เหน็บยา

1207 Words
บรรยากาศในห้องตรวจแอร์เย็นเฉียบ แต่เชอรีนกลับรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว หมอเบย์ผละจากเตียงขาหยั่งไปครู่หนึ่ง เสียงกุกกักจากการเปิดลิ้นชักและหยิบจับอุปกรณ์ทางการแพทย์ทำเอาคนที่นอนรออยู่บนเตียงยิ่งใจคอไม่ดี ร่างเล็กพยายามชะเง้อคอมองข้ามผ้าคลุมว่าคุณหมอสุดหล่อกำลังจะทำอะไรต่อ ร่างสูงในชุดกาวน์เดินกลับมาพร้อมกับเม็ดยาขนาดเล็กในมือ ถุงมือยางคู่ใหม่ถูกสวมกลับเข้าไปอย่างทะมัดทะแมงและสะอาดสะอ้านตามมาตรฐานเป๊ะ "แผลอยู่ด้านในค่อนข้างลึก เดี๋ยวหมอจะเหน็บยารักษาแผลอักเสบและฆ่าเชื้อให้นะครับ ตัวยาจะช่วยให้แผลสมานไวขึ้นแล้วก็ลดอาการแสบด้วย" พอได้ยินคำว่าเหน็บยาด้านใน ดวงตากลมโตของนักศึกษาสาวก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กขยุ้มผ้าถุงของคลินิกเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด "เจ็บมั้ยคะหมอ. หนู หนูกลัว" เสียงหวานเอ่ยถามสั่นเครืออย่างปิดไม่มิด ช้อนสายตากลมโตที่เริ่มมีน้ำใสๆ รื้นขึ้นมามองหน้าคุณหมออย่างออดอ้อนเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ ที่กำลังตื่นกลัว หมอเบย์ชะงักไปนิดกับท่านั้นภายใต้หน้ากากอนามัย เขาเผลอระบายยิ้มออกมาอีกครั้งอย่างนึกเอ็นดู น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยตอบจึงลดความดุลงและอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิมมาก "ไม่เจ็บครับ แค่จะรู้สึกหน่วงๆ แล้วก็เย็นนิดเดียว" คุณหมอหนุ่มขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ "คนไข้ทำใจสบายๆ นะครับ ไม่ต้องกลัว ยิ่งเกร็งกล้ามเนื้อจะยิ่งบีบรัด แล้วมันจะยิ่งทำให้เราเจ็บนะ" พูดจบ ฝ่ามือหนาที่สวมถุงมือยางก็วางแหมะลงบนหน้าขาเนียนเบาๆ ลูบปลอบประโลมเพื่อลดความประหม่าและช่วยให้เธอผ่อนคลาย "สูดหายใจเข้าลึกๆ นะครับเดี๋ยวหมอจะใส่ยาแล้วนะ" "อ๊ะ..." เชอรีนเผลอสูดปากเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของคุณหมอค่อยๆ ดันเม็ดยารูปทรงรีเข้าไปในช่องทางที่ยังคงบีบรัดแน่นด้วยความเกร็ง สัมผัสเย็นเฉียบของตัวยาบวกกับความรู้สึกแปลกประหลาดเวลามีสิ่งแปลกปลอมสอดแทรกเข้ามา ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งและเผลอจิกปลายเท้าเข้าหากัน " ไม่เกร็งสิครับคุณเชอรีน หายใจออกยาวๆ ผ่อนคลายหน่อย ไม่อย่างนั้นยาจะเข้าไปไม่ตรงจุดนะ" เสียงทุ้มเอ่ยปลอบอย่างใจเย็น หมอเบย์ค่อยๆ ขยับปลายนิ้วดันยาเข้าไปจนสุดความลึกอย่างระมัดระวังและนุ่มนวลที่สุด แม้จะรู้สึกถึงแรงตอดรัดจากภายในที่ตอบสนองต่อปลายนิ้วของเขาอย่างชัดเจน จนคนเป็นหมอเองต้องแอบลอบกลืนน้ำลายลงคอและพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด " เรียบร้อยครับ เก่งมาก" คุณหมอหนุ่มดึงปลายนิ้วออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะลุกขึ้นถอดถุงมือยางทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ "นอนพักท่านี้สักห้านาทีนะครับ ให้ตัวยาเริ่มละลายและเคลือบแผลก่อน ค่อยลุกไปเปลี่ยนชุดนะ เดี๋ยวหมอไปรอที่โต๊ะครับ" เขาหันมาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะตรวจ ปล่อยให้คนไข้สาวหน้าแดงก่ำนอนใจเต้นตึกตักอยู่บนเตียงขาหยั่งเพียงลำพัง หลังจากเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดนักศึกษากระโปรงพลีทตัวสั้นตามเดิม เชอรีนก็เดินคอตก หน้าแดงเรื่อออกมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะตรวจ หมอเบย์ที่ตอนนี้ถอดถุงมือและล้างมือเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งเขียนใบสั่งยาด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตาที่ช้อนขึ้นมองคนไข้สาวนั้นกลับมีความดุเจืออยู่เล็กน้อย "หมอจ่ายยาแก้อักเสบกับยาทาให้นะครับ แล้วก็ อาทิตย์หน้าหมอขอทำนัดมาดูแผลอีกรอบว่าสมานดีหรือยัง" "ค่ะ..." เชอรีนตอบรับเสียงแผ่ว ก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก ไม่กล้าสบตาคมกริบนั้นเลย "และข้อปฏิบัติที่สำคัญที่สุดนะครับ ." เสียงทุ้มกดต่ำลงเล็กน้อยพร้อมกับร่างสูงที่โน้มตัวข้ามโต๊ะมาหา "พรุ่งนี้ไปเอาเล็บเจลออกให้หมดนะครับคุณเชอรีน แล้วช่วงนี้งดการช่วยตัวเองทุกรูปแบบ ทั้งใช้นิ้วและใช้อุปกรณ์ จนกว่าแผลจะหายสนิทเข้าใจที่หมอสั่งไหมครับ?" ประโยคคำสั่งที่ตรงไปตรงมาแถมยังจี้ใจดำ ทำเอาคนฟังหน้าร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ เชอรีนได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก รับใบสั่งยามาถือไว้แน่นแล้วรีบขอตัวเดินหนีออกมาทันที หญิงสาวจัดการจ่ายเงินและรับยาที่เคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าหงอยๆ เธอเป็นคนไข้เคสสุดท้ายของวัน พอจัดการธุระเสร็จ พนักงานก็เริ่มปิดไฟและเตรียมตัวปิดคลินิก ร่างเล็กเดินลากขาออกมายืนรอเรียกรถอยู่ริมฟุตบาทหน้าคลินิกเงียบๆ ลมพัดมาทีไรก็ต้องคอยเอามือตะปบกระโปรงพลีทที่สั้นเหนือเข่าเอาไว้เพราะกลัวจะเปิด ยืนรออยู่พักใหญ่ก็ยังไม่มีรถผ่านมาสักคัน ปรี๊น... เสียงแตรรถเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับรถยุโรปคันหรูสีเข้มที่แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้า กระจกฝั่งผู้โดยสารค่อยๆ เลื่อนลงมา เผยให้เห็นคนขับที่ทำเอาเชอรีนถึงกับตาโต หมอเบย์คนที่ตรวจเธอเมื่อครู่นั่นเอง แต่ตอนนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์และหน้ากากอนามัยแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายแบบเต็มตาในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนรับกับกางเกงสแล็ค ดูหล่อเท่และมีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่จนใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปอีกรอบ "ยังไม่ได้รถอีกเหรอครับ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามผ่านหน้าต่างรถ "เอ่อ... ยังค่ะ คลินิกหมออยู่ในซอยลึก รถเลยไม่ค่อยผ่านมาเลย" เชอรีนตอบอ้อมแอ้ม มือก็พยายามดึงชายกระโปรงตัวเองลงมาปิดขาอ่อน หมอเบย์มองท่าทางนั้นแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ มือหนาเอื้อมไปปลดล็อคประตูฝั่งที่หญิงสาวยืนอยู่ "ขึ้นมาสิครับ เดี๋ยวหมอแวะไปส่ง" "มะ... ไม่เป็นไรค่ะหมอ หนูเกรงใจ เดี๋ยวหนูเดินออกไปเรียกหน้าปากซอย..." "อย่าดื้อครับเชอรีน" คุณหมอหนุ่มขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุๆ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใย "นี่ก็สองทุ่มกว่าแล้ว เราเป็นผู้หญิง แถมยังใส่กระโปรงสั้นแค่นี้ ไปเดินมืดๆ ค่ำๆ คนเดียวมันอันตรายขึ้นรถครับ หมอเพิ่งตรวจเราไปหมาดๆ ไม่อยากให้คนไข้ตัวเองไปโดนใครฉุดทำมิดีมิร้ายเอาแถวนี้หรอกนะ" เจอคำสั่งแกมบังคับแบบหมอๆ เข้าไป สุดท้ายนักศึกษาสาวจอมดื้อก็ต้องยอมเปิดประตูแล้วสอดตัวเข้าไปนั่งบนเบาะหนังราคาแพงข้างๆ คุณหมอสุดหล่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายในรถอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศระหว่างทางกลับบ้านคืนนี้ ดูจะอันตรายต่อหัวใจของเชอรีนมากกว่าการยืนรอรถมืดๆ เสียอีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD