ความรักที่แท้จริง

2231 Words
หลังทานอาหารเย็นเสร็จแล้วทุกคนออกมานั่งจิบชาที่ระเบียงด้านนอก ซ่งเว่ยหลงจึงได้โอกาสบอกความรู้สึกของเขาที่มีต่อเซวี่ยฟังเฟยให้ทุกคนได้ทราบแม้แต่ไป่เยี่ยนหลงที่อยู่บ้านนี้มาหลายเดือน ก็นับเป็นคนในมิใช่คนนอกและอยากจะหาฤกษ์ดีจัดงานแต่งของทั้งสองโดยเร็ว เซวี่ยฟังเฟยที่ถูกกล่าวถึงและเป็นคนสำคัญของเรื่องนี้ได้เเต่นั่งเงียบหน้าแดงอยู่ด้านข้างของซ่งเว่ยหลง “พวกเจ้ายินยอมที่จะให้ข้ากับท่านแม่ของพวกเจ้าแต่งงานกันหรือไม่” ซ่งเว่ยหลงจ้องไปที่ซินเยว่อย่างประหม่าหลังจากที่บอกเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับท่านแม่ของนาง "ข้ายินยอม " ซินเยว่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ลังเล "บ่าวก็ยินยอม" ฮุ่ยหลิงพยักหน้าเห็นด้วยกับคุณหนูของนาง แล้วทุกคนก็หันไปมองที่ไป๋เยี่ยนหลงที่นั่งจิบชาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเขาเป็นเพียงผู้เฝ้าดูหาใช่คนในเรือนนี้อย่างรอคำตอบ ไป๋เยี่ยนหลงพึ่งรู้สึกตัวว่าทุกคนกำลังมองมาที่เขาเป็นตาเดียวเขาจึงมองทุกคนกลับอย่างงงงันแต่อึดใจต่อมาเขาก็พยักหน้าขึ้นลง ทุกคนในที่นั้นต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกัน เจ้าหน้าตายนี่บทจะซื่อบื้อก็ซื่อบื้อขึ้นมาได้ถูกเวลาจริงเชียว ซ่งเว่ยหลงคิดในใจ งานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆ ได้ถูกจัดขึ้นอย่างสนุกสนานซินเยว่และฮุ่ยหลิงเอ่ยหยอกเย้าเซวี่ยฟังเฟยและซ่งเว่ยหลงอย่างสนุกปาก เยี่ยจื่อยกขนมที่เขาเรียนทำกับเซวี่ยฟังเฟยเข้ามาให้ทุกคนชิม เสี่ยวเป่านักชิมตัวยงรีบกระโจนเข้าหาขนมก่อนใคร นี่ถ้ามียาพิษก็คงจะตายเป็นคนแรกเจ้าตะกละน้อยนี่ ซินเยว่ได้แต่กลอกตาในความตะกละของมัน ซินเยว่กินขนมไปพูดไปโดยไม่รักษากิริยากุลสตรีสักนิด นางดูมีความสุขเป็นอย่างมากที่มารดากำลังจะมีคนเข้ามาดูแล ทีนี้นางจะได้ออกไปท่องยุทธภพได้อย่างสบายใจ ซินเยว่จินตนาการภาพที่นางได้ออกไปท่องเที่ยวเหมือนในซีรีส์จีนย้อนยุคช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก ไป๋เยี่ยนหลงใช้นิ้วชี้เรียวยาวของเขาเช็ดเศษขนมที่ติดอยู่ตรงมุมปากของซินเยว่มากินโดยไม่นึกรังเกียจ แล้วเลื่อนจานขนมของตนมาด้านหน้านางแทนจานขนมของนางที่หมดไปแล้ว ซินเยว่ชะงักมองไป๋เยี่ยนหลงเล็กน้อยจากนั้นก็ไม่ได้สนใจเขาอีก เอาเเต่พูดคุยกับคนอื่นอย่างสนุกสนานเพราะนางเคยชินกับท่าทางเช่นนี้ของเขาซะเเล้ว แต่นั่นไม่ใช่กับคนอื่นเซวี่ยฟังเฟยที่เฝ้ามองคนทั้งสองมานานพอจะมองออกว่าคนแบบไป๋เยี่ยนหลงที่ทำหน้าเย็นชากับคนทั้งโลกและยังพูดน้อยจนแทบจะนับคำได้ ถ้าหากเขาไม่ใส่ใจซินเยว่จริงๆ คงจะไม่มาทำอะไรแบบนี้ให้บุตรสาวของนางเป็นแน่ ยิ่งเยว่เอ๋อของนางนิสัยเหมือนเด็กแถมเอาแต่ใจบางเวลาแต่เซวี่ยฟังเฟยก็ไม่เคยเห็นเขาทำสีหน้าหน่ายใจเมื่ออยู่กับบุตรสาวของนาง อีกทั้งตลอดเวลาเขายังดูแลซินเยว่เหมือนดูแลบุตรสาวอีกคนด้วยซ้ำ "ท่านลุงซ่งรู้หรือไม่ว่าคนทั้งหมู่บ้านต้งเถียนต่างรู้ว่าท่านชอบพอท่านแม่ของข้า มีเพียงท่านนั่นแหละที่ไม่ยอมเอ่ยออกมาสักทีแล้วเมื่อไหร่ท่านจะมาขอท่านแม่ของข้าสักที" พูดจบซินเยว่กับเสี่ยวเป่าก็ทำท่าหัวเราะคิกคักออกมาพร้อมกัน "เยว่เอ๋อเจ้าเด็กคนนี้นี่ " เซวี่ยฟังเฟยถลึงตาใส่บุตรสาวของนางที่พูดออกมาตรงๆ นางเกรงว่าซ่งเว่ยหลงจะอับอายแต่ที่ไหนได้ "ได้ ๆ ลุงจะรีบมาขอท่านแม่ของเจ้าแต่งงานให้เร็วที่สุด" พูดจบเขาก็ดึงเซวี่ยฟังเฟยเข้ามากอดเบาๆ แล้วหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข "เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยนัก" เซวี่ยฟังเฟยหยิกสีข้างซ่งเว่ยหลงเบาๆ ความรู้สึกหนักใจที่ผ่านมาของเขาได้มลายหายไปเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก บ้านน้อยริมขุนเขาของซินเยว่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข แต่ทางด้านเมืองเยว่กว่างองค์ชายสามฉิงอิงหลางกำลังหาข้ออ้างกลับมาที่หมู่บ้านต้งเถียนอีกครั้งและครั้งนี้เขาจะต้องพาซินเยว่กลับเมืองหลวงไปกับเขาให้ได้ ฉิงอิงหลางคิดอย่างหมายมาด สายลมสงบพัดเอื่อยเฉื่อยเย็นสบายชวนให้คนรู้สึกขี้เกียจยิ่งนัก ผ่านไปแล้วหลายวันหลังจากที่ฉิงอิงหลางและหยางจิ่งเทียนมาที่เรือนของเซวี่ยฟังเฟย ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้เห็นพวกเขากลับมาที่เรือนริมเขาอีก แต่ซินเยว่ก็มิได้วางใจนางไม่เข้าป่าหาสมุนไพรปราณอีกเพราะอยากอยู่ที่บ้านเป็นเพื่อนเซวี่ยฟังเฟย ถึงแม้จะมีซ่งเว่ยหลงที่แวะมาขลุกอยู่ที่เรือนของนางทุกวันจนทำให้คนบางคนที่รู้เรื่องต้องเต้นเร่าด้วยความแค้นใจ ส่วนไป๋เยี่ยนหลงยังคงเหมือนเดิมทำตัวติดกับซินเยว่คล้ายปาท่องโก๋ บางครั้งก็แอบเอาเปรียบนางซะจนซินเยว่ต้องแอบหนีเข้ามิติจิตเพราะเกรงว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของนางจะระเบิดออกมา 'ข้ายังเด็กอยู่นะห้ามคิดเรื่องไม่ดีเด็ดขาด' แต่มีหรือที่คนหน้าหนาอย่างเขาจะฟัง หลังจากที่เก็บตัวอยู่ที่เรือนหลายวันซินเยว่จึงเสนอให้ทุกคนไปเที่ยวเมืองอื่นเพื่อผ่อนคลายดูบ้างเพราะที่ผ่านมาพวกนางอยู่แต่ที่เมืองเยว่กว่างกับเมืองหลวงไม่เคยไปที่อื่นเลย เมื่อคุยตกลงกันเสร็จแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางซึ่งงานนี้ซ่งเว่ยหลงก็จะตามสองแม่ลูกไปด้วยเขาให้เหตุผลว่าตามไปคุ้มกันคนทั้งสอง ส่วนซินเยว่นั้นตื่นเต้นกว่าใครเพราะนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกท่องยุทธภพของนาง ท่าท่างดี๊ด๊าทำให้อีกคนที่ตัวติดอยู่ข้างกายนางตลอด อดนึกเอ็นดูไม่ได้จึงต้องดึงเจ้าตัวดี๊ด๊าเข้ามาหอมโดยไม่อายใคร ซินเยว่ได้แต่ค้อนเขาตาคว่ำให้กับความหน้าหนาหน้าทนของเขา ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าเรือน ก็มีรถม้าคันใหญ่ที่แสนหรูหราวิ่งตรงมาที่หน้าเรือนพวกนาง จะเป็นใครไปได้อีกนอกซะจากฉิงอิงหลางและ หยางจิ่งเทียนคนที่พวกนางไม่อยากเจอเป็นที่สุด "มาได้เวลาจริงๆ" ซินเยว่เบ้ปากให้กับตัวปัญหาที่มาขัดขวางการออกท่องโลกกว้างของนาง แต่ก็ต้องรีบเก็บสีหน้าเพราะเซวี่ยฟังเฟยถลึงตาให้กับกิริยาของบุตรสาว ถึงอย่างไรคนที่มาก็เป็นถึงองค์ชายของแคว้นฉิง อย่างน้องก็ต้องให้ความเคารพอยู่หลายส่วน เมื่อรถม้าจอดลงตรงหน้าคนทั้งหกฉิงอิงหลางและหยางจิ่งเทียนก็ลงจากรถม้าด้วยสีหน้าสงสัย 'พวกนางรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะมาเหตุใดจึงได้มายืนรอรับเช่นนี้ หรือนางได้รู้หัวใจตนเองแล้วว่านางรักเขา' ฉิงอิงหลางนึกกระหยิ่มในใจคนเดียว "เจ้ารู้ว่าพี่จะมาหรืออย่างไรจึงได้มายืนรอรับเช่นนี้" ซินเยว่กลอกตาให้กับความหลงตัวเองของฉิงอิงหลาง "ท่านคิดมากเกิดไปแล้ว พวกเรากำลังจะออกเดินทางไปทำธุระที่เมืองอื่นไม่ได้มายืนรอพวกท่าน" ซินเยว่โกหกหน้าตายเพราะนางดูจากความหลงตัวเองของฉิงอิงหลางแล้วเขาอาจขอตามไปด้วย "ธุระ......ธุระอันใดหรือให้ข้าติดตามไปด้วยได้หรือไม่" นั่นไงทำไมนางไม่ไปเป็นหมอดูนะทายแม่นขนาดนี้ "ไม่จำเป็น " เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างกายซินเยว่ ฉิงอิงหลางหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความสงสัยเมื่อเขาเห็นไป๋เยี่ยนหลงก็จำได้ทันทีว่าเขาเคยพบบุรุษผู้นี้ที่หอประมูลจันทรา "เราเดินทางเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นไม่สะดวกให้ผู้อื่นติดตามไปด้วย" ไป๋เยี่ยนหลงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว เพราะไม่คิดว่าเขาจะปฏิเสธออกมาตรงๆ และยังเป็นครั้งแรกที่เขากล่าวประโยคที่ยืดยาวเช่นนี้ ฉิงอิงหลางขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่ไป๋เยี่ยนหลงกล่าวแทรกขึ้นมาอย่างไม่ได้รับอนุญาตทั้งยังกล้าปฏิเสธความต้องการของเขาอีก "เจ้าเป็นใครถึงได้กล้าแทรกขึ้นมาตอนที่ข้ากำลังพูดอยู่ นี่หาใช่เรื่องของเจ้าที่ควรสอดปากตอนที่ข้ากำลังคุยกับน้องเยว่เอ๋อ" ซินเยว่ได้ยินสรรพนามที่เขาเรียกนาง ถึงกับสำลักน้ำลายตนเองนางรีบปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมกว่าเดิม "ไม่ต้องทะเลาะกันข้าก็คิดเช่นเดียวกับเยี่ยนหลงต้องขออภัยท่านทั้งสองที่ไม่สามารถให้พวกท่านร่วมทางไปด้วยได้เพราะนี่เป็นเรื่องของคนในครอบครัวเท่านั้น" ซินเยว่เรียกชื่อไป๋เยี่ยนหลงอย่างสนิทชิดเชื้อแสดงจุดยืนของตนเองให้ฉิงอิงหลางได้เห็น เซวี่ยฟังเฟยมีสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด นางคิดว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่จึงเอ่ยขึ้นในฐานะที่นางอาวุโสที่สุดของบ้าน "ต้องขออภัยองค์ชายสามและท่านแม่ทัพเป็นอย่างยิ่ง แต่เราคงทำตามความประสงค์ของพวกท่านมิได้ต้องขออภัย " เซวี่ยฟังเฟยยืนยันอีกเสียง ขืนให้คนพวกนี้ตามไปด้วยได้เกิดเรื่องวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นเป็นเเน่ "เฟยเอ๋อเหตุใดเราถึงตามไปด้วยมิได้ข้าเป็นสามีของเจ้าและองค์ชายสามก็เป็นว่าที่คู่หมั้นของเยว่เอ๋อ เราทั้งสองคนต่างหากที่ถือว่าเป็นคนในครอบครัว " หยางจิ่งเทียนเอ่ยขึ้นเมื่อเงียบฟังอยู่นานและอยากจะออกตัวแสดงความเป็นเจ้าของ "ท่านคงเข้าใจอันใดผิดไปกระมังท่านแม่ทัพหยาง ท่านกับ ฟังเฟยและซินเยว่ต่างตัดขาดจากกันไปแล้ว ท่านพูดเช่นนี้อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ตามที่ข้าได้ยินมาฮูหยินเอกของท่านคือ มู่เซี่ยอี่และคุณหนูใหญ่ตระกูลหยางก็คือหยางหลันฮวา" ซ่งเว่ยหลงเอ่ยขึ้นเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ "เจ้าเป็นใครเหตุใดต้องเข้ามายุ่งเรื่องครอบครัวของข้า แล้วใครอนุญาตให้เจ้าเอ่ยชื่อฮูหยินกับบุตรสาวของข้าตรงๆ ช่างบังอาจนักเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอย่าได้คิดปีนขึ้นที่สูง" หยางจิ่งเทียนเดินเข้าหาซ่งเว่ยหลงด้วยความโกรธแต่เซวี่ยฟังเฟยเดินมาขวางหน้าซ่งเว่ยหลงเอาไว้ "หยุดเดี๋ยวนี้นะ....." เซวี่ยฟังเฟยไม่ไว้หน้าหยางจิ่งเทียนอีกต่อไป ตอนนี้นางและเขาต่างก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน ความรู้สึกของนางที่มีต่อเขานั้นมันได้หายไปนานแล้วจนนางแทบจำไม่ได้ว่านางเคยตกหลุมรักบุรุษคนนี้ "บุรุษผู้นี้เขาก็คือคนรักของข้าและเรากำลังจะเเต่งงานกันได้ยินเช่นนี้เเล้วท่านจะกลับไปได้หรือยัง" หยางจิ่งเทียนเหมือนโดนฟ้าผ่าเมื่อได้ยินคำตอบจากปากอดีตฮูหยินเอกของตน ผิดกับอีกคนที่ยืนยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อได้ยินคำบอกรัก ของเซวี่ยฟังเฟย "เฟยเอ๋อ........." หยางจิ่งเทียนสติหลุดไปแล้วในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด เขาไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยคำใดมีเพียงชื่อของนางเท่านั้นที่เขายังสามารถจำได้ในตอนนี้ "ข้าเลือกเขาและเป็นเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือด้วยนับจากนี้และตลอดไป ส่วนท่านอย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก กลับไปหาครอบครัวของทานเสียตั้งแต่ที่ท่านละทิ้งเราแม่ลูกเราทั้งสองก็ได้สิ้นวาสนาต่อกันแล้ว" เซวี่ยฟังเฟยเอ่ยเสียงกร้าว 'ว้าววันนี้ท่านแม่ของข้าดู เท่ มากๆ เลย ' ซินเยว่ยืนให้กำลังใจมารดาอยู่ข้างๆ ไป๋เยี่ยนหลงมองดูเรื่องสนุก "ข้าไม่ยอมเจ้าต้องเป็นของข้าเท่านั้น" หยางจิ่งเทียนตะโกนด้วยความโกรธแค้น เขามองไปที่ซ่งเว่ยหลงด้วยดวงตาแดงก่ำใบหน้ามืดครึ้ม หยางจิ่งเทียนซัดพลังปราณเข้าใส่ซ่งเว่ยหลงทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD