นำทางสูวิมาณฉิมพลี

2455 Words
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา วิรัญญาก็ต้องหยุดชะงักและเผลอกลั้นหายใจอีกครั้ง โถงใหญ่ตรงกลางบ้านถูกโอบล้อมด้วยห้องพักรายล้อมทั้งสามด้าน ทว่าจุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือบานประตูไม้สักเลื่อนสูงตระหง่าน กรอบไม้จริงสลักเสลาอย่างประณีตรับกับกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดเปลือยทัศนียภาพภายนอกให้เห็นสระว่ายน้ำสีมรกต ริมขอบสระมีเก้าอี้สนามและร่มบังแดดคันโตวางรับลมอย่างสงบนิ่ง พื้นที่รอบสระปูด้วยกระเบื้องท้องถิ่นที่ถูกจัดวางให้โค้งมนรับกับแมกไม้นานาพันธุ์อย่างไร้ที่ติ นอกจากความเงียบสงบที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกแล้ว บ้านหลังนี้ยังถูกโอบรัดด้วยกำแพงอิฐถือปูนที่สูงลิบ ร่องรอยการแตกร้าวและปูนที่กระเทาะออกตามกาลเวลา กลับยิ่งเสริมส่งให้สถานที่แห่งนี้ดูขลังและทรงพลัง มันส่งมอบความรู้สึกส่วนตัวอย่างมิดชิดจนน่าเกรงขาม ราวกับว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในกำแพงแห่งนี้... จะถูกปิดตายไว้เป็นความลับตลอดกาล ภายในโถงถูกเนรมิตด้วยสไตล์ตะวันตกที่ดูสุขุม ผนังไม้สนสีดำตัดกับพื้นไม้กระดานที่ขัดจนมันวาวสะท้อนแสงไฟสลัว บริเวณมุมพักผ่อนปูลาดด้วยพรมผืนหนานุ่มเท้าลวดลายวิจิตร รับกับโซฟาหนังแท้สีครีมที่ดูโอ่อ่า ทั้งหมดนี้สะท้อนรสนิยมอันละเมียดละไมของเจ้าของบ้านที่รักในความหรูหราแต่หลงใหลในความดิบของธรรมชาติอย่างลงตัว “มึงใช้ห้องหัวมุมนะ... ห้องเดิมของมึงไอ้อั๋นมันยึดไปแล้ว” เชนหันมาบอกเพื่อนรัก ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้วิรัญญาเพื่อลดทอนความประหม่าที่เธอยังมีต่อสถานที่ “ไม่มีปัญหา” ธาวินตอบพร้อมกับตบไหล่เพื่อนเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้วิรัญญาเดินตามเขาไปยังห้องพักที่ว่า “อ้อ! ปาร์ตี้เริ่มทุ่มตรงนะ กูสั่งร้านประจำมา อย่าสายล่ะ!” เสียงตะโกนไล่หลังของเชนทำให้ธาวินเพียงแค่ชูมือขึ้นเป็นเชิงรับรู้โดยไม่หันกลับไปมอง เมื่อเข้ามาในห้องพักที่จัดเตรียมไว้อย่างดี วิรัญญาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุผ้าเนื้อนุ่มที่ถูกออกแบบมาให้รับกับสรีระ ไม่ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ในโรงแรมห้าดาวที่เธอคุ้นเคย “เชนเขาเป็นเจ้าของบริษัทออกแบบชื่อดังของแถบนี้น่ะ ในย่านนี้งานส่วนใหญ่ผ่านมือมันแทบทั้งนั้น” ธาวินเอ่ยขึ้นพลางเอนกายลงนอนหงายบนฟูกหนานุ่มอย่างผ่อนคลาย “พวกเรามีกันห้าคน... สนิทกันมาก นอกจากไอ้อั๋นที่เชนพูดถึงแล้ว ก็ยังมีอีกสองคน แต่น่าเสียดายที่วันนี้พวกมันไม่ว่าง วิเลยอดเจอเพื่อนกลุ่มที่สนิทที่สุดของพี่เลย” เขากลิ้งตัวมามองหน้าเธอพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง ก่อนจะยันกายลุกขึ้นเดินเข้ามาช้อนร่างของวิรัญญาเข้าสู่อ้อมกอด “วิเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้ออกไปเจอเพื่อนๆ พี่ด้วยกัน” เขาโน้มใบหน้าลงมาประทับจุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างดูดดื่ม รสสัมผัสที่ร้อนแรงและหนักแน่นกว่าปกติทำให้วิรัญญาสัมผัสได้ถึงความคึกคักที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวของชายชู้ ความตื่นเต้นของธาวินที่ได้พาเธอมาเปิดตัวในอาณาเขตของกลุ่มเพื่อน... ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างไม่อาจขัดขืน เสียงเปิดประตูห้องน้ำเรียกให้ วิรัญญา ละสายตาจากกระจกเงา ธาวิน ก้าวออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวที่พันรอบเอวสอบ หยดน้ำใสยังเกาะพราวอยู่ตามมัดกล้ามเนื้อที่แผงอกและต้นแขนหนา ลามไปถึงซิกแพคที่เรียงตัวเป็นลอนสวยใต้กลุ่มขนสีดำจางๆ ที่กระจายตัวอย่างดุดัน วิรัญญาแอบลอบกลืนน้ำลายเบาๆ เธอยอมรับในใจอย่างดุษฎีว่าร่างกายที่ดูแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบของชายคนนี้ คือแม่เหล็กที่ดึงดูดความใคร่ของเธอให้ลุกโชนได้เสมอ เธอกลับมามีสมาธิกับการบรรจงแต้มสีสันลงบนใบหน้า พลางสำรวจความเรียบร้อยของเดรสผ้าซาตินสีไวน์แดงที่สวมใส่อยู่ เนื้อผ้าที่มันวาวและทิ้งตัวเน้นให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนจนดูเซ็กซี่เกินห้ามใจ สีเข้มของชุดยิ่งขับให้ผิวพรรณของเธอผุดผ่องราวกับจะเรืองแสงได้ในความสลัว เธอบิดกายเล็กน้อยแล้วหันไปส่งยิ้มยั่วเย้าให้ชายชู้ สายตาที่ปรือปรอยและมุมปากที่ยกขึ้นน้อยๆ ราวกับคำเชิญชวนที่ไร้เสียง “ที่รักของพี่... วันนี้วิสวยจนพี่แทบหยุดหายใจ” ธาวินเดินเข้าหาเธอราวกับโดนมนต์สะกด เขาโอบรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทกับแผงอกที่ยังอุ่นชื้น ก่อนจะโน้มใบหน้าลงซุกไซ้และประทับจุมพิตที่ริมฝีปากซึ่งเพิ่งแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดอย่างดูดดื่มและเนิ่นนาน “อือออ...” วิรัญญาครางแผ่วในลำคอ ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มพลางแหงนเงยรับสัมผัสที่จาบจ้วง อารมณ์เสน่หาที่เริ่มปะทุขึ้นภายในทำให้ร่างของเธออ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง เมื่อธาวินผละจากริมฝีปากอย่างนุ่มนวล วิรัญญาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งเนิ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะดับลงได้ง่ายๆ “รีบแต่งตัวเถอะค่ะ... เดี๋ยวเพื่อนพี่จะรอนานนะ” เธอพึมพำกระซิบเสียงพร่า น้ำเสียงแผ่วเบาหวังจะเตือนสติทั้งเขาและตัวเธอเองก่อนที่ไฟราคะจะเผาผลาญแผนการคืนนี้จนสิ้น ธาวินกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาของเขาฉ่ำวาวด้วยความกระสันขณะก้มลงฝังจมูกกับซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง “วิของพี่สวย... สวยน่าเอาเสียจนพี่จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว” “ไม่ไหวก็ต้องไหวค่ะ... เดี๋ยวถ้าไปสายแล้วเพื่อนพี่บ่นขึ้นมา วิไม่รู้ด้วยนะ” วิรัญญาแสร้งทำน้ำเสียงผลักไส ทว่ามือเรียวกลับลูบไล้ไปตามแผงอกหนาอย่างออดอ้อน ท่าทีที่ย้อนแย้งนั้นยิ่งกลับเป็นการเติมเชื้อไฟให้ชายหนุ่มอยากจะกระชากชุดซาตินราคาแพงนั้นออกให้พ้นทางเสียเดี๋ยวนั้น วิขัดเกลาฉากเปิดตัวปาร์ตี้ครั้งนี้ให้ดู "มีระดับ" และแฝงไปด้วย "การลอบสังเกต" ที่ทำให้วิรัญญารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าสู่สังคมใหม่ที่ดูผ่อนคลายแต่มีแรงดึงดูดบางอย่างครับ ธาวินกุมมือวิรัญญาเดินเข้ามาในโถงใหญ่ บรรยากาศภายในยังคงรสนิยมเดิมที่เธอเคยทึ่ง ทว่าสิ่งที่สะดุดตาในยามนี้คือโต๊ะไม้ตัวยาวที่ถูกจัดวางด้วยอาหารเลิศรสอย่างพิถีพิถันเคียงข้างกับมุมเครื่องดื่มที่จัดเตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อม ขวดแก้วหลากสีวางเรียงรายรับกับโถน้ำแข็งคริสตัลที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ แพ็คโซดาและน้ำอัดลมที่วางสำรองไว้ด้านล่างบ่งบอกถึงการสังสรรค์ที่อาจลากยาวไปตลอดทั้งคืน ท่วงทำนองเพลงแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาขับกล่อมให้บรรยากาศดูภูมิฐานและโรแมนติกในคราวเดียว เสียงหัวเราะอย่างออกรสของชายหญิงสองคู่ที่นั่งกระจุกตัวกันอยู่ตรงโซฟาหนังสีครีมเงียบกริบลงทันทีที่ทั้งคู่ปรากฏกาย ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ผู้มาใหม่เป็นจุดเดียว วิรัญญารู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนนวลแก้วเมื่อถูกจ้องมอง ทว่าเธอก็ลอบสังเกตผู้ร่วมวงสนทนาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวคนแรกในชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมดูสวยสง่าแบบผู้ใหญ่ ผิวพรรณและกิริยาบ่งบอกว่าเธออายุรุ่นราวคราวเดียวกับวิรัญญา เธอนั่งเบียดชิดติดกับ เชน อย่างคนรู้ใจจนวิรัญญาคะเนได้ไม่ยากว่านี่คือภรรยาของเจ้าของบ้าน ส่วนหญิงสาวอีกคนกลับฉีกแนวออกไป เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีเม็ดมะขามรับกับกางเกงขาสั้นกุดอวดโคนขาขาวนวล ใบหน้าสวยหมวยจิ้มลิ้มดูขี้เล่น เธอนั่งอยู่กับชายวัยสามสิบปลายๆ ที่ดูสุขุมแต่แฝงความขี้เล่น ซึ่งวิรัญญาเดาได้ทันทีว่าเขาคือ อั๋น เพื่อนอีกคนของธาวินที่เพิ่งถูกกล่าวถึง ท่าทางที่ดูสนิทสนมและเป็นกันเองของหญิงสาวทั้งคู่ บ่งบอกว่าที่นี่คือจุดรวมพลประจำที่พวกเธอต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี “อ้าว... มาแล้วเหรอ มาๆ มารู้จักกันไว้” เชนกวักมือเรียกพลางขยับตัวต้อนรับ “นี่เนย... ส่วนนั่นต่าย” เชนผายมือแนะนำหญิงสาวทั้งสองตามลำดับ “นี่วิครับทุกคน... ส่วนนี่พี่อั๋นที่พี่เคยเล่าให้ฟังไงวิ” ธาวินแนะนำเธอกลับอย่างเป็นทางการ วิรัญญายกมือไหว้พยักหน้าตอบรับอั๋นด้วยมารยาท ก่อนจะค้อมศีรษะส่งยิ้มพิมพ์ใจให้สองสาวงามประจำกลุ่ม เธอเลือกหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาตัวยาวด้านข้างโดยมีธาวินทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง สัมผัสจากมือหนาที่ยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย ยิ่งทำให้วิรัญญารู้สึกว่าคืนนี้... การเริ่มต้นของปาร์ตี้ในวิมานฉิมพลีแห่งนี้กำลังจะนำพาความตื่นเต้นที่เธอไม่เคยสัมผัสมาสู่ชีวิต บรรยากาศที่เคยเงียบลงชั่วขณะถูกทำลายด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตรของ เนย เธอขยับกายบนโซฟาหนังสีครีมพลางเอื้อมมือมาแตะแขนวิรัญญาเบาๆ เป็นเชิงทักทาย "ชุดสีไวน์แดงสวยจังเลยค่ะคุณวิ ขับผิวจนเนยแสบตาไปหมดแล้วเนี่ย" เนยเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ท่าทางที่ดูสุขุมของเธอช่วยให้วิรัญญาเริ่มลดอาการเกร็งลง "ขอบคุณค่ะคุณเนย วิเห็นคุณเนยใส่สีครีมแล้วยังแอบมองอยู่เลยค่ะ ดูสง่ามากจริงๆ" วิรัญญาตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เริ่มรู้สึกถึงกระแสของมิตรภาพที่ส่งผ่านมา "โอย... ไม่ต้องคุณกงคุณกันหรอกค่ะ เรียกเนยกับต่ายเฉยๆ ก็พอ" ต่าย สาวหมวยสุดเปรี้ยวแทรกขึ้นมาพลางหัวเราะร่วน เธอขยับขาที่เรียวยาวในกางเกงสั้นกุดอย่างเป็นธรรมชาติ "ต่ายเห็นพี่ธาคุยฟุ้งมาตั้งนานแล้วว่าแฟนสวย วันนี้มาเห็นตัวจริง... ยอมแพ้เลยค่ะ พี่ธาตาถึงจริงๆ" ในขณะที่สามสาวเริ่มจับกลุ่มคุยกันเรื่องความสวยความงามและบรรยากาศของบ้านพัก ทางฝั่งหนุ่มๆ ก็เริ่มขยับตัวเข้าหาถังน้ำแข็งและขวดเครื่องดื่มสีอำพันที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ "มาๆ ไอ้เสือ... เปิดคอหน่อย" เชน จัดการคว้าขวดเหล้านอกราคาสูงขึ้นมาเปิดฝา กลิ่นแอลกอฮอล์ที่นุ่มลึกเริ่มโชยออกมาปะทะจมูก เขาเทของเหลวสีเข้มลงในแก้วทรงเตี้ยที่มีน้ำแข็งก้อนกลมรองอยู่ก่อนจะส่งให้ธาวินและอั๋น "ไม่ได้เจอกันพักใหญ่ แก้วนี้กูฉลองให้ความสำเร็จของมึง... และแขกพิเศษของมึงด้วย" อั๋น เสริมพลางยกแก้วขึ้นชนกับธาวิน เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดัง 'แก๊ก' เป็นสัญญาณเริ่มต้นของความสำราญ ธาวินรับแก้วมาจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นของเหล้าไหลผ่านลำคอจนรู้สึกร้อนวูบที่หน้าอก เขาเหลือบมองวิรัญญาที่กำลังพูดคุยหัวเราะกับสองสาวอย่างสนุกสนาน แววตาของเขาเริ่มฉ่ำวาวด้วยฤทธิ์สุราอ่อนๆ ความตื่นเต้นที่เห็นเมียเธอเริ่มเข้ากับกลุ่มเพื่อนได้ดี ทำให้เขารู้สึกคึกคักอย่างบอกไม่ถูก "เบาๆ นะพวกมึง เดี๋ยวหัวทิ่มก่อนปาร์ตี้จบ" ธาวินพูดกลั้วหัวเราะ ทว่ามือกลับยกแก้วขึ้นดวลกับเพื่อนอีกรอบ แอลกอฮอล์เริ่มทำหน้าที่ของมันช้าๆ เลือดในกายของหนุ่มๆ เริ่มสูบฉีดจนหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ ความมึนเมาเพียงเล็กน้อยช่วยทลายกำแพงแห่งความประหม่าทิ้งไป เหลือไว้เพียงความรื่นเริงที่เริ่มจะไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นตามเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนไป ในขณะที่วงเหล้าของหนุ่มๆ กำลังเริ่มคึกคัก เนย ก็หันไปพยักหน้าให้ ต่าย ราวกับรู้ใจกัน เธอคว้าขวดไวน์แดงที่แช่เย็นจนได้ที่ขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานให้วิรัญญา "คุยกันปากแห้งหมดแล้วค่ะพี่วิ ลองจิบไวน์ตัวนี้ดูหน่อยไหมคะ? พี่เชน เขาคัดมาเป็นพิเศษเพื่อคืนนี้เลยนะ นุ่มมาก... ไม่บาดคอเลยสักนิด" เนยไม่รอคำตอบ เธอจัดการรินของเหลวสีแดงทับทิมลงในแก้วทรงสูงอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมขององุ่นหมักที่เข้มข้นโชยมาปะทะจมูกชวนให้ลิ้มลอง "ใช่ค่ะพี่วิ... มาบ้านนี้ถ้าไม่จิบไวน์ถือว่ามาไม่ถึงนะคะ" ต่ายเสริมพลางชูแก้วของตัวเองขึ้น "จิบไปคุยไปแบบผู้หญิงเราเนี่ยแหละค่ะ สนุกกว่าเป็นไหนๆ" วิรัญญารับแก้วไวน์มาถือไว้อย่างเสียไม่ได้ เธอจิบเพียงเล็กน้อยช้าๆ รสสัมผัสที่หวานล้ำทว่าซ่อนไปด้วยความร้อนแรงค่อยๆ ไหลผ่านลำคอ ความเย็นของเครื่องดื่มตัดกับอุณหภูมิในร่างกายที่เริ่มสูงขึ้นตามลำดับ "นุ่มจริงๆ ด้วยค่ะคุณเนย... รสชาติดีมากเลย" วิรัญญาเอ่ยปากชม แววตาที่เคยประหม่าเริ่มดูสดใสและเป็นกันเองมากขึ้น จากเพียงจิบเดียว... ก็กลายเป็นอีกหลายอึกตามมา บทสนทนาเรื่องความสวยความงามเริ่มขยับไปสู่เรื่องราวส่วนตัวและการหยอกล้ออย่างออกรส เสียงหัวเราะของสามสาวสอดประสานกันจนกลมกลืนไปกับเสียงเพลงแจ๊ส ความรู้สึกแปลกถิ่นในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกเธอเคยนั่งล้อมวงดื่มด้วยกันแบบนี้มานานนับปี "เนยบอกแล้ว... ว่าพี่วิคุยสนุก ต่ายว่าไหม?" เนยเอ่ยพลางยกแก้วขึ้นชนกับวิรัญญา "ที่สุดเลยค่ะ! ต่ายว่าเราเจอ 'คอเดียวกัน' แล้วล่ะพี่เนย" ต่ายตอบพลางขยับตัวเข้ามาเบียดชิดกับวิรัญญามากขึ้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มดูผ่อนคลายและไร้พรมแดน ฤทธิ์ของไวน์เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ แก้มของวิรัญญาเริ่มขึ้นสีแดงปลั่ง ลมหายใจเริ่มอุ่นร้อนและปนไปด้วยกลิ่นไวน์ที่เย้ายวน เธอเริ่มรู้สึกว่าความลับและความร่านร้อนที่เธอซ่อนไว้ภายใต้เดรสสีไวน์แดงนี้... อาจจะไม่จำเป็นต้องเก็บงำไว้อีกต่อไปเมื่ออยู่ท่ามกลาง 'เพื่อนใหม่' ที่ดูจะเข้าใจในกามารมณ์ไม่แพ้กัน +++ ความสนุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นนะคะ มาติดตามต่อในตอนหน้าเลยค่ะ +++ พลับพลึงดำ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD