เนื้อเรื่องในนิยาย

2127 Words
แม้กู้จิ่งเหยียนจะไม่ได้ตอบกลับนาง แต่ลู่หยวนซีก็ไม่ยอมแพ้ นางให้ระบบหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเตียงมาอ่าน ก่อนจะพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงคิดฆ่าตัวตาย หลายวันหลังจากที่เกิดเรื่อง ลู่หยวนซีก็ไม่ยอมออกจากเรือนไปไหน วันทั้งวันนางนั่งเฝ้าเขาอยู่ข้างกาย บางครั้งก็พาเขาออกไปนั่งรับแสงแดดหน้าเรือน หรือไม่ก็เล่านิทานจากโลกของนางให้เขาฟัง เรื่องซุนหงอคงถล่มสวรรค์ เป็นเรื่องที่เขาดูจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ หรือไม่ก็เรื่องราวเกี่ยวกับหนังละครที่นางเคยได้ดู แค่นำมาแปลงสักหน่อยนางก็สามารถมีเรื่องเล่ามากมายมาเล่าให้เขาฟังแล้ว กูจิ่งเหยียนที่มองเผินๆ เหมือนจะมิได้สนใจในนิทานของนาง แต่ลู่หยวนซีมองออกว่าเขากำลังฟังอย่างตั้งใจ ที่นางรู้ก็เพราะเคยดูแลเด็กใหม่ที่เข้ากับเด็กคนอื่นๆ ในบ้านเด็กกำพร้าไม่ได้ พวกเขาจะเก็บตัวและแสดงอาการต่อต้านออกมา แต่ถ้าพยายามเข้าใจสักหน่อยจะเห็นว่าเด็กเหล่านั้นเองก็อยากมีเพื่อน เพียงแค่ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรดีเท่านั้น ปฏิกิริยาเพียงเท่านี้ของเขา ก็ทำให้นางรู้สึกมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมากโข ลู่หยวนซีแอบสัญญากับตนเองเอาไว้ว่า กำแพงที่เขาตั้งเอาไว้ป้องกันตนเองนางจะทุบมันให้แตกละเอียดเลยคอยดู และจากนี้นางหวังว่าเขาจะไม่คิดกลับไปทำร้ายตนเองอีก นานนับเดือนที่ลู่หยวนซีพยายามหาทางทลายกำแพงของกู้จิ่งเหยียน และเป็นช่วงเวลาที่นางพยายามหาทางรักษาร่างกายของเขาด้วยเช่นกัน ลู่หยวนซีที่กำลังตากผ้าอยู่หลังเรือนหวนนึกถึงเรื่องราวในนิยายที่ตนอ่านจบไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน เนื้อเรื่องตอนต้นของนิยายเขียนเอาไว้ว่า พระเอกกู้เยี่ยนชิงถูกพิษพร้อมกับน้องชายต่างมารดาอย่างกู้จิ่งเหยียนที่เป็นตัวร้ายอย่างไม่รู้ที่มา ยาแก้พิษมีเพียงหนึ่งเม็ดและพ่อแท้ๆ เลือกที่จะช่วยชีวิตพี่ชายที่เกิดจากฮูหยินเอกและปล่อยให้ลูกชายอีกคนต้องตาย “ให้เลือกแบบนี้ก็เลือกยากเหมือนกันแฮะ ทั้งสองคนต่างก็เป็นลูกแท้ๆ หากใช้แค่ความรู้สึกก็คงเลือกไม่ได้ แต่ถ้าใช้ภาระหน้าที่ตำแหน่งหรือความสำคัญเป็นตัวชี้วัดในการเลือก กู้เยี่ยนชิงนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ในนิยายเรื่องนี้เขียนทำนองว่าบิดาต้องการเลือกให้ใครคนใดคนหนึ่งตาย ไม่ใช่เลือกให้ใครมีชีวิตอยู่ต่อแต่ก็นะทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับปลายปากกาของนักเขียน ถ้าหากเขียนให้กู้จิ่งเหยียนรอดตายเขาก็คงจะกลายเป็นพระเอกที่ได้คู่กับนางเอกกระมัง” ลู่หยวนซีหันกลับไปมองห้องนอนที่ทั้งสองใช้นอนร่วมกันเมื่อหลายวันก่อน ราวกับว่ามองไปแล้วจะทำให้สามารถมองเห็นคนที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องได้อย่างไรอย่างนั้น นางละสายตาจากห้องนั้นพลางสะบัดน้ำออกจากผ้าสองสามทีก่อนยกขึ้นตากบนราว ภายในใจก็ยังคงทบทวนเรื่องราวของนิยายไปด้วย เจียงจื่ออิ๋ง นางเอกของนิยาย ชาติก่อนตายไปเพราะตัวร้ายพาชีวิตดิ่งลงเหวหลังจากที่การก่อกบฏขององค์ชายแปดล้มเหลว พอได้เกิดใหม่จึงเลือกที่จะแต่งให้กู้เยี่ยนชิงผู้เป็นพี่ชาย เพราะชาติก่อนคิดว่าน้องชายโดดเด่นมีความสามารถมากกว่าจึงได้ไม่ลังเลที่จะแต่งให้เขา แต่พอได้เกิดใหม่อีกครั้งคิดว่าครั้งก่อนตนเลือกสามีผิด จึงหันมาเลือกกู้เยี่ยนชิงแทนและยุยงให้ผู้นำตระกูลกู้มอบยาแก้พิษให้กับพี่ชายและทอดทิ้งอดีตสามีในชาติก่อนของตน แปลว่าเนื้อเรื่องหลักในชาตินี้ยังคงดำเนินต่อไปเพราะองค์ชายแปดยังไม่ได้ก่อกบฏ กู้เยี่ยนชิงที่อยู่ทางฝั่งองค์รัชทายาทยังต้องช่วยให้เขาขึ้นนั่งบนบัลลังก์ เดิมทีกู้จิ่งเหยียนเป็นคนขององค์ชายแปด แต่ครั้งนี้หลังจากที่เขาถูกพิษกลายเป็นตัวไร้ประโยชน์ จึงได้ถูกองค์ชายแปดเขี่ยทิ้ง ทำไมเนื้อเรื่องในนิยายรอบนี้เขาถูกพิษก่อนที่จะแต่งงาน แต่ตอนนี้ก็ผ่านไปสองปีแล้ว เนื้อเรื่องหลักก็คงไม่ได้เอ่ยถึงกู้จิ่งเหยียนอีกหลังจากที่ถูกส่งตัวมายังหมู่บ้านที่ห่างไกลแห่งนี้ แปลว่าคนเขียนได้ตัดจบเรื่องของกู้จิ่งเหยียนไปแล้ว แบบนี้ก็ดี นางคงจะวางใจได้เล็กน้อย ช่วงนี้ก็พยายามบำรุงร่างกายของเขาให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมก่อน จากนั้นก็หาวัตถุดิบสมุนไพรมาช่วยรักษาพิษให้เขาแล้วเราทั้งสองก็จากกันด้วยดี จากนี้เขาจะรนหาที่ตายยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว ลู่หยวนซีคิดอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ทำงานบ้านเสร็จแล้วนางก็ย้อนกลับมาดูว่าคุณชายผู้เอาแต่ใจกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเขากำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างสงบ ลู่หยวนซีก้มหน้าลงไปใกล้กู้จิ่งเหยียนเพื่อมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่ไม่ว่าจะมองเท่าใดก็ไม่รู้สึกเบื่อเสียที ก่อนที่ลำแขนเรียวจะเกี่ยวเข้าที่ลำตัวของนางทำให้ลู่หยวนซีเสียหลักล้มคะมำไปด้านหน้า ร่างของนางโถมทับลงไปบนตัวเขาทั้งตัว ทำให้นางตกใจจนร้องออกมาเสียงหลง “ว๊าย!!คุณชายท่านทำอะไรเจ้าคะ ข้าเอง” ลู่หยวนซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เพราะนางเองก็ไม่ทันตั้งตัวเช่นกันที่ถูกเขากระทำเช่นนั้น แม้ว่าร่างนี้จะค่อนข้างผอมแต่เมื่อเทียบกับลำตัวของกู้จิ่งเหยียนแล้ว ตัวนางในตอนนี้ก็ถือว่าหนักไม่น้อย “ข้าทำให้ท่านตกใจตื่นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เกือบเดือนที่ทั้งสองอาศัยอยู่ร่วมกัน แม้ส่วนใหญ่จะเป็นลู่หยวนซีที่เป็นฝ่ายพูดเสียมากกว่า แต่กู้จิ่งเหยียนก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านนางอย่างครั้งแรกที่มาที่นี่ เวลานี้เหตุใดเขาถึงได้แสดงท่าทีคล้ายกำลังจับโจรเช่นนั้นเล่า “ท่านปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ ข้าทับอยู่บนตัวท่านเช่นนี้ อาจทำให้ท่านบาดเจ็บได้นะเจ้าคะ” ลู่หยวนซีเอ่ยออกมาเสียงเบา เมื่อไม่เห็นอาการตอบสนองมาจากร่างที่นอนอยู่บนเตียง กลิ่นหอมที่ยังคงติดตรงอยู่ที่ปลายจมูกทำให้กู้จิ่งเหยียนเหม่อลอยไปเล็กน้อยก่อนสติของเขาจะกลับคืนมาอีกครั้ง เขายกแขนออกจากเอวบางของนางโดยมิได้ปริปากพูดสิ่งใด ลู่หยวนซีเองก็เดาไม่ออกเช่นกันว่าภายในใจของเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ ถึงได้ทำเช่นนั้น “ท่านตื่นแล้ว เช่นนั้นอยากจะเข้าห้องน้ำหรือไม่ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ข้าจะเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อของสักหน่อย” เมื่อนางพูดเรื่องเข้าห้องน้ำขึ้นมา ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของกู้จิ่งเหยียนก็คล้ายมีปฏิกิริยาบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากนางไม่สังเกตก็คงจะมองไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกโมโหเป็นแน่ แต่เพราะอยู่กับเขามาสักพักทำให้นางสามารถสังเกตอาการต่างๆ ที่เขาแสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกหรือความต้องการของเขา ลู่หยวนซีเดินกลับเข้าไปในครัวก่อนยกถาดน้ำชาติดมือมาด้วย ข้างกันยังมีขนมที่ร่างเดิมแอบซ่อนเอาไว้วางอยู่ในจาน เสียงถาดกระทบลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงเบาๆ ทำให้กู้จิ่งเหยียนรู้ว่านางนำบางอย่างมาวางเอาไว้ “หากท่านยังไม่อยากเข้าห้องน้ำตอนนี้ เช่นนั้นข้าไปก่อนนะเจ้าคะ กระโถนสำหรับเข้าห้องน้ำวางอยู่ใต้เตียง น้ำชาวางอยู่บนโต๊ะ และขนมทานเล่นวางอยู่ใกล้กัน ท่านไม่ต้องกลัวว่ามันจะร้อนเพราะว่าน้ำชาข้าชงทิ้งเอาไว้สักพักแล้ว” เอ่ยจบนางก็เดินผละจากไป ความรู้สึกของวันนั้นกลับมาวนเวียนอยู่ภายในหัวอีกครั้ง วันที่ลู่หยวนซีเดินออกจากเรือนหลังนี้ไป และกู้จิ่งเหยียนก็ทำร้ายตนเองจนได้รับบาดเจ็บเสียเลือดไปไม่น้อย ร่างบางหันกลับมามองเรือนหลังเล็กบนเนินเขาอีกครั้ง ภายในใจยังคงรู้สึกหวั่นๆ ว่าเขาจะกลับมาคิดสั้นฆ่าตัวตายอีกรอบ นางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนหันหลังเดินจากมา ช่างเถอะ ตอนนี้เราก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว ถ้าหากเขาไม่เห็นค่าของชีวิตตนเองมันก็คงช่วยไม่ได้ ทางด้านกู้จิ่งเหยียน เมื่อเสียงฝีเท้าของลู่หยวนซีเงียบหายไปจากระยะการได้ยินของเขาแล้ว ร่างผอมก็ยกมือขึ้นคลำบนใบหน้าของตนแผ่วเบา แม้ดวงตาจะมองไม่เห็นแต่เขาสัมผัสได้ว่าบางอย่างที่นุ่มนิ่มของสตรีนางนั้นได้ประทับลงบนแก้มของเขา ใบหน้าที่ยามปกติสีขาวซีด เวลานี้กลับเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ กู้จิ่งเหยียนสะบัดใบหน้าไปมาเพื่อให้ความรู้สึกนั้นหายไป ก่อนจะควานหาบางอย่างที่อยู่ใต้เตียง กระโถนที่ลู่หยวนซีเอ่ยถึงก่อนหน้านี้ถูกยกติดมือของเขาขึ้นมา กู้จิ่งเหยียนใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อไม่ทำให้ตนเองเลอะเทอะถึงแม้สตรีนางนั้นจะย้ายไปนอนห้องเดิมของเขาแทน แต่นางก็มักจะมาทำความสะอาดห้องนี้ทุกๆ สองวัน ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้นางเห็นว่าเขาเป็นตัวไร้ประโยชน์ ที่แม่แต่จะถ่ายเบาเองยังทำไม่ได้เลย หลังจากเดินลงมาที่หน้าหมู่บ้าน ลู่หยวนซีก็รู้แล้วว่าตนเองมาไม่ทันเกวียนวัวที่ชาวบ้านใช้นั่งโดยสารเข้าไปในอำเภอ ทำให้นางจำต้องเดินเท้าไปด้วยตนเอง จากความทรงจำของสาวใช้ตัวประกอบนางนี้ ระยะทางยี่สิบลี้สำหรับคนทั่วไปนั้นค่อนข้างไกลพอสมควร แต่สำหรับนางที่ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ก็มีกำลังเพิ่มมากขึ้นทุกวัน นางเดินทอดอารมณ์ชมนกชมไม้ดูธรรมชาติที่เมืองใหญ่ที่นางจากมาไม่สามารถเห็นได้ นอกจากอุทยานหรือสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ แต่นั่นส่วนใหญ่ก็ถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์และกาลเวลาที่ผันผ่าน ความสวยงามแบบดั้งเดิมจึงเหลือให้เห็นน้อยมาก “แม่นางน้อย เดินคนเดียวกลางป่าไม่กลัวอย่างนั้นหรือ ให้พี่ชายเดินไปส่งดีหรือไม่” ลู่หยวนซีที่ถูกใครบางคนกอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันได้ระวังตัว เพราะมัวแต่เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติรอบกาย ทำให้เวลานางนี้ตกอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน แต่นั่นก็เป็นเวลาแค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น นางที่ฝึกกังฟูมาทั้งชีวิตมีหรือจะยอมเสียเปรียบให้ผู้อื่นได้ง่าย เพียงพริบตาลู่หยวนซีก็พลิกกายมาเป็นฝ่ายที่อยู่ด้านหลังแทน นางจับแขนของบุรุษผู้นั้นไขว้เอาไว้ด้านหลังก่อนตะคอกถามเสียงดัง “แกเป็นใครกัน!!! เหตุใดถึงได้กล้าลวนลามผู้อื่นกลางวันแสกๆ เช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะถูกจับส่งทางการหรืออย่างไร” ลู่หยวนซีบิดแขนของบุรุษผู้นั้นแรงขึ้นอีก เรียกเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดของเขาออกมา “โอ๊ย!!! ปล่อยก่อนได้หรือไม่ หนิงเอ๋อ ข้าเอง” ลู่หยวนซีผลักชายหนุ่มไปด้านหน้าอย่างแรง ก่อนจะมองใบหน้าที่ดูคุ้นตาของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวง คนผู้นี้เป็นใครกัน รู้จักชื่อของร่างนี้ได้ยังไง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD