ฟู่จินเย่วคิดทบทวนเรื่องราวของตนเองอยู่นานว่า จะเอาอย่างต่อกับชีวิตดี จนในที่สุดความคิดก็ตกตะกอน หากจะต้องต่อสู้กับโชคชะตานี้ นางจะต้องแข็งแกร่งถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ คนที่ใส่ร้ายนางให้มีชีวิตที่น่าสังเวชเช่นนี้ นางจะไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวล หากรอให้คนชั่วได้รับผลกรรมคงนานเกินไป ในเมื่อฝ่าบาทได้มอบป้ายทองให้นางแล้ว ก็สมควรเอามันออกมาใช้ ไม่เช่นนั้นอาจขึ้นสนิมได้ พอตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ สมองก็ปลอดโปร่งโล่งสบาย ทุกสิ่งที่มองออกไปก็ช่างสวยสดงดงาม ก่อนจะหันมายิ้มให้รุ่ยอ๋องที่ยืนอยู่ด้านหลัง ไกลออกไปมีฮุ่ยอ๋องและห่าวอ๋องที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย “ท่านอ๋อง หม่อมฉันตัดสินใจแล้วว่า จะลองต่อสู้กับชะตานี้ดูสักตั้ง แต่ว่าหม่อมฉันต้องการแรงสนับสนุน ท่านอ๋องยินดีจะเดินไปพร้อมหม่อมฉันหรือไม่เพคะ?” นางหันมาถามเขาด้วยสีหน้าจริงจัง รุ่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู “ข้าพร้อมเดินไปกั

