สายลมพัดเอื่อยเฉื่อยต้นหญ้าโยกไหวตามแรงลม เสียงต้นไผ่เสียดสีกันเป็นท่วงทำนองเพลงชวนให้เคลิ้มหลับ กลิ่นดอกกล้วยไม้ป่าโชยมาทำให้อดสูดดมเข้าปอดไม่ได้ การที่ได้อยู่ท่ามกลางป่าเขาและธรรมชาติช่างมีความสุขยิ่งนัก ถ้าหากว่าไม่มีเจ้าพวกหน้าตายพวกนี้
หนึ่งชั่วยามก่อนหน้า (2ชม.) ซินเยว่ออกจากมิติจิตพร้อมด้วยเสี่ยวเป่านางอยู่ที่เดิมในป่าด้านนอกเมืองก่อนที่นางจะโดนเจ้าสองคนนั่นทำร้าย ซินเยว่กลับเข้าเมืองเอายาเพิ่มพลังปราณที่อยู่ในมิติจิตไปขายสองเม็ดที่ร้านขายยาที่นางนำสมุนไพรปราณไปขาย
"เอาสมุนไพรมาขายอีกแล้วหรือแม่นาง ทำไมครั้งนี้มาเร็วกว่าทุกทีปกติเจ้ามาสามวันหนึ่งครั้งนี่นา"
ซินเยว่ทำสีหน้างงงวย
"ผู้ดูแลข้าเอาสมุนไพรมาขายครั้งสุดท้ายเมื่อใดเจ้าคะ"
"เมื่อวานนี้อย่างไรเล่าเจ้าลืมไปแล้วหรือ"
ผู้ดูแลตอบคำถามของนางและมองซินเยว่ด้วยสายตาแปลกประหลาด ซินเยว่ยืนนิ่งท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง เช่นนั้นแสดงว่าเราเข้าไปในมิติจิตเพียงแค่หนึ่ง ผู้ดูแลถามนางอีกครั้ง
"ไหนล่ะสมุนไพรปราณที่เจ้าจะนำมาขาย"
ซินเยว่ได้สติกลับมา นางยิ้มหวานส่งให้ผู้ดูแล
"ข้าไม่ได้มาขายสมุนไพรปราณเจ้าค่ะ ข้ามาขายโอสถเพิ่มพลังปราณ"
ซินเยว่หยิบขวดยาออกมาจากแขนเสื้อแต่ความจริงนางเอาออกมาจากมิติจิต หลังจากเทเม็ดยาลงในมือกลิ่นหอมเย็นโชยอบอวลไปทั่วร้าน ผู้ดูแลตะลึงไปทันที
"โอสถเพิ่มพลังปราณความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน แม่นางเชิญรอข้าด้านในเดี๋ยวข้าไปตามเถ้าแก่มาพบเจ้า ข้าไม่สามารถตีราคาโอสถเม็ดนี้ให้เจ้าได้"
พูดจบผู้ดูแลก็เดินหายไปหลังร้านทันที ผ่านไปไม่นานชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาเขาทักทายนางท่าทางตื่นเต้น
"ข้าคือสวีไคเฉิงเจ้าของร้านขายยาแห่งนี้เรียกข้าว่าเถ้าแก่สวีก็ได้ข้าได้ยินว่าแม่นางมีโอสถพิ่มพลังปราณมาขาย รบกวนขอข้าดูเม็ดยาของเจ้าได้หรือไม่"
ซินเยว่พยักหน้านางเทเม็ดยาออกมาให้เถ้าแก่สวีดู สายตาของเถ้าแก่สวีไม่ต่างอะไรกับผู้ดูแล
"ท่านจะให้ข้าได้ราคาเม็ดละเท่าไหร่"
ซินเยว่ถามออกไปตรงๆ นางไม่อยากต้องมาอ้อมค้อมให้เสียเวลา
"เจ้าถามข้าเช่นนี้แปลว่าเจ้ามีหลายเม็ดใช่หรือไม่"
สวีไคเฉิงทำหน้าเจ้าเล่ห์ถามกลับไป
"ขึ้นอยู่กับคำตอบของท่าน ถ้าข้าไม่พอใจในราคาที่ท่านเสนอมาข้าก็จะนำไปขายที่อื่น ข้ารู้มาว่าที่เมืองเยว่กว่างมีหอโอสถของสำนักแพทย์โอสถสาขาย่อยอยู่ ข้าอาจนำมันไปขายที่นั่นก็ได้ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร"
เถ้าแก่สวีมองซินเยว่ด้วยท่าทางพินิจ
"ช่างเป็นเด็กสาวที่เจ้าเล่ห์เสียจริง ได้ข้าให้ตามที่เจ้าต้องการ โอสถเพิ่มพลังปราณหนึ่งเม็ดสองพันตำลึงทองเจ้าพอใจหรือไม่"
ซินเยว่พยักหน้ายิ้มตาหยีนางขายโอสถเพิ่มพลังปราณให้เถ้าแก่สวีสองเม็ด
"เถ้าแก่สวีข้ารู้ว่าท่านสามารถทำกำไรกับยาเม็ดนี้ได้มากกว่าที่ท่านจ่ายให้ข้า อ้อท่านช่วยเก็บเรื่องที่ข้าขายโอสถเพิ่มพลังปราณให้ท่านไว้เป็นความลับได้หรือไม่ ข้าไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้เพราะข้าไม่ต้องการความวุ่นวาย"
หลังจากที่กำชับเถ้าแก่สวีจบซินเยว่ก็เดินออกไปจากร้านขายยาด้วยความเบิกบาน นั่นคือเรื่องราวก่อนหน้าที่ซินเยว่จะกลับมาที่เรือนเชิงเขาของนาง
รอยยิ้มของซินเยว่ตอนนี้เเข็งค้างไปแล้ว เงินสี่พันตำลึงทองไม่สามารถทำให้นางอารมณ์ดีได้อีกต่อไป
"พะ......พวกเจ้ามาทำอะไรที่เรือนของข้า "
ซินเยว่ได้สติกลับมาเมื่อเห็นบุรุษผมสีเงินนั่งอยู่ในโถงรับแขกท่าทางผ่อนคลายสบายอารมณ์คล้ายที่นั่นคือเรือนของเขาเอง ด้านหลังมีบุรุษอีกสองคนยืนทำหน้านิ่งเป็นรูปปั้นอยู่
"ท่านแม่ มานี่ก่อน"
ซินเยว่กระซิบเรียกเซวี่ยฟังเฟยออกมาที่ระเบียงด้านนอก
"มีอะไรหรือเยว่เอ๋อ”
เซวี่ยฟังเฟยเดินออกมาตามเสียงเรียกของบุตรสาว
"ท่านเเม่ ท่านรู้จักพวกเขาหรือ "
ซินเยว่กระซิบถามมารดาเสียงเบา แต่มีหรือที่บุรุษทั้งสามจะไม่ได้ยินพวกเขาเป็นผู้ฝึกพลังปราณขั้นยอดยุทธต่อให้ไกลกว่านี้ก็สามารถรับรู้ได้
"แม่จะไปรู้จักพวกเขาได้อย่างไรเขาบอกว่าเป็นสหายของลูกที่กำลังออกท่องเที่ยวผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยมเจ้า"
ซินเยว่กลอกตาท่าทางหงุดหงิด ท่านแม่ท่าทางพวกเขาดูเหมือนเป็นสหายของข้าหรือท่านถูกคนพวกนั้นหลอกแล้ว
ซินเยว่เค้นสมองคิดหาทางไล่สามคนนั้นกลับไป นางไม่อยากให้มารดารู้เรื่องที่นางเป็นตีนแมวย่องเข้าเรือนผู้อื่น ตอนนี้นางมีชนักติดหลังอยู่จึงโวยวายมากไม่ได้ อีกอย่างนางสู้พวกนั้นไม่ได้อย่างเเน่นอนหากสู้กันเรือนของนางคงพังไม่เหลือชิ้นดี และท่านแม่กับฮุ่ยหลิงอาจเป็นอันตรายได้ ซินเยว่ได้แต่ตอบรับไปส่งๆ เอาไว้ค่อยหาวิธีขับไล่พวกเขาไปทีหลัง
"ชะ......ใช่ๆ ข้าลืมไปได้อย่างไรพวกเขาเป็นสหายของข้าเอง "
ซินเยว่กัดฟันพูดนางลอบปาดเหงื่อบนหน้าผาก ได้แต่คาดโทษพวกเขาเอาไว้ในใจ
"เช่นนั้นเราเข้าไปด้านในกันเถอะ”
ซินเยว่ดันหลังมารดาเข้าไปก่อน เจ้าพวกนี้ทำให้อายุขัยของนางลดลงไปหลายปีเลยทีเดียว
"คารวะคุณชาย..........."
ซินเยว่ทำท่าประสานมือค้อมตัวแล้วมองหน้าบุรุษผมสีเงินสลับกับบุรุษทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง เยี่ยจื่อเข้าใจสายตาที่ส่งมาเป็นคำถามของนางทันที
" ข้าคือองครักษ์นามว่าเยี่ยจื่อและเยี่ยเฉิงส่วนท่านนี้คือคุณชายของข้าแซ่ไป๋เรารู้จักกับแม่นางหยางที่โรงเตี๊ยมในเมืองหลวง ตอนนี้ออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านมาทางนี้เลยแวะเยี่ยมเยียน เห็นว่าที่นี่ร่มรื่นเงียบสงบคุณชายเลยอยากขอพักที่นี่คงไม่เป็นการรบกวนท่านกระมัง"
เยี่ยจื่อแนะนำตัวแก่มารดาของซินเยว่และมัดมือชกบอกจุดประสงค์ความต้องการที่ไม่ให้นางสามารถปฏิเสธได้ ซินเยว่ได้แต่กำหมัดแน่น เจ้าพวกน่าตายพวกนี้บังอาจข่มขู่นางถ้าหากว่านางไม่ให้พวกเขาเข้าพักที่นี่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะก่อเรื่องอะไรอีก
" เชิญคุณชายทั้งสามตามสบายอยากจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนตามใจพวกท่านเลย"
ซินเยว่กัดฟันพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง นางอยากชักดาบออกมาฟันเจ้าสามคนนี้ให้หัวแบะจริงๆ เลยหน้าหนาหน้าทนคนหนึ่งก็หน้าตายคนหนึ่งก็หน้าด้านอยากอยู่ก็อยู่ไปนางหาที่อยู่ใหม่ได้เมื่อไหร่จะหายเข้ากลีบเมฆเลยคอยดู ซินเยว่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอนาคตชีวิตของนางนับจากนี้ไม่มีทางที่จะหลีกหนีจากเขาพ้น
หลายวันต่อมาซ่งเว่ยหลงได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ามีบุรุษรูปงามเข้าพักที่เรือนของเซวี่ยฟังเฟย เขาก็รู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากรีบมาดูให้เห็นกับตาว่าเป็นอย่างที่ได้ยินมาหรือไม่ เมื่อซ่งเว่ยหลงมาถึงหน้าเรือนของเซวี่ยฟังเฟยเขามองเข้าไปด้านใน มีบุรุษรูปงามผมสีเงินนั่งจิบชาที่โต๊ะหน้าระเบียง ซินเยว่เห็นว่าตรงนี้ร่มรืนดีมีต้นไม้ด้านข้างทำให้ระเบียงด้านนี้ไม่โดนแดดจึงเอาโต๊ะเก้าอี้มาวางไว้นั่งเล่นแต่ตอนนี้เป็นที่ประจำของคุณชายไป๋ไปเสียแล้ว ซ่งเว่ยหลงเดินตัวปลิวเข้ามาหาบุรุษทั้งสองที่นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน
"ข้าได้ยินว่ามีบุรุษเข้ามาพักที่เรือนของเเม่นางเซวี่ย ข้าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของที่นี่ไม่ทราบว่าท่านเป็นอะไรกับนาง"
ไป๋เยี่ยนหลงเพียงปรายตามองเขาเท่านั้นแต่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอันใดออกมา เยี่ยจื่อยิ่งไม่ต้องพูดถึงปกติก็เป็นคนที่ปากหนักอยู่แล้วหากไม่ถามเขาทั้งวันก็ไม่ปริปากออกมา เซวี่ยฟังเฟยถือจานขนมที่นางพึ่งทำเสร็จเดินเข้ามาพอดี
"อ้าวท่านหัวหน้าหมู่บ้านมีธุระอันใดหรือเจ้าคะ"
เซวี่ยฟังเฟยมองไปที่ซ่งเว่ยหลงด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่ที่ซินเยว่พูดกับเขาวันนั้นซ่งเว่ยหลงก็หายหน้าไป พึ่งจะได้พบกันวันนี้เอง
"คือ ข้าได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ามีชายแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านและพวกเขาเข้าพักที่เรือนของเจ้า ข้าเลยแวะมาดูสักหน่อยเรือนของพวกเจ้าอยู่กันมีเพียงสตรีข้าเกรงว่าจะเกิดอันตรายพวกเจ้าจะให้ใครเข้าพักควรดูให้ดี"
ซ่งเว่ยหลงปรายตามองตัวต้นเหตุ และคิดหาเหตุผลมากล่าวอ้างกับเซวี่ยฟังเฟย
"อ่อ ท่านนี้คือคุณชายไป๋เป็นสหายของเยว่เอ๋อเจ้าค่ะ พวกเขาผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยม เห็นว่าที่นี่งดงามจึงอยู่หลายวัน"
ชายที่ถูกกล่าวถึงตั้งแต่แรกจนกระทั่งตอนนี้ยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาเเม้เพียงครึ่งคำ เขานั่งจิบชามองออกไปด้านนอกระเบียงที่มีร่างระหงกำลังก้มๆ เงยๆ ปลูกดอกไม้ป่าที่นางได้มาเมื่อตอนเช้า พร้อมกับเสี่ยวเป่าตัวน้อยที่คอยช่วยนางอยู่ข้างๆ ไป่เยี่ยนหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินทอดน่องไปทางซินเยว่อย่างช้าๆ นางกำลังง่วนอยู่กับการขุดดินจึงไม่ทันสังเกตเห็น
"เจ้ากำลังทำอันใด"
ซินเยว่เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ใบหน้าของนางเลอะไปด้วยเศษดินชุดที่ใส่ก็มีคราบสกปรกผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าผากมีเหงื่อผุดเต็มไรผม ช่างดูมอมแมมไม่สมกับเป็นสตรีเอาเสียเลย
แต่ในสายตาของเขานางกลับดูงดงามเป็นธรรมชาติไม่ต้องปรุงแต่งเหมือนสตรีอื่นที่ชอบใช้มารยาเสแสร้ง แสดงท่าทางอ่อนหวานให้เขาพึงพอใจ นางไม่เคยพยายามเข้าหาเขาเลยสักครั้งมีแต่จะพยายามหลบเลี่ยง ไม่ว่านางอยู่ในชุดแบบไหนก็ไม่สามารถปิดบังรัศมีความงดงามของนางได้
"ทำไม"
ซินเยว่ถามกลับเสียงแข็งมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ตั้งแต่เจ้าหน้าตายนี่เข้ามาอยู่ที่บ้านของนาง เขาก็ทำเหมือนที่นี่เป็นบ้านของตนเองใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ที่เยี่ยจื่อทำร้ายนางก่อนหน้านี้เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านแม่ก็ดูจะชอบเจ้าคุณชายหน้าตายนี่เหลือเกิน
เหอะเอาขนมของนางไปให้เจ้าพวกนั้นกินทำไมกันนั่นขนมที่นางชอบเลยนะขนมที่ท่านแม่ทำขึ้นด้วยตัวเอง ซินเยว่นึกอย่างหงุดหงิดนางสะบัดหน้าหนีเขาอย่างแง่งอน
"อยากอยู่ที่นี่ข้าก็ให้ท่านอยู่ แล้วยังจะต้องการอะไรจากข้าอีก คุณ ชาย ไป๋"
ซินเยว่เอ่ยชื่อเขาเน้นทีละคำออกมาอย่างโกรธกรุ่น นางอดทนมาหลายวันแล้วพยายามไม่ยุ่งกับเขา ตอนนี้นางไม่อาละวาดก็ดีเท่าไหร่ ไป๋เยี่ยนหลงยังคงเงียบไม่เอ่ยอะไร เขายกมือขึ้นใช้นิ้วโป้งเช็ดคราบดินที่ข้างแก้มของนางแผ่วเบา ซินเยว่ชะงักไปทันทีนางไม่ได้ปัดมือของเขาออก เเต่ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อว่าเจ้ามนุษย์หน้าตายผู้นี่จะรู้จักนุ่มนวลเป็นกับเขาด้วย ปกติเห็นแต่ทำหน้านิ่งๆ อยากได้อะไรก็ใช้เพียงสายตาเวลาตอบรับก็เพียงพยักหน้า ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่นางไม่เคยได้ยินเขาพูดเกินสิบประโยค
"เยี่ยนหลง......"
ซินเยว่ไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร
"เรียกข้าว่าเยี่ยนหลง"
"ทะ.. ทำไมข้าต้องเรียกท่านว่าเยี่ยนหลง ระ... เรียกคุณชายไป๋ก็ดีอยู่แล้ว"
ซินเยว่พูดตะกุกตะกัก นางไม่คิดว่าเขาจะมาไม้นี้ทำให้นางรับมือเขาไม่ถูกแล้ว ปกติก็เป็นคนไม่ค่อยจะพูดแต่พออ้าปากก็หาเรื่องทำให้คนประหลาดใจได้ทุกที เขาช่างเป็นบุรุษที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่นางเคยพบมาเลย
"เรียก........"
ไป๋เยี่ยนหลงใช้สายตามองกดดันมาที่นาง ซินเยว่ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ แค่เรียกชื่อก็พอแล้วใช่หรือไม่เขาจะได้เลิกมาตอแยนางสักที
"ดะ....ได้ ได้ เรียกแล้วข้าเรียกแล้ว ยะ...."
ซินเยว่พูดไม่ออกนางได้แต่ยกมือขึ้นโบกไปมาพลางพยักหน้า
"เยี่ยนหลง"
นางเอ่ยเสียงแผ่วเบาเเต่ชัดเจนในโสตของเขา ซินเยว่เงยหน้าขึ้นสบสายตาที่กำลังมองมาที่นาง ใบหน้าของไป๋เยี่ยนหลงยังคงเรียบเฉยเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมีเพียงใบหูเท่านั้นที่เเดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด แต่ซินเยว่สังเกตเห็นมันได้นี่เขาอายหรือ ซินเยว่รู้สึกประหลาดใจเพียงแค่นางเอ่ยชื่อเขาเนี่ยนะ ซินเยว่มองหน้าไป๋เยี่ยนหลงตาปริบๆ ตอนนี้นางทำตัวไม่ถูกแล้ว
เสี่ยวเป่าที่เล่นดินอยู่ที่พื้นนอนกลิ้งไปมาส่งเสียง จิ๊ จ๊ะ คล้ายไม่พอใจที่พวกเขาไม่สนใจมัน
"นายท่าน"
เยี่ยเฉิงเดินเข้ามาคุกเข่ายกกำปั้นขวาขึ้นแนบอกด้านซ้ายทำท่าคารวะ เขาโบกมือหนึ่งทีให้เยี่ยเฉิงลุกขึ้น ซินเยว่เห็นว่าเยี่ยเฉิงมีเรื่องสำคัญจะคุยกับไป๋เยี่ยนหลงนางจึงอุ้มเสี่ยวเป่าเดินมาหามารดาที่นั่งคุยกับซ่งเว่ยหลงที่ระเบียงหน้าบ้าน คล้อยหลังซินเยว่เยี่ยเฉิงกางม่านพลังป้องกันเสียง
"นายท่านมีการปะทะกันของสองกลุ่มทำให้เทพโอสถหนีไปได้ข้าน้อยไร้ความสามารถขอนายท่านโปรดลงโทษ "
ไป๋เยี่ยนหลงยังคงเงียบเหม่อมองออกไปที่ซินเยว่
"ตามต่อไป"
พูดเพียงเท่านั้นไป๋เยี่ยนหลงก็เดินตรงไปหาซินเยว่ที่ระเบียงหน้าบ้าน เยี่ยเฉิงทำหน้าไม่เข้าใจเหตุใดนายท่านไม่โกรธที่เขาทำงานพลาดเหตุใดนายท่านไม่สั่งลงโทษเขา เยี่ยเฉิงมองตามแผ่นหลังที่ตั้งตรงของผู้เป็นนายที่เดินจากไปอย่างไม่เข้าใจหรือว่านายท่านจะไม่สบาย เป็นไปไม่ได้เยี่ยเฉิงสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่สิ่งที่อยู่ในหัวออกไป