วันต่อมางานเลี้ยงต้อนรับองค์ชายก็มาถึง ทางวังหลวงได้จัดให้มีขบวนแห่ ให้ประชาชนได้ชื่นชมโฉมหน้าขององค์ชายทั้งห้า ผู้คนมากมายมายืนรอชมอยู่สองฝากถนนกันอย่างล้นหลาม ต้นขบวนมีเชิดสิงโต แล้วตามมาด้วยองค์ชายใหญ่ฉินหนิงเฉิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีนิลตัวใหญ่ คนที่สองเป็นองค์ชายรองฉินห่าวอู๋ คนที่สามองค์ชายสามฉินฮุ่ยหมิ่น คนที่สี่องค์ชายสี่ฉินลี่หมิง คนสุดท้ายองค์ชายห้าฉินเลี่ยงรุ่ย
ทั้งห้าองค์ชายทั้งสง่างามและหล่อเหล่า ทำเอาสตรีที่มายืนรอชมขบวนแห่ถึงกับใจอ่อนระทวย ขบวนแห่องค์ชายยาวตั้งแต่ประตูเมืองจนไปถึงประตูวัง ผู้คนต่างกล่าวชื่นชมอย่างไม่ขาดปาก ถึงความหล่อเหล่าและสง่างาม
ทางด้านวังหลวง ยามนี้ก็เริ่มคึกคักเพราะบรรดาแขกเหรื่อ ก็เริ่มทยอยเข้ามาร่วมงาน บรรดาขุนนางที่ทำงานรับราชการ ก็ตบเท้าเข้างานพร้อมฮูหยินและแน่นอนทุกครอบครัวต้องนำบุตรสาวมาด้วย ที่นั่งของแต่ละคนมีชื่อเขียนใส่กระดาษวางเอาไว้ที่โต๊ะ ด้านบนเหนือขึ้นไปคือฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์ ทางราชวังจัดงานกลางแจ้งเพราะแดดช่วงนี้ไม่แรงมากนัก อีกทั้งวันนี้ฟ้าฝนก็ช่างเป็นใจ ท้องฟ้าไร้เมฆหมอกกระจ่างใส เหมาะอย่างยิ่งกับงานเลี้ยงในวันนี้
เสนาบดีกู้ก้าวเข้างานพร้อมฮูหยินกู้ กู้ลี่หยางบุตรชายและกู้เหลียนฮวา วันนี้กู้เหลียนฮวามาด้วยชุดสีชมพูอ่อน ไล่เฉดสีไปที่ปลายตัวกระโปรงคล้ายดังดอกบัว ทรงผมและเครื่องประดับเข้าชุดกันอย่างประณีตและงดงาม ท่วงท่าและจังหวะการเดินของนางสง่างาม จนผู้คนในงานต้องหยุดมองด้วยความชื่นชม กู้เหลียนฮวาส่งยิ้มให้อย่างนิ่มนวลอ่อนโยน บ่งบอกถึงมารยาทที่ถูกอบรมมาอย่างดี เสียงผู้คนเอ่ยถึงความงดงามของกู้เหลียนฮวากันอย่างเซ็งแซ่ สตรีงามอันดับหนึ่งของแคว้นฉิน จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณหนูกู้เหลียนฮวา
แต่แล้วจู่ ๆ เสียงของผู้คนในงานก็ต้องเงียบลง เมื่อเสนาบดีฟู่จินเฉิงก้าวเท้าเข้ามาในงาน พร้อมบุตรชายฟู่จินหยวนที่วันนี้หล่อเหล่าสง่างาม ไม่ต่างกับเป็นองค์ชายผู้หนึ่ง แต่ที่ทุกคนให้ความสนใจและพุ่งเป้าไปที่นางก็คือ ฟู่จินเย่ว์สตรีที่มีดาวพิฆาต ฟู่จินเย่ว์วันนี้มาในชุดสีขาวแซมเขียว ผมของนางเพียงแค่ทำเรียบ ๆ และปักปิ่นหยกสีขาวเข้าชุดกัน ใบหน้าของนางก็ไม่ได้ประโคมแต่งมากนัก ทุกอย่างแม้จะเรียบง่ายแต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามของนางเอาไว้ได้ แต่ในเมื่อผู้คนมีอคติจะงดงามเพียงใดก็ไร้ความหมาย ฟู่จินเย่ว์เดินเข้างานอย่างไม่ใส่ใจสายตาผู้คน เพราะนางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอสายตาแบบใด ถือเสียว่าเป็นนักแสดงผู้คนกำลังจ้องมอง
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่กันครบแล้ว ไม่นานฝ่ายกรมพิธีการก็ประกาศการมาของฮ่องเต้ ที่มาพร้อมกับฮองเฮา พระสนมกุ้ยเฟย พระสนมเสียนเฟย และองค์หญิงฉินฟางหรู ทุกคนจึงลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันและถวายความเคารพ
“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี ๆ”
“ตามสบายนั่งลงเถิด”
หลังจากทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว องค์ชายทั้งห้าก็ขี่ม้าเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมกระโดดลงพร้อมกัน และก้าวเดินเข้ามาในงานเลี้ยงอย่างองอาจและสง่างาม กู้เหลียนฮวาที่รอเวลานี้มาอย่างใจจดใจจ่อ ก็เริ่มใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น พวกเขาหล่อเหลากันแทบทุกคน ไม่ต่างจากในซีรีย์ในยุคปัจจุบันเลยสักนิด แต่ว่าคนไหนจะได้ตำแหน่งรัชทายาทกันนะ
“ยินดีต้อนรับองค์ชายทั้งห้าของเรา ยินดีด้วยที่จบการศึกษาได้อย่างตั้งใจ ในเมื่อศีกษาจบแล้วก็ควรได้รับรางวัล วันนี้เราจะประกาศตำแหน่งให้เป็นรางวัลก็แล้วกัน ท่านราชเลขาเชิญ” ฮ่องเต้ฉินหมิงกล่าวต้อนรับโอรสทั้งห้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บ่งบอกว่ามีความสุขมากเพียงใด ที่เห็นเหล่าองค์ชายสำเร็จการศึกษา
“ประกาศราชโองการแต่งตั้ง องค์ชายใหญ่ฉินหนิงเฉิงให้รับตำแหน่งรัชทายาท” องค์ชายใหญ่เข้าไปรับราชโองการ ก่อนจะกลับออกมายืนที่เดิม
“ประกาศราชโองการแต่งตั้ง คุณชายรองฉินห่าวอู๋เป็นห่าวอ๋องปกครองดินแดนทางทิศอุดร”
“ประการราชโองการแต่งตั้ง องค์ชายสามฉินฮุ่ยหมิ่น เป็นฮุ่ยอ๋องปกครองดินแดนทางทิศปัจฉิม”
“ประการราชโองการแต่งตั้ง องค์ชายสี่ฉินลี่หมิงเป็นหมิงอ๋อง ให้ปกครองดินแดนทางทิศทักษิณ”
“ประกาศราชโองการแต่งตั้ง องค์ชายห้าฉินเลี่ยงรุ่ย ให้เป็นรุ่ยอ๋องปกครองดินแดนทางทิศบูรพา”
“จบราชโองการ”
“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เสียงของเหล่าราชบริพารเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากนั้นรัชทายาทและสี่อ๋อง ก็เข้าไปนั่งตามตำแหน่งที่ถูกจัดไว้ให้ ก่อนเสียงบรรเลงเพลงจะเริ่มขึ้น โดยมีนางระบำจากคณะดังในเมืองหลวง มาแสดงเปิดงานอย่างสวยงามและอลังการ
เหล่าบรรดาคุณหนูที่เตรียมตัวมาแสดง ยามนี้รู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะเป็นลม เมื่อเห็นรูปโฉมของรัชทายาทและอีกสี่อ๋อง พวกเขาหล่อเหล่าคล้ายดั่งเทพเซียนมาจุติ โดยเฉพาะรุ่ยอ๋องโดดเด่น หล่อเหล่ามากกว่าใคร กู้เหลียนฮวาเองยามนี้ก็มือไม้เย็นเยียบ ใจสลาย เมื่อคนที่นางอยากให้เป็นรัชทายาท กลับไม่ใช่รุ่ยอ๋อง ที่จริงรัชทายาทก็สง่างามและหล่อเหลามาก แต่รุ่ยอ๋องก็มีความหล่อคมเข้มที่ไม่เหมือนใคร เหตุใดไม่เป็นเขาที่ได้เป็นรัชทายาทกันนะ
รุ่ยอ๋องพอนั่งลงเรียบร้อยก็กวาดสายตามองหานางในดวงใจ แต่ดูสินางไม่หันมาทางเขาเลยสักนิด คุยอะไรกันกับพี่ชายของนางนักหนากัน ส่วนฮุ่ยอ๋องกับหมิงอ๋องก็มองไปที่ ฟู่จินหยวนด้วยเช่นกันทั้งคู่ แต่ว่าฟู่จินหยวนก็ยุ่งสนทนาอยู่กับฟู่จินเย่ว์ ฮึพี่น้องสองคนนี้มันน่านัก!
จบการแสดงของคณะดัง ก็ถึงคราวการแสดงของเหล่าคุณหนู ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นจนมาถึง กู้เหลียนฮวา ที่ยามนี้สะกดทุกคนในงาน ด้วยรูปโฉมที่แสนงดงาม และตามมาด้วยเสียงบรรเลงเพลงที่แสนไพเราะเสนาะหู จนผู้คนในงานถึงกับหลับตาดื่มด่ำไปเสียงเพลงอันแสนเพลิดเพลินใจ แต่ว่าห้าบุรุษผู้เป็นแม่งานกลับไม่ได้ให้ความสนใจเท่าใดนัก พวกเขาหันมามองนางในคราแรก แล้วกลับไปสนทนากันอย่างออกรส
รัชทายาทสนทนากับห่าวอ๋อง ส่วนฮุ่ยอ๋อง หมิงอ๋อง รุ่ยอ๋อง เอาแต่มองไปที่สองพี่น้อง ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวและหงุดหงิดที่ถูกหมางเมิน กู้เหลียนฮวาพยายามเก็บอารมณ์ไม่พอใจเอาอย่างสุดความสามารถ หากเป็นไปได้อยากจับพินทุ่มลงพื้นให้สาแก่ใจ ณ เดี๋ยวนี้
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ทั้งๆ ที่มาอยู่ในร่างที่สวยงดงาม และสมบูรณ์แบบขนาดนี้ เหตุใดไม่มีใครสนใจนางสักคน แล้วดูรุ่ยอ๋องเอาแต่มองฟู่จินเย่ว์ สตรีที่มีดาวพิฆาต อีกทั้งฮุ่ยอ๋องกับหมิงอ๋องก็เอาแต่มองไปทางนางเช่นกัน แต่ใช่ว่าจะไม่มีบุรุษมองนาง แต่คนที่นางคาดหวังอยากให้มองกลับไม่ใช่เขานี่สิ มันทำให้กู้เหลียนฮวาโกรธจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา
ยุคนั้นบุรุษก็พากันเข้าหานาง มายุคนี้ก็ดูเหมือนบุรุษจะให้ความสนใจนางไม่ต่างกัน นางไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้ คราแรกที่ทะลุมิติมา แล้วรับรู้ว่า ร่างนี้มีหน้าตาเหมือนตนเองทุกอย่าง อีกทั้งเป็นสตรีที่ถูกฝึกฝนจนกลายเป็น คุณหนูผู้งดงามและเพียบพร้อม ครานั้นนางรู้สึกว่า ไม่มีใครมาเทียบนางได้อีกแล้ว แต่แล้วจู่ ๆ เหมือนถูกปลุกให้ตื่นมาจากความฝัน
ฮองเฮา พระสนมกุ้ยเฟย และพระสนมเสียนเฟย ยามนี้ก็มองฟู่จินเย่ว์ด้วยสายตารังเกียจ นางใช้เล่ห์เสน่ห์มารยาอะไรกัน บุรุษถึงพากันหลงไหลนางกันได้ขนาดนี้ แต่ว่านั้นมันไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า นางเป็นสตรีอัปมงคล บุรุษไม่ควรเข้าใกล้นาง โดยเฉพาะคนของราชวงศ์ ยิ่งต้องอยู่ให้ห่างจากนาง
แต่ว่าอย่างไรวันนี้ เสน่ห์เล่ห์กลมารยา หากว่าใช้ผิดคน ผิดที่ ผิดเวลา ผลลับที่ได้ก็อาจไม่สวยงามอย่างที่คิด สตรีสูงศักดิ์หันมายกยิ้มให้กัน กับแผนการที่วางเอาไว้ หลังจากเมื่อวานเมื่อมีคนมารายงานว่า ห้าองค์ชายได้ไปที่จวนตระกูลฟู่ อีกทั้งฮ่องเต้ยังให้หวังกงกงไปมอบรางวัล และมอบป้ายทองให้กับฟู่จินเย่ว์ ทำให้ฮองเฮา สนมกุ้ยเฟย และสนมเสียนเฟยถึงกับโกรธจนแทบระงับโทสะเอาไว้ไม่อยู่ จากนั้นแผนการในวันนี้จึงเกิดขึ้น ฟู่จินเย่ว์หากจะโทษก็ต้องโทษ ที่ตัวเจ้าเอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องนี้เอง ที่พวกข้าทำไปก็เพื่อปกป้องบุตรชายของข้า จากสตรีดวงอัปมงคลเช่นเจ้า
แต่ว่าทุกการกระทำของพวกนางนั้น หารู้ไม่ว่า ฮ่องเต้ได้ให้คนคอยจับตาดูอยู่ทุกอย่าง เพราะตั้งแต่เขารู้ความจริงว่า ฟู่จินเย่วที่จริงแล้วถูกใส่ร้าย เขาจึงตั้งปณิธานว่า ลูกสะใภ้คนนี้เขาต้องปกป้องอย่างสุดความสามารถ นางคือสมบัติของแคว้นฉินอันล้ำค่า ต้องรักษาเอาไว้ให้ดี
หลังจากการแสดงจบลง ทุกคนที่มางานก็เริ่มลุกขึ้น และเดินไปทักทายแขกเหรื่อที่รู้จัก บรรดาฮูหยินก็เข้าไปทักทายฮูหยินตระกูลต่าง ๆ อย่างแสดงไมตรีต่อกัน ส่วนคุณหนูคุณชาย ก็ลุกออกเดินเที่ยวชมพระราชวังในส่วนที่เปิดให้ชมได้ อย่างเช่นอุทยานในวังหลวง
ฟู่จินเย่ว์และฟู่จินหยวนก็ลุกขึ้นออกมาเดินที่อุทยานด้วยเช่นกัน เพราะฟู่จินเย่ว์อยากเดินเที่ยวชม จึงให้พี่ชายมาเดินเป็นเพื่อน แต่แล้วจู่ ๆ ฟู่จินเย่ว์และฟู่จินหยวน ก็มีอาการรู้สึกร้อนรุ่มภายในกายแปลก ๆ เหงื่อเริ่มผุดออกมาเต็มใบหน้า นี่มันเกิดอะไรขึ้น! สติก็เริ่มพร่าเลือน แต่แล้วก็มีนางกำนัล ตรงเข้ามาช่วย ประคองร่างของฟู่จินเย่ว์ และฟู่จินหยวนไปที่ตำหนักรับรองอย่างเร่งรีบ
ทางด้านสามสตรีผู้สูงศักดิ์ยามนี้ สนทนาพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี นึกกระหยิ่มยิ้มย่องภายในใจอย่างมีความสุข ก่อนนางกำนัลจะเข้ามากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูฮองเฮา จากนั้นฮองเฮาก็ระบายยิ้มออกมาด้วยความพอใจ จากนั้นก็แอบส่งสายตาให้กับ สนมกุ้ยเฟยและสนมเสียนเฟย ว่าทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี
จากนั้นฮองเฮาก็ลุกขึ้นจากพระที่นั่ง ตามด้วยพระสนมกุ้ยเฟยและพระสนมเสียนเฟย ที่ลุกก้าวเดินออกมาทักทายบรรดาฮูหยินที่ยืนสนทนากันอยู่ ก่อนจะทำทีว่าอยากไปเดินรอบ ๆ วัง เพราะเสวยอาหารและดื่มมากเกินไป จึงอยากเดินรับลมเสียหน่อย ฮูหยินกู้ที่เห็นโอกาสได้ตีสนิทกับฮองเฮา ก็เสนอว่าจะตามเสด็จไปเดินด้วยเช่นกัน ก่อนที่ฮูหยินคนอื่นๆ จะพากันเห็นด้วย ฮองเฮายกยิ้มอย่างพอใจเมื่อทุกอย่างดูเหมือน จะเป็นไปอย่างที่นางตั้งใจอยากจะให้มันเป็น
พอเดินผ่านมาแถวตำหนักรับรอง ฮองเฮา พระสนมกุ้ยเฟย และพระสนมกุ้ยเฟยก็หยุดเดินพร้อมทั้งเงี่ยหูฟังว่า มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหรือไม่ ก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ข้างใน
“ฮ่องเฮาดูเหมือนตำหนักรับรองจะมีคนอยู่ข้างในนะเพคะ” สนมเสียนเฟยเปิดนำไปก่อนอย่างรู้จังหวะ
“ช่วงนี้ก็ไม่มีใครมาพักนะ หรือว่าจะมีใครแอบไปใช้ตำหนักรับรองหรือ? ทหาร!เปิดประตูเข้าไปดูสิใครกล้าบังอาจ มาใช้ตำหนักรับรองโดยไม่ขออนุญาตข้า” ฮองเฮาออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด เพราะนางคือสตรีที่มีอำนาจสูงสุดของวังหลัง
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทหารองครักษ์รีบเปิดประตูเข้าไปตามคำสั่งทันที แต่แล้วก็ต้องตกใจหน้าซีดเผือด เมื่อบุคคลที่อยู่ในห้องกลับเป็น บุรุษที่สวมชุดมังกรอย่างเต็มยศ อีกทั้งมีรัชทายาท ห่าวอ๋อง และข้ารับใช้อีกมากมายอยู่ในนั้น
“บังอาจ! เปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต สมควรถูกลงโทษโบย100ไม้” เสียงหวังกงกงเอ่ยขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด ทำเอาฮองเฮา สนมกุ้ยเฟย และสนมเสียนเฟย ตกใจหน้าซีดเผือด แข้งขาอ่อนลงอย่างไร้เรี่ยวแรง นี่มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไรกัน