คนปากพล่อย

1463 Words
กู้จิ่งเหยียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย สายตาจับจ้องไปยังชายร่างสูงใหญ่ในชุดอาภรณ์สีนิลพร้อมกับผู้ติดตามทั้งหก พลางคิดในใจว่านางไปรู้จักกับคนน่าสงสัยเหล่านี้ได้อย่างไร “แม่นางข้าให้คนตามหาเจ้าตั้งหลายวัน หากไม่ได้ยินเสียงร้องของมือสังหารเหล่านั้นคงตามมาที่นี่ไม่ทันการณ์เป็นแน่” ลู่หยวนซียิ้มรับคำพูดของเขาอย่างยินดี นางไม่คิดว่าที่ระบบสั่งให้นางช่วยชีวิตเขา จะทำให้นางได้รับการตอบแทนเป็นความช่วยเหลือเช่นนี้ รู้อย่างนี้ก่อนหน้านี้นางน่าจะทำความรู้จักเขาเอาไว้สักหน่อย “พวกเจ้าเป็นใคร รู้จักกับสาวใช้ของข้าได้อย่างไร” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทางด้านหลังของลู่หยวนซี นางมัวแต่ดีใจที่ตนเองรอดตายจนลืมไปเลยว่ายังมีอีกคนที่นางแบกเอาไว้อยู่ ลู่หยวนซีทำท่าจะว่างเขาลง แต่เฮ่อเหวินเจ๋อก็พยักหน้าให้คนของตนเข้าไปช่วยนาง “อย่าได้มาแตะต้องตัวข้า” เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นทันควัน ทำเอาคนทั้งหมดต่างชะงักไปตามๆ กัน ลู่หยวนซีเห็นว่าหลายวันมานี้เขาค่อนข้างว่าง่ายทำให้ลืมไปเลยว่าคุณชายผู้นี้เป็นคนอย่างไร “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้าดูแลคุณชายของข้าเอง ขอบคุณพวกท่านที่ช่วยชีวิตเราสองคน เอาไว้มีโอกาสข้าจะตอบแทนพวกท่านแน่นอน” ลู่หยวนซีก้มหัวให้เฮ่อเหวินเจ๋อเล็กน้อย จากนั้นจึงออกก้าวเดินจากที่นั่นไป แต่เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้นางจำต้องหันกลับไปมอง “แม่นาง เจ้ากลับไปที่นั่นไม่ได้แล้วล่ะ เรือนของเจ้าถูกมือสังหารพวกนั้นเผาไปจนหมดแล้ว ครั้งนี้นักฆ่าเหล่านี้ทำงานพลาด อีกไม่นานพวกมันจะต้องส่งคนมาที่นี่อีกเป็นแน่ ข้าว่าเจ้าตามพวกเราไปไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยข้าก็สามารถคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่เจ้าได้” ลู่หยวนซีไม่รู้ว่าตนเองควรจะตกใจกับเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่นางไม่มีบ้านให้กลับไปหรือเรื่องที่จะมีมือสังหารมาตามฆ่าพวกเขาสองคนอีก ร่างบางถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ เรื่องนี้นางสามารถตัดสินใจได้ที่ไหน คนข้างหลังต่างหากคือคนที่กุมชะตาชีวิตของนาง “คุณชายเจ้าคะ ท่านคิดว่าเราควรทำตามที่คุณชายผู้นั้นบอกดีหรือไม่” ความจริงกู้จิ่งเหยียนไม่ต้องการที่จะตามคนน่าสงสัยเหล่านี้ไป อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบสายตาที่บุรุษผู้นั้นใช้มองหญิงสาว เพราะสิ่งนั้นมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและร้อนใจ แต่ความปลอดภัยของนางย่อมต้องมาก่อน เขาเห็นด้วยตาตนเองแล้วว่าหญิงสาวนั้นพร้อมจะเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อเขาได้ทุกเมื่อ แต่เขาจะไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ “อืม เจ้าตามพวกเขาไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” ลู่หยวนซีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็ไม่ไร้เหตุผลและเอาแต่ใจตนเองจนเกินไป เห็นความปลอดภัยของคนทั้งสองมาเป็นอันดับแรก ถึงแม้เขาจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ค่อยชอบคนเหล่านี้เท่าใดนัก ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามคนทั้งแปดก็เดินทะลุออกมาตรงเส้นทางที่ลู่หยวนซีคุ้นเคย มันเป็นเส้นทางที่นางใช้เดินเข้าไปยังอำเภอถงอันและที่ตรงนั้นเป็นที่ที่นางเคยตีเถียนอวี้ซวน ไม่รู้ว่าสวรรค์เล่นตลกอะไรกับนางกันแน่ หลังจากที่กลุ่มของนางเดินออกมาได้สักพัก รถม้าที่วิ่งสวนมาก็มาหยุดลงตรงหน้านาง ร่างผอมที่อยู่ในชุดของบัณฑิตสีขาวก้าวลงมาจากรถม้าช้าๆ มองมายังลู่หยวนซีด้วยท่าทางดีใจ “หนิงเอ๋อ เจ้ากำลังจะไปที่ใดอย่างนั้นหรือ วันนี้ข้าซื้อของมาฝากเจ้ามากมาย ดูสิ มีแต่เครื่องประดับราคาแพงที่เจ้าชอบทั้งนั้น” เจ้าบัณฑิตหน้าขาวมิได้สังเกตเลยว่า รอบกายของนางมีบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำทมิฬถึงหกคนที่กำลังแผ่รัศมีการฆ่าฟันออกมา ลู่หยวนซีอยากจะกระโดดถีบเจ้าคนที่มาไม่รู้จักเวล่ำเวลาคนนี้เสียจริง “ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วว่าให้เลิกมายุ่งวุ่นวายกับข้า เจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร” ลู่หยวนซีพ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญ ก่อนทำท่าจะเดินจากไป แต่มีหรือนักตื๊ออย่างเถียนอวี้ซวนจะยอมรามือ ในเมื่อเขายังไม่เคยได้นางเลยสักครั้งทั้งที่เสียเงินเสียทองไปกับนางตั้งมากมาย “เดี๋ยวก่อนหนิงเอ๋อ ข้ารู้ว่าเจ้ายังโกรธข้าอยู่ แต่ข้าจริงใจกับเจ้าจริงๆนะ เจ้ายังไม่ยอมให้อภัยข้าอีกอย่างนั้นหรือ” “ไสหัวไปซะ!! อย่าได้เข้าใกล้สาวใช้ของข้าอีก” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทางด้านหลังของนาง ทำให้เถียนอวี้ซวนชะงักเล็กน้อย ก่อนละความสนใจจากลู่หยวนซีหันไปมอง “เจ้าเป็นใคร ถึงได้กล้ามาขัดขวางความรักระหว่างข้าและหนิงเอ๋อ” ท่าทางของเถียนอวี้ซวนยังไม่รู้ว่าตนเองวันนี้กำลังจะมีเคราะห์ ถ้าหากว่าทำให้คุณชายผู้เอาแต่ใจโมโห ลู่หยวนซีกว่าจะทำให้เขาอารมณ์เย็นลงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เจ้าบัณฑิตโง่นี่กลับกล้ามาแหย่รังแตน เถียนอวี้ซวนจ้องใบหน้าอันหล่อเหลาของกู้จิ่งเหยียน จากนั้นจึงพิจารณาท่าทางของเขาที่ถูกแบกเอาไว้บนหลังของหญิงสาว พลันเขาก็เข้าใจได้ทันที “อ้อ เจ้าคงจะเป็นคุณชายง่อยที่หนิงเอ๋อดูแลอยู่สินะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเจ้าหนิงเอ๋อของข้าต้องลำบากมากมายเพียงใด เหตุใดเจ้าถึงไม่ตายๆ ไปซะเพื่อให้นางได้เป็นอิสระ ก่อนหน้านี้นางมาระบายกับข้าเรื่องของเจ้าอยู่บ่อยๆ วันนี้ได้มาเห็นกับตาตนเอง เจ้าทำให้นางลำบากจริงๆ” ลู่หยวนซีไม่คิดว่าเจ้าบ้านี่จะปากรั่วพูดเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ต่อหน้ากู้จิ่งเหยียนได้ บุรุษผู้นี้เป็นคนขี้ใจน้อยต่อไปเขาจะต้องปิดกั้นตนเองกับนางเป็นแน่ ไม่ได้นางจะยอมให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ลู่หยวนซียกเท้าขึ้นถีบไปยังยอดอกของเถียนอวี้ซวนจนเขาล้มหงายหลัง ก่อนจะกระทืบลงไปที่ขาทั้งสองข้างของเขาจนเสียงกระดูกแตกดังสนั่น “โอ้ย!! หนิงเอ๋อเหตุใดเจ้าถึงทำร้ายข้า” ลู่หยวนซีส่งเสียงหึ!ออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนใช้สายตามองต่ำลงไปยังบัณฑิตชุดขาวที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น “กล้าเอ่ยวาจาล่วงเกินคุณชายของข้า ลองเป็นง่อยดูบ้างเป็นอย่างไร บางทีอาจจะทำให้เจ้าเลิกปากเสียแล้วเอาเวลาไปดูแลขาของเจ้าแทน” เอ่ยจบร่างบางที่แบกชายหนุ่มเอาไว้บนหลังก็เดินจากไป ทิ้งให้บุรุษอีกหกคนที่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ ตกตะลึงกับการกระทำของนาง สตรีผู้นี้ฝีเท้ารวดเร็วเหลือเกิน ปากไม่พูดแต่กลับตีคนอย่างหน้าตาเฉย ลู่หยวนซีเดินไปได้สักพัก นางก็หันกลับไปมองพรรคพวกอีกหกคนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม “พวกท่านไม่ไปหรือ” นางตะโกนถามพวกเขาก่อนออกเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ เฮ่อเหวินเจ๋อและคนของเขาได้สติกลับมาหลังจากเสียงเรียกของนางดังขึ้น ทุกคนรีบก้าวยาวๆ ตามไปเพื่อเดินให้ทันนาง “คุณชายท่านอย่าได้ใส่ใจคำพูดที่ออกมาจากปากเน่าๆ ของเจ้าบัณฑิตนั่นเลยนะเจ้าคะ เมื่อก่อนข้าอาจเลอะเลือนและดูแลท่านได้ไม่ดี แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว ข้าสัญญาว่าจะหาทางรักษาท่านให้หายดี ขอเพียงท่านเชื่อมั่นในตัวข้าก็พอ” ลู่หยวนซีเอ่ยเสียงเบากับคนที่นางกำลังแบกเอาไว้บนหลัง ไร้เสียงตอบกลับมาของชายหนุ่ม นางคิดว่าเขาคงจะกำลังโกรธนางอยู่เป็นแน่ ช่างเถอะ เอาไว้ถึงที่พักนางค่อยหาทางง้อเขาให้กลับมาคืนดีก็แล้วกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD