1 เด็กทุน

1229 Words
ไซออน อายุ22ปี สูง188 เซนติเมตร ทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง และมีธุรกิจห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีหลายสาขาในประเทศไทย . . ฝุ่น อายุ19ปี สูง160 เซนติเมตร . . . ตัวอย่าง "พี่จะเอาดอกไม้ไปให้ใครเหรอคะ" แทนที่เธอจะยื่นการ์ดสารภาพรักให้เขา ทว่าพอเห็นช่อดอกไม้ที่เขาถือจึงเอ่ยถามออกไป "ฉันจะเอาไปให้ผู้หญิงที่ฉันรักน่ะ" "เขา...เป็นใครเหรอคะ" "เขาเป็นคนใกล้ตัวฉันมากที่สุด เธอก็รู้จักดี" "พี่เกรซเหรอคะ" "ใช่ ฉันรักเกรซมานานแล้ว วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่ฉันจะบอกรักเกรซเสียที" "ฝุ่นก็มีคนที่แอบรักเหมือนกันค่ะ แต่ฝุ่นไม่กล้าบอกเขา" "ถ้ารักก็บอกเขาไปเลยสิ อย่ามัวไม่กล้าพูดเหมือนฉัน" "ฝุ่นก็จะบอกรักเขาเหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้บอกไม่ได้แล้ว" "ทำไม" "ฝุ่นเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้วค่ะ" . . . . "อีกสามเดือนพี่จะหมั้นกับไซออน น้องฝุ่นไปงานหมั้นของพี่กับไซออนให้ได้นะ" "ฝุ่นไปงานหมั้นของพี่ไซออนกับพี่เกรซแน่นอนค่ะ" . . . . "คิดจะหนีเหรอ" เท้าเรียวชะงักแล้วยืนนิ่ง ก่อนเสียงทุ้มเข้มของไซออนจะเอ่ยออกไป "กลับมาที่เตียง" "..." "กลับมา" . . . . . . . 'เข้ามาเรียนที่นี่เพราะได้ทุนสินะ หึ' 'ฉันรู้มาว่ายัยนั่นมาจากบ้านเด็กกำพร้าด้วยนะ' 'จริงเหรอ' 'จริง 'เด็กไม่มีพ่อแม่' 'ยัยเด็กกำพร้า พ่อแม่ไข่แล้วเอาไปทิ้งบ้านเด็กกำพร้าเพราะไม่มีปัญญาเลี้ยงสินะ' เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นจากนักศึกษาผู้หญิงที่ชื่อจูเน่กับเพื่อนอีกสองคน ซึ่งอยู่ในห้องเรียนเดียวกับฝุ่นได้ฉายวนเข้ามาในหัวของเธออยู่ตลอดเวลา แต่เธอก็อดทนฟังกับคำดูถูกเหล่านั้น ไม่โต้กลับ เธอปล่อยให้พวกนั้นดูถูกไป เพราะเธอไม่อยากมีปัญหากับพวกไฮโซพวกนั้นที่คอยแต่จะพูดจาดูถูกเธอไม่เว้นแต่ละวัน เธอคิดว่าถ้าเกิดไปสู้รบปรบมือกับพวกนั้นอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และทำให้เธอหลุดทุนก็ได้ ดังนั้นเธอจึงทำหลับหูหลับตาให้คนเหล่านั้นว่าไป เดี๋ยวพอนานไปพวกนั้นก็คงจะเหนื่อยกันไปเอง มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ในขณะที่ฝุ่นเดินใจลอยอยู่บนฟุตบาทอยู่นั้น เธอที่ไม่ได้มองซ้ายมองขวาจึงก้าวลงจากฟุตบาทหมายจะเดินข้ามไปอีกฝั่ง แต่จู่ๆก็มีรถสปอร์ตหรูสีดำแล่นมาทางเธอพอดี เธอที่ได้ยินเสียงรถก็ได้สติจึงหันไปมองยังรถหรูที่ขับพุ่งมาทางตัวเอง ทันใดนั้นร่างเล็กก็รีบหลบทันควันจึงทำให้เธอเสียหลักล้มลงไปบนถนนอย่างแรง ปึก! "โอ๊ย!" หญิงสาวร้องเสียงหลงออกมาเมื่อขาเธอแพลง อีกทั้งหัวเข่าก็กระแทกไปกับพื้นซีเมนต์อีก ก่อนที่เลือดจะไหลออกมาในจำนวนไม่น้อยเลย ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถมาด้วยท่าทางดูหงุดหงิด เมื่อคิดว่าขับรถอยู่ดีๆแต่จู่ๆเธอก็ข้ามถนนโดยที่ไม่หันมองรถเลย "ทีหลังก่อนข้ามถนนก็หัดดูรถซะบ้างนะ" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ก่อนที่คนรู้สึกผิดจะยกมือไหว้เอ่ยขอโทษออกไปด้วยท่าทีลนลาน เมื่อคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ได้ดูรถก่อนเพราะมัวแต่ใจลอยคิดไปถึงคำดูถูกดูแคลน "ขอโทษค่ะ" "แล้วลุกไหวหรือเปล่า" คนตัวสูงมองไปยังร่างเล็กพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย "ลุกไหวค่ะ" ว่าจบ ฝ่ามือเรียวก็ยันกับพื้นแล้วพยายามหยัดกายขึ้น แต่ทว่า "อ๊ะ" เธอนั่งลงไปบนพื้นอีกครั้งเพราะเจ็บที่ข้อเท้าจึงลุกไม่ไหว ก่อนเสียงทุ้มของร่างสูงที่ยืนอยู่จะเอ่ยออกไป "เจ็บตรงไหน" "ข้อเท้าค่ะ" สิ้นเสียงหวานบอก เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็จ้องมองไปยังข้อเท้าเล็กที่มือของเธอจับอยู่จึงได้เห็นหัวเข่าของเธอมีเลือดไหลออกมาไม่น้อยจึงชะงักแล้วเอ่ยออกไป "งั้นเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปหาหมอ" "มะ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องไปหรอกค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะรู้สึกเกรงใจ "จะไม่ไปได้ยังไง ก็หัวเข่าเธอมีเลือดออก" "..." เธอก้มมองหัวเข่าของตัวเองที่มีเลือดไหลออกมาเยอะพอสมควรก็ถึงกับตกใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมา "ถ้าเธอลุกไม่ไหว เดี๋ยวฉันอุ้ม" "มะ..." เธอจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ร่างสูงที่อยู่ในเสื้อช็อปก็เดินมาหายังร่างบางแล้วย่อกายช้อนร่างเล็กขึ้นมาแนบกับอกแกร่งและพาไปนั่งบนรถ ก่อนที่เขาจะพาเธอไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกล เมื่อฝุ่นได้รับการทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่หนุ่มก็เข็นรถที่ร่างเล็กนั่งอยู่ออกมาข้างนอกที่ร่างสูงยืนอยู่ คนตัวสูงสาวเท้าก้าวเดินออกไปยังรถหรูของตัวเองซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล ก่อนรถเข็นที่ฝุ่นนั่งอยู่จะถูกเจ้าหน้าที่เข็นพาเธอไปยังรถสปอร์ตหรูสีดำราคาแพง ร่างสูงเปิดประตูรถแล้วอุ้มร่างบอบบางที่นั่งบนรถเข็นเข้าไปนั่งข้างในพร้อมกับปิดประตู ทว่าคนตัวสูงคงไม่รู้หรอกว่ากลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาได้ลอยเข้ามาเตะจมูกของเธออย่างจัง มันเป็นกลิ่นหอมที่สะอาดน่าสูดดมมาก ชายหนุ่มเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็ว ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวเขา บนรถ "ฉัน...เอ่อ...ฝุ่นขอบคุณพี่มากนะคะที่พาไปหาหมอ" เมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาจากโรงพยาบาล เจ้าของใบหน้าเนียนใสก็หันบอกกับร่างสูงที่นั่งสีหน้านิ่งอยู่หลังพวงมาลัย "..." เขานิ่งตามประสาของเขาที่มักจะไม่ค่อยพูดถ้าไม่จำเป็น "พี่...เรียนอยู่ปีไหนเหรอคะ" "ปีสี่" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ในขณะที่ดวงตาคู่คมจ้องมองไปข้างหน้า สองมือประคองพวงมาลัยหรู "อ๋อค่ะ ฝุ่นเรียนอยู่ปีหนึ่งนะคะ" เรียวปากสีหวานบอกออกไปด้วยรอยยิ้มแจ่มใส แววตาเปี่ยมไปด้วยความประทับใจที่เขามีน้ำใจช่วยพาเธอไปหาหมอ ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายผิด "..." เขานิ่งเพราะไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรออกไป "พี่ชื่ออะไรคะ" "..." "..." เมื่อเห็นว่าเขาไม่บอกชื่อ เธอจึงคิดว่าเขาคงไม่อยากให้เธอรู้จักชื่อของเขา จากนั้นจึงหันหน้าออกนอกรถ ไม่กล้าถามอะไรต่อ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติจะหันมามองยังร่างบางครู่หนึ่งแล้วหันกลับไปมองทางต่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD