พลังที่แท้จริง

2567 Words
แสงสีเขียวสว่างจ้าขึ้นตรงหน้า ด้วยระยะที่ไม่ห่าง ทำให้ซ่งเว่ยหลงไม่อาจหลบพลังของหยางจิ่งเทียนที่ซัดออกมาได้และเขาห่วงว่าเซวี่ยฟังเฟยจะเป็นอันตรายเพราะถูกลูกหลง จึงเอาตัวเองเข้าบังเซวี่ยฟังเฟยไว้ ในระยะห่างไม่เกินหนึ่งจั้ง (20นิ้ว) พลันมีลูกไฟสีแดงเข้าปะทะเเสงสีเขียวจากด้านข้างพลังของหยางจิ่งเทียนจึงไม่สามารถทำอันตรายซ่งเว่ยหลงและเซวี่ยฟังเฟยที่ยืนอยู่ใกล้กันได้ เมื่อพลังทั้งสองสายสลายไปหยางจิ่งเทียนจึงหันมามองคนที่ซัดพลังออกมาสกัดพลังของตน "เยว่เอ่อ นี่เจ้าสามารถใช้พลังปราณได้แล้วหรือ " หยางจิ่งเทียนมีสีหน้าตกตะลึงจนลืมไปว่าพลังที่ซินเยว่ปล่อยออกมานั้นเป็นลูกไฟที่ใหญ่กว่าพลังของตน มีเพียงไป๋เยี่ยนหลงที่ยืนอยู่ข้างกายนางเท่านั้นที่มองพลังของซินเยว่อย่างพินิจ และทำสีหน้าแน่ใจในสิ่งที่ตนเองคาดเดา "ท่านคิดจะทำอะไรท่านคิดจะทำร้ายท่านแม่ของข้าเช่นนั้นหรือ ต่อให้ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดข้าก็อย่าคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่" ซินเยว่ไม่สนใจคำถามของหยางจิ่งเทียน นางตวาดก้องด้วยความโกรธอีกนิดเดียวพลังนั่นก็จะทำร้ายมารดาของนางแล้ว แค่คิดซินเยว่ก็หัวใจแทบหยุดเต้นความรู้สึกที่เหมือนหัวใจถูกบีบรัดนี่มันช่างทรมานยิ่งนัก หยางจิ่งเทียนได้สติกลับมาจากเสียงตะคอกของซินเยว่ เขาหันกลับมาหาเซวี่ยฟังเฟยที่ยืนตกใจหน้าซีดขาวอยู่ในอ้อมแขนของซ่งเว่ยหลง ยิ่งทำให้เขาทวีความรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมากกว่าเดิม "ท่านกลับไปซะเถอะอย่าได้กลับมาที่นี่อีกอย่าทำให้ข้าต้องเกลียดท่านมากไปกว่านี้" เซวี่ยฟังเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเพราะนางยังรู้สึกหวาดกลัวเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นอยู่ นางไม่แม้แต่จะปรายตามองหยางจิ่งเทียนที่ยืมมองนางด้วยสายตาตัดพ้อ ยิ่งเซวียฟังเฟยพูดเช่นนี้กับเขายิ่งทำให้เขารู้สึกเสียหน้าแล้วโกรธแค้นซ่งเว่ยหลงยิ่งกว่าเดิม หยางจิ่งเทียนหาใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ “ไม่มีวัน” หยางจิ่งเทียนตะโกนเสียงดังก้องอย่างดุดัน "หากวันนี้เจ้าไม่กลับไปกับข้าก็อย่าหวังว่าเจ้าจะสามารถไปที่ใดได้ ข้าอยากรู้นักถ้าหากว่าข้าฆ่าชายคนนี้เจ้าจักทำอย่างไร" หยางจิ่งเทียนไม่รอช้ากระโดดเข้าใส่ซ่งเว่ยหลงอย่างรวดเร็ว แต่ซ่งเว่ยหลงที่รอตั้งรับอยู่แล้วนั้นไม่ยอมให้หยางจิ่งเทียนลอบกัดเขาได้อีก "ช่างดื้อด้านยิ่งนักหากเจ้าไม่มีตำแหน่งเป็นแม่ทัพใครๆ คงคิดว่าเจ้าเป็นเพียงอันธพาลข้างถนน" คำพูดของซ่งเว่ยหลงยิ่งกระตุ้นแรงโทสะของหยางจิ่งเทียนให้สูงเสียดฟ้า "อย่าคิดว่าข้าจะเป็นเต้าหู้นิ่มให้เจ้าได้ทุบเล่น" พูดจบซ่งเว่ยหลงปล่อยสภาวะแรงกดดันออกมา พลังปราณสีน้ำเงินเข้มล้อมรอบตัวเขาบางเบา ซ่งเว่ยหลงหลอมพลังสีน้ำเงินขึ้นให้กลายเป็นดาบเล่มใหญ่จากนั้นฟาดพลังเข้าใส่หยางจิ่งเทียนด้วยความเร็วและรุนแรง ชั่วพริบตาหยางจิ่งเทียน ไม่สามารถต้านพลังของซ่งเว่ยหลงได้เขากระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง กระอักเลือดออกมาคำโต บริเวณหน้าอกปรากฏรอยดาบฟันเป็นแผลเหวอะ "เจ้าเป็นใครกันแน่" หยางจิ่งเทียนตะโกนถามออกไปอย่างยากเย็นเพราะในโพรงปากของเขาเต็มไปด้วยเลือดที่กระอักออกมา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าฉิงอิงหลางจะหาเสียงของตนเจอทุกอย่างก็จบลงไปแล้ว "พลังสีน้ำเงินนั่น หรือว่าท่านคือ......" ซ่งเว่ยหลงหันมาทางฉิงอิงหลางประสานมือทำท่าคารวะ "ขออภัยที่กระหม่อมมิได้เปิดเผยตัวกระหม่อมคืออดีตหัวหน้าองครักษ์ของฝ่าบาท นามว่าซ่งเว่ยหลง" ฉิงอิงหลางตาโตเขาเคยได้ยินมาว่าเมื่อหลายปีก่อนเคยมีองครักษ์ที่มีพรสวรรค์อยู่ผู้หนึ่ง เขามีพลังปราณสีน้ำเงินตั้งแต่อายุยังน้อยฝีมือเก่งกาจมิอาจหาผู้ใดเทียบได้ เเต่ไม่รู้ด้วยเพราะเหตุใดเขาได้ลาออกจากการเป็นองครักษ์ในวังหลวงและหายตัวไปไม่เคยทราบข่าวคราวจนกระทั่งตอนนี้ ฉิงอิงหลางรู้แล้วว่าองครักษ์คนนั้นคือบุรุษร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ "หามิได้ข้าเพียงแปลกใจที่ท่านลาออกจากการเป็นหัวหน้าองครักษ์หลวงแต่มาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ริมชายเเดนเช่นนี้" ฉิงอิงหลางตอบซ่งเว่ยหลงด้วยความยำเกรงขึ้นหลายส่วน ซ่งเว่ยหลงมิได้ตอบอันใดเขาเดินไปประจันหน้ากับหยางจิ่งเทียนที่นอนกุมบาดแผลอยู่ที่พื้นยังไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ "เจ้ายังคิดอยากจะสู้กับข้าอีกหรือไม่ ข้าไม่มีเวลามาเสียเปล่าไปกับเจ้ามากนักหรอกนะ" ซ่งเว่ยหลงเอ่ยขึ้นเรียบๆ ด้วยใบหน้าเย็นชาทหารที่ตามอารักขาหยางจิ่งเทียนและฉิงอิงหลางกรู่เข้ามาล้อมซ่งเว่ยหลงเอาไว "หึ พลังปราณสีน้ำเงินแล้วอย่างไรถ้าเจอคนมากกว่าเจ้าจะสามารถทำอะไรได้" หยางจิ่งเทียนทำสัญญาณมือให้ทหารที่ล้อมซงเว่ยหลงเข้าจู่โจม ทันที "เว่ยหลง " เซวี่ยฟังเฟยเรียกชื่อเขาอย่างเป็นห่วงซ่งเว่ยหลงหันมายิ้มให้เซวี่ยฟังเฟย "เจ้าวางใจเถิดข้าหาใช่คนไม่เอาไหน" พูดจบซ่งเว่ยหลงก็สะบัดมือหนึ่งครั้ง เสียงกรีดร้องก้องนภาก็ดังไปทั่วหุบเขาอินทรีทองระดับแปดตัวมหึมาบินตรงมาที่ทหารที่ล้อมซ่งเว่ยหลงเอาไว้มันพ่นไฟออกมาข่มขู่เหล่าทหารที่เตรียมพุ่งเข้าหาเขา ทุกคนต่างชะงักไปตามๆ กันอินทรีทองบินวนไปรอบๆ ปลดปล่อยพลังออกมาเพื่อกดข่มพวกเขาเอาไว้ "ฝีมือมีเพียงแค่นี้คิดจักเอาชีวิตข้าช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ" จบคำซ่งเว่ยหลงก็สะบัดมือหนึ่งครั้งพลันในมือมีดาบสีน้ำเงินเล่มใหญ่เขาตวัดดาบในมือเบาๆ พลังสีน้ำเงินเข้มพุ่งเข้าใส่ทหารสี่นาย กระเด็นไปไกลทันที ทหารที่เหลือมีท่าทีหวั่นเกรงต่อพลังของซ่งเว่ยหลงและสัตว์อสูรของเขา พวกเขาหรือจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวกิตติศัพท์ของอดีตหัวหน้าองครักษ์หลวงผู้นี้ ทหารทั้งหมดได้เเต่ยืนเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าเอาชีวิตเข้าเสี่ยง "เจ้าพวกโง่เง่ามันมีแค่เพียงคนเดียวสังหารมันซะเอาชีวิตของมันนี่คือคำสั่งของ...." หยางจิ่งเทียนยังพูดไม่ทันจบคำซ่งเว่ยหลงก็ทะยานมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว "เอาชีวิตของเจ้าแทนดีหรือไม่เจ้าคนโง่เขลาขี้ขลาดเอาแต่หลบอยู่ด้านหลังผู้อื่น" ซ่งเว่ยหลงกดดาบลงไปบนคอของหยางจิ่งเทียนจนเลือดไหลออกมา " ท่านองครักษ์ซ่งได้โปรดเห็นเเก่หน้าข้าปล่อยเขาไปได้หรือไม่ ครั้งนี้เป็นความผิดของพวกเราได้โปรดยั้งมือไว้ไมตรี" ฉิงอิงหลางรีบออกหน้าขอร้องซ่งเว่ยหลงเพื่อมิให้เกิดการนองเลือดมากไปกว่านี้ ถึงแม้ตัวหยางจิ่งเทียนจะมิยินยอมแต่เขาก็ไม่อาจทำอันใดได้เพราะตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัสจึงได้เเต่เงียบปากเอาไว้ยอมก้มหน้าทำตามที่ฉิงอิงหลางสั่ง เมื่อเเขกมิได้รับเชิญกลับไปหมดแล้วเซวี่ยฟังเฟยจึงเข้ามาดู ซ่งเว่ยหลงว่าเขามีส่วนไหนที่บาดเจ็บบ้าง นางจับเขาหมุนไปหมุนมาเพื่อตรวจหาบาดแผลสร้างความขบขันให้แก่ทุกคนยิ่งนัก แต่ก็มิมีผู้ใดกล้าหัวเราะออกมาเพราะกลัวจะถูกนางคาดโทษ "เฟยเอ๋อข้ามิได้มีบาดแผลที่ใดเลยเจ้าอย่าได้เป็นห่วง" ซ่งเว่ยหลงปลอบให้นางคลายกังวล "แล้วทีนี้จะทำอย่างไรต่อไปจะไปท่องเที่ยวหรือจะยกเลิก" ซ่งเว่ยหลงก้มตัวลงถามสตรีข้างกายเซวี่ยฟังเฟยหันไปมองซินเยว่ นางทราบดีว่าบุตรสาวของนางอยากออกไปเที่ยวเล่นยิ่งนักแต่นางก็อดห่วงมิได้ว่าหยางจิ่งเทียนจะส่งคนมาลอบทำร้ายพวกนางอีก "เยว่เอ่อลูกยังอยากจะไปเที่ยวอยู่หรือไม่ " ซินเยว่ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งนางส่ายหน้า "เอาไว้คราวหน้าดีกว่าดูเหมือนว่าฤกษ์จะไม่ดีเสียแล้วมารผจญขนาดนี้ข้าไม่มีแก่ใจจะเที่ยวที่ไหนแล้วเจ้าค่ะ” ซินเยว่ทำหน้าเบ้ปากยู่ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกลับไปพักผ่อน เหลือเพียงไป๋เยี่ยนหลงที่ยืนอยู่ที่เดิมยังมิได้ขยับไปไหน "เยี่ยจื่อไปจัดการอย่าให้พวกนั้นกลับมาสร้างความวุ่นวายที่นี่ได้อีก" ไป๋เยี่ยนหลงสั่งเยี่ยจื่อเสร็จก็เดินกลับเข้าเรือนตามซินเยว่ไปทันที วันต่อมาหม่าชิวหนิงเมื่อได้ยินชาวบ้านเล่าว่าซ่งเว่ยหลงต่อสู้กับบุรุษแปลกหน้าที่มาบ้านของเซวี่ยฟังเฟย นางก็รีบปลุกระดมชาวบ้านตรงดิ่งมาที่หน้าเรือนของเซวี่ยฟังเฟยทันทีเสียงชาวบ้านโวยวายดังอยู่นอกรั้วหน้าบ้านทำให้เซวี่ยฟังเฟยที่ทำอาหารเช้าอยู่ในครัวต้องเดินออกมาดู "พวกท่านเป็นใครเหตุใดมาเสียงดังอยู่หน้าบ้านข้า" เซวี่ยฟังเฟยถามออกไปอย่างสงสัย "หึ หญิงเเพศยาอย่ามาตีหน้าใสซื่อเพราะเจ้าทำให้หมู่บ้านของเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง พี่เว่ยหลงต้องต่อสู้กับชายชู้ของเจ้าจนบาดเจ็บสตรีไร้ยางอายไม่ควรมาอยู่ที่หมู่บ้านของเรา" หม่าชิวหนิงชี้หน้าด่าเซวี่ยฟังเฟยทันที "แล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า" เสียงดังมาจากด้านหลัง ซินเยว่กับฮุ่ยหลิงเดินมาทันได้ยินหม่าชิวหนิงด่าเซวี่ยฟังเฟย ฮุ่ยหลิงออกมายืนบังพวกนางเพราะกลัวว่าชาวบ้านจะทำร้ายซินเยว่กับเซวี่ยฟังเฟย ชาวบ้านหันมองตามเสียงผู้มาใหม่ แล้วชะงักไปทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามที่ไม่เคยได้พบพานมาก่อนของซินเยว่ ถึงแม้นางจะใส่ชุดธรรมดาเนื้อผ้าระดับปานกลาง แต่ก็ไม่สามารถกลบรัศมีความงามของนางได้ หม่าชิวหนิงเห็นชาวบ้านเอาแต่จ้องซินเยว่อย่างเหม่อลอยจึงเอ่ยขึ้นเสียงดัง "อ้อ เจ้าคงจะเป็นบุตรสาวหญิงแพศยาผู้นี้สินะ แม่ลูกเหมือนกันมิมีผิดใช้ความงามหลอกล่อบุรุษให้หลงใหลนางจิ้งจอก" หม่าชิวหนิงบิดปากพูดเหยียดหยามซินเยว่เเละเซวี่ยฟังเฟยออกมาเสียงดัง "อ้อ แล้วเจ้าเล่า.... หน้าตาไม่ถือว่าอัปลักษณ์แต่เหตุใดวาจาที่พ่นออกมาถึงได้มีแต่กลิ่นเหม็นเน่ายิ่งกว่าอาจม เจ้าเป็นผู้ใดข้าไม่รู้แต่ถ้ามาสร้างความวุ่นวายให้บ้านของข้าเจ้าคงไม่สามารถกลับไป....." ซินเยว่มองหม่าชิวหนิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูกแล้วเอ่ยประโยคต่อมา "แบบครบสามสิบสองได้" นางใช้สายตาเหยียดหยามหม่าชิวหนิงเหมือนนางร้ายในละครที่นางเคยดู “เจ้านางเด็กบ้ากล้าขู่ข้าหรือ" หม่าชิวหนิงกระทืบเท้าชี้หน้าซินเยว่ เพี๊ยะ!!! เสียงตบฉาดดังกังวานขึ้นอย่างชัดเจนหม่าชิวหนิงที่กำลังชี้หน้าซินเยว่ถูกตบจนหน้าหัน พริบตาเดียวปรากฏรอยแดงเป็นปื้นขึ้นบนใบหน้าด้านขวา ทุกคนที่เข้าร่วมกับหม่าชิวหนิงต่างเงียบกริบไปทันที พวกเขามองหม่าชิวหนิงที่ถูกตบด้วยอาการตกตะลึง แต่กลับมองไม่เห็นว่าเป็นผู้ใดที่ตบนาง "เจ้าตบข้า" หลังอาการตกตะลึงหม่าชิวหนิงชี้หน้าซินเยว่นางเต้นเร่าๆ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ถึงแม้นางจะตวาดเสียงกราดเกรี้ยวแต่นางก็รู้ดีว่าข้อกล่าวหานี้ฟังไม่ขึ้นผู้คนล้วนประจักษ์อยู่แก่สายตาว่าซินเยว่มิได้ขยับกายนางยืนอยู่กับที่ตลอดเวลา ต่อให้อยากกล่าวหาซินเยว่แต่ก็มิสามารถทำอันใดได้เพราะไร้หลักฐาน "นางเด็กปีศาจ" หม่าชิวหนิงยังไม่ยอมนางยังเอาแต่ก่นด่าซินเยว่ไม่หยุด เพี๊ยะ!!!! เสียงตบฉาดดังขึ้นอีกครั้งหม่าชิวหนิงร่างซวนเซซีกหน้าด้านซ้ายพลันปรากฏริ้วแดงขึ้นใบหน้าของนางทั้งสองข้างบวมเป็นหัวหมูมองแล้วช่างน่าขันนัก ซินเยว่หัวเราะออกมาเบาๆ "ผู้ใดกันที่ลอบกัดข้า" หม่าชิวหนิงหน้าดำคร่ำเครียดกวาดตามองไปรอบๆ ทุกคนต่างมีสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน นางปลดปล่อยพลังสีเหลืองออกมากางเป็นม่านพลังแต่ใครจะรู้ พลังอันไร้ตัวตนฝ่าทะลวงม่านพลังของหม่าชิว หนิงเข้ามาแล้วลงมือตบอีกสองฉาด เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! ร่างของหม่าชิวหนิงโงนเงนเสียหลักลงไปกองกับพื้นนางกระอักเลือดออกมาคำโต ในนั้นมีฟันสีขาวสองซี่หลุดปนออกมาด้วย นางกรีดร้องเสียงดังถูกตบไปหลายทีแต่ไม่สามารถมองเห็นว่าผู้ใดทำร้ายนาง "ใครมันกล้าทำร้ายข้า" หม่าชิวหนิงตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว "ต้องเป็นเจ้าแน่นางเด็กปีศาจเจ้าต้องใช้วิชามารบางอย่างทำร้ายข้า" หม่าชิวหนิงชี้หน้าซินเยว่ชาวบ้านต่างหันมามองนางเป็นตาเดียว "อ้าวๆ ท่านป้าเหตุใดใส่ร้ายข้าเช่นนี้ ชาวบ้านทุกคนก็เห็นว่าข้ายืนอยู่กับที่ตลอดเวลามิได้ขยับไปที่ใด ข้าว่าอาจเป็นเพราะปากท่านเหม็นก็เป็นได้สวรรค์จึงได้ลงโทษ พวกเจ้าก็ระวังตัวเอาไว้ด้วยเล่าพูดเรื่องที่ไม่เป็นความจริงระวังสวรรค์จะลงโทษเหมือนนาง" ซินเยว่หัวเราะออกมาท่าทางสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อนกับท่าทางเกรี้ยวกราดของหม่าชิวหนิงและนางยังทำเหมือนเรื่องที่ชาวบ้านมาชุมนุมที่หน้าเรือนของนางไม่ใช่เรื่องของนาง "นี่แล้วพวกเจ้าทุกคนมาโวยวายที่หน้าบ้านของข้าด้วยเรื่องอันใด " ซินเยว่ปรับสีหน้าให้จริงจัง เมื่อแกล้งหม่าชิวหนิงจนหนำใจพลังจิตของนางใช้ได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะกับคนที่สติหลุดง่ายๆ เช่นหม่าชิวหนิง "เจ้าสองแม่ลูกต้องย้ายออกไปจากหมู่บ้านนี้"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD