บาปที่ถูกเปิดเผย

2674 Words
รถเบนซ์สีดำคันหรู ค่อยๆ คลานเข้ามาจอดในโรงรถช้าๆ ณัฐชนนยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังพวกมาลัย ถึงแม้ว่ารถจะจอดสนิทไปแล้วก็ตาม ภาพที่ภรรยาของเขาเดินอี๋อ๋อกับชายอื่นเข้าไปในคอนโด ยังคงติดตาเขาอยู่อย่างแจ่มชัด เขาค่อยๆ เปิดประตูรถ ก้าวลงมากอย่างอ่อนล้า พาตัวเองเข้าไปในบ้าน บ้านเคยอบอุ่น เต็มไปด้วยความรักความเข้าใจของ เขาและวิรัญญา ภรรยาผู้สมบูรณ์และเพียบพร้อมของเขา 'พี่ไม่คิดเลยว่าวิ จะทำกับพี่แบบนี้' เขาหยุดมองรูปแต่งงานของเขาและวิรัญญาที่ตั้งโชว์ในห้องรับแขก อย่างเศร้าสร้อยและผิดหวัง ณัฐชนน เดินเข้าไปในห้องทำงานของ วิรัญญา อย่างช้าๆ แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณส่องผ่านม่านเข้ามาเพียงริบหรี่ แต่บรรยากาศภายในห้องนั้นกลับหนักอึ้งราวกับถูกบีบอัดด้วยความลับที่กำลังจะเปิดเผย สายตาของเขาไปสะดุดกับโทรศัพท์มือถือของวิรัญญาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขัดเงา วิรัญญา ลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน! ณัฐชนน รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นี่คือโอกาสที่เขาจะได้รู้ความจริงทั้งหมดอย่างละเอียดและชัดเจน เขาสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา หัวใจของ ณัฐชนน เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเลื่อนดูข้อความต่างๆ อย่างช้าๆ ภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดลงไปในหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อความหวานซึ้ง รูปภาพที่สื่อถึงความใกล้ชิดสนิทสนม และบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่รุนแรงระหว่าง วิรัญญา และ ชายคนนั้น และหลังจากที่เขาเพ่งพิจารณาอยู่นาน เขาก็จำได้ว่า ชายคนนั้นเป็นใคร.. 'ธาวิน' ชื่อนั้นค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นมาในความทรงจำของเขา ณัฐชนนแทบหยุดหายใจเมื่อเจอโฟลเดอร์หนึ่งที่เขียนว่า “ความสุข” เมื่อเขาเปิดเข้าไป เขาพบกับคลิปวิดีโอหลายคลิป และรูปภาพที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลย ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของ วิรัญญา ทำให้ ณัฐชนน รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตไปทั้งร่าง "โอ๊ยย... คุณขา.. อูยย.. ซี๊ด..." ณัฐชนน กำโทรศัพท์แน่นจนมือสั่น เขากลั้นหายใจในขณะที่คลิปวิดีโอเริ่มเล่น ภาพที่ วิรัญญา หัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมกอดของ ธาวิน และเสียงกระซิบหวานๆ ที่เธอเรียกชื่อ ธาวิน ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความรู้สึกเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่น่ากลัว เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกฉีกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่อีกส่วนหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาดูคลิปแล้วคลิปเล่า อ่านข้อความแล้วข้อความเล่า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวด แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววความตื่นเต้นอย่างประหลาด เมื่อเขาดูจนหมดทุกคลิปทุกรูปภาพ ณัฐชนน ก็ยังคงกำโทรศัพท์แน่น เขายกโทรศัพท์ขึ้นแล้วถ่ายรูปหน้าจอคลิปและรูปภาพเหล่านั้นเก็บไว้ในโทรศัพท์ของตัวเอง ก่อนที่จะวางโทรศัพท์ของ วิรัญญา คืนไว้ที่เดิมอย่างเงียบเชียบ "เป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ?" เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเห็น เขาเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เขากลับมาที่ห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง ภาพของ วิรัญญา ในอ้อมกอดของ ธาวิน ยังคงฉายซ้ำอยู่ในห้วงความคิด ความรู้สึกเหล่านั้นตีรวนอยู่ในใจของเขาตลอดทั้งคืน แลความอ่อนเพลียและเหนื่อยอ่อนก็กล่อให้เขาต้องหลับไปพร้อมกับความคิดที่วุ่นวายสับสน รุ่งเช้า ณัฐชนน ตื่นขึ้นมาในความรู้สึกที่หนักอึ้ง เขาจัดการตัวเองเงียบๆ ราวกับคืนที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จากนั้นจึงลงมานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ไม่นานนัก เสียงกุญแจก็ดังขึ้นที่ประตู “นัฐ...กลับมานานแล้วเหรอคะ” วิรัญญา ถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างไม่อาจปกปิด ทันทีที่วิรัญญา ก้าวเข้ามาในบ้านด ใบหน้าเธอซีดเผือด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็น ณัฐชนน นั่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่เช้า เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มร่าเริงที่เคยมีเมื่อคืนนี้หายไปจากใบหน้าของเธอทันที “เพิ่งถึงเมื่อกี้เอง” ณัฐชนน ตอบเสียงเรียบ “งานเสร็จเรียบร้อยแล้วน่ะ แล้ววิล่ะ...เพิ่งกลับมาเหรอ ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้?” วิรัญญา ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เธอหลุบตาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา “อ๋อ...วิ...วิไปทำงานด่วนน่ะค่ะ...ลูกค้ามีปัญหาด่วนมาก เลยต้องเข้าไปแก้ไขตั้งแต่เมื่อคืน” ณัฐชนน พยักหน้าช้าๆ แต่ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของ วิรัญญา ราวกับจะอ่านความจริงจากท่าทางของเธอ เขาตัดสินใจที่จะไม่ยืดเยื้อ “วิ... พี่ว่าเรามีเรื่องที่ต้องคุยกัน” ณัฐชนน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเด็ดขาด จน วิรัญญา รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง “เรื่องอะไรคะ ทำไมต้องทำเสียงจริงจังขนาดนั้นด้วย” วิรัญญา ถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เธอกำกระเป๋าถือแน่นด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ณัฐชนน ไม่ตอบคำถาม แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา แล้วเปิดรูปภาพและคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายไว้เมื่อคืนก่อน “นี่คือสิ่งที่พี่อยากคุยด้วย” ณัฐชนน พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาของเขาสะท้อนความมืดมิดและความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง เขาค่อยๆ หันหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายหน้าจอและคลิปวิดีโอเหล่านั้นไปทาง วิรัญญา วิรัญญาแทบจะก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ แสงจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาที่เบิกกว้างของเธอ สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดทันทีราวกับถูกสาป เลือดในกายของเธอรู้สึกเย็นยะเยือกจนแทบจะหยุดไหล เธอจ้องมองหลักฐานที่มัดตัวอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ภาพของเธอและ ธาวิน ที่เต็มไปด้วยความลับ เป็นสิ่งที่เธอเคยคิดว่าถูกเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด บัดนี้มันถูกเปิดเผยออกมาอย่างโหดร้าย “คิดว่าพี่จะโง่เง่าไปตลอดรึไง วิ!” ณัฐชนน ตวาดถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกแต่แฝงด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึก เขาเน้นย้ำคำว่า ‘วิ’ อย่างเชือดเฉือน “วิคิดว่าพี่จะไม่รู้เรื่องที่วิแอบไปมีอะไรกับไอ้หมอนั่นอย่างนั้นเหรอ! บอกพี่มาสิ! วิตั้งใจทิ้งโทรศัพท์ไว้เพื่อท้าทายพี่ หรือวิประมาทเกินไปกันแน่!” วิรัญญาพยายามรวบรวมสติที่แตกสลาย เธอรีบโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ไม่...ไม่ใช่นะคะพี่! ไม่จริง! วิ...วิไม่ได้ตั้งใจ! ภาพพวกนี้...คลิปพวกนี้มัน...มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดค่ะ! วิแค่...วิแค่คุยเรื่องงานกับคุณธาวินจริงๆ ค่ะพี่!” เธอพยายามดึงสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ความสั่นเทาในน้ำเสียงและการที่เธอไม่กล้าสบตาเขานั้นชัดเจนเกินกว่าจะเชื่อได้ ณัฐชนน หัวเราะออกมาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง “เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ วิ?” เขาเลื่อนนิ้วไปบนหน้าจอโทรศัพท์ เผยให้เห็นคลิปวิดีโอที่มี วิรัญญา อยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นอย่างชัดเจน “วิจะให้พี่เชื่อว่านี่คือการ ‘เข้าใจผิด’ ของกล้องที่ถ่าย ‘เรื่องงาน’ อย่างนั้นเหรอ! หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้!” น้ำตาของ วิรัญญา ไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความพยายามในการแก้ตัวพังทลายลงสิ้นเชิงเมื่อเห็นหลักฐานที่แน่นหนา เธอจำนนต่อความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ “วิ...วิขอโทษค่ะพี่...วิขอโทษจริงๆ ค่ะ” เสียงของเธอแตกพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ขอโทษอย่างนั้นเหรอ!” ณัฐชนน ตอกกลับทันควัน เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความโกรธจัด “คำขอโทษมันใช้แลกกับความเชื่อใจที่พังทลายจนไม่เหลือชิ้นดีไปแล้วได้ไหม! วิรู้ไหมว่าวิทำอะไรลงไป!” วิรัญญา ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เธอร้องไห้อย่างหนักจนตัวสั่นสะท้าน ณัฐชนน ปล่อยให้ วิรัญญา ร้องไห้อยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน ปล่อยให้ความเจ็บปวดและความสำนึกผิดกัดกินจิตใจของเธอ เขารู้สึกเจ็บปวดเช่นกันที่เห็นภรรยาที่เคยสดใสต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะลบเลือนความเจ็บปวดที่เขาได้รับ หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างเชื่องช้า... วิรัญญา ผ่ายผอมลงไปมาก ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งรอยยิ้ม ณัฐชนน เองก็ดูซูบผอมลงเช่นกัน แต่แววตาของเขายังคงฉายแววความเจ็บปวดและสับสนปนเปกับบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะเข้าใจ ในแต่ละวัน วิรัญญา พยายามทำทุกอย่างเพื่อเรียกคืนความรักที่เคยมีกลับมา เธอทำอาหารเช้าที่ ณัฐชนน ชอบที่สุดทุกวัน แต่ ณัฐชนน มักจะรีบออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้า โดยที่แทบจะไม่แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย “พี่...วิขอโทษนะคะ...วิขอโทษจริงๆ ค่ะ” วิรัญญา พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า “วิรู้ว่าวิผิดมาก...วิยอมรับทุกอย่างค่ะ...ขอแค่พี่อย่าทิ้งวิไปนะคะ...วิอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่” “พี่ยังไม่พร้อมจะคุย” ณัฐชนน ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทิ้งให้ความเย็นชาและความห่างเหินกัดกินหัวใจของ วิรัญญา มากขึ้นไปอีก วันเวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกที่เย็นเยียบของทั้งสอง ราวกับเข็มนาฬิกาหยุดเดินอยู่กับที่ จนกระทั่งค่ำคืนวันศุกร์มาถึง... บรรยากาศในบ้านพักสุดหรู นั้นไม่ได้สะท้อนความมั่งคั่งใดๆ เลย มันกลับปกคลุมไปด้วยความมืดสลัวและเงียบงันจนน่าอึดอัด วิรัญญา ไม่ได้เปิดไฟดวงหลัก เธอปล่อยให้แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นเพียงดวงเดียวทอดเงาอ่อนๆ ลงบนห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง ร่างบอบบางของเธอในชุดคลุมอาบน้ำตัวเก่าๆ นั่งขดตัวอยู่บนโซฟาหนังอย่างหงอยเหงา เธอจมดิ่งอยู่ในห้วงความเศร้าโศก ใบหน้าซูบตอบที่เคยสดใสไร้ซึ่งชีวิตชีวา มือเรียวเล็กกำชายผ้าแน่นราวกับพยายามยึดเหนี่ยวอะไรบางอย่างไว้ไม่ให้จมหายไป เธอตัวสั่นสะท้านเป็นระยะๆ ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวและความสำนึกผิดที่กัดกินจิตใจ ณัฐชนน กลับบ้านเร็วกว่าปกติในคืนนี้ เขาก้าวเข้ามาในความมืดสลัวนั้นอย่างเงียบเชียบ เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิทางอารมณ์ที่ติดลบของภรรยา เขาจัดการกับเรื่องราวส่วนตัวอย่างเรียบง่าย แล้วเดินตรงมาหยุดยืนที่ตรงหน้าโซฟาตัวนั้น ตัวที่ วิรัญญา นั่งขดตัวด้วยอาการเหม่อลอย ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณได้หลุดลอยออกไปจากร่างแล้ว ความเงียบหนักอึ้งระหว่างทั้งคู่ถูกทำลายลงด้วยเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของ ณัฐชนน: “วิ...” ณัฐชนน เอ่ยเรียกเบาๆ ก่อนจะสูดหายใจลึก “พี่คิดว่า...ตอนนี้พี่พร้อมแล้วที่จะคุยกับวิ” วิรัญญา สะดุ้งเฮือกราวกับถูกปลุกจากภวังค์อันมืดมิด แววตาที่ไร้ชีวิตชีวาพลันฉายประกายแห่งความหวังอันริบหรี่ขึ้นมาทันที ความหวังว่าการสนทนานี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการให้อภัย แต่ในขณะเดียวกัน ความหวาดกลัวต่อผลลัพธ์ก็เข้าครอบงำจนร่างกายเธอแข็งทื่อ เธอมองใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเย็นชาของสามี ณัฐชนน ไม่รอให้เธอตอบรับ เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอีกตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาคมกริบของเขาทิ่มแทงเข้ามายังภรรยาอย่างตรงไปตรงมา “พี่ต้องการให้วิบอกพี่มาทั้งหมด เล่ามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น...ไม่มีการโกหกแม้แต่นาทีเดียว นี่เป็นโอกาสเดียวของวิที่จะพูดความจริงออกมา” เสียงของ ณัฐชนน แหบพร่าและหนักแน่น ทุกพยางค์ที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยอำนาจที่กดทับ วิรัญญา รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นนักโทษที่ได้รับคำสั่งให้สารภาพ “ค่ะ! วิจะเล่าให้ฟังทุกอย่างค่ะ...วิจะไม่ปิดบังอะไรอีกแล้ว” ความหวังและความกลัวผสมผสานกันจนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตึงเครียด เธอเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและสะอึกสะอื้น “มันเริ่มขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้วค่ะ...วิรู้สึกเหงามาก...นัฐยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาให้วิเลย...วิเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวันที่ซ้ำซาก...จนกระทั่งวิได้เจอคุณธาวิน” เธอเล่าถึงการที่ ธาวิน เข้ามาเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้น “ตอนแรก...วิแค่คุยกับคุณธาวินเรื่องงาน...เขามักจะให้คำปรึกษาที่ดีเสมอ เขาเก่งในการมองเห็นจุดแข็งของวิ และเขาก็รับฟังทุกเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องงาน...เขาทำให้วิรู้สึกว่ามีคนสนใจ...มีคนรับฟัง...ซึ่งตอนนั้น...พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้วิเลย” วิรัญญา เล่าต่อถึงวันที่ความสัมพันธ์เริ่มเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน “วันนั้น...เป็นวันที่วิเครียดกับงานมากค่ะ...วิไปทานข้าวกับคุณธาวินหลังเลิกงาน...แล้วเขาก็ชวนวิไปดื่มต่อที่คอนโดของเขา...เมื่อไปถึง...บรรยากาศมันก็พาไปค่ะ...วิยอมรับว่าวิรู้สึกตื่นเต้น...คุณธาวินดูแลวิดีมาก...เขาพูดจาอ่อนโยน...เขามองวิด้วยสายตาที่ทำให้วิรู้สึกมีคุณค่า...และ...และคืนนั้น...วิก็...ก็ปล่อยตัวไปค่ะ” “ตอนแรกที่มันเกิดขึ้น...วิเสียใจมากค่ะ จริงๆนะคะ...วิพยายามจะหยุดมัน...วิบอกคุณเขาว่าเราจะทำแบบนี้อีกไม่ได้...แต่มันก็เหมือนผีเข้าผีออก” วิรัญญา พูดเสียงสะอื้น “คุณธาวินเขาก็พยายามอ้อนวอน...เขาบอกว่าเขารักวิ...เขาขาดวิไม่ได้...แล้ว...แล้ววิก็อ่อนแอเกินไป...เมื่อเขามอบสิ่งที่ทำให้วิรู้สึกตื่นเต้น...ความโหยหา...และความปรารถนาที่จะได้อยู่กับเขาอีกครั้ง มันทำให้วิลืมความผิดชอบชั่วดีไปหมดสิ้น” “วิพยายามจะเลิกหลายครั้งแล้วนะคะ วิพยายามแล้ว...แต่วิก็ทำไม่ได้...เมื่อเขาอ้อนวอน...เมื่อเขามอบสิ่งที่ทำให้วิรู้สึกเต็มที่...วิก็ปฏิเสธเขาไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ” วิรัญญา จบคำสารภาพด้วยเสียงสะอื้นอย่างหนัก ณัฐชนน ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินไปหยุดที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปนอกอาคารสูง เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเธอ “พี่จะให้โอกาสวิ วิ” ณัฐชนน พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทุกคำพูดของเขาดังก้องอยู่ในใจของ วิรัญญา “แต่วิต้องจำไว้ว่า...นี่ไม่ใช่การให้อภัย...มันคือการเริ่มต้นใหม่...ภายใต้เงื่อนไขที่พี่จะกำหนด และวิไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่น้อย” วิรัญญา เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนดีใจ เธอพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ค่ะ! วิยอมค่ะ! วิยอมทุกเงื่อนไขเลยค่ะนัฐ!” ณัฐชนน พยักหน้าช้าๆ เขาก้าวเข้าหาภรรยาช้าๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มของเธออย่างอ่อนโยน แต่สัมผัสของเขานั้นเย็นชาจน วิรัญญา สั่นสะท้าน ดวงตาของเขาลุกวาวด้วยความมุ่งมั่นและอำนาจที่ทำให้เธอหวาดกลัวอย่างประหลาด “ดี” เขาพูด “พรุ่งนี้เช้า...เราจะคุยรายละเอียดกันอีกครั้ง” จากนั้น ณัฐชนน ก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ทิ้งให้ วิรัญญา นั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวท่ามกลางความเงียบงัน เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งได้รับชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยภาระหนักอึ้ง เธอพร้อมที่จะยอมรับทุกสิ่งเพื่อรักษาครอบครัวนี้ไว้ แต่สิ่งที่ วิรัญญา ไม่รู้คือ...ภายใต้ความอ่อนโยนที่ ณัฐชนน แสดงออกนั้น มีเพียงความปรารถนาที่มืดมิดกำลังก่อตัวขึ้น ปรารถนาที่จะครอบครอง ควบคุม และลงโทษเธอในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD