“ค่าตัวพราว พี่โอนให้แล้วนะจ๊ะ”
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จเสียงของจิมมี่ก็ดังขึ้น พราวหันมายิ้มรับพลางหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบ่า
“ขอบคุณค่ะพี่จิมมี่ เรากลับกันเลยไหมคะ”
“จ๊ะ” จิมมี่ตอบรับสั้นๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบเดินออกจากตึก ดิ อัลฟาส ไปโดยไม่ได้สนใจสายตาใคร
~ เฮเดน ~
“นายครับ คุณพราวให้ผู้จัดการมาแจ้งว่าเธอมีธุระด่วน คงไปทานอาหารกับนายไม่ได้ และฝากขอโทษนายมาด้วยครับ”
ผ่านไปพักใหญ่ ลูกน้องคนสนิทก็รีบเข้ามารายงาน เฮเดนที่กำลังนั่งดื่มอยู่กับกลุ่มเพื่อนถึงกับชะงักมือที่กำลังควงแก้วไวน์เล่นเบาๆ
“หึ... ธุระด่วนงั้นเหรอ” เขาพึมพำอย่างขบขัน ทว่าในแววตากลับไม่มีวี่แววของความเสียหน้า มีเพียงความรู้สึกท้าทายที่พลุ่งพล่านขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสนใจ
“ว้าว... เธอเป็นใครกันวะ ถึงกล้าปฏิเสธนัดคนอย่างเฮเดนได้” อเล็กซ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโพล่งขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
เฮเดนยกไวน์ขึ้นจิบช้าๆ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจที่ยากจะคาดเดาความหมาย
“หนีไปเถอะ... ถ้าคิดว่าหนีพ้น”
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังเคร้ง
“คอยดูเถอะ ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ ฉันจัดการเธอได้แน่”
“โอ้โห มั่นใจขนาดนั้นเลย ฉันจะคอยดูนะเพื่อน ถ้าภายในหนึ่งอาทิตย์นายจัดการเธอไม่ได้ นายต้องเลี้ยงสาวสวยฉันคนหนึ่ง” อเล็กซ์รีบท้าพลางหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
“จัดไป” เฮเดนตอบรับสั้นๆ อย่างไม่ยี่หระ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคัก เสียงโทรศัพท์ของเจไดที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดดังขึ้น เขาเหลือบมองหน้าจอแล้วรีบคว้ามาถือไว้ พร้อมกับเผยรอยยิ้มกว้างที่ดูอบอุ่นผิดกับเพื่อนในกลุ่ม
“ลูกกับเมียโทรตามอีกแล้วสิ” อเล็กซ์เอ่ยแซว
เจไดไม่ได้ตอบเพื่อน แต่กดรับสายทันที ไม่นานนักเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย ก็ดังลอดออกมาจากลำโพงจนคนรอบข้างได้ยินชัดเจน
“ปะป๊าขา! เจด้ากับหม่ามี้รอทานข้าวอยู่ เมื่อไหร่ปะป๊าจะกลับคะ!”
“ปะป๊ากำลังจะกลับครับ งานเพิ่งเสร็จพอดี เจด้าเอาอะไรหรือเปล่า ลูกอยากให้ปะป๊าซื้ออะไรไปฝากไหมครับ” เจไดตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจนเฮเดนกับอเล็กซ์ถึงกับส่ายหัวในความหลงลูกสาว
“ไม่เอาอะไรค่ะ! แค่ให้ปะป๊ารีบกลับมาก็พอ ถ้าปะป๊ามาช้า เจด้าจะโกรธจริงๆด้วย!” เด็กน้อยในจอทำหน้างอง้ำใส่กล้องจนเจไดหลุดขำ
“โอเคครับๆ ปะป๊าจะกลับเดี๋ยวนี้แหละครับคนเก่ง”
เขากดวางสายแล้วเงยหน้ามองเพื่อนๆ ที่จ้องเขาเป็นตาเดียว เจไดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางยัดมือถือใส่กระเป๋ากางเกง
“พวกนายดื่มกันต่อเลยนะ ฉันขอตัวกลับก่อนละ”
“อะไรวะ! ตั้งแต่มีครอบครัวนี่ทิ้งเพื่อนเลยนะ!” อเล็กซ์โวยวายไล่หลัง
เจไดหันมาไหวไหล่เล็กน้อยพร้อมยิ้มกวนๆ “ช่วยไม่ได้... ก็คนมันรักครอบครัวนี่หว่า ไปละ!”
เขาเดินออกจากห้องไปได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“นายครับ คุณริต้ากับคุณมิวมาแล้วครับ”
ไม่นานสาวสวยในชุดรัดรูปโชว์สัดส่วนที่เขาเรียกไว้ก็เดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะคุณเฮเดน สวัสดีค่ะคุณอเล็กซ์”
สองสาวนางแบบแยกกันนั่งคนละฝั่ง ริต้าทรุดตัวลงนั่งข้างเฮเดนอย่างออดอ้อน เธอวางมือเรียวสวยลงบนต้นขาของเขาพลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม ส่วนมิวก็ขยับเข้าไปหาอเล็กซ์ที่กำลังอารมณ์ดี
“แหม... วันนี้ดูคุณเฮเดนดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะคะ มีเรื่องอะไรน่าสนใจหรือเปล่าเอ่ย” ริต้าเอ่ยถามเสียงหวาน ขณะที่พยายามเบียดกายเข้าหาชายหนุ่ม
เฮเดนไม่ได้ตอบในทันที เขาปรายตามองเธอด้วยสายตาเย็นชา มือหนายกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง ภาพใบหน้าของพราว ผู้หญิงที่กล้าปฏิเสธเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“ก็แค่... กำลังเจอของเล่นที่ถูกใจน่ะ” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปทางอเล็กซ์
“เตรียมเลือกสาวไว้ได้เลยเพื่อน เพราะคนอย่างฉันไม่เคยพลาด”
“หึๆ มั่นใจชะมัด! อะ... สาวๆ ดื่มหน่อยสิ คืนนี้อีกยาวไกล” อเล็กซ์หัวเราะร่าพร้อมยื่นแก้วชนกับมิว บรรยากาศในห้องVIPกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง แต่เฮเดนกลับนิ่งขรึมไป
ก่อนขยับปลายนิ้วกระดิกเรียกคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลให้เข้ามารับคำสั่ง ลูกน้องรีบโน้มตัวลงมาทันที
“ครับนาย”
“ไปสืบประวัติผู้หญิงคนนั้นมาอย่างละเอียด... เอาทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ครอบครัว หรือแม้แต่ตารางงานทั้งหมด” น้ำเสียงเข้มรีบสั่งการ
“ครับนาย ผมจะจัดการให้เร็วที่สุด” ลูกน้องรับคำก่อนถอยออกไป
ริต้าที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเขา เธอขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นพลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้แผงอกแกร่งเพื่อเรียกร้องความสนใจ
“คุณเฮเดนสนใจเธอขนาดนั้นเลยเหรอคะ ถึงกับต้องสืบประวัติกันเลย ริต้าชักจะอิจฉาซะแล้วสิ”
เฮเดนปรายตามองริต้าเพียงครู่หนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มเย็นเยียบ
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ ริต้า... หน้าที่ของเธอวันนี้คือทำให้ฉันสนุก ไม่ใช่มาตั้งคำถาม”
คำพูดตรงไปตรงมาและไร้เยื่อใย ทำเอาหญิงสาวเงียบกริบไปทันที เธอฝืนยิ้มประจบแล้วรีบยกแก้วเอาใจเขาต่อ ในขณะที่ในใจของเฮเดนตอนนี้มีแต่ความท้าทายที่ชื่อ พราว วนเวียนอยู่