่อมแซมก่อนเอาไปหลอกฟันกำไร NPC Item Name: หีบผ้าไหมตระกูลซู Rarity (ระดับความหายาก): Common (ไอเทมขยะสีขาว) Condition (สภาพ): Rotten (ขึ้นรา / สภาพเน่าเฟะ) คำแนะนำจากระบบ: หมดมูลค่าการลงทุน โยนเข้าเตาเผาหรือเอาไปทำผ้าขี้ริ้วเช็ดพื้นวังเถอะ Item Name: กองฎีกาเบิกงบประมาณ (จากขุนนางกรมคลัง) Rarity (ระดับความหายาก): - Condition (สภาพ): Trash (ขยะเปียก / ไอเทมขยะรกช่องเก็บของ) คำแนะนำจากระบบ: ไร้ประโยชน์สิ้นดี! กรุณากดปุ่ม Delete (ทำลายทิ้ง) ทันทีเพื่อทวงคืนพื้นที่กระเป๋า! “เละเทะ...” เฉินซือเยว่พึมพำเสียงอู้อี้ผ่านผ้าปิดหน้า “ไม่มีการจัดหมวดหมู่ (Sorting) ไม่มีการแยกประเภท (Categorization) แถมยังวางของทับกันจนค่า Durability (ความทนทาน) ลดฮวบ... นี่มันระบบจัดการคลังสินค้าที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา” “เจ้าบ่นอะไรของเจ้า?” หลี่จิงหันมาถาม คิ้วขมวดมุ่น “ข้าได้ยินแต่คำประหลาด ๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว” “ข้ากำลังประเมินสถานการณ์” เฉินซือเยว่ก้าวเดินเข้าไปในดงสมบัติ โดยไม่สนใจชายกระโปรงผ้าไหมราคาแพงที่จะลากถูกฝุ่น “ตามข้ามา ฝ่าบาท แล้วระวังอย่าไปเหยียบกับดักเข้าล่ะ” “กับดัก? ในคลังของข้ามีกับดักด้วยรึ?” หลี่จิงชะงักฝีเท้า รีบมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง “กับดักทางบัญชีน่ะสิ” เฉินซือเยว่แสยะยิ้มภายใต้ผ้าปิดหน้า “ข้าได้กลิ่นตุๆ ว่าของในนี้... ดีไม่ดีจะเป็นของปลอมไปครึ่งคลัง” คำพูดนั้นทำให้ ใต้เท้าจิน ขุนนางเจ้ากรมการคลังร่างท้วมที่เพิ่งจะคลานตามเข้ามาถึงกับสะดุ้งโหยง เหงื่อกาฬไหลพลั่กอาบใบหน้าอูม ๆ ราวกับเขื่อนแตก เขารีบกุลีกุจอเข้ามาขวางหน้ากองหีบใบใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง “พระ... พระพันปีพะย่ะค่ะ! ทรงระวังพะย่ะค่ะ! ตรงนั้นฝุ่นหนามาก เกรงว่าจะระคายเคืองพระวรกาย ให้กระหม่อมเรียกคนมาทำความสะอาดก่อนดีไหมพะย่ะค่ะ? วันหน้าค่อยเสด็จมาใหม่...” เฉินซือเยว่หยุดเดิน หันมาจ้องหน้าใต้เท้าจินด้วยสายตาที่ทำเอาอีกฝ่ายขนลุกซู่ มันไม่ใช่สายตาข่มขู่แบบราชวงศ์ แต่เป็นสายตาของผู้เล่นระดับสูงที่กำลังมอง “NPC พ่อค้าหน้าเลือด” ที่พยายามจะย้อมแมวขายของ “หลีกไป ใต้เท้าจิน” เฉินซือเยว่เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าไม่ได้มาเดินเล่น ข้ามาทำ “Audit” ...ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน” “ตะ... ตรวจสอบบัญชี?” ใต้เท้าจินละล่ำละลัก “แต่บัญชีของกรมคลังซับซ้อนนัก เกรงว่าพระพันปีจะไม่เข้าพระทัย...” “ซับซ้อน?” เฉินซือเยว่เลิกคิ้วสูง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “เจ้าคิดว่าข้าอ่านไม่ออกรึ? งบดุล (Balance Sheet) ที่ตัวแดงเถือก รายรับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่รายจ่ายพุ่งทะลุเพดานเหมือนค่า Ping ตอนเน็ตหลุด... ข้าดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไส้ในมันเน่าเฟะแค่ไหน” นางผลักไหล่หนาๆ ของใต้เท้าจินออกไปให้พ้นทาง แล้วเดินตรงไปยังหีบใบใหญ่ที่เขาพยายามปกป้องเมื่อครู่ มือเรียวขาวซีดเอื้อมไปเปิดฝาหีบออก แอ๊ด... แสงสีทองอร่ามส่องประกายวูบวาบออกมาจากในหีบ หลี่จิงที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับตาโต “โอ้! นั่นมัน “ปะการังทองคำ” ที่แคว้นทางใต้ส่งมาเป็นบรรณาการเมื่อปีก่อนนี่!” หลี่จิงจำได้ “ข้าจำได้ว่ามันสวยมาก แต่มันมาอยู่ในห้องเก็บของแบบนี้ได้ยังไง?” ภายในหีบคือต้นปะการังสีทองขนาดเท่าแขน แผ่กิ่งก้านสาขางดงามดูเลอค่าสมคำร่ำลือ ใต้เท้าจินรีบแทรกตัวเข้ามาอธิบายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเกินเหตุ “ใช่แล้วพะย่ะค่ะ! นี่คือสมบัติล้ำค่า! หายากยิ่ง! กระหม่อมเก็บรักษาไว้อย่างดีในหีบนี้ เพื่อรอวันมหามงคล...” “เก็บไว้อย่างดี?” เฉินซือเยว่ทวนคำ นางยื่นมือลงไปหยิบปะการังทองคำแท่งนั้นขึ้นมา ถือไว้ในมือแล้วชั่งน้ำหนักดู “แปลก...” “แปลกอันใดหรือพะย่ะค่ะ?” ใต้เท้าจินเริ่มเหงื่อแตกอีกรอบ “น้ำหนักมันเบาผิดปกติ (Weight Logic Error)” เฉินซือเยว่พึมพำ “ทองคำเป็นโลหะที่มีความหนาแน่นสูง ต่อให้เป็นปะการังโปร่ง แต่ขนาดเท่านี้ น้ำหนักมันควรจะตึงมือกวานี้อย่างน้อยสองเท่า... เว้นเสียแต่ว่า...” นางใช้นิ้วชี้เคาะลงบนกิ่งปะการังเบาๆ ป๊อก... ป๊อก... เสียงที่ดังออกมาไม่ใช่เสียงกังวานของโลหะ แต่เป็นเสียงทึบ ๆ ของวัตถุที่มีรูพรุน หรือไม่ก็... “ไม้ ?” หลี่จิงอุทาน “เสียงมันเหมือนไม้ชัด ๆ!” เฉินซือเยว่ไม่รอช้า นางหยิบปิ่นปักผมทองคำจากบนศีรษะของตนเองออกมา แล้วใช้ปลายแหลมของปิ่นขูดลงไปที่ฐานของปะการังอย่างแรง ครืด! เศษสีทองหลุดร่อนออกมา เผยให้เห็นเนื้อในสีน้ำตาลเข้มที่เป็นเสี้ยนไม้ชัดเจน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องคลังทันที ใต้เท้าจินหน้าซีดจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบจะลงไปกองกับพื้น ส่วนหลี่จิงอ้าปากค้าง จ้องมอง “ปะการังทองคำ” ที่กลายเป็น “กิ่งไม้ทาสี” ด้วยความตกตะลึง “นี่มัน...” เสียงของฮ่องเต้สั่นเครือด้วยความโกรธ “นี่มันของปลอม! พวกเจ้าช่างบังอาจนัก กล้าเอาเศษไม้ผุพังมาเคลือบสีตบตาเบื้องสูง ว่าเป็นทองคำแท้กระนั้นรึ!” “ฝะ... ฝ่าบาท! กระหม่อมไม่ทราบ! กระหม่อมไม่รู้เรื่อง!” ใต้เท้าจินรีบโขกศีรษะลงกับพื้นฝุ่นตลบ “ตอนที่รับมา มันก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว! ต้องเป็นพวกทูตแคว้นใต้ที่หลอกลวงเราแน่ ๆ พะย่ะค่ะ!” “โกหก!” เฉินซือเยว่ตวาดเสียงเย็น นางโยนกิ่งไม้ทาสีนั้นทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ตุบ! แล้วกอดอกมองใต้เท้าจินด้วยสายตาเหยียดหยาม “ในบันทึกบรรณาการ ระบุชัดเจนว่ามีการตรวจสอบน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของทองคำก่อนนำเข้าคลัง (Check-in Process)” เฉินซือเยว่ร่ายยาวเหมือนอ่าน Log File “ถ้าตอนรับมาเป็นทองคำ แต่ตอนอยู่ในคลังกลายเป็นไม้... มันจะมีคำอธิบายอื่นได้ยังไง นอกจากมีคนในนี้ “Swap Item” หรือสับเปลี่ยนของ!” “สับ... สับไอเทม?” หลี่จิงงงกับคำศัพท์ แต่เข้าใจความหมายโดยรวม “เจ้าหมายความว่า... มีคนขโมยของจริงไป แล้วเอาของปลอมมาวางแทนงั้นรึ?” “ถูกต้องนะคร้าบ” เฉินซือเยว่ดีดนิ้ว “และคนที่มีกุญแจคลัง คนที่มีอำนาจเซ็นรับของ ก็มีอยู่ไม่กี่คนหรอก จริงไหมใต้เท้าจิน?” ใต้เท้าจินตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ เขาอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะหาคำแก้ตัว แต่สายตาอำมหิตของพระพันปีและรังสีฆ่าฟันของฮ่องเต้ทำให้สมองเขาตื้อไปหมด เฉินซือเยว่หันไปหา เสี่ยวหลิน ที่ยืนถือสมุดบัญชีรออยู่ “จดบันทึกไป... ปะการังทองคำ สถานะ: สูญหาย/ถูกขโมย มูลค่าความเสียหาย: ห้าร้อยตำลึงทอง ผู้รับผิดชอบ: กรมการคลัง” “พะย่ะค่ะ!” เสี่ยวหลินรับคำแข็งขัน รีบจดขยุกขยิกลงในสมุด เฉินซือเยว่เดินหน้าต่อ นางชี้ไปที่กองแจกันลายครามสูงท่วมหัว “แจกันพวกนั้น... ยุคราชวงศ์ก่อนใช่ไหม?” “พะ... พะย่ะค่ะ” ใต้เท้าจินตอบเสียงอ่อย “ทำไมมันถึงมีเยอะขนาดนั้น?” เฉินซือเยว่ถาม “ของหายาก (Rare Item) มันไม่ควรจะดรอปเกลื่อนกลาดขนาดนี้สิ” นางเดินเข้าไปใกล้ หยิบแจกันใบหนึ่งขึ้นมาส่องดูก้นแจกัน แล้วก็แสยะยิ้มอีกครั้ง “ตราประทับ... “ผลิตที่เตาเผาหมู่บ้านจาง ปีรัชศกปัจจุบัน” “ เฉินซือเยว่อ่านข้อความเล็กจิ๋วที่ก้นแจกัน “โอ้โห... นี่มันงาน OTOP สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ชัด ๆ ไม่ใช่ของโบราณอะไรเลย” “สามหาว!” หลี่จิงทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินเข้าไปเตะแจกันใบหนึ่งจนล้มกลิ้ง เพล้ง! “พวกเจ้ากล้าเอาของกระจอกพวกนี้มาสับเปลี่ยนของจริงวังหลวงในราคาของโบราณงั้นรึ! มิน่าล่ะ... มิน่าเงินในท้องพระคลังถึงได้ร่อยหรอ!” ความจริงกระแทกหน้าฮ่องเต้หนุ่มอย่างจัง เขาเพิ่งเข้าใจคำว่า “Whale” วาฬ - ผู้เล่นสายเปย์ที่จ่ายไม่อั้นแต่เล่นไม่เป็น ที่เฉินซือเยว่เคยเปรย ๆ ไว้เมื่อเช้า เขาคือ “วาฬโง่ ๆ” ที่ถูก NPC พ่อค้าหน้าเลือดพวกนี้สูบเลือดสูบเนื้อมาตลอด โดยที่เขาหลงคิดว่าตัวเองร่ำรวยและมีอำนาจ “ใจเย็น ๆ ฝ่าบาท อย่าเพิ่งทำลายหลักฐาน” เฉินซือเยว่ดึงแขนฮ่องเต้ไว้ “แจกันพวกนี้ถึงจะเป็นของใหม่ แต่มันก็ยังขายได้ในราคาของแต่งบ้าน... อย่าเพิ่งทุบทิ้ง เก็บไว้ขายเอาทุนคืน (Salvage)” นางหันกลับไปมองสภาพโดยรวมของคลังสมบัติอีกครั้ง ตอนนี้ในสายตาของนาง มันไม่ใช่ห้องเก็บสมบัติอีกต่อไป แต่มันคือ “สถานที่ก่ออาชญากรรม” ที่เต็มไปด้วยหลักฐานการทุจริต “ฟังนะ ใต้เท้าจิน...” เฉินซือเยว่เดินกลับมายืนค้ำหัวขุนนางเฒ่าที่หมอบราบอยู่ “และขุนนางกรมคลังทุกคนที่แอบฟังอยู่ข้างนอก...” นางเว้นจังหวะ เสียงของนางดังกังวานก้องไปทั่วห้องโถง “วันนี้ ข้าจะทำการ “Big Cleaning” ...ของทุกชิ้นในนี้ จะถูกรื้อออกมาตรวจสอบใหม่หมด ชิ้นไหนปลอม ข้าจะคิดค่าเสียหายจากพวกเจ้า ชิ้นไหนจริงแต่สภาพพัง ข้าก็จะหักเงินเดือนพวกเจ้า... และถ้าใครกล้าหนี หรือกล้าเอาของออกไปซ่อน...” เฉินซือเยว่แสยะยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เสี่ยวหลินเคยเห็น “ข้าจะถือว่าผู้นั้นเป็น กบฐ Banned Player” ...จะถูกขับออกจากราชการ ยึดทรัพย์ และเนรเทศไปชายแดนตลอดชีวิต เข้าใจไหม?” “ข้า... เข้าใจพะย่ะค่ะ! กระหม่อมจะรีบนำบัญชีของจริง... เอ้ย บัญชีทบทวนใหม่มาถวายเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ!” ใต้เท้าจินละล่ำละลัก แทบจะกราบเท้าพระพันปี “ดี” เฉินซือเยว่พยักหน้า “ตอนนี้... แยกกองของซะ” นางชี้ไปที่พื้นที่ว่างทางซ้าย “กองนี้สำหรับ “ขยะ” (Trash) ...ของปลอม ของพัง ของไร้สาระ กองไว้ตรงนี้ ข้าจะเอาไปเลหลังขายทอดตลาด” แล้วนางก็ชี้ไปที่พื้นที่ว่างทางขวาซึ่งเล็กกว่ามาก “กองนี้สำหรับ “ของจริง” (Treasure) ...ถ้ายังมีเหลืออยู่นะ” หลี่จิงมองดูแม่เลี้ยงของตนบัญชาการขุนนางเ*******ูพวกนี้จนหัวหด เขาความรู้สึกทึ่งปนสยอง นางไม่ได้ใช้อำนาจตะคอกข่มขู่แบบที่เขาชอบทำ แต่นางใช้ “ข้อมูล” และ “ความรู้” ที่แม่นยำถูกต้องต้อนศัตรูจนจนมุม “นี่สินะ... วิธีการเล่นเกมของนาง” หลี่จิงพึมพำกับตัวเอง เฉินซือเยว่หันมาเห็นสายตาของฮ่องเต้พอดี นางขยิบตาให้หนึ่งที “อย่าเพิ่งยืนอึ้ง ฝ่าบาท มาช่วยกันแยกของ... ข้าเห็นดาบเล่มนั้นดูเข้าท่า อาจจะเป็นระดับตำนาน Epic ก็ได้ ลองไปตรวจดู เช็คค่า Stat ดูซิ” นางชี้ไปที่ดาบยาวฝุ่นเขรอะเล่มหนึ่ง “ได้!” หลี่จิงรับคำอย่างกระตือรือร้น แม้จะไม่เข้าใจศัพท์แสงที่นางบอกเท่าใดนัก ฮ่องเต้หนุ่มลืมความสกปรกไปจนหมดสิ้น รีบวิ่งไปหยิบดาบเล่มนั้นมาขัดดู บรรยากาศในคลังสมบัติเปลี่ยนไป จากความตึงเครียดของการตรวจสอบทุจริต กลายเป็นความสนุกสนานของการ “เปิดกาชา” (Gacha) ลุ้นว่าของชิ้นไหนจะเป็นของจริง ชิ้นไหนจะเป็นเกลือ (ของห่วย) ผ่านไปสองชั่วยาม กอง “ขยะ” สูงเป็นภูเขาเลากา ในขณะที่กอง “สมบัติจริง” มีเพียงหยิบมือเดียว เฉินซือเยว่ยืนมองผลงานด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ แต่ก็แฝงด้วยความหวัง “เสี่ยวหลิน...” นางเรียก “พะย่ะค่ะ” “ไปป่าวประกาศให้ทั่วเมืองหลวง... พรุ่งนี้ที่หน้าประตูวัง เราจะจัดงาน “Grand Auction” ประมูลของสะสมส่วนพระองค์...” เฉินซือเยว่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “บอกไปว่า เป็นของที่ฮ่องเต้ทรงเคยหยิบจับ เอ่อ ! แม้จะแค่ครั้งเดียวตอนจะปาทิ้งก็เหอะ ...พวกเศรษฐีหน้าโง่ที่อยากมีส่วนร่วมกับวังหลวง ต้องยอมจ่ายหนักแน่ๆ” “พระพันปีจะทรงขายของพวกนี้... ให้กับขุนนางและพ่อค้าพวกนั้นหรือพะย่ะค่ะ?” “ใช่” เฉินซือเยว่ตอบ “เราจะขายขยะคืนให้กับคนที่สร้างขยะพวกนี้ขึ้นมา... ในราคา Premium” หลี่จิงที่กำลังเช็ดดาบอยู่เงยหน้าขึ้นมาฟัง แล้วก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ “ฮ่าๆๆ! เยี่ยม! ให้พวกมันซื้อของปลอมที่พวกมันเองเป็นคนเอามาถวายกลับไป! นี่มันการแก้แค้นที่เจ็บแสบที่สุด!” เฉินซือเยว่มองดูฮ่องเต้ที่หัวเราะร่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน นางยิ้มบางๆ อัปเดตภารกิจ: โละคลังสมบัติสำเร็จ! ยอดทองที่ได้รับ: รอสรุปยอด (รอการประมูล) สถานะอารมณ์ฮ่องเต้: เบิกบานใจ “เกมเพิ่งจะเริ่ม...” นางคิดในใจ “รอดูพรุ่งนี้เถอะ ตลาดหุ้นต้าถังจะต้องปั่นป่วนแน่”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD