ทาสปรารถนา1

3692 Words
พิพิม วิลัยภักดิ์ นักศึกษาสาวผู้มีใบหน้างดงามหมดจดแต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบเข้าสังคมและชอบความสงบ จึงไม่ชอบทำตัวให้เป็นจุดเด่น ด้วยการไม่แต่งหน้าและสวมชุดนักศึกษาที่ใหญ่โคร่งเพื่อบดบังรูปร่างเย้ายวน คนที่รู้ดีว่าเธอซ่อนความสวยเซ็กซี่ไว้มีเพียงไม่กี่คน นั่นคือเพื่อนสนิทอย่างน้ำรินและเหมือนจันทร์ รวมทั้งแฟนหนุ่มอย่างพิรัชต์เท่านั้น "พิม ทำไมเดี๋ยวนี้วาไม่เห็นมาหาแกเลยล่ะ" น้ำรินหรือน้ำสาวร่างอวบเอ่ยถามเพื่อนในขณะที่กำลังลงมือทานมื้อเที่ยง "เออว่ะ ฉันก็สังเกตุว่าวามันหายไปไม่เห็นมันไปไหนมาไหนกับเราเหมือนเมื่อก่อน หรือว่ามันไปติดสาวอื่น" เหมือนจันทร์หรือส้มสาวหมวยร่างเล็กรีบบอกในสิ่งที่ตัวเองคาดเดาไว้ทันที "บ้าน่า...ช่วงนี้วาเรียนหนักน่ะ เห็นว่าทำรายงานกับเพื่อนตลอดเลยไม่ค่อยได้มาเจอ อย่าว่าแต่วาเลยดูพวกเราสิ ปีสี่นี่หนักชะมัด เดี๋ยวก็ต้องออกฝึกงานแล้วด้วย" พิพิมพูดแก้ตัวให้แฟนหนุ่มทันทีเพราะเธอและพิรัชต์เป็นนักศึกษารุ่นเดียวกัน และคบหาในฐานะแฟนตามเสียงเชียร์ของเพื่อนสาวมาตั้งแต่ปีสอง ถึงแม้พิรัชต์จะเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีจนมีรุ่นน้องตามวอแว แต่พิพิมก็ไม่เคยระแวงเพราะรู้ดีว่าพิรัชต์ไม่ใช่คนเจ้าชู้ "โอ้ย...ฉันรู้ว่าแกน่ะไว้ใจวา แล้วก็รู้ว่าวาเป็นคนยังไง แต่แกอย่านิ่งนอนใจไปนะเพราะหลังๆฉันรู้สึกว่าวาพยายามทำตัวห่างเหินไปแบบจงใจอ่ะ" เหมือนจันทร์ยืนยันความคิดของตัวเองเมื่อเห็นว่าเพื่อนเชื่อใจและวางใจในตัวแฟนหนุ่มอย่างมาก "จริงนะพิม...ระยะหลังแกเจอวาอาทิตย์นึงกี่หนเชียวอยู่มหาลัยเดียวกันแท้ๆ ฉันไม่ได้จะยุให้แกทะเลาะกันนะเพราะวาก็เป็นเพื่อนฉันด้วย อีกอย่างฉันกับส้มก็ยุยงให้มันจีบแก พอเห็นความผิดปกติก็ต้องสงสัยเอาไว้ก่อน" พิพิมนิ่งคิดก่อนที่จะค้นพบว่าแฟนหนุ่มของเธอแปลกไปจากเดิมจริงๆ เพราะเมื่อก่อนหากมีเรียนหนักมาเจอไม่ได้ก็จะโทรหาตลอด แต่นี่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ก็ยังไม่ได้รับโทรศัพท์สักสาย "พิม...หรือว่า....เป็นเพราะแกไม่เคยอื้อหือกับมันวามันเลยเบื่อแกวะ" น้ำรินตั้งคำถามแล้วมองเพื่อนสาวที่มองกลับมาด้วยแววตางุนงง "อื้อหือนี่คืออะไรอ่ะ" พิพิมถามกลับอย่างสงสัยจนสองสาวหันไปยิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะหันมาตอบเพื่อน "ก็แบบว่า...มีอะไรกันอ่ะ" ใบหน้าหวานของพิพิมแดงจัดด้วยความอายแล้วรีบกลบเกลื่อนด้วยการดุเพื่อนสาว "บ้าน่ะ! พวกแกนี่บ้าจริงๆ! ถ้าวาจะเบื่อฉันก็ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอกน่ะ ปกติวาเขาสุภาพไม่เคยมีมาเกาะแกะฉันเลย" "ถามจริงเหอะพิมแกเคยจูบกันมั่งยัง" แก้มขาวของพิพิมซับสีเลือดเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อน พลางนึกถึงวันเกิดของเธอเมื่อสามเดือนที่แล้ว "เคย...ตอนวันเกิดฉันอ่ะ" "เหรอๆ แล้วเป็นไงฟินมั้ย!" สองเพื่อนสาวถามอย่างตื่นเต้นพลางขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น เมื่อเห็นพิพิมเอาแต่นั่งขวยเขินจึงย้ำคำเพื่อถามคำตอบ "พิม เงียบทำไม ฉันถามว่าฟินมั้ยแบบว่าบดขยี้จนปากเจ่ออะไรแบบเนี้ย" พอได้ฟังคำพูดของเพื่อนใบหน้าที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงจัดขึ้นไปอีก ก่อนจะตอบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม "ปากจงปากเจ่ออะไร วาเขาจูบตรงนี้" หญิงสาวบอกเพื่อนแล้วจิ้มปลายนิ้วเรียวกับหน้าผากมนของตัวเอง ทำเอาสองเพื่อนสนิทโห่ใส่แทบจะทันที "โห่...ยัยบ้า ตรงนั้นเขาไม่ได้เรียกจูบหรอกย่ะ" "เออดิ ไอ้เราก็นึกว่าจูบฟินๆแบบในซีรีย์ เฮ้อ...เล่นตัวจังนะแกคอยดูเถอะถ้าวามันเบื่อจริงๆฉันจะไม่สงสารเลย" น้ำรินบอกแล้วส่งค้อนให้เพื่อนสาวอย่างหมั่นใส้ เพราะเธอนั้นเชียร์พิพิและพิรัชต์มาตั้งแต่แรกจนทั้งสองได้คบกัน แต่ดูเหมือนเพื่อนสาวของเธอจะหวงตัวอย่างมากจนป่านนี้ความสัมพันธ์ก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน ทั้งๆที่คบกันมาตั้งสองปีเศษและบ่อยครั้งที่เธอและเหมือนจันทร์เปิดโอกาสให้ทั้งคู่อยู่ลำพัง "น้ำ...แกไม่เข้าใจอ่ะ" พิพิมพูดเสียงเบาพร้อมสีหน้ากระอักกระอ่วนจนเพื่อนๆเริ่มสนใจอีกครั้ง "ทำไมอ่ะ...หรือมันมีอะไรที่ทำให้แกสองคนไม่พัฒนาสักที วาน่ะดีและเพียบพร้อมจะตายถ้าเลิกไปเสียดายแย่" พิพิมยังคงมองเพื่อนด้วยความลำบากใจระคนความอาย ก่อนที่จะข่มใจพูดกับเพื่อนไปตรงๆ "ฉัน...เอ่อ...คือ...ฉันจะบอกว่า...ฉันไม่ได้หัวโบราณหรือเล่นตัว ฉันคบกับวาจนมั่นใจในตัวเขาแต่..." "แต่อะไร...พูดมาสักที!" น้ำรินเร่งเร้าเพราะอยากรู้สาเหตุพอๆกับเหมือนจันทร์ที่นั่งจ้องเพื่อนตาไม่กระพริบ "แต่...แต่วาเขาไม่เคยมีทีท่าจะทำอะไรแบบนั้นเลย นอกจากจับมือก็มีจูบหน้าผากนี่แหละมากสุด" พอจบประโยคของพิพิมทั้งน้ำรินและเหมือนจันทร์ก็อ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะทำนัยย์ตาชวนฝันและพูดออกมาพร้อมๆกัน "สุภาพบุรุษสุดๆ!!" "อืม...คงงั้นมั้ง" "อะๆ แสดงว่าถ้าวามันคิดจะทำแกก็ไม่ห้ามอ่ะดิใช่ปะ" พิพิมหน้าแดงก่อนจะนึกถามใจตัวเองว่าเธอพร้อมหรือยังที่จะมอบความสัมพันธ์ลึกซึ้งให้กับแฟนหนุ่ม "ก็...คงงั้นแหละ เพราะฉันกับวาก็คบกันนานแล้ว...อีกอย่างคือฉันมั่นใจว่าวาเป็นคนดี พวกแกคิดว่าฉันใจง่ายไปปะ" "บ้าน่าพิม...ใครจะไปคิดแบบนั้น ถ้าแกเป็นคนใจง่ายคงจะเละตั้งแต่มัธยมแล้ว ไม่เก็บซิงไว้ชิงโชคจนถึงปีสี่หรอก" "อืม...งั้นวาเลนไทม์ที่จะถึงนี้พวกเรามาวางแผนให้ของขวัญสุภาพบุรุษกันดีกว่า" เหมือนจันทร์เสนอพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่ก็เรียกความสนใจจากเพื่อนได้ทันที "แผนเหรอ...ของขวัญอะไรอ่ะ" น้ำรินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นส่วนพิพิมจ้องเขม็งอย่างรอคอย แล้วรีบยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อนทันทีที่เหมือนจันทร์กวักมือเรียกให้เข้าใกล้ ระหว่างที่เหมือนจันทร์กระซิบแผนของตัวเองให้เพื่อนๆฟังนั้น ใบหน้าเล็กของพิพิมก็แดงขึ้นๆจนลามถึงใบหูเล็ก ในขณะที่น้ำรินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และหัวเราะคิกคักเป็นครั้งคราว "เป็นไงแผนฉัน...แกตกลงมั้ยพิม" เหมือนจันทร์เอ่ยถามเมื่อสาธยายแผนของตัวเองจนหมดสิ้น แต่พิพิมยังคงมีสีหน้าลำบากใจไม่หายจนน้ำรินต้องช่วยอีกแรง "ไม่รู้น้า...เดี๋ยวแยกกันฝึกงานแล้ววามันไปเจอสาวออฟฟิศสวยๆมันอาจจะลืมแกก็ได้ มัดใจมันหน่อยจะเป็นไรไหนๆก็คิดจะมีอนาคตร่วมกันอยู่แล้ว" พิพิมมีสีหน้าลังเลอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้าตกลง ทำเอาสองเพื่อนสาวเฮลั่น "อื้อ...ตกลง" "เฮ!...ให้มันได้อย่างนี้สิ เดี๋ยวฉันกับน้ำจะช่วยแกเอง" เย็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันและเวลาที่สาวๆรอคอย น้ำรินและเหมือนจันทร์จับเพื่อนสาวอย่างพิพิมแต่งองค์ทรงเครื่องจนงดงามจับตาไปทั้งเนื้อทั้งตัว น้ำรินจับร่างอ้อนแอ้นแต่เต็มตึงของพิพิมหมุนไปหมุนมาที่หน้ากระจกอย่างพอใจ "สวยจริงๆ ฉันรู้มาตลอดนะว่าแกสวยแต่ทำไมวันนี้ฉันถึงรู้สึกว่าละสายตาจากแกไม่ได้เลย" "ช่าย...วันนี้แกสวยจริงๆนะพิมชุดนี้เหมาะกับแกจริงๆอ่ะ แต่แกก็แปลกคนสวยขนาดนี้แต่ไม่ยอมแต่งเนื้อแต่งตัว แถมเวลาแบบนี้ยังไม่อยากออกไปดินเนอร์ข้างนอกอวดโฉมอีก" เหมือนจันทร์เอ่ยชมพร้อมพูดในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดเพื่อนสาวถึงต้องเก็บตัวทั้งๆที่งดงามน่ามองไปทุกส่วน "ไม่อ่ะ...ไม่ชอบ มันน่าอึดอัดนะเวลาคนมาจ้องมามองเรา มันเหมือนไม่เป็นส่วนตัวอ่ะฉันเลยไม่ชอบทำตัวสะดุดตา" พิพิมตอบเพื่อนตามที่คิดแล้วนึกย้อนถึงวัยเด็ก เหตุที่ทำให้เธอรู้สึกว่าความสวยเป็นสิ่งที่น่าเบื่อนั่นก็คือ ตอนที่เธออยู่เพียงชั้นมัธยมต้นก็ถูกเลือกให้เป็นนางรำ เชียร์หรีดเดอร์และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ จนทำให้มีทั้งเพื่อนและรุ่นพี่หมั่นใส้และกลั่นแกล้ง เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่โรงเรียนมัธยมจะมีสังคมที่อิจฉาและชิงดีชิงเด่น แต่เธอก็ได้สัมผัสมันมาแล้วและเรียนรู้ว่า การทำตัวเงียบๆไม่โดดเด่นจะนำพาชีวิตที่สงบมาให้ "เอาเถอะๆ ยังไงวันนี้ให้วาตะลึงในความงามของแกคนเดียวก็พอ ว่าแต่นี่ก็ใกล้เวลาแล้วพวกเราเตรียมอาหารเถอะ" "พิม...ส้ม..." "มีอะไรเหรอน้ำ..." "ฉันมีเรื่องนึงติดใจอยากพูดว่ะ" "พูดมาดิ...แกพูดได้เลยไม่ต้องทำหน้าลำบากใจอย่างนั้น" "คือ...ฉันคิดไปคิดมาแล้วฉันกลัวว่าแผนนี้มันจะไม่เวิร์คว่ะ" "ยังไงอ่ะ" เหมือนจันทร์ถามเพื่อนอย่างงุนงงเพราะในตอนแรกก็ดูเหมือนเพื่อนจะเห็นด้วยเป็นอย่างดี "ฉันว่าวามันแปลกไปมากอ่ะ แกก็ได้ยินตอนที่เราให้พิมโทรไปนัดมันกำชับว่าให้ชวนเราสองคนมาด้วยให้ได้ แล้วหลังๆมันก็เป็นแบบนี้ตลอด เวลามันจะมาหาพิมมันก็จะให้พวกเรามาอยู่ด้วย วันอื่นฉันยังเฉยๆแต่นี่วันวาเลนไทม์นะแก มันจะไม่อยากอยู่กะพิมแบบสองต่อสองบ้างเหรอมันแปลกมั้ยล่ะ" พอได้ยินสิ่งที่น้ำรินพูดพิพิมและเหมือนจันทร์ก็นิ่งไปจนในที่สุดพิพิมก็พูดขึ้นบ้าง "แปลกสิ ฉันก็ว่าแปลกและนอกจากความแปลกฉันก็กังวล...กังวลว่าถ้าวาเขากำลังเบื่อฉันหรือปันใจไปแล้วจริงๆ แผนที่กำลังทำอยู่จะไม่ทำให้ฉันเสียตัวฟรีเหรอ แต่ที่ฉันไม่พูดตั้งแต่ทีแรกเพราะฉันเกรงใจพวกแก ฉันรู้ว่าพวกแกหวังดีด้วย" "ดีนะที่แกพูดมาก่อนน่ะพิม ฉันขอโทษนะที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย" เหมือนจันทร์ดึงเพื่อนสาวเข้ามากอดแล้วพูดขอโทษด้วยความรู้สึกผิด "ไม่ต้องขอโทษเลยส้มฉันรู้ว่าแกหวังดี" "เฮ้อ...แล้วอย่างนี้พวกเราควรทำไงต่ออ่ะหรือปาร์ตี้ไปเลยสี่คน" น้ำรินเสนอแต่ก็ถูกเหมือนจันทร์ปฏิเสธทันที "ไม่ๆ วันนี้วันวาเลนไทม์ยังไงพิมกับวาก็ต้องอยู่สองคนแบบโรแมนติก แผนแยกตัวเปิดทางของพวกเรายังเหมือนเดิม แต่หลังจากนั้นก็แล้วแต่พิมแล้วกันว่าจะยังไงแบบนี้ดีมั้ย" สองสาวพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนที่จะยิ้มให้กันเพื่อส่งกำลังใจ เวลาทุ่มตรงประตูห้องพักก็ถูกเคาะพิพิมจึงเป็นคนเดินไปเปิดเพราะรู้ดีว่าใครมา เมื่อประตูเปิดออกกว้างจึงพบพิรัชต์ยืนรอพร้อมรอยยิ้มและกุหลาบในมือสามดอก เมื่อเห็นรอยยิ้มอบอุ่นแววตาชื่นชมของแฟนหนุ่มที่ถูกส่งมา ความเคลือบแคลงต่างๆก็มลายสิ้นและคิดว่าเธอและเพื่อนๆอาจคิดมากจนเกินไป "สวัสดีครับพิม วันนี้พิมสวยมากเลยนะ" พิรัชต์เอ่ยชมอย่างจริงใจแล้วมองแฟนสาวในชุดเกาะอกพื้นดำลายกุหลาบแดงอย่างทึ่งๆ เพราะปกติแล้วพิพิมจะไม่ชอบแต่งตัวสวยๆหรือสะดุดตาเช่นนี้ "พิมอยากให้วันนี้พิเศษน่ะ อีกอย่างหลังๆนี่เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย พิมเลยอยากให้วาประทับใจ" หญิงสาวตอบตรงไปตรงมาพร้อมแก้มขาวที่แดงขึ้นเพราะความขวยเขิน "ครับ วาประทับใจมากวันนี้พิมสวยมากจริงๆ" "ขอบใจจ้ะ มาเถอะเข้ามาก่อน" "เอ่อ..." หัวคิ้วเรียวสวยย่นเข้าหากันเมื่อแฟนหนุ่มมีท่าทีอึดอัดแทบจะทันทีที่เธอชวนเข้าห้อง "มีอะไรหรือเปล่าวา..." "คือ...ส้มกับน้ำอยู่ในห้องใช่มั้ย" "ใช่จ้ะ...ก็วาบอกเองว่าต้องชวนน้ำกับส้มมาให้ได้" "ไม่มีอะไรๆ แค่ถามดู...ไปเถอะเข้าห้องกัน" พิรัชต์มีสีหน้าดีขึ้นเมื่อรู้ว่าเพื่อนสาวอีกสองคนรออยู่ในห้อง จนพิพิมอดที่จะคิดมากไม่ได้ว่าอีกฝ่ายรังเกียจและไม่อยากอยู่ลำพังกับเธอ "หวัดดีน้ำ...ส้ม..." สองสาวลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง แล้วทักทายกลับอย่างคุ้นเคย "หวัดดีจ้ะ หายหน้าไปเลยรู้มั้ยพวกเราคิดถึง" "ครับ...นี่ครับพิมแฮปปี้วาเลนไทม์ครับ" พิรัชต์ส่งกุหลาบแดงในมือให้แฟนสาวหนึ่งดอก พิพิมจึงยื่นมือบางไปรับพร้อมกล่าวขอบคุณ "ค่ะ ขอบคุณนะคะ" "นี่...สำหรับน้ำกับส้มครับ แฮปปี้วาเลนไทม์ครับ" "ขอบใจนะ" ทั้งสองสาวยื่นมือไปรับดอกกุหลาบจากมือพิรัชต์ แล้วมองหน้าเพื่อนสาวอย่างเห็นใจจึงพบว่าใบหน้าหวานของพิพิมซีดเผือด เพราะวันวาเลนไทม์ปีนี้พิรัชต์ไม่มีอะไรพิเศษ และยังให้ดอกกุหลาบพวกเธอคนละดอกคล้ายจะบอกว่าพิพิมไม่ได้สำคัญไปกว่าใคร เมื่อเหมือนจันทร์รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป อีกทั้งยังรู้สึกว่าห้องพักเล็กๆนี่อึดอัดเกินไปสำหรับคนสี่คนจึงเริ่มพูดตามแผนทันที "วา...เดี๋ยวพวกฉันมานะ" "จะไปไหนกันเหรอ" "คือ...จะไปดูอะไรมากินเพิ่มน่ะ ก็เราจะปาร์ตี้กันทั้งทีดูแล้วของน้อยไปหน่อยอ่ะ" เหมือนจันทร์พูดตามแผนที่วางไว้อย่างไม่ติดขัด แต่ก็ไม่เป็นไปตามแผนเมื่อพิรัชต์อาสา "งั้นเราไปเอง พวกเธออยู่นี่แหละ" "ไม่ได้!!" ทั้งน้ำรินและเหมือนจันทร์พูดออกมาพร้อมกันจนพิรัชต์ต้องเอ่ยถาม "พวกเธอเป็นอะไรหรือเปล่าดูร้อนรนแปลกๆ" "อะ...เอ่อ...คือน้ำ...น้ำนัดคนไว้น่ะ พอดีมีคนมาจีบน้ำแล้วเขานัดเจอวันนี้น้ำเลยจะให้ส้มไปเป็นเพื่อน" น้ำรินแต่งเรื่องขึ้นสดๆร้อนๆแต่พิรัชต์ก็เชื่ออย่างสนิทใจ "งั้นเหรอ...งั้นพวกเธอก็ไปเถอะแต่รีบกลับนะเราอยู่กับพิมแค่สองคนมันไม่เหมาะ" ทั้งสามสาวถึงกับสะอึกอึ้งกับคำพูดของชายหนุ่ม เพราะแต่ไหนแต่ไรมาพิรัชต์ไม่เคยมีท่าทีจริงจังเช่นนี้เวลาที่พวกเธอพยายามเปิดโอกาสให้อยู่สองต่อสอง ส่วนพิพิมตอนนี้เธอชาไปทั้งใบหน้าเพราะความอับอาย เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงหน้าด้านที่พยายามจะยัดเยียดตัวเองให้กับคนที่เขาไม่ต้องการ เมื่ออยู่กันตามลำพังต่างคนต่างก็รู้สึกได้ถึงความอึดอัด หญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้แฟนหนุ่มนั่งลง "นั่งก่อนสิวา...เดี๋ยวพิมไปเอาเครื่องดื่มให้ อาหารนี่วาก็ทานได้เลยนะ" เธอเดินไปหยิบเครื่องดื่มแล้วเดินกลับมานั่งตรงข้ามเขา แล้วรินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำใส่แก้วยื่นให้แฟนหนุ่ม "มาเถอะ...ดื่มกันหน่อย" พิรัชต์มีสีหน้าแปลกใจระคนอึดอัดเพราะวันนี้เธอทำตัวแปลกไป ปกติพิพิมคออ่อนและจะไม่ค่อยดื่มจนเพื่อนๆต้องคะยั้นคะยอ "วันนี้พิมแปลกไปนะ มาชวนเราดื่มเองเลยมีเรื่องเครียดเหรอ" มุมปากอิ่มของหญิงสาวยกยิ้มขมขื่นแล้วพูดตามที่คิดไม่อ้อมค้อม "ใช่...พิมเครียด...เครียดเรื่องวาไง" "ทำไมล่ะ...วาทำอะไรให้พิมไม่สบายใจเหรอ" หญิงสาวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่มจนหมด แล้วพูดในสิ่งที่ค้างคาใจ "วาเปลี่ยนไปวารู้มั้ย ทีแรกเราคิดว่าเราห่างกันเพราะวาเรียนหนัก วันนี้ที่เจอกันพิมเห็นรอยยิ้มของวาพิมก็คิดว่าทุกอย่างยังโอเค แต่เปล่า...ตั้งแต่วาก้าวเข้ามาในห้องวาพยายามทำตัวห่างเหินกับพิม วาทำเหมือนวารังเกียจพิม...ทำไมล่ะวา...มันเกิดอะไรขึ้น" เสียงหวานสั่นเครือนัยย์ตาแดงก่ำเพราะความรู้สึกกดดัน ยิ่งพิรัชต์มองเธอด้วยแววตารู้สึกผิดมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกได้ ว่าสถานะของเขาและเธอกำลังจะเปลี่ยนไป "พิม...วาขอโทษ..." พิรัชต์พูดพร้อมมองแฟนสาวอย่างรู้สึกผิดระคนลำบากใจ จนพิพิมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง "ขอโทษ...ความหมายคือวาเปลี่ยนไป วาไม่เหมือนเดิมวามีคนอื่นใช่มั้ย!" เสียงหวานเริ่มดังขึ้นตามแรงอารมณ์พร้อมจ้องมองใบหน้าของพิรัชต์ไม่วางตา แต่ชายหนุ่มก็ไม่เอ่ยอะไรออกมา "ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร...บอกพิมได้มั้ย" หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมน้ำตาที่กลิ้งผ่านแก้มนวล เธอร้องไห้ไม่ใช่เพราะเสียใจและเสียดาย แต่เธอเจ็บใจที่มองคนอย่างเขาผิดไป "พิม...วามีเรื่องจะพูดด้วย พิมพร้อมจะรับฟังมั้ย...วาอยากพูดอยากอธิบาย" ใบหน้าสวยของพิพิมเชิดขึ้นพร้อมยกมือบางขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม "ว่ามาสิ พิมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น" พิรัชต์ถอนใจอย่างหนักอกก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมดเพราะความกดดัน เนื่องจากเรื่องที่เขากำลังจะพูดนั้นมันพูดลำบากพอสมควร "พิมรู้มั้ยตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมาความรู้สึกดีๆที่วามีให้พิมมันไม่เคยเปลี่ยน แต่วา...วาเพิ่งค้นพบตัวเองว่า..." "พูดมาเถอะวา...พิมคิดว่าถึงตอนนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังกันอีก" หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีลำบากใจของชายหนุ่ม "วาไม่ได้ชอบพิมแบบแฟน แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมาวาหลอกพิมนะ แต่วาเพิ่งรู้ตัวว่าความรักแบบแฟนหรือคนรักมันเป็นยังไง...พิม..." พิรัชต์เรียกชื่อหญิงสาวที่จ้องมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ แล้วยื่นมือมาจับมือเธอเอาไว้โดยที่เธอเองก็ไม่ขัดขืน "วาไม่ได้ชอบผู้หญิง..." นัยย์ตากลมโตของพิพิมเบิกกว้างอย่างตกตะลึง คำพูดที่อยากพูดจุกอยู่ที่คอหอยไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้ สิ่งที่เธอได้ยินมันทำให้เธอช็อคจนพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้าพิรัชต์อย่างอึ้งๆเท่านั้น "วามีคนอื่น...แต่เขาไม่ใช่ผู้หญิงเขาเป็นผู้ชาย วาค้นพบตัวเองมาสักพักแล้ว วาอยากจะบอกพิมตั้งแต่รู้แรกๆแต่ก็กลัวจะเสียเพื่อนดีๆอย่างพิมไป วารู้ว่ามันอาจดูเห็นแก่ตัว...แต่ขอให้เรายังเป็นเพื่อนกันได้มั้ยพิม" "วา...วาเป็นเกย์เหรอ..." เธอพยายามเค้นเสียงถามอีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถ แต่เสียงที่เปล่งออกมาก็ไม่ต่างจากเสียงกระซิบ "จะว่าแบบนั้นก็ได้...วาขอโทษนะ แต่วาขอยืนยันคำเดิมว่าขอให้เราเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า" พิพิมกระพริบตาถี่ๆแล้วสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติที่หลุดหาย แล้วเอ่ยปากขออยู่เพียงลำพัง "วากลับไปก่อนนะ ตอนนี้พิมยังไม่พร้อมจะคุยอะไร...เอาไว้พิมจะโทรหา" พิรัชต์ลุกขึ้นทันทีที่หญิงสาวบอกเพราะเข้าใจดีว่าเธอกำลังสับสน "วันนี้วากลับก่อนนะ ขอโทษพิมจริงๆ" พูดจบพิรัชต์ก็เดินออกจากห้องไปเงียบๆในขณะที่หญิงสาวก็ทำเพียงมองเขาจนลับประตูไป เธอยกปลายนิ้วขึ้นแตะแก้มตัวเองและพบว่ามันแห้งเหือด ทั้งๆที่ความจริงแล้วเธอน่าจะน้ำตาไหลพรากแต่กลับไม่มีสักหยด จึงตั้งคำถามกับตัวเองว่าเธอเสียใจหรือเปล่า และเสียใจมากแค่ไหน แต่คำตอบที่ได้คือเธอจุกในอกและช็อคแบบสุดขีด อีกทั้งยังสับสนจนหลายความรู้สึกวิ่งวนอยู่ในหัว หญิงสาวพยุงร่างบอบบางให้ยืนขึ้นแล้วเดินไปหยิบเครื่องดื่มมาเพิ่ม แล้วดื่มอย่างต่อเนื่องโดยไม่ร้องไห้ฟูมฟายอย่างที่ควรจะเป็น เพียงไม่นานที่พิรัชต์กลับออกไปเพื่อนสาวทั้งสองก็พากันวิ่งกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับสีหน้าตกใจ "พิม! เป็นไง! มีอะไรกันน่ะ วามันโทรหาพวกฉันให้มาดูแก พอฉันถามว่ามีอะไรมันก็ไม่บอก บอกแต่ว่าขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง สรุปมีอะไรกันพิม" น้ำรินจับไหล่เปลือยของเพื่อนเขย่าเบาๆพร้อมถามอย่างร้อนรน แต่คนถูกถามก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมตอบ "พิม! พูดอะไรบ้างสิสรุปวามันมีคนอื่นเหรอหรือยังไง!" "วาเป็น...." "เป็นอะไร! วามันเป็นอะไร!" สองเพื่อนสาวเร่งเร้าด้วยความใคร่รู้เมื่อเห็นว่าเพื่อนมีอาการคล้ายคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว "วาเป็น...ฮึก...เป็นเกย์...ฮือๆๆ..." "เป็นเกย์!!" พอพูดออกมาได้ความอัดอั้นทั้งหลายก็ถูกระบายออกมาพร้อมน้ำตาแล้วโผเข้ากอดเพื่อนราวเด็กน้อยหลงทาง "พูดอะไรน่ะพิม! แกเข้าใจผิดหรือเปล่า!" "ไม่...ฮึก...วาสารภาพกับฉัน...ฮึก...วามีคนอื่นจริงแต่ไม่ได้มีผู้หญิงอื่น...ฮึก...มันมีผู้ชายอื่น...ฮึก...มันเป็นเกย์...ฮือๆ...เฮงซวยที่สุด! เอาเวลาสองปีของฉันคืนมา...ฮือๆๆ" ทั้งน้ำรินและเหมือนจันทร์มองหน้ากันด้วยความคาดไม่ถึง แต่ก็เชื่อว่าเพื่อนไม่มีทางเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นอย่างแน่นอน ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันปลอบโยนเพื่อนรักด้วยความห่วงใย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD