พันธนาการรักใต้แสงจันทร์ EP.01

1065 Words
เมื่อหลายศตวรรษก่อน ณ...ปราสาทวลาดิเมียร์ซึ่งตั้งอยู่นอกเมือง เสียงเอะอะโวยวายจากเจ้าของปราสาททำให้บรรดาสาวใช้และลูกน้องคนสนิทต่างพากันก้มหน้า หลบสายตาวาวโรจน์จากผู้เป็นนายเหนือหัวด้วยความหวาดกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นสีหน้าน่ากลัวทว่าแฝงความอำมหิตเอาไว้ของชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์แวมไพร์ อลูคัส วลาดิเมียร์ ราชาแวมไพร์รุ่นที่สอง “พวกเจ้าตอบข้ามาได้หรือยังว่าอิสเบลล่าหายไปไหน” “ไม่ทราบเจ้าคะท่านอลูคัส ท่านหญิงสั่งให้ข้าไปเอาหนังสือที่ห้องนั่งเล่นมาให้ พอข้าน้อยกลับมาอีกทีท่านหญิงก็ไม่อยู่แล้วเจ้าค่ะ” นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าท่านหญิงอิสเบลล่าหายไปไหน ในเมื่อนางถูกสั่งให้ไปเอาหนังที่ห้องสมุด ท่านหญิงก็เหลือเกินจริงๆ ชอบทำให้นางกับสาวใช้ต้องลำบากอยู่เสมอ ครั้งก่อนก็ออกไปเดินเล่นนอกปราสาทโดยไม่บอกนางสักคำ อีกทั้งยังไม่ยอมพาใครติดตามไปคุ้มครอง โชคดีที่กลับมาอย่างปลอดภัย ทว่านางกับแวมไพร์หนุ่มอีกสองตนกลับถูกลงโทษเพราะดูแลท่านหญิงไม่ได้ “ในปราสาทมีเจ้าตนเดียวหรือไงโซฟีที่คอยรับใช้คู่ชีวิตของข้า” “เปล่าเจ้าค่ะ” แวมไพร์สาวทั้งสี่ตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน “เจ้าไปอยู่ที่ไหนมาคามิล่า” “ท่านหญิงอยากอยู่เพียงลำพัง ก็เลยสั่งให้ข้าไปเตรียมของที่ท่านหญิงอยากได้มาเจ้าค่ะ” “นางอยากได้อะไร” “เอ่อ...” “ตอบข้ามาคามิล่า” อลูคัสมองสาวใช้อย่างคาดคั้น อิสเบลล่าต้องการอะไรเหตุใดถึงไม่ยอมบอกเขา สั่งให้ผู้อื่นไปทำแทนแล้วจะได้สิ่งที่ต้องการมาหรืออย่างไร แวมไพร์หนุ่มรู้สึกไม่พอใจกับความเอาแต่ใจของคู่ชีวิต แม้นางจะเรียบร้อยอ่อนหวาน ทว่ากลับดื้อรั้น เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจเช่นกัน ในขณะที่แวมไพร์ทุกตนภายในปราสาทวลาดิเมียร์กำลังหวาดกลัวกับความพิโรธของผู้เป็นนายเหนือหัว หากแต่ตัวต้นเหตุของความวุ่นวายกำลังนั่งชมพระอาทิตย์ตกอยู่ตรงชายป่าด้านหลังปราสาท ดวงตาคู่งามจ้องมองพระอาทิตย์ที่เริ่มปรับแสงที่เคยสว่างให้เบาบางลง พระอาทิตย์ดวงกลมโตเริ่มเคลื่อนมุดลงตรงปลายเทือกเขาอย่างเชื่องช้า ก่อนที่พระจันทร์ดวงโตเริ่มปรากฏขึ้นมาแทนเจ้าของแสงสว่างเจิดจ้าที่สร้างความหนักใจให้แก่เผ่าพันธุ์ของนาง พระจันทร์เริ่มฉายแสงสีเหลืองนวลสบายตา ประดับประดาด้วยกลุ่มดาวน้อยใหญ่ กระจายกระจายอยู่บนฟากฟ้า รอยยิ้มอ่อนหวานแต้มมุมปากอิ่ม ยามแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า แวมไพร์อย่างพวกนางไม่สามารถต้อนรับแสงสว่างได้มากนัก มีเพียงสายเลือดแท้เท่านั้นที่เดินท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้านั่นได้ โชคดีที่นางก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ทว่าก็ไม่สามารถออกเดินเล่นยามเที่ยงวันได้ เพราะแสงแดดมันร้อนแรงจนร่างกายทนรับสภาพไม่ไหว แสงแดดอ่อนยามเช้า ช่วงนี้เท่านั้นที่นางสัมผัสและมานั่งชื่นชมความงามของแสงสว่างที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ทั้งวัน “สวยมากเลยใช่ไหมพลูจัง” อิสเบลล่าก้มมาถามสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักแล้วแหงนหน้าขึ้นไปชื่นชมความงามของแสงอาทิตย์ยามเย็นอย่างมีความสุข มีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนอนหลับอย่างสบายใจอยู่ข้างกาย ทว่านางไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่นางมีโอกาสได้สัมผัสสิ่งที่นางเคยใฝ่ฝันมาตลอดหลายศตวรรษ ไม่ไกลจากที่อิสเบลล่านั่งชมพระอาทิตย์ตกมากนัก มีชายหนุ่มรูปร่างสูงยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังร่างระหงที่แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความชิงชัง เพราะนางทุกอย่างถึงเป็นเช่นนี้ หากไม่มีนางความรักของเขาคงสมหวังและมีความสุขไปแล้ว “ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้ามีความสุขเด็ดขาดอิสเบลล่า” เสียงพึมพำที่หลุดออกมาปาก บอกถึงความเกลียดชังในตัวของอิสเบลล่าอย่างชัดเจน จากนั้นชายที่หลบซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ก็หายตัวจากไปอย่างเงียบเชียบ ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าคมกลับดูน่ากลัวยิ่งนัก ในบรรดาแวมไพร์ที่ใกล้ชิดกับราชาแวมไพร์ มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีหน้าตาคล้ายสตรี อีกทั้งรูปร่างก็ไม่ได้สูงใหญ่อย่างที่แวมไพร์ส่วนใหญ่เป็นกัน อิสเบลล่าตวัดสายตาหันมามองด้านหลังด้วยความระแวง เมื่อกี้นางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงของอมนุษย์ ทว่าพอหันไปมองก็ไม่พบเจ้าของจิตสังหาร ใบหน้างดงามเบ้เล็กน้อย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน สายตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆ ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นยืน “กลับปราสาทดีกว่า บรรยากาศไม่ค่อยดีเสียแล้ว” ที่จริงแถวนี้เป็นอาณาเขตของปราสาทวลาดิเมียร์ ไม่น่าจะมีผู้บุกรุกเข้ามาได้ ทว่าจิตสังหารที่รุนแรงเมื่อกี้ทำให้นางรู้สึกไม่ปลอดภัย “ไปกันเถอะพลูจัง ป่านนี้อลูคัสคงกลับมาจากสภาแวมไพร์แล้ว” “เมี้ยว” เจ้าพลูน้อยร้องบอกแล้วขยับตัวลุกขึ้นยืนก่อนกระโดดขึ้นบนหัวไหล่ของเจ้านายสาว อิสเบลล่ายิ้มให้เจ้าแมวน้อยพันธุ์ขนยาวตัวหนึ่ง นางไม่รู้หรอกว่าแท้ที่จริงแล้วเจ้าแมวน่ารักตัวนี้เป็นแมวสายพันธุ์อะไร หากจำไม่ผิดเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของนางตัวนี้ถูกนำมาจากดินแดนแถบเปอร์เซียร์(Persian) ซึ่งอลูคัสนำมาเป็นของกำนัลให้เธอเมื่อหลายปีก่อน นางเดินลงมาจากโขดหินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงักหยุดเดิน สายตาแหงนมองเจ้าร่างสูงใหญ่ที่กระโดดมาขวางทางเดิน ดวงตาคู่งามเบิกกว้างเมื่อเห็นชุดและอาวุธที่ชายผู้นั้นถืออยู่ “นักล่าแวมไพร์” “ในที่สุดข้าก็หาเจ้าพบเสียทีอิสเบลล่า” “เจ้าเป็นใคร แล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้าคืออิสเบลล่า” “ดูให้ดีสิอิสเบลล่าว่าข้าหน้าตาเหมือนใคร” ชายหนุ่มย้อนถามอย่างโกรธแค้น เพราะนาง! ครอบครัวเขาถึงได้สูญเสียน้องชายเพียงคนเดียวไป หากไม่มีนาง...บิดามารดาก็คงไม่เป็นทุกข์กับการจากไปของกาเบรียล ///////// ...โปรดติดตามตอนต่อไป...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD