เจรจาธุรกิจกับตู้ตำลึงทองเคลื่อนที่

2025 Words
สิ้นเสียงประกาศก้องของเฉินซือเยว่ที่ถามหาผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในห้อง ความเงียบก็โรยตัวลงมาปกคลุมตำหนักหมื่นบุปผาอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่เจือไปด้วยความกระอักกระอ่วน เหล่าสนมนางในต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บ้างก็แอบขยับเครื่องประดับราคาแพงของตนหลบเข้าชายแขนเสื้อ เพราะเกรงว่าหากแสดงตัวว่ารวย อาจจะโดนพระพันปีรีดไถทรัพย์สินเข้าท้องพระคลังเหมือนพวกขุนนางกรมคลังที่โดนไปเมื่อวานซืน ทว่า ในความเงียบนั้น มีสตรีผู้หนึ่งค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้พะยูงอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของนางสง่างามและหนักแน่น... หนักแน่นด้วยน้ำหนักของทองคำ เจ้าจอมเฉียน หรือ เฉียนเฉียน บุตรีของคหบดีผู้มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดินต้าถัง ก้าวออกมากลางวงล้อม นางสวมอาภรณ์สีเหลืองทองปักดิ้นเงินระยิบระยับ แขนทั้งสองข้างประดับกำไลหยกและทองคำข้างละไม่ต่ำกว่าห้าวง บนศีรษะประดับปิ่นระย้าที่ทำจากทับทิมเม็ดโต ทุกย่างก้าวของนางจึงเกิดเสียง กรุ๊งกริ๊ง ราวกับระฆังเงินที่ดังบอกเวลาเปิดตลาดหุ้น นางย่อกายลงถวายความเคารพ ใบหน้าจิ้มลิ้มทว่าแฝงแววตาเจ้าเล่ห์แบบพ่อค้าวาดรอยยิ้มการค้า “หม่อมฉัน เฉียนเฉียน ถวายพระพรพระพันปีเพคะ” น้ำเสียงของนางหวานใสแต่หนักแน่น “หากพระองค์ตรัสถามว่าใครรวยที่สุด หม่อมฉันมิกล้าอวดอ้าง แต่หากถามว่าในวังหลังแห่งนี้ ใครมีเงินสดหมุนเวียนในมือมากที่สุด... ก็คงหนีไม่พ้นหม่อมฉันเพคะ” เฉินซือเยว่ยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เจอตัวแล้ว... แม่สายเปย์ตัวจริง “ดีมาก เฉียนเฉียน” เฉินซือเยว่ผายมือเชิญ “เข้ามาใกล้ ๆ ข้าหน่อย ข้าอยากเห็นประกายความมั่งคั่งของเจ้าให้เต็มตา” เฉียนเฉียนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเมิ่งเหยาและอิงเยว่ ก่อให้เกิดภาพที่ดูขัดแย้งกันอย่างประหลาด สตรีผู้แข็งแกร่งบ้าพลัง สตรีผู้จืดจางไร้ตัวตน และสตรีผู้ส่องแสงเจิดจรัสด้วยอำนาจเงินตรา “เจ้าจอมเฉียน” เฉินซือเยว่เริ่มบทสนทนา “ข้าได้ยินมาว่าบิดาของเจ้าทำการค้าขายผ้าไหมและเครื่องเทศไปทั่วเจ็ดแคว้น การค้าขายเก่งกาจถึงเพียงนั้น เจ้าคงได้วิชาติดตัวมาบ้างกระมัง?” “พอได้บ้างเพคะ” เฉียนเฉียนตอบอย่างถ่อมตน แต่แววตามั่นใจ “ท่านพ่อสอนเสมอว่า ไม่มีของฟรีในโลก และทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย หม่อมฉันจึงยึดถือคตินี้มาตลอดเพคะ” “ยอดเยี่ยม” เฉินซือเยว่ตบเข่าฉาด “งั้นข้าขอไม่อ้อมค้อม ข้าต้องการดึงตัวเจ้ามาร่วมทีม... เอ้ย มาร่วมงานกับข้า ในฐานะผู้ดูแลคลังเสบียงพิเศษ” เฉียนเฉียนเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาคำนวณผลกำไรขาดทุนทำงานทันที “ผู้ดูแลคลังเสบียง? หากพระองค์หมายถึงการให้หม่อมฉันบริจาคเงินเข้าท้องพระคลัง หม่อมฉันเกรงว่า...” นางทำท่าลำบากใจ “เงินทองของหม่อมฉัน แม้จะมีมาก แต่ก็เป็นเงินที่ท่านพ่อหามาด้วยความยากลำบาก จะให้หว่านโปรยเล่นโดยไม่มีผลตอบแทน เกรงว่าจะผิดหลักการค้าเพคะ” เฉินซือเยว่หัวเราะในลำคอ สมกับเป็นเอ็นพีซีสายร้านค้าจริง ๆ ไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่แดงเดียว “ใครบอกว่าให้เปล่า?” เฉินซือเยว่โน้มตัวลงมา จ้องตาเฉียนเฉียนเขม็ง “ข้ากำลังเสนอ “การลงทุน” ต่างหาก” “การลงทุน?” “ใช่” เฉินซือเยว่หยิบพัดด้ามจิ้วขึ้นมาโบกเบาๆ “เจ้าลองมองดูสถานการณ์ตอนนี้สิ ฮ่องเต้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังจากเหตุการณ์กวาดล้างกรมคลัง อำนาจของฝ่าบาทเริ่มกลับมามั่นคง หากเจ้าเลือกลงทุนกับข้าและฝ่าบาทตอนนี้... ในอนาคตเมื่อฝ่าบาทรวบอำนาจได้เบ็ดเสร็จ ตระกูลเฉียนของเจ้าจะได้สิทธิ์ผูกขาดการค้าขายกับราชสำนักแต่เพียงผู้เดียว คิดดูสิว่ากำไรจะมหาศาลแค่ไหน?” เฉียนเฉียนนิ่งคิด สมองของนางดีดลูกคิดรางแก้วอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอนี้น่าสนใจมาก การได้เป็นคู่ค้าผูกขาดกับวังหลวงคือความฝันสูงสุดของพ่อค้าทุกคน “ข้อเสนอนี้นับว่าน่าสนใจยิ่งเพคะ" เฉียนเฉียนพยักหน้าช้าๆ แววตาฉายความคำนวณอย่างรวดเร็ว "ทว่า... นั่นคือผลประโยชน์ในภายภาคหน้า หม่อมฉันเป็นสตรีที่ใส่ใจเพียงกำไรในปัจจุบันเพคะ หากหม่อมฉันต้องเปิดคลังจ่ายทรัพย์ออกไปในยามนี้... หม่อมฉันจะได้รับสิ่งใดตอบแทน ณ บัดนี้หรือเพคะ?” เฉินซือเยว่ยิ้มกว้างกว่าเดิม ฉลาดทันคน... ไม่ยอมซื้อของล่วงหน้า (Pre-order) สินะ ต้องมีของแถมถึงจะยอมจ่าย “ถ้าเช่นนั้น...” เฉินซือเยว่หันไปกระซิบเสี่ยวหลินให้หยิบกล่องไม้ใบเล็กที่นางเตรียมมาเปิดออก ภายในบรรจุตลับแป้งและแท่งชาดสีสวยสดที่นางผสมเองเมื่อคืนตามสูตรเคมีเครื่องสำอางยุคปัจจุบัน “ข้าจะมอบสิทธิ์ให้เจ้าเป็นผู้นำกระแสความงามแห่งวังหลัง” เฉินซือเยว่ยื่นตลับประทินโฉมให้เฉียนเฉียน “นี่คือ 'ผงแป้งไข่มุกสูตรคุมความมัน' และ 'ชาดทาปากสีแดงกุหลาบ' ที่ข้าคิดค้นขึ้นเอง รับรองว่าสีติดทนนาน มิมีแห้งแตกตกร่อง ซ้ำยังช่วยมิให้ใบหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน... ข้าจะมอบตำรับลับนี้ให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว เจ้าสามารถนำไปผลิตขายในนามหอเครื่องประทินโฉมสกุลเฉียนได้ กำไรที่เหลือเป็นของเจ้า ข้าขอส่วนแบ่งเพียงสองในสิบส่วน”เฉียนเฉียนตาโตเป็นประกายทันทีที่เห็นเนื้อแป้งและสีชาด นางเป็นคนรักสวยรักงามและรู้เรื่องเครื่องสำอางดี แค่สัมผัสก็รู้ว่านี่คือของดีระดับตำนานที่หาไม่ได้ในตลาด “ตกลงเพคะ!” เฉียนเฉียนตอบรับแทบจะในทันทีโดยมิต้องเสียเวลาตรึกตรอง “หม่อมฉันขอร่วมทุนด้วย! พระพันปีทรงต้องการตำลึงทองเท่าใด ตรัสมาได้เลยเพคะ หม่อมฉันพร้อมเปย์... เอ้ย! พร้อมทุ่มทุนสนับสนุนอย่างเต็มกำลังเพคะ!” ได้ตัวแล้ว! เฉินซือเยว่ร้องก้องในใจ เฉียนเฉียน - ตำแหน่ง: สายสนับสนุนการเงิน (Support) สกิลพิเศษ: จ่ายไม่อั้น (Pay to Win), เจรจาต่อรอง, หาไอเทมหายาก ตอนนี้ปาร์ตี้ของนางครบองค์ประชุมแล้ว เมิ่งเหยา - ตัวชน (Tank) ผู้แข็งแกร่ง อิงเยว่ - หน่วยสอดแนม (Scout) ผู้ไร้ตัวตน เฉียนเฉียน - ท่อน้ำเลี้ยง (Wallet) ผู้มั่งคั่ง เฉินซือเยว่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองไปที่สามสาวผู้ถูกเลือกด้วยความภาคภูมิใจ เหล่าสนมคนอื่น ๆ ในห้องต่างมองดูด้วยความอิจฉาและงุนงง ว่าทำไมพระพันปีถึงเลือก “ของแปลก” สามคนนี้แทนที่จะเลือกหญิงงามอันดับหนึ่ง “เอาล่ะ ทั้งสามคน ฟังข้า” เฉินซือเยว่ประกาศเสียงดังฟังชัด “ตั้งแต่วันนี้ไป พวกเจ้าคือ “กลุ่มองครักษ์บุปผาเหล็ก” ขึ้นตรงต่อข้าเพียงผู้เดียว” “หน้าที่ของพวกเจ้า ไม่ใช่การแก่งแย่งชิงดีกันเองเพื่อรอให้ฮ่องเต้มาโปรด แต่พวกเจ้ามีหน้าที่ต้องช่วยข้าบริหารจัดการวังหลังแห่งนี้ให้เรียบร้อย และปกป้องฝ่าบาทจากพวกขุนนางเขี้ยวลากดิน” เฉินซือเยว่หันไปหยิบม้วนกระดาษแผ่นใหญ่ที่นางเขียนเตรียมไว้เมื่อคืน กางออกมากลางวง มันคือตารางภารกิจที่ดูคล้ายกระดานเควสต์ในกิลด์ “และเพื่อไม่ให้พวกเจ้าเบื่อ ข้ามีระบบใหม่มานำเสนอ... เรียกว่า “ภารกิจประจำวัน”“ “ภารกิจประจำวัน?” ทั้งสามสาวทวนคำพร้อมกัน “ใช่” เฉินซือเยว่ชี้ไปที่รายการบนกระดาษ “แทนที่พวกเจ้าจะนั่งๆ นอนๆ รอวาสนา ต่อไปนี้ทุกเช้าพวกเจ้ามารับภารกิจจากข้า ใครทำสำเร็จ จะได้รับ “แต้มความดี” สะสมไว้แลกของรางวัล” “ของรางวัลคือสิ่งใดเพคะ?” เมิ่งเหยาถามตาแป๋ว “มีตั้งแต่ขนมสูตรพิเศษ อาวุธใหม่ เครื่องสำอางรุ่นลิมิเต็ด ไปจนถึง...” เฉินซือเยว่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “สิทธิ์ในการเข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นกรณีพิเศษ หรือบัตรขออะไรก็ได้จากข้าหนึ่งข้อ” เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง ดวงตาของเหล่าสนมลุกวาวด้วยความกระหาย นี่มันเปลี่ยนระบบการเมืองวังหลังให้กลายเป็นเกมสะสมแต้มชัด ๆ! “ตัวอย่างภารกิจ...” เฉินซือเยว่อ่านให้ฟัง “เมิ่งเหยา: วิ่งรอบวังหลวงสิบรอบเพื่อลาดตระเวน และฝึกทหารองครักษ์ให้เลิกอู้งาน” “อิงเยว่: สืบข่าวว่าวันพรุ่งนี้ขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีจะยื่นฎีกาเรื่องอะไร” “เฉียนเฉียน: ตรวจสอบราคาสินค้าในตลาดกลาง และหาซื้อสมุนไพรบำรุงกำลังมาให้ฝ่าบาทในราคาต้นทุน” “รับทราบเพคะ!” ทั้งสามสาวรับคำอย่างแข็งขัน พวกนางรู้สึกถึงไฟในการทำงานที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างประหลาด มันมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีรางวัลที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป “ส่วนคนอื่น ๆ...” เฉินซือเยว่หันไปมองเหล่าสนมที่เหลือที่ทำหน้าละห้อย “ถ้าใครอยากเข้าร่วม อยากมีแต้มสะสม ก็ให้มาลงชื่อกับเสี่ยวหลิน ข้ามีงานให้ทำทุกคน ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเป็นงานเย็บปัก งานครัว หรืองานปลูกผัก... ทุกคนมีค่า ถ้าทำตัวให้มีประโยชน์” บรรยากาศในตำหนักหมื่นบุปผาเปลี่ยนไปในพริบตา จากความตึงเครียดของการแก่งแย่งชิงดี กลายเป็นความคึกคักเหมือนตลาดนัดแรงงาน สนมหลิวฟางที่ถูกเมินนั่งกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ นางมองดูเฉินซือเยว่ที่กำลังบัญชาการเหล่าสนมด้วยความเคียดแค้น “ฝากไว้ก่อนเถอะนังพระพันปี...” สนมหลิวพึมพำกับตัวเอง “เจ้าคิดจะเปลี่ยนวังหลังเป็นสนามเด็กเล่นของเจ้างั้นรึ คอยดูเถอะ ท่านลุงของข้าจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่!” หลังจบงานเลี้ยง เฉินซือเยว่เดินกลับตำหนักด้วยความสบายใจ นางรู้สึกเหมือนเพิ่งจะจัดทีมอีสปอร์ตเสร็จและพร้อมลงสนามแข่งนัดแรก “เหนื่อยหน่อยนะเสี่ยวหลิน” นางหันไปบอกขันทีน้อยที่เดินหอบม้วนรายชื่อสนมตามมา “วันนี้เราได้ลูกทีมครบแล้ว พรุ่งนี้เช้า... จะเป็นแมตช์แรกของเรา” “แมตช์แรก? พระองค์หมายถึงการประชุมเช้าหรือพะย่ะค่ะ?” “ถูกต้อง” เฉินซือเยว่หยุดเดิน แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “พรุ่งนี้เช้า ข้าจะเข้าประชุมพร้อมกับฝ่าบาท ข้าได้ข่าวจากสายของอิงเยว่มาแล้วว่า พวกขุนนางเฒ่าเตรียมจะรุมทึ้งฝ่าบาทเรื่องการแต่งตั้งแม่ทัพชายแดน” “แต่... สตรีห้ามยุ่งเกี่ยวราชกิจนะพะย่ะค่ะ พระองค์จะเข้าไปได้อย่างไร?” เสี่ยวหลินท้วงด้วยความกังวล “ใครบอกว่าข้าจะเข้าไปยุ่ง?” เฉินซือเยว่ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มของกัปตันทีมจอมวางแผน “ข้าแค่จะไปนั่งฟังหลังม่าน... และคอยส่งซิก... เอ้ย ส่งสัญญาณให้ฝ่าบาทรู้ว่าต้องตอบโต้ยังไงต่างหาก” “เตรียมตัวให้ดีนะเสี่ยวหลิน พรุ่งนี้เราจะเล่นเกม “สวนกลับ” (Counter Attack) กัน... ข้าจะทำให้ตาแก่พวกนั้นรู้ว่า การรุมกินโต๊ะเด็กน่ะ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด” เฉินซือเยว่เงยหน้ามองท้องฟ้าเมืองฉางอัน ม่านเมฆเริ่มตั้งเค้าเหมือนพายุจะมา นางสูดหายใจลึก เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับบอสตัวจริงของเรื่อง... มหาเสนาบดีเหริน บิดาบังเกิดเกล้าของร่างนี้ และผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในกระดาน “ปาร์ตี้พร้อม... บัฟพร้อม... ยาพร้อม...” “พรุ่งนี้... ลุย!” สรุปสถานะปาร์ตี้ปัจจุบัน: เฉินซือเยว่ (Commander): สั่งการและวางแผน ฮ่องเต้หลี่จิง (Carry): ตัวทำดาเมจหลัก (รอการอัพเกรดสติปัญญา) เมิ่งเหยา (Tank): องครักษ์พิทักษ์วังหลัง (พละกำลัง) อิงเยว่ (Scout): หน่วยข่าวกรองพิเศษ (การสอดแนม) เฉียนเฉียน (Support): ท่อน้ำเลี้ยงและคลังเสบียง (การเงิน)
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD