วางแผนออกนอกจวน

2224 Words
สายลมในฤดูใบไม้ผลิแต่งแต้มสีเขียวขจีดอกท้อออกดอกสีแดงสะพรั่งรับฤดูกาลพริบตาเดียวก็ผ่านพ้นไปหนึ่งเดือน ซินเยว่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกำลังใช้ความคิดอยู่เงียบๆ คนเดียว ที่นี่เป็นเรือนเก่าท้ายจวนติดกำแพงด้านหลัง องครักษ์ที่คอยเดินตรวจตราก็ไม่เคยเดินมาถึงตรงนี้ แบบนี้ยิ่งสะดวกสำหรับนางคงต้องหาทางออกไปสำรวจด้านนอกดูสักหน่อย หาทางหนีทีไล่ไว้ก่อนเผื่ออนาคต "คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ" ฮุ่ยหลิงมองคุณหนูของนางที่เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่อย่างนั้นนางจึงแตะไปที่แขนของซินเยว่เบาๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมา "หืม มีอะไรหรือ" ซินเยว่หันไปมองคนฮุ่ยหลิงที่ย่นหัวคิ้วมองนางอย่างไม่สบายใจ "คุณหนูเป็นอะไรหรือเจ้าคะบ่าวเห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนานหรือว่าท่านคิดถึงเรื่องการหมั้นหมายของท่านกับองค์ชายสาม" ซินเยว่ส่ายหน้า "ไม่ใช่องค์ชายสามอะไรนั่นข้าไม่เคยสนใจอยู่แล้ว ข้าก็แค่เบื่ออยากออกไปข้างนอกบ้าง" ซินเยว่จ้องบ่าวตัวน้อยของนางอย่างชั่งใจ ตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้ก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วนางถูกหยางหลันฮวาคอยตามหาเรื่องไม่เว้นวันนางช่างไม่รู้จักเบื่อเสียบ้างเลย ดีที่ซินเยว่ไม่ค่อยออกนอกเรือนหยาง หลันฮวาเลยหาเรื่องนางได้ไม่ถนัดนัก ซินเยว่คิดว่านางคงจะต้องวางแผนหาทางออกไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นได้อดตายแน่ๆ ตัวนางตอนนี้ผอมแห้งเหลือเกินแรงจะเดินแทบไม่มี "ฮุ่ยหลิงเจ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะไม่ต้องเฝ้าข้าหรอกข้าขอนอนพักสักเดี๋ยว" ซินเยว่มีเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่นางจะลงมือทำอะไรบางอย่าง "เจ้าค่ะ" ฮุ่ยหลิงรับคำแล้วจึงเดินปิดประตูออกไปเงียบๆ ซินเยว่ล้มตัวลงนอนคิดเรื่องที่จะเอาตัวรอดในวันพรุ่งนี้ ตอนเย็นหลังจากที่เซวี่ยฟังเฟยกลับมาจากการทำงานที่ร้านขายผ้าตระกูลหยาง "ท่านแม่ท่านรักแม่ทัพหยางหรือไม่" ซินเยว่ถามนางออกไปตรงๆ หลังจากที่นั่งเผชิญหน้ากับมารดา นางไม่เคยเรียกหยางจิ่งเทียนว่าท่านพ่อเพราะนางไม่ชอบใจที่บุรุษเห็นแก่ตัวผู้นั้นกระทำกับเซวี่ยฟังเฟยและหยางซินเยว่เเบบนี้ ถึงหยางซินเยว่จะไม่มีพลังปราณแต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา แต่หยางจิ่งเทียนไม่เคยมาดูดำดูดีสองแม่ลูกทั้งๆ ที่แต่งเซวี่ยฟังเฟยมาเป็นฮูหยินเอก โลกเก่านางกำพร้าตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แต่โลกนี้นางมีมารดาที่รักและทำทุกอย่างเพื่อนางซินเยว่ไม่อยากให้ท่านแม่ที่นางพึ่งได้มาต้องเสียใจไปมากกว่านี้ "แม่ไม่รู้สึกอะไรกับเขาตั้งแต่เราสองแม่ลูกต้องมาอยู่ที่เรือนท้ายจวนแล้วล่ะ ในตอนนี้ทั้งชีวิตของแม่มีเพียงเยว่เอ๋อคนเดียว" เซวี่ยฟังเฟยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยน้ำใสกลิ้งไปมาใกล้หยาดหยดเต็มที นางไม่อยากให้ซินเยว่เห็นนางร้องไห้จึงยืนหันหลังให้บุตรสาว ใบหน้าหวานหม่นหมองอมทุกข์น่าเวทนายิ่ง "ท่านแม่คิดอย่างไรถ้าหากข้าบอกว่าข้าอยากออกไปจากจวนตระกูลหยาง ออกไปจากที่นี่ไปอยู่ในที่ที่มีแค่เราแม่ลูกข้าจะดูแลท่านแม่เองเจ้าค่ะ" เซวี่ยฟังเฟยหันกลับมามองบุตรสาวของนางอย่างเต็มตา นางลูบหัวบุตรสาวคนเดียวของนางอย่างแสนรักใคร่ "ไม่ว่าเรื่องใดแม่ก็ตามใจเยว่เอ๋อทั้งนั้น ตัวแม่สามารถอยู่ได้ทุกที่ต่อให้ลำบากมากกว่านี้แม่ก็ทนได้ขอให้มีลูกอยู่ด้วย" เซวี่ยฟังเฟยกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนกับซินเยว่ "ไม่ได้นะเจ้าคะถ้าฮูหยินกับคุณหนูจะออกไปจากที่นี่จะขาดบ่าวไปได้อย่างไร ฮูหยินกับคุณหนูไปที่ใดบ่าวก็จะตามไปด้วย" ฮุ่ยหลิงวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องหลังจากได้ยินสองแม่ลูกคุยกัน ซินเยว่ได้แต่ส่ายหัวให้กับความโผงผางของนาง "ใช่จะขาดเจ้าไปได้อย่างไรขนาดข้าคุยกับท่านแม่ยังต้องมีเจ้าเข้ามาร่วมวงด้วย" พูดจบซินเยว่ก็หัวเราะน้อยๆ ตั้งแต่นางมาที่นี่ก็มีฮุ่ยหลิงคอยช่วยเหลืออยู่ข้างกายนางตลอด ซินเยว่มองนางเหมือนน้องสาวคนหนึ่งไม่เคยเห็นนางเป็นบ่าวเลยสักครั้ง "คุณหนูท่านแกล้งข้า" ฮุ่ยหลิงส่งค้อนให้ซินเยว่หนึ่งวง ท่าทางกระเง้ากระงอดของนางช่างดูน่ารักเรียกเสียงหัวเราะของสองแม่ลูกได้ป็นอย่างดี "เอาล่ะๆ ไหนๆ เราก็ตกลงว่าจะไปจากที่นี่ลูกคิดว่าเราจะออกไปได้อย่างไร เราต้องวางแผนกันก่อนเพราะตอนนี้เราไม่มีเงินสักนิดเดียว สินเดิมที่ติดตัวแม่มาก็นำออกมาขายหมดแล้ว เหลือแค่แหวนหยกที่เป็นของที่ท่านปู่ของลูกให้แม่เก็บเอาไว้ก่อนที่ท่านจะจากไป แม่ไม่ได้ขายเพราะรู้สึกเสียดาย" เซวี่ยฟังเฟยล้วงแหวนหยกออกมาจากอกเสื้อเเล้วยื่นให้ซินเยว่ดู 'เอ๊ะนี่มันแหวนที่ติดตัวเรามาตอนที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้านเด็กกำพร้านี่นา' ซินเยว่หมุนแหวนในมือไปมามีตัวอักษรคำว่า'หยาง'สลักอยู่ด้านใน "เรื่องนี้ข้าวางแผนไว้แล้วท่านแม่อย่าได้เป็นห่วงท่านแค่ทำตัวตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน ข้าจะทำให้พวกเขาปฏิเสธไม่ให้เราออกจากตระกูลหยางไม่ได้เอง" นางบอกมารดาแล้วหันมาหาบ่าวตัวน้อยที่นั่งทำตาแป๋วรอรับคำสั่งจากนาง "ฮุ่ยหลิงเจ้ารู้วิธีออกไปด้านนอกจวนที่ไม่มีใครเห็นหรือไม่" ซินเยว่กลับมาเข้าสู่โหมดจริงจัง ทุกการทำงานของนางจะต้องมีการวางแผนเอาไว้ก่อนทุกครั้ง ก่อนที่จะหาเงินนางจะต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้เผื่อคนทั้งสามก่อน "รู้เจ้าค่ะคุณหนูบ่าวใช้ทางนั้นออกไปนอกจวนประจำตอนที่บ่าวแอบไปทำงานที่เหลาอาหารในเมือง" ฮุ่ยหลิงยืดอกตอบอย่างภูมิใจ "ดี เช่นนั้นคืนนี้เจ้าบอกทางให้ข้าเราจะออกไปหาเงินกัน" ซินเยว่จัดแจงวางแผนกับฮุ่ยหลิงหลังจากเซวี่ยฟังเฟยออกไปจากห้องแล้วนางไม่อยากให้มารดารู้ในสิ่งที่นางกับสาวใช้ตัวน้อยกำลังจะทำ ถ้าเซวี่ยฟังเฟยรู้คงต้องห้ามนางทั้งสองเป็นแน่ ยามจื่อ (23.00-24.59) ซินเยว่แต่งตัวด้วยชุดดำที่นางให้ฮุ่ยหลิงไปหามา นางรวบผมหางม้าขึ้นผูกด้วยผ้าสีดำจากนั้นนำหลัววั่งจื่อ (มะขาม) ที่ฮุ่ยหลิงแอบไปเอามาจากครัวใหญ่เมื่อตอนเย็นผสมน้ำแล้วคั้นเอาแต่เนื้อมาทาหน้าทาแขนจนเป็นสีกระดำกระด่างรอให้แห้งแล้ว จากนั้นจึงย่องไปที่กำแพงด้านหลังจวน ที่นางได้ดูลาดเลาไว้แล้วเมื่อตอนเย็น บริเวณมุมกำแพงด้านหลังมีเถาวัลย์และต้นไม้ขึ้นหนาทึบเพราะไม่ได้รับการดูแลเป็นเวลานาน ซินเยว่และฮุ่ยหลิงแหวกเถาวัลย์แล้วมุดลอดรอยแตกของกำแพงออกไปด้านนอกได้อย่างง่ายดาย บริเวณด้านหลังจวนแม่ทัพหยางมีต้นไม้ขึ้นประปราย เลยออกไปเป็นภูเขาลูกเล็กๆ มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงทำให้มองเห็นบริเวณโดยรอบได้อย่างชัดเจนเสียงหรีดหริงเรไรดังระงมมีลมพัดผ่านเบาๆ ทำให้รู้สึกวังเวงอย่างไรชอบกล ทั้งสองขนลุกซู่ขึ้นมาพร้อมกันได้แต่มองหน้ากันไปมา "คุณหนูจะทำแบบนี้จริงๆ หรือเจ้าคะบ่าวว่ามันน่ากลัวเกินไป" ฮุ่ยหลิงพูดจบก็ขยับตัวเข้ามาจับแขนซินเยว่เอาไว้เเน่นแล้วกลอกตามองไปรอบๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ "วันนี่แหละดีอย่าขี้ขลาดนักเลยนำทางข้าไปที่โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของที่นี่" ซินเยว่ดันหลังฮุ่ยหลิงให้ออกเดิน นางสองคนเดินลัดเลาะกำแพงด้านหลังจวนออกมาสักพักก็เจอกับถนนเส้นเล็กๆ ที่เป็นทางลัดเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง ถนนเส้นนี้ไม่ค่อยมีคนใช้เพราะเส้นทางเปลี่ยวและมีบรรดาขอทานมากมายที่จับจองใช้เป็นที่หลับนอน คล้ายๆ กับสลัมในเมืองหลวงของบางประเทศ ที่นางเคยเดินทางไปเมื่อต้องทำงานตามคำสั่งของสองสามีภรรยาเกา ด้านข้างมีเพิงที่มุงด้วยหญ้าแห้งประปรายตามรายทาง เมืองหลวงเเคว้นฉิงดูรุ่งเรืองเฟื่องฟูสิ่งปลูกสร้างทำด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่ แต่ดูแข็งแรงทนทานคล้ายเมืองจีนโบราณที่เคยดูในหนังหรือ ซีรีส์ย้อนยุค รอบด้านเงียบสงัดเพราะดึกมากแล้วได้ยินเพียงแว่วเสียงคนเดินยามขานบอกเวลา ซินเยว่ในชุดสีดำดูทะมัดทะแมงเดินตามถนนในเมืองหลวงอย่างไม่รีบร้อนท่าทางเอื่อยเฉื่อยสบายอารมณ์ยิ่ง ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อ (15นาที) ก็มาถึงโรงเตี๊ยมที่หมายตา "ถึงแล้วเจ้าค่ะคุณหนูที่นี่แหละโรงเตี๊ยม 'เทียนหลง' โรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งในเมืองหลวง" ฮุ่ยหลิงกระซิบเบาๆ ทั้งสองคนยืนหลบอยู่ในมุมมืด "สมเป็นโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าไปเดี๋ยวเดียว อย่าให้ใครเห็นเล่าหลบให้ดี" ซินเยว่มองไปรอบๆ หาทางหนีทีไล่ไว้เผื่อโดนจับได้เพราะที่นี่ไม่เหมือนที่ที่นางจากมา ด้านหน้าทางเข้ามียามเฝ้าอยู่สองคน ซินเยว่เดินลัดเลาะเข้าตรอกเล็กๆ ด้านข้างโรงเตี๊ยมจนถึงด้านหลัง มีกำแพงสูงล้อมรอบด้านแต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับซินเยว่เพราะนางถูกฝึกมาทุกรูปแบบตั้งแต่ห้าขวบ เพื่อให้เป็นนักโจรกรรมฝีมือดีและดูเหมือนนางจะมีพรสวรรค์ในด้านนี้ ตรงหัวมุมกำแพงมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นด้านข้างซินเยว่ปีนขึ้นต้นไม้แล้วกระโดดเกาะกำแพง ปีนเข้าไปด้านในได้อย่างง่ายดาย นางมองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีใครจึงแอบเข้าไปด้านหลังปีนขึ้นชั้นสองที่มีระเบียงยื่นออกมา ตามคำบอกเล่าของฮุ่ยหลิง โรงเตี๊ยมเทียนหลงมีสี่ชั้นนางคิดว่าชั้นบนสุดเป็นห้องพิเศษที่คหบดีคนมีเงินเข้าพักหรือพวกองค์ชายองค์หญิง ขุนนางตระกูลใหญ่ส่วนมากจะนัดเจอกันที่นี่ ซินเยว่ใช้ทักษะที่เรียนรู้มาจากโลกเก่าอย่างชำนาญ ถึงแม้ว่าร่างกายของหยางซินเยว่จะไม่เเข็งเเรงเท่าร่างเก่าของนางแต่ก็เล็กกะทัดรัด ทำให้การปีนป่ายไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหา เมื่อถึงระเบียงชั้นสี่ซินเยว่จุดกำยานยาสลบ ที่นางทำขึ้นเองจากสมุนไพรง่ายๆ ที่ให้ฮุ่ยหลิงไปซื้อมาจากร้านขายสมุนไพร นับเป็นความโชคดีของซินเยว่ที่นางชอบอ่านตำราสมุนไพรและสนใจการปรุงยา เพราะนางชอบออกปฏิบัติงานคนเดียวจึงต้องมีอะไรไว้ทุ่นแรงสักหน่อยไม่เพียงยาสลบที่นางสามารถปรุงขึ้นมาได้ยังมียาอีกหลายตัวที่นางสามารถทำได้ขอเพียงมีวัตถุดิบเท่านั้น นี่ต้องขอบคุณสองสามีภรรยาแซ่เกาที่เคี่ยวเข็ญซินเยว่ตั้งแต่ยังเล็ก พึ่งผู้อื่นหรือจะเท่าพึ่งพาตนเองเพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ทั้งยาและอุปกณ์อาวุธซินเยว่เป็นผู้ที่ทำมันขึ้นมาด้วยตัวเอง หลังจากที่รอสักพักนางก็เปิดประตูอย่างแผ่วเบาเข้าไปสำรวจทีละห้องอย่าเงียบเชียบสมเป็นนักโจรกรรมมือฉกาจ นางกวาดทรัพย์ผู้เข้าพักลงในห่อผ้าที่นางเย็บเองลักษณะคล้ายย่ามในโลกเก่า หลังจากดูทุกห้องแล้วเดินมาถึงห้องสุดท้ายนางค่อยๆ แง้มประตูเปิดออกเล็กน้อยให้เเสงจันทร์ลอดเข้ามาข้างในแล้วจุดกำยานยาสลบโยนเข้าไปในห้องรอสักพักนางจึงเดินเข้าไปด้านใน ซินเยว่สังเกตว่าห้องนี้ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยของประดับที่ดูราคาแพง ส่วนของห้องนอนแยกจากห้องรับเเขกมีห้องอาบน้ำแยกไปอีกด้านซินเยว่สอดส่ายสายตามองหาของมีค่าที่นางน่าจะหยิบฉวยไปได้ เดินเข้าไปด้านในสุดเป็นเตียงนอน ด้านข้างมีตู้สี่เหลี่ยมไม่สูงนักไว้เก็บของนางค่อยๆ เปิดออกข้างในไม่มีอะไรเลย "ทำไมรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ นะ" ซินเยว่พึมพำกับตัวเองเบาๆ และอยู่ๆ นางก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบกำลังจะหันกลับไปมอง พลันมีกระบีสีเงินวาววับพาดมาที่คอของนางซินเยว่สะดุ้งเฮือกหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม 'เเย่แล้วโดนจับได้ตายแน่ๆ'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD