ความรู้สึกเคว้งคว้างเมื่อไม่มีเขาอยู่

1349 Words
โจรป่าสองร้อยคนถูกส่งตัวไปเป็นแรงงานทาสในเหมืองเกลือห้ามออกมาตลอดชีวิต ส่วนเจ้ามืองฝางที่เป็นหัวโจกและหัวหน้าโจรถูกประหารชีวิตต่อหน้าธารกำนัลเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ครอบครัวของเจ้าเมืองฝางถูกปลดเป็นทาสใช้แรงงานอยู่ที่ชายแดนเป็นเวลาสิบปี หลังจากเสร็จสิ้นการลงทัณฑ์พวกเขายังคงอยู่ที่เมืองฝางต่อเพื่อรอให้คณะของขุนนางผู้นำสาส์นและพระราชโองการแต่งตั้งเจ้าเมืองคนใหม่มาที่นี่ “ฉึก! ฉึก! ฉึก!” เสียงมีดสั้นคล้ายมีดผ่าตัดพุ่งทะลุเนื้อไม้อย่างแม่นยำดังต่อเนื่องสามครั้ง ภายในมืออีกข้างของลู่หยวนซียังคงมีมีดสั้นอีกสามเล่มอยู่ระหว่างนิ้ว และเมื่อนางสะบัดมือเบาๆ ในมือที่ว่างเปล่าของนางก็ปรากฏมีสั้นเพิ่มขึ้นมาอีกสามเล่ม ตั้งแต่ที่นางคิดแก้แค้นให้กู้จิ่งเหยียนนางก็เริ่มฝึกฝนตนเอง ด้วยเพราะลู่หยวนซีมีพื้นฐานของกังฟูอยู่ก่อนแล้ว การที่นางฝึกวรยุทธจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่เหนือหัวบ่งบอกว่าเวลานี้ได้ล่วงเลยไปถึงยามจื่อแล้ว (23.00-1.00) แต่ร่างบางที่ฝึกมาตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย จ้าวหลี่เสวียนมองร่างบางในชุดขาวด้วยสายตาเวทนา ในรายงานที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้ที่ให้ไปสืบหาตัวตนของนาง สิบหกปีที่แล้ว มามาคนรับใช้ของตระกูลกู้เดินทางไปไหว้พระกับฮูหยินใหญ่ที่วัดนอกเมืองหลวง ต่อมานางได้ยินเสียงทารกร้องจึงได้ให้คนขับหยุดรถม้า จากนั้นนางก็ได้พบกับเด็กทารกเพศหญิงที่ถูกทิ้งเอาไว้อย่างโดดเดี่ยวที่เรือนร้างแห่งหนึ่ง มามานางนั้นจึงได้พาเด็กคนนั้นกลับมาด้วยและขอร้องฮูหยินใหญ่ให้ตนเองได้เลี้ยงเด็กทารกคนนั้น แต่นิสัยที่เห็นแก่ตัวและร้ายกาจของนางทำให้ไม่มีบ่าวคนไหนในตระกูลกู้ชอบนาง เมื่อมามาผู้นั้นตายจากไปเพราะอาการป่วย ทุกคนต่างก็หันหลังให้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางอีก ต่อมาเมื่อคุณชายรองตระกูลกู้ล้มป่วย จึงได้ส่งเฉียนฟางหนิงให้มาเป็นผู้ดูแลเขาเพราะต่อให้นางอยู่ที่ตระกูลกู้ก็ไม่มีใครคบค้าสมาคมกับนาง จ้าวหลี่เสวียนมองด้านหลังของหญิงสาวก่อนที่จะแสดงความสับสนออกมาทางสีหน้า นางใช่เด็กสาวที่อยู่ในรายงานแผ่นนั้นจริงๆ หรือ ทั้งท่าทางที่ผ่าเผยและนิสัยตรงไปตรงมาของนาง ช่างดูแตกต่างจากเฉียนฟางหนิงที่ถูกกล่าวถึงอย่างสิ้นเชิง ลู่หยวนซีที่กำลังฝึกปามีด รู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องมองตนเองจากทางด้านหลังนางจึงหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นจ้าวหลี่เสวียนนางจึงพยักหน้าให้เขา ก่อนที่จะหันไปฝึกต่อ นี่เป็นอีกนิสัยหนึ่งที่เขารู้สึกชื่นชมนาง แม้ว่าลู่หยวนซีจะรู้ความจริงแล้วว่าตนเองนั้นคือองค์ชายรัชทายาทแห่งแคว้นจ้าว แต่นางก็มิได้มิท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิม แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะใด สำหรับนางก็มิได้มองเขาเปลี่ยนไปแม้เพียงนิด ผู้คนในเมืองหลวงต่างก็สวมหน้ากากเข้าหากัน ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการประจบสอพลอผู้ที่มีอำนาจอยู่ในมือ แม้แต่คนตระกูลกู้ก็ไม่ต่างกัน แต่หญิงสาวผู้นี้กลับใช้เขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นให้กู้จิ่งเหยียน แม้เขาจะรู้อยู่แล้วแต่เขาเองก็เต็มใจที่จะทำให้นาง เพราะอย่างน้อยนางก็มีเหตุผลที่จะอยู่เคียงข้างเขาต่อไป ลู่หยวนซีแหงนหน้ามองท้องฟ้าเล็กน้อย หิมะแรกได้โปรยปรายลงมาราวกับว่ามันตั้งใจจะตอกย้ำความอ้างว้างที่นางกำลังรู้สึก ดวงตากลมโตไหวระริกหยาดน้ำใสเม็ดโตผุดขึ้นที่หัวตา ก่อนจะหยดลงมาเป็นสาย สามเดือนแล้วนับตั้งแต่ที่เขาจากไป เป็นสามเดือนที่นางรู้สึกว่าช่องว่างในหัวใจเริ่มที่จะกว้างขึ้นทุกที นางคิดว่านับจากนี้คงจะไม่มีผู้ใดสามารถเติมเต็มความรู้สึกของนางได้เลย นอกจากเขา ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าหันหลังให้ เวลานี้หัวไหล่บอบบางสั่นไหวน้อยๆ เสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นเป็นระยะ จ้าวหลี่เสวียนที่ยืนมองอยู่นานมิอาจห้ามใจตนเองได้ เขาคว้าเสื้อคลุมที่ถือติดมือมาก้าวเข้าไปหานางก่อนที่จะคลุมให้หญิงสาวจากทางด้านหลัง ลู่หยวนซีแหงนหน้ามองร่างสูง ก่อนจะเอ่ยของคุณด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ภาพเหตุการณ์วันที่ไฟไหม้ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบิดงอที่นอนอยู่บนเตียงทำให้นางรู้สึกหายใจไม่ออก นางอยากจะแบกรับความเจ็บปวดของเขาเอาไว้เอง แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว จ้าวหลี่เสวียนจับนางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ นิ้วมือเรียวเกี่ยวเช็ดหยาดน้ำใสที่กำลังไหลอาบแก้มของนางอย่างอ่อนโยน ดวงตากลมโตแดงช้ำไหวระริกราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังตื่นกลัว ร่างสูงดึงนางเข้ามากอดเอาไว้แนบอก ก่อนที่จะเอ่ยออกมาเบาๆ “ร้องออกมาเถอะ เมื่อใดที่เจ้าเจ็บปวดและเสียใจ เราจะเป็นที่พักพิงให้เจ้าเอง เมื่อใดที่เจ้าก้าวไปข้างหน้าจงจำเอาไว้ว่ายังมีเราอยู่ข้างหลังของเจ้าเสมอ” นิ้วมือเรียวกำเข้าหากันแน่น ก่อนเสียงที่ดูเจ็บปวดราวกับจะขาดใจดังลอดออกมา “ฮืออออ!!!!” หญิงสาวที่อดทนอดกลั้นมาตลอด เวลานี้ได้ปลดปล่อยความเจ็บปวดทั้งหมดออกมาต่อหน้าเขาจนสิ้น เขาเองก็ไม่คิดว่ากู้จิ่งเหยียนจะสำคัญและมีอิทธิพลต่อนางถึงเพียงนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะตายจากไปแล้วชายหนุ่มก็ยังคงเป็นคนสำคัญที่หนึ่งในใจของนางเสมอ เสียงร้องไห้ของนางดังโหยหวนอยู่ถึงหนึ่งชั่วยาม หลังจากนั้นลู่หยวนซีก็หลับไปภายในอ้อมแขนของจ้าวหลี่เสวียน ชายหนุ่มเงยหน้ามองฟ้าก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เจ้าหิมะเอ๋ย เป็นความผิดของเจ้าที่ทำให้สตรีผู้นี้ต้องร้องไห้ หากเจ้าไม่ตกลงมานางก็คงจะไม่รู้สึกอ้างว้างและนึกถึงความเจ็บปวดนั้นขึ้นมาอีก จ้าวหลี่เสวียนกล่าวโทษดินฟ้าอากาศ ก่อนจะอุ้มร่างบางที่เย็นเฉียบเพราะอากาศด้านนอกกลับไปยังเรือนพักของนาง ดวงตาของลู่หยวนซีบวมปูดหลังจากที่ตื่นขึ้นมาในอีกวัน นางใช้น้ำร้อนประคบดวงตาอยู่นานกว่าจะกล้าออกมาพบผู้คน และเมื่อนางต้องเผชิญหน้ากับจ้าวหลี่เสวียน นางก็รู้สึกอับอายไม่น้อยที่ตนแสดงด้านนั้นออกมาให้เขาได้เห็น “อะแฮ่ม!!ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ” ลู่หยวนซียอบตัวเล็กน้อย ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา แม้จ้าวหลี่เสวียนจะรู้ว่านางอายเรื่องเมื่อคืนที่นางร้องไห้ต่อหน้าตน แต่เขาก็ไม่คิดเปิดโปงนาง “ทานข้าวเถอะ ช่วงสายพวกเราจะได้ออกเดินทางกลับเมืองหลวง ก่อนที่หิมะจะตกหนักว่านี้” ลู่หยวนซีพยักหน้ารับ ก่อนที่จะจับตะเกียบทานอาหารไปอย่างเงียบๆ หลังจากที่คนทั้งสองจัดการเรื่องส่วนตัวของตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็นั่งรถม้าออกจากเมืองฝางไป ทิ้งทุกอย่างทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่เอาไว้เบื้องหลัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD