ตอน โดนคุณพ่อฟัด
ท้องฟ้าเหนือทุ่งนาวันนี้มืดครึ้มผิดปกติ เมฆฝนก้อนใหญ่ลอยต่ำจนแทบจะแตะยอดตาล ลมพายุพัดกรรโชกแรงจนต้นกล้วยรอบบ้านเอนลู่ไปตามลม เสียงฟ้าร้องครืนครางดังก้องมาจากทิศตะวันตก ส่งสัญญาณว่าอีกไม่นานพายุฝนลูกใหญ่จะเทกระหน่ำลงมา
หลายวันผ่านไปนับจากคืนที่ฉันเห็นความลับหน้าจอทีวี ฉันพยายามหลบหน้าพ่อชัยให้ได้มากที่สุด แต่โชคชะตาก็มักจะเล่นตลกกับเราเสมอ
"แง้! แง้!"
เสียงร้องไห้จ้าของ "น้องต้นกล้า" ดังแข่งกับเสียงฟ้าคำราม ฉันรีบวิ่งเข้าไปดูลูกในห้องนอน พบว่าแกหน้าแดงก่ำ ตัวร้อนจี๋เหมือนไฟลวก มือไม้สั่นเทาด้วยพิษไข้ อากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันจากร้อนจัดเป็นเย็นจัดทำให้เด็กทารกวัยสามเดือนปรับตัวไม่ทัน
"พ่อ! พ่อจ๋า! ช่วยด้วย ต้นกล้าตัวร้อนจี๋เลย!"
ฉันตะโกนเรียกพ่อสามีด้วยความตกใจ อุ้มลูกแนบอกแล้ววิ่งลงมาจากเรือน พ่อชัยที่กำลังซ่อมเครื่องสูบน้ำอยู่ใต้ถุนบ้านรีบทิ้งเครื่องมือ วิ่งสวนขึ้นมาดูอาการหลาน
"ไหน... โอ้โห ตัวร้อนหยั่งกะไฟ ไปโรงพยาบาลเร็วหนูนา ไข้สูงเดี๋ยวลูกชัก"
พ่อชัยสั่งการเสียงเข้ม แกคว้ากุญแจรถกระบะคู่ใจที่จอดอยู่ในโรงรถข้างยุ้งข้าว ฉันรีบคว้ากระเป๋าใส่ของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก แล้ววิ่งตามแกไปที่รถ
รถกระบะตอนเดียว สีเขียวขี้ม้า สภาพเก่าคร่ำคร่าแต่เครื่องยนต์ยังฟิตปั๋ง ถูกสตาร์ทจนควันดำโขมง พ่อชัยเปิดประตูฝั่งคนนั่งให้ฉันขึ้นไปก่อน
"เร็วเข้า ฝนจะตกหนักแล้ว"
ฉันก้าวขึ้นไปนั่งเบียดเสียดอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ของรถกระบะตอนเดียว เบาะหนังเทียมสีดำขาดวิ่นจนเห็นฟองน้ำสีเหลืองข้างใน กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกลิ่นบุหรี่ใบจากและกลิ่นอับชื้นของรถเก่าลอยคลุ้ง
ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากบ้าน ฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เม็ดฝนขนาดมหึมากระหน่ำฟาดกระจกหน้ารถจนที่ปัดน้ำฝนทำงานแทบไม่ทัน ถนนลูกรังหน้าหมู่บ้านกลายเป็นโคลนตมลื่นไถล สองข้างทางที่เป็นทุ่งนาเวิ้งว้างถูกปกคลุมด้วยม่านฝนสีขาวโพลน มองเห็นทิวทัศน์ได้เพียงเลือนราง
อากาศในรถเริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็วเพราะแอร์รถรุ่นเก่าที่ปรับอุณหภูมิไม่ได้มากนัก บวกกับอากาศภายนอกที่เย็นจัด ฉันกอดลูกไว้แน่น ใช้ผ้าขนหนูห่อตัวแกไว้ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะทรมานจากพิษไข้จนร้องไห้ไม่หยุด
"แง้! แง้! ฮืออออ!"
เสียงร้องของลูกบาดหัวใจคนเป็นแม่ ฉันพยายามตบก้นกล่อม พยายามโยกตัว แต่ลูกก็ไม่ยอมหยุดร้อง แถมยังทำปากขมุบขมิบเหมือนหิวนม
"ลูกหิวหรือเปล่าหนูนา ลองให้นมเจ้าหนูกินสิ เผื่อจะเงียบ" พ่อชัยพูดโดยสายตายังจ้องมองถนนที่มองแทบไม่เห็นทาง
"ค่ะพ่อ"
ฉันไม่มีทางเลือก แม้จะอายที่จะต้องเปิดเผยร่างกายในที่แคบๆ แบบนี้ แต่ความสงสารลูกมีมากกว่า ฉันสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นผ้ายืดธรรมดาๆ ฉันค่อยๆ ถลกชายเสื้อยืดขึ้น เหนือเนินอก
เต้านมข้างขวาที่คัดตึงเพราะไม่ได้ให้นมมาหลายชั่วโมง เด้งผึงออกมาจากเสื้อ ผิวขาวผ่องเนียนละเอียดตัดกับความมืดสลัวในรถ ยอดอกสีแดงสดชูชันแข็งเป็นไต
ฉันประคองหัวลูกเข้าหาเต้า ต้นกล้าพยายามอ้าปากงับ แต่ด้วยความที่แกไม่สบาย แกจึงไม่มีแรงดูด ปากเล็กๆ งับๆ ปล่อยๆ ร้องไห้โยเยเพราะดูดน้ำนมไม่ออก
"ดูดสิลุก... ดูดเร็วคนเก่ง..." ฉันพยายามเขี่ยแก้มลูก บีบเต้าตัวเองเบาๆ เพื่อให้น้ำนมไหล แต่มืออีกข้างต้องคอยประคองตัวลูกและยึดจับที่จับเหนือประตูรถไว้แน่นเพราะถนนขรุขระ รถโยกไปโยกมาจนทรงตัวยาก
"เป็นไง กินได้ไหม" พ่อชัยถาม หันมามองแวบหนึ่ง
"แกไม่มีแรงดูดเลยจ้ะพ่อ นมมันคัดมากแต่มันไม่ออก หนูมือไม่ว่างจะบีบช่วยแกด้วย รถมันโยก" ฉันตอบเสียงเครียด น้ำตาคลอเบ้าสงสารลูก
พ่อชัยชะลอรถลงเล็กน้อย สายตาของแกจ้องมองมาที่หน้าอกขาวโพลนของฉันที่โผล่พ้นเสื้อขึ้นมาอย่างเต็มตา แววตาที่เป็นห่วงหลานเริ่มเจือปนด้วยประกายบางอย่างที่ฉันคุ้นเคย
"มา... เดี๋ยวพ่อช่วย"
"คะ? ช่วยอะไรจ๊ะ"
"ก็ช่วยบีบนมไง เอ็งอุ้มลูกไว้เดี๋ยวลูกหล่น พ่อขับรถมือเดียวได้ เดี๋ยวพ่อช่วยบีบให้หลานกิน สงสารมัน"
ข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผล (แบบข้างๆ คูๆ) ถูกหยิบยกขึ้นมา ฉันอึกอัก จะปฏิเสธก็เกรงใจแกที่เป็นคนขับรถพามา จะยอมก็กระดากอาย แต่เสียงลูกร้องไห้จ้าทำให้ฉันต้องอ้ำอึ้ง
พ่อชัยไม่รอฟังคำตอบจากฉัน เขาใช้มือขวาจับพวงมาลัยประคองรถฝ่าสายฝน ส่วน มือซ้าย ที่หยาบกร้านจากการทำนา ค่อยๆ ยื่นข้ามเกียร์กระปุกมาหาฉัน
ฝ่ามือสากระคายวางทาบลงบนเต้านมข้างขวาของฉันเต็มๆ ความร้อนจากมือแกแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อขาวนวลจนฉันขนลุกซู่
"คัดตึงเปรี๊ยะเลยนี่หว่า... มิน่าหลานดูดไม่ออก" แกพึมพำเสียงพร่า
พ่อชัยเริ่มออกแรง บีบ
นิ้วโป้งและนิ้วชี้ของแกกดลงที่ลานนม แล้วบีบไล่มาจนถึงห***มอย่างชำนาญ (เหมือนรีดนมวัวสมัยก่อน) แรงบีบของแกหนักหน่วงแต่แม่นยำ
ปรู๊ด...
น้ำนมสีขาวขุ่นพุ่งออกมาเป็นสาย เข้าปากลูกชายตัวน้อยได้พอดี ต้นกล้ารีบกลืนกินอย่างหิวกระหายแล้วเริ่มดูดตาม
"ไหลแล้วพ่อ! ไหลแล้ว!" ฉันร้องบอกด้วยความดีใจ
แต่พ่อชัยไม่หยุดแค่นั้น แกยังคง ขยำ และ เค้นคลึง เต้านมของฉันต่อไป มือหยาบๆ ของแกกอบกุมความอวบอิ่มของฉันไว้จนล้นมือ นิ้วสากๆ บดขยี้ไปตามเนื้อนมนุ่มนิ่ม อ้างว่าเพื่อให้น้ำนมไหลดีขึ้น
"นุ่มมือชิบหาย... นมแม่ลูกอ่อนเนี่ย" แกกระซิบเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง แต่ฉันได้ยินชัดเจนในรถที่เงียบ (นอกจากเสียงฝน)
จังหวะการบีบของแกเริ่มเปลี่ยนไป จากการบีบเพื่อให้นมลูก กลายเป็นการ บีบเฟ้น ด้วยความมันเขี้ยว แกนวดคลึงไปทั่วเต้า ปลายนิ้วสะกิดโดนห***มฉันซ้ำๆ จนมันแข็งสู้มือ
"อื้อ... พ่อ... แรงไปจ้ะ" ฉันครางประท้วงเบาๆ ความเสียวซ่านแล่นพล่านจากปลายถันไปถึงท้องน้อย
"ทนหน่อยหนูนา... เดี๋ยวลูกกินไม่อิ่ม" แกอ้างน้ำขุ่นๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่ก้อนเนื้อขาวๆ ที่กำลังถูกมือแกปั้นแต่งรูปทรงตามใจชอบ
ฉันเหลือบตามองต่ำลงไปที่หน้าตักของแก กางเกงขาก๊วยสีหม้อฮ่อมที่แกใส่อยู่ (เพราะรีบออกมาไม่ได้เปลี่ยนชุด) บริเวณเป้ากางเกงมัน ตุงโด่ ขึ้นมาจนดันผ้าเป็นลำเขื่อง
ขนาดของมัน... แม้จะอยู่ภายใต้กางเกง แต่ฉันก็มองออกว่ามัน ใหญ่กว่าของพี่เอก สามีฉันอย่างเห็นได้ชัด มันยาวเหยียดไปตามหน้าขาและดูหนาบึกบึน ส่วนหัวที่ดันผ้าขึ้นมาดูบานใหญ่เหมือนดอกเห็ด
รถกระบะแล่นฝ่าสายฝนไปตามถนนลูกรังที่ขรุขระ รถโยกไหวไปมาทำให้ร่างกายของเราเบียดเสียดกันมากขึ้น ไหล่ของฉันชนกับไหล่ของแก ต้นขาขาวๆ ของฉันที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นเสียดสีกับต้นขาแกทุกจังหวะ
พ่อชัยขับรถด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว สายตาแกมองถนนสลับกับมองนมฉัน ปากแกเม้มแน่นเหมือนกำลังข่มอารมณ์บางอย่าง
"ใกล้ถึงแล้ว... อดทนหน่อยนะ" แกพูดเสียงแหบ
ไม่รู้ว่าแกบอกให้หลานอดทน... หรือบอกตัวเองให้อดทนไม่ให้กระโจนใส่ฉันกันแน่
ฝ่ามือของแกยังคงวนเวียนอยู่ที่หน้าอกฉันไม่ยอมปล่อย แม้ลูกจะเริ่มดูดได้เองแล้ว แต่แกก็ยังอ้างว่าช่วยประคองเต้าให้หลาน จนกระทั่งเราเห็นไฟโรงพยาบาลอยู่ลิบๆ
ฉันมองดูมือพ่อสามีที่กำลังลวนลามตัวเองทางอ้อม ร่างกายที่อวบอัดของฉันร้อนผ่าวแข่งกับลูกชายที่เป็นไข้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นวายในหัว