เวลาผ่านไปไม่กี่นาที แต่สำหรับเชอรีนมันเหมือนยาวนานเป็นปี ร่างเล็กในชุดผ้าถุงของทางคลินิกค่อยๆ ก้าวขึ้นไปนอนบนเตียงขาหยั่งด้วยขาสั่นๆ ความเย็นของแอร์ในห้องตรวจยิ่งทำให้เธอขนลุกซู่ไปทั้งตัวเป็นครั้งเเรกที่เธอต้องมาหาเอหกขาให้หมอผู้ชายดูจิบิของตัวเอง
หมอเบย์ในชุดกาวน์สะอาดตาสวมถุงมือยางเรียบร้อย เขาปรับโคมไฟให้สว่างขึ้น ก่อนจะขยับเก้าอี้เข้ามานั่งประจำที่
"ขยับลงมาอีกนิดนะครับแล้วแยกเข่าออก ทำใจสบายๆ ไม่ต้องเกร็งนะ ยิ่งเกร็งจะยิ่งเจ็บครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน พยายามให้คนไข้ผ่อนคลาย แต่ทว่าสายตาที่จดจ่ออยู่กับการทำงานของเขากลับทำให้เชอรีนยิ่งใจเต้นโครมคราม เธอหลับตาปี๋ มือเล็กสองข้างจิกขอบเตียงเอาไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
สัมผัสแรกจากปลายนิ้วภายใต้ถุงมือยางที่ค่อยๆ แตะลงบนจุดบอบบางเพื่อตรวจหาบาดแผล ทำเอาคนดื้อถึงกับสะดุ้งเฮือก ความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดผสมผสานกับความแสบจี๊ดบริเวณรอยข่วน ทำให้ร่างกายของเธอไวต่อสัมผัสมากกว่าปกติ และตอบสนองไปเองตามธรรมชาติ
"อ๊ะ... อ๊า... หมอคะ..."
เสียงครางหวานหลุดลอดออกจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเอง เบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าสวยเห่อร้อนแดงซ่านลามไปจนถึงใบหูและลำคอนี่เธอเผลอครางตอนตรวจภายใน แถมยังต่อหน้าหมอผู้ชายที่หล่อลากดินขนาดนี้ได้ยังไงน่าอายที่สุด
อยากจะมุดเตียงหนีให้รู้แล้วรู้รอด
ภายในห้องตรวจตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ
หมอเบย์ชะงักมือไปเล็กน้อย ลมหายใจของแอบสะดุดไปจังหวะหนึ่งกับเสียงครางหวานๆ ที่ดังขึ้น สายตาคมกริบช้อนขึ้นมองคนไข้สาวที่ตอนนี้น้ำตาคลอเบ้า หน้าแดงก่ำเพราะทั้งเจ็บทั้งอายจนแทบจะร้องไห้
"เจ็บมากเหรอครับ?"
หมอหนุ่มถามเสียงพร่าลงกว่าเดิมนิดหน่อย มุมปากใต้หน้ากากอนามัยยกยิ้มขึ้นอย่างนึกเอ็นดูแม่คนเก่งที่ตอนนี้สิ้นฤทธิ์กลายเป็นลูกแมวตัวสั่น
"ทนอีกนิดเดียวนะครับ แผลถลอกนิดหน่อย แต่บริเวณนี้เนื้อเยื่อค่อนข้างเซนซิทีฟ"
เขาจงใจเว้นจังหวะ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุๆ ปนล้อเลียน
"คราวหลังจะทำอะไรต้องระวังให้มากกว่านี้นะครับคุณเชอรีน เล็บยาวๆ แบบนี้อันตรายแย่"
คำพูดที่เหมือนจะเตือนตามประสาหมอ แต่แววตาพราวระยับที่มองมาทำเอาเชอรีนหน้าร้อนฉ่าแทบระเบิด ได้แต่พยักหน้ารับหงึกหงัก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับคุณหมอหนุ่มอีกเลย