บทที่19
ช่วย
เมื่อเห็นเเบบนั้นธันยวีร์จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที
“อย่านะ” ธันยวีร์รีบวิ่งไปจับเก้าอี้ไม่ให้ล้มก่อนที่เจ้าตัวคนก่อนเหตุจะตกใจเเละเอาเชือกออกจากคอ
“คุณเป็นใคร มาห้ามผมทำไม”
“คุณอย่าคิดสั้นเเบบนี้สิ”
“ผมคิดสั้นงั้นหรอ ผมคิดดีเเล้วตั้งหาก”
“ถ้าคุณคิดดีเเล้ว คุณคงไม่คิดจะทิ้งลูกกับภรรยาของคุณ คุณไม่เป็นห่วงพวกเขาหรอคะ ถ้าคุณคิดจะทำเเบบนี้เพื่อหนีปัญหา ฉันว่าการตายของคุณมันจะสร้างปัญหาให้ลูกกับภรรยาของคุณมากกว่านะคะ”
“ถ้าผมไม่ตายวันนี้ พรุ่งนี้ผมก็ต้องตายอยู่ดี พวกมันไม่เอาผมไว้เเน่ๆ”
“ฉันจะช่วยคุณเอง”
“คุณช่วยไม่ได้หรอก ไม่มีใครช่วยได้ทั้งนั้น”
“ฉันชื่อเอม เป็นอาจารย์สอนที่มหาลัย บ้านฉันทำธุรกิจใหญ่ ฉันช่วยคุณได้”
“จ..จริงหรอครับ”
“จริงสิ ขอเเค่คุณช่วยฉัน”
“ช่วยอะไร”
“ฉันเห็นว่าคุณพึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทN.P.S. ฉันเเค่อยากได้ข้อมูลบางอย่าง”
“เเล้วผมจะเชื่อใจคุณได้ยังไง”
“นี่นามบัตรฉัน” พูดจบธันยวีร์ก็ยื่นนามบัตรในกระเป๋าเสื้อออกมาให้ชายเเปลกหน้าก่อนที่ชายเเปลกหน้าจะยื่นมือมารับนามบัตรเเละอ่าน
“ฉันชื่อเอม”
“ผมธีรพงศ์ เรียกสั้นๆว่าธีก็ได้ครับ”
“ฉันจะช่วยคุณเองค่ะ”
“คุณต้องช่วยผมนะครับ”
“ค่ะ ว่าเเต่คุณทำงานอะไร เเล้วครอบครัวคุณอยู่ที่ไหน”
“ผมเป็นพนักงานส่งของในบริษัทN.P.S.ลูกกับเมียผมอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด”
“เเล้วทำไมคุณถึงบอกว่าพวกนั้นจะไม่เก็บคุณไว้”
“ผมรู้ความลับของผู้จัดการ เขาไม่เอาผมไว้เเน่”
“ความลับหรอ บอกได้มั้ย”
“เอ่อคือ…”
“ฉันจะช่วยคุณเอง เดี๋ยวฉันจะให้คนของฉันไปรับลูกกับภรรยาของคุณมาอยู่ที่บ้านของฉัน ส่วนคุณก็ย้ายมาอยู่บ้านฉันก่อนเพื่อความปลอดภัยของคุณเเละครอบครัว ถ้าเรื่องจบเเล้วคุณค่อยออกมา”
“จริงหรอครับ”
“ถ้าคุณให้ความร่วมมือกับฉัน ฉันจะช่วยคุณ”
“ผมจะเเน่ใจได้ยังไง”
“คุณจะไม่เชื่อฉันก็ได้นะ เเต่ถ้าเกิดกว่าเรื่องที่คุณรู้ฉันสามารถเเก้ปัญหาได้ ก็จะไม่มีใครต้องเดือดร้อนอีก คุณว่ามั้ยล่ะ” หลักจิตวิทยาที่เรียนมาใช้ได้ผล ตอนนี้ธันยวีร์ใช้วิธีการที่ตอนเคยเรียนมาไกล่เกลี่ยจนธีรพงศ์เคลิ้มตาม
“ครับ งั้นฉันจะเชื่อคุณ ผมเป็นพนักงานส่งของให้บริษัทที่นี่มานาน จนเมื่อปีที่เเล้ว บริษัทได้เปลื่ยนผู้จัดการใหม่คือคุณพิสิฐ หลักจากนั้นคุณพิสิฐก็ให้ผมส่งของอย่างอื่นที่ไม่ใช่ของๆบริษัท เเรกๆผมไม่สงสัยจนกระทั่งผมทำของหล่นตอนขนส่ง ผมเลยรู้ว่ามันคือยาเเละอาวุธ ครั้งนั้นผมรอดมาได้เพราะไม่มีใครเห็น เเต่ครั้งนี้ผมดันไปได้ยินคุณพิสิฐคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่องการค้าผู้หญิง ผมโดนขู่ว่าถ้าผมพูดอะไรออกไปลูกเมียผมจะตกอยู่ในอันตราย ผมเลยไม่กล้าพูด ผมได้เเต่หาหลักฐานในการเอาผิดคุณพิสิฐอยู่นาน เเต่หลักฐานก็ดันมาถูกทำลายไปซะก่อนตอนนี้ผมเลยเหลือหลักฐานไม่มาก เเละก็ยังโดนคุณพิสิฐหมายหัวอีก” ความในใจของชายตรงหน้าถูกเผยออกมาด้วยท่าทีของความเจ็บเเค้นในใจปนไปกันความรู้สึกผิดที่ตนไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
“ฉันขอหลักฐานได้มั้ยคะ เเล้วคุณก็รีบเก็บของไปกับฉัน ฉันจะพาคุณไปรับภรรยาเเละลูกของคุณ”
“จริงหรอครับ”
“จริงสิ”
“ผมขอเวลาสักครู่นะครับ”
“โอเค”
หลังจากนั้นธีรพงศ์ก็เดินออกไป เหลือเเค่ธันยวีร์กับวิญญาณสาวที่มีเพียงธันยวีร์เท่านั้นที่เห็น
“เอม เข้าไว้ใจได้ใช่มั้ย” วิญญาณสาวข้างกายถามขึ้นเมื่อชายหนุ่มเดินออกไป
“ไว้ใจได้สิ”
“ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะเอม”
“ไม่ต้องห่วงนะ”
ไม่นานนักชายคนดังกล่างก็เดินลงมาพร้อมกระเป๋าเป้เเละซองเอกสารสีน้ำตาลลงมาด้วย
“นี่คือหลักฐานที่ผมมี”
“โอเคค่ะ งั้นเราไปกันเถอะ”
“ครับ”