ตอน โดนถ้ามอง
เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกระงมไปทั่วทุ่งนาที่มืดมิด บรรยากาศยามค่ำคืนในชนบทเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ลมพัดใบตองหลังบ้านเสียดสีกันดังสวบสาบ ฟังดูวังเวงชอบกล
ภายในห้องนอนกว้างชั้นบนของบ้านไม้ทรงไทย ฉันกำลังนั่งไกวเปลผ้าขาวม้าให้ "น้องต้นกล้า" ลูกชายวัยสามเดือนที่เพิ่งจะกินนมไม่อิ่มและหลับปุ๋ยไป แสงไฟสีส้มนวลจากหลอดไส้ดวงเล็กส่องให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกชาย
"เอ่อ... เออ... นอนนะลูกแม่"
ฉันฮัมเพลงกล่อมเด็กเบาๆ พลางปัดไล่ยุงที่บินวนเวียนอยู่รอบมุ้งสายบัว อากาศในห้องอบอ้าวและชื้นเหนียว ร่างกายของฉันชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากการทำงานบ้านมาทั้งวัน ผสมกับกลิ่นคาวน้ำนมที่ไหลซึมออกมาเปื้อนเสื้อคอกระเช้า มันทำให้ฉันรู้สึกเหนอะหนะและไม่สบายตัว
เมื่อแน่ใจว่าลูกหลับสนิทแล้ว ฉันค่อยๆ ย่องออกจากห้องนอน หยิบผ้าถุงผืนใหม่และสบู่ก้อนเดินออกมาที่ชานเรือน
ห้องน้ำของบ้านหลังนี้แยกออกมาจากตัวบ้านหลัก ต้องเดินผ่านชานเรือนไม้กระดานขัดมันไปทางด้านหลัง ตัวห้องน้ำสร้างด้วยไม้ตีเกล็ดเก่าแก่ที่มีร่องรอยผุพังตามกาลเวลา ผนังไม้บางจุดมีรอยแตกเป็นร่องยาว และประตูห้องน้ำก็เป็นบานไม้เก่าๆ ที่มีกลอนขัดแบบโบราณ
ฉันเดินลงส้นเท้าให้เบาที่สุด กลัวเสียงไม้กระดานลั่นจะไปปลุกพ่อชัยที่นอนอยู่ห้องติดกัน หรือปลุกลูกชายที่เพิ่งหลับไป
บรรยากาศรอบห้องน้ำดูน่ากลัวพิลึก แสงจันทร์ส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นเงาตะคุ่มๆ ฉันรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำ จัดการลงกลอนไม้ขัดประตูอย่างแน่นหนา
ภายในห้องน้ำมีเพียงโอ่งดินเผาขนาดใหญ่ใส่น้ำไว้เต็มเปี่ยม และขันพลาสติกสีแดงวางอยู่บนปากโอ่ง พื้นปูนตะไคร่จับเขียวครึ้มแต่ก็ถูกขัดจนสะอาด แสงไฟจากหลอดนีออนดวงยาวส่องสว่างจ้า ทำให้เห็นสภาพผนังไม้ที่มีรูและรอยแตกเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด
ฉันถอดเสื้อคอกระเช้าและผ้าถุงที่ชุ่มเหงื่อออก แขวนไว้ที่ราวตะปูข้างฝา เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอัดของคุณแม่ลูกอ่อนที่เปลือยเปล่าท่ามกลางแสงไฟนีออน
ผิวขาวผ่องของฉันสะท้อนแสงไฟจนนวลเนียน เต้านมคู่มหึมาที่คัดตึงห้อยย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง ปลายยอดสีน้ำตาลเข้มชูชันและมีน้ำนมซึมออกมาเล็กน้อย หน้าท้องที่เคยป่องเริ่มยุบลงแต่ยังคงความนุ่มนิ่ม สะโพกผายกว้างและต้นขาอวบแน่นเบียดชิดกันจนแทบไม่เห็นช่องว่าง ตรงหว่างขามีขนอ่อนรำไรปกคลุมเนินสวาทที่อูมนูน
"เฮ้อ... สบายตัวจัง"
ฉันตักน้ำจากโอ่งราดรดตัว ความเย็นฉ่ำของน้ำฝนทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ฉันลูบไล้น้ำไปตามเนื้อตัว ขัดถูขี้ไคลตามซอกคอและรักแร้
อารมณ์สุนทรีย์ทำให้ฉันเผลอฮัมเพลงลูกทุ่งจังหวะช้าๆ ออกมาเบาๆ
"ฝนตกฟ้าร้อง... น้องนอนหนาววว..."
มือเรียวสวยของฉันฟอกสบู่จนเกิดฟองขาวนุ่มละมุน ฉันลูบไล้ฟองสบู่ไปที่เต้านมทั้งสองข้าง บีบนวดเบาๆ เพื่อคลายความคัดตึง นิ้วมือวนเวียนอยู่ที่ห***มจนมันแข็งเป็นไต
ในขณะที่ฉันกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ จู่ๆ สัญชาตญาณบางอย่างก็ทำให้ฉันรู้สึกระคายเคือง เหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองมา
ฉันชะงักมือที่กำลังฟอกสบู่ กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องน้ำที่ปิดมิดชิด แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับ รอยแตกของบานประตูไม้
ไม้กระดานแผ่นหนึ่งที่ประตูมีรอยแตกเป็นแนวยาว กว้างพอที่ดวงตาของมนุษย์จะแนบชิดเข้ามาได้ และที่ตรงนั้น... ฉันเห็นเงาตะคุ่มๆ เคลื่อนไหว
หัวใจฉันกระตุกวูบ ความกลัว แล่นแปล๊บ เข้ามาจับขั้วหัวใจ
ฉันเพ่งมองฝ่าไอน้ำและแสงไฟไปที่รอยแตกนั้นชัดๆ
ดวงตาข้างหนึ่ง กำลังแนบชิดกับร่องไม้ ดวงตานั้นเบิกกว้าง แดงก่ำ และเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย มันจ้องเขม็งมาที่เรือนร่างเปลือยเปล่าของฉัน
กลิ่นบุหรี่ใบจากที่คุ้นเคยลอยลอดช่องประตูเข้ามาจางๆ
พ่อชัย!
ฉันจำสายตาคู่นั้นได้แม่นยำ มันคือสายตาหื่นกระหายคู่เดิมที่แอบมองฉันตอนให้นมลูก และเป็นสายตาคู่เดียวกับที่มองฉันตอนนวดน้ำมัน
ความตกใจทำให้ฉันอยากจะกรีดร้องออกมา แต่เสียงกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ถ้าฉันร้องโวยวาย เรื่องคงแดงเถือก และฉันคงมองหน้าพ่อสามีไม่ติด หรือแย่ไปกว่านั้น แกอาจจะพังประตูเข้ามาทำมิดีมิร้ายฉันก็ได้
ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องน้ำ มือยกขึ้นปิดหน้าอกโดยอัตโนมัติ แต่แล้ว... สมองส่วนลึกสั่งให้ฉันทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
ฉันแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น แกล้งทำเป็นว่าฉันไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบดู
ฉันลดมือลง ปล่อยให้เต้านมคู่โตเด้งผึงออกมาท้าทายสายตาที่ร่องประตู ฉันตักน้ำราดตัวอีกขัน แล้วเริ่มฟอกสบู่ต่อ แต่คราวนี้จังหวะการลูบไล้ของฉันมันเปลี่ยนไป
ฉันจงใจแอ่นอก หันหน้าเข้าหาร่องประตูนั้นช้าๆ มือฟอกสบู่เน้นย้ำที่ยอดอก บีบเคล้นจนเนื้อนมปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว สบู่ลื่นๆ ทำให้ผิวกายฉันมันวาววับน่าสัมผัส
ฉันได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดดังลอดเข้ามาเบาๆ ผสานกับเสียงกุกกักที่หน้าประตู
เงาตะคุ่มที่ร่องไม้มีการเคลื่อนไหว มือข้างหนึ่งของคนข้างนอกกำลังขยับขึ้นลงเป็นจังหวะรัวเร็ว
แกกำลังชักว่าว!
พ่อชัยกำลังยืนช่วยตัวเองอยู่หน้าห้องน้ำ โดยใช้ภาพเรือนร่างของลูกสะใภ้เป็นกับแกล้ม!
ความรู้สึกลามกและตื่นเต้นเข้าครอบงำความกลัว ฉันเห็นสายตาของแกจ้องมองลงมาที่เนินหน่าวของฉัน ฉันจึงแกล้งยกขาข้างหนึ่งวางบนขอบโอ่ง อ้างว่าจะขัดขี้ไคลที่ขา แต่ท่านั้นทำให้ร่องสาวของฉันเปิดอ้าออกเล็กน้อย โชว์ความอูมอิ่มให้แกเห็นเต็มตา
"อื้อ... สบายตัวจัง..." ฉันแกล้งครางออกมาเบาๆ
เสียงหายใจหน้าประตูดังแรงขึ้น จังหวะการขยับของเงาหน้าประตูเร็วขึ้น เร็วขึ้น... จนกระทั่งฉันได้ยินเสียงครางต่ำๆ ในลำคอเหมือนสัตว์บาดเจ็บ
"อึก... อือ..."
แล้วทุกอย่างก็เงียบสงบลง
ฉันยืนนิ่งอยู่กลางห้องน้ำ หัวใจเต้นโครมครามจนเจ็บหน้าอก ฉันรีบตักน้ำล้างฟองสบู่ออกอย่างลวกๆ เช็ดตัวจนแห้งแล้วรีบคว้าผ้าถุงมานุ่งกระโจมอก
ฉันยืนทำใจอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง รวบรวมความกล้าเอื้อมมือไปปลดกลอนไม้
แกร๊ก
ฉันค่อยๆ แง้มประตูออกช้าๆ มองซ้ายมองขวา
ความว่างเปล่า... ที่ชานเรือนมืดมิดไร้เงาผู้คน มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลงมา พ่อชัยหายตัวไปแล้ว เหมือนไม่เคยมีใครอยู่ตรงนี้
แต่ทว่า... หลักฐานแห่งกามราคะยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้ดูต่างหน้า
ที่บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่า ตรงระดับเอว ใกล้กับรอยแตกที่แกใช้แอบดู มีคราบของเหลวสีขาวขุ่นข้นคลั่ก เปื้อนเป็นทางยาว หยดลงมาตามร่องไม้
น้ำกามของพ่อชัย
มันยังสดใหม่ อุ่นร้อน และส่งกลิ่นคาวคลุ้ง แกเสร็จสมอารมณ์หมายใส่ประตูห้องน้ำจินตนาการว่าประตูบานนี้คือร่างกายของฉัน
ฉันยืนมองคราบน้ำเชื้อนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขยะแขยง ทั้งหวาดกลัว แต่ร่างกายส่วนล่างของฉันกลับตอบสนองด้วยอาการ ตึงเปรี๊ยะ ที่ปุ่มกระสัน น้ำหล่อลื่นของฉันไหลซึมออกมาเปื้อนขา
ฉันรีบเดินเลี่ยงออกมา เข้าห้องนอน ล็อกประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ทิ้งตัวลงนอนกอดลูกชายด้วยหัวใจที่ยังสั่นระรัว
คืนนั้นทั้งคืน ฉันนอนไม่หลับ ภาพดวงตาที่ร่องไม้และคราบน้ำกามบนประตู ยังคงตามหลอกหลอน และเตือนให้ฉันรู้ว่า...
พ่อเสือเฒ่าตัวนี้ ไม่ได้แค่ขู่คำราม แต่แกพร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างฉันได้ทุกเมื่อ