เช้าวันรุ่งขึ้น นดาตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสกว่าปกติ หญิงสาวใช้เวลาหน้ากระจกนานเป็นพิเศษเพื่อแต่งหน้าอ่อนๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ดึงดูดสายตา และที่สำคัญ วันนี้เธอเลือกหยิบกระโปรงทรงเอเข้ารูปที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย แถมยังมีกิมมิค 'ผ่าหน้า' ขึ้นมาจนเห็นต้นขาขาวเนียนเวลาขยับตัวก้าวเดิน
ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งไปอ่อยพี่คินหรอกนะแต่เธอตั้งใจจะแต่งมายั่วโมโหคนห้องตรงข้ามต่างหาก
เมื่อเช็กความเรียบร้อยจนพอใจ นดาก็คว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง 1408 เตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย แต่ทว่า...
แกร๊ก...
ราวกับมีใครตั้งเวลาเอาไว้ ประตูห้อง 1409 ฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกพร้อมกันเป๊ะ ร่างสูงของ พี่ธันวา ก้าวออกมาในชุดนักศึกษาเต็มยศ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ กับกางเกงสแล็กสีดำที่รับกับช่วงขายาวๆ ของเขา ทำให้วันนี้อดีตแฟนของเธอดูหล่อออร่าจับจนนดาเผลอมองตาค้างไปชั่ววินาที
"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ธันวา บังเอิญจังเลยนะคะ ออกมาพร้อมกันเลย"
นดารีบดึงสติกลับมา แล้วส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปทักทายคนตัวโตทันที
ธันวาชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมปรายมองคนตัวเล็กที่ยืนส่งยิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง ก่อนจะดึงหน้าตึง ทำเป็นหูทวนลมไม่ตอบรับคำทักทายใดๆ มือหนายกขึ้นล็อกประตูห้องด้วยท่าทีเย็นชา กะจะเดินตัดหน้าเธอไปที่ลิฟต์เงียบๆ
ทว่า... จังหวะที่นดาก้าวเท้าเดินตามออกมาจากห้อง รอยแยกของกระโปรงทรงเอที่ผ่าสูงขึ้นมาด้านหน้า ก็เปิดอ้าออกเล็กน้อยตามจังหวะการก้าวเดิน เผยให้เห็นผิวขาวจัดและเรียวขาเนียนสวยอย่างชัดเจน
สายตาคมกริบที่ตั้งใจจะมองเมิน ดันเผลอหลุบต่ำลงไปปะทะกับภาพนั้นเข้าอย่างจัง
ร่างสูงชะงักกึกไปเสี้ยววินาที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ ความหงุดหงิดที่เพิ่งสงบลงไปเมื่อคืนตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอยอีกครั้ง
‘แต่งตัวบ้าอะไรของยัยเด็กนีกระโปรงสั้นแค่นั้นไม่พอ ยังจะผ่าหน้าขึ้นมาอีก กะจะไปเดินแฟชั่นโชว์หรือไง’
ธันวากัดฟันกรอด พยายามเบือนหน้าหนีไปทางประตูลิฟต์ แต่ปากที่ไวกว่าความคิดก็อดไม่ได้ที่จะพ่นคำพูดแดกดันออกไปลอยๆ สไตล์คนปากแข็ง
"เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยเขาขาดแคลนผ้าหรือไง... ถึงได้ตัดกระโปรงมาแค่คืบเดียวแถมยังแหวกซะขนาดนั้น" น้ำเสียงทุ้มกดต่ำติดจะหงุดหงิด
"หรือว่าตั้งใจแต่งไป 'อ่อย' ใครตั้งแต่เช้า ถึงได้กลัวว่าเขาจะไม่เห็นเนื้อหนังมังสา"
ประโยคเจ็บแสบที่จงใจกระทบชิ่งเรื่องเมื่อเย็นวาน ทำเอานดาที่เดินตามมาหยุดกึก หญิงสาวก้มลงมองกระโปรงตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนรอลิฟต์อยู่
แทนที่เธอจะโกรธหรือหน้าเสีย นดากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แล้วเดินเข้าไปยืนประกบข้างๆ เขาอย่างจงใจ
"ก็ไม่ได้ตั้งใจจะอ่อยใครเป็นพิเศษหรอกค่ะ"
นดาลากเสียงยาวพลางชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ คนหน้าตึง
"แต่ถ้านดาแต่งแบบนี้ แล้วมันทำให้ 'ใครบางคน' แถวนี้หงุดหงิดจนต้องพูดประชดออกมาได้ นดาก็ถือว่ากระโปรงตัวนี้คุ้มค่าตัวมันแล้วล่ะค่ะ"
"เธอนี่มัน.. "
ธันวาหันขวับมาถลึงตาใส่ นัยน์ตาคมวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกจับไต๋ได้
"ทำไมคะ? หรือว่าพี่ธันวาหวงนดา ไม่อยากให้ใครมอง?"
หญิงสาวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาซุกซนเป็นประกายท้าทาย "ถ้าหวง ก็พูดออกมาตรงๆ สิคะ นดาจะได้กลับไปเปลี่ยนให้"
"ใครหวง อย่ามาหลงตัวเอง"
ร่างสูงตวาดกลับเสียงดังกว่าปกติ ใบหูขาวๆ เริ่มซับสีเลือดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"พี่ก็แค่สมเพสเห็นแล้วมันอุจาดตาต่างหาก ใครจะไปอยากมองคนนิสัยเสียแบบเธอ"
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์เปิดออกพอดีราวกับระฆังช่วยชีวิต ธันวารีบสาวเท้ายาวๆ ก้าวเข้าไปในลิฟต์ทันทีโดยไม่รอคนตัวเล็ก แถมยังกดปุ่มปิดประตูรัวๆ หวังจะหนีสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด
แต่นดาก็ไวพอกัน เธอแทรกตัวเข้ามาในลิฟต์ได้ฉิวเฉียดก่อนที่ประตูจะหนีบ หญิงสาวยืนพิงผนังลิฟต์ กอดอกมองอดีตคนรักที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่คนละฝั่งด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ
"ปากบอกว่าอุจาดตา..."
นดาพูดลอยๆ ขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ "แต่เมื่อกี้ตอนนดาก้าวออกจากห้อง นดาเห็นนะคะว่าสายตาใครบางคนหลุบลงไปมองที่ขาของนดาเต็มๆ เลย... อุ๊ย สงสัยตาฝาดแน่เลยเรา"
"นดา!!"
เสียงเรียกชื่อดังลั่นลิฟต์พร้อมกับใบหน้าหล่อจัดที่ตอนนี้แดงเถือกลามไปถึงลำคอ นดาหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ไม่สนใจสายตาดุๆ ที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของเขาเลยสักนิด
วันเดียวกันวลาเที่ยงตรง เสียงกริ่งหมดคาบเรียนวิชาพื้นฐานดังขึ้นราวกับเสียงสวรรค์ของเด็กปีหนึ่ง นดากับมิ้นต์รีบกวาดสมุดเลกเชอร์และปากกาลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว
"หิวมากกก หิวจนไส้จะขาดแล้วนดา วันนี้เราไปกินข้าวโรงอาหารกลางกันเถอะ ฉันอยากกินข้าวขาหมูร้านประจำ" มิ้นต์บ่นอุบอิบพลางคล้องแขนเพื่อนสาวเดินลงมาจากตึกเรียน
"ได้สิ แต่ว่า"
นดายิ้มมุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับเมื่อนึกถึงนัดสำคัญ "วันนี้เราไม่ได้ไปกินกันแค่สองคนนะมิ้นต์"
"เอ๋? ใครไปอ่า เพื่อนกลุ่มเราคนอื่นเขาแยกไปกินหน้ามอหมดแล้วนี่"
ยังไม่ทันที่นดาจะได้อธิบาย ร่างของทั้งคู่ก็เดินพ้นประตูตึกคณะออกมาพอดี ท่ามกลางนักศึกษาที่พลุกพล่าน มีใครบางคนกำลังยืนโดดเด่นเป็นสง่าดึงดูดสายตาสาวๆ ทั้งคณะให้เหลียวมองเป็นตาเดียว
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ สวมทับด้วยเสื้อช็อปสีเลือดหมูของคณะวิศวกรรมศาสตร์ รูปร่างที่ดูสมส่วนบวกกับใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มขี้เล่นของ 'พี่คิน' ทำเอาบรรยากาศหน้าคณะสว่างวาบขึ้นมาทันที
"กรี๊ดดด นดาแกดูพี่คนนั้นสิ หล่อมาก หล่อแบบวัวตายควายล้มเด็กคณะเราด้วยอะ แกดูออร่าความผัวนั่นสิ!" มิ้นต์เขย่าแขนนดารัวๆ พร้อมกับกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้นขั้นสุด โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าเป้าหมายกำลังมองตรงมาที่พวกเธอ
เมื่อคินเห็นร่างเล็กที่คุ้นตาเดินออกมา เขาก็ดันตัวออกจากเสาที่พิงอยู่ แล้วส่งยิ้มหวานละลายใจพร้อมกับก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาทันที
"เลิกเรียนพอดีเลยนะครับ น้องนดา"
เสียงทุ้มเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง ทำเอามิ้นต์ที่ยืนเกาะแขนนดาอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง วิญญาณสาววายและติ่งคนหล่อแทบจะหลุดออกจากร่าง เธอหันขวับมามองหน้านดาสลับกับพี่คินด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับไข่ห่าน
"อ๊ะ... พี่คิน มารอรับถึงหน้าคณะเลยเหรอคะ นดานึกว่าจะให้ไปเจอกันที่โรงอาหารเลยซะอีก"
นดาส่งยิ้มหวานตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ
"พี่กลัวเราจะหลงน่ะสิครับ เพิ่งเปิดเทอมวันแรกด้วย ไปด้วยกันเลยดีกว่า" คินตอบพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปรายตามองเพื่อนสนิทของนดาที่ยืนแข็งเป็นหินไปแล้ว
"แล้วนี่... เพื่อนเราเหรอครับ?"
"อ้อ! นี่มิ้นต์ค่ะเพื่อนสนิทนดาเอง มิ้นต์... นี่พี่คิน รุ่นพี่ปีสามวิศวะ พอดีเมื่อวานพี่คินมีอุบัติเหตุเดินชนนดานิดหน่อย วันนี้ก็เลยบอกว่าจะเลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษน่ะค่ะ" นดาหันไปแนะนำเพื่อน
"สะ... สวัสดีค่ะพี่คิน!" มิ้นต์รีบยกมือไหว้ รวบรวมสติที่แตกกระเจิงกลับมาอย่างรวดเร็ว
"สวัสดีครับน้องมิ้นต์" คินรับไหว้ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร "น้องมิ้นต์ไปทานข้าวด้วยกันสิครับ ถือว่าพี่เลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ทั้งสองคนเลย ไปกันหลายๆ คนสนุกดี"
"จะ... จะดีเหรอคะพี่คิน เกรงใจแย่เลย" มิ้นต์ทำทีเป็นเกรงใจ แต่สองมือแอบหยิกแขนนดาแน่นเป็นเชิงบอกว่า 'แกห้ามปฏิเสธนะ!'
"ดีสิคะ มิ้นต์ไปกินด้วยกันนี่แหละ นดาจะได้มีเพื่อนคุยด้วย" นดาหัวเราะร่วน แอบขำกับท่าทางเก็บอาการไม่อยู่ของเพื่อนสนิท
"งั้นตกลงตามนี้นะครับ ไปกันเถอะ เดี๋ยวตอนเที่ยงคนจะเยอะหาโต๊ะยาก"
คินเดินนำสองสาวมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย มิ้นต์ที่เดินตามหลังมาติดๆ รีบกระซิบกระซาบข้างหูนดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขั้นสุด
"นดา! แกไปตกพี่คินมาตอนไหนเนี่ย! นี่มันเดือนวิศวะเลยนะแก! กรี๊ดดดด ฉันจะได้นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับคนหล่อระดับประเทศ โอ๊ยยย บุญตาของนังมิ้นต์จริงๆ!
"
นดาเพียงแค่ยิ้มขำๆ กับความเล่นใหญ่ของเพื่อนสนิท แต่ในใจลึกๆ กลับกำลังนับถอยหลังรอคอยความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น โรงอาหารกลางเวลานี้คือจุดรวมพลของเด็กปีหนึ่งและพวกสตาฟฟ์รับน้อง...
เป้าหมายของเธอไม่ได้อยู่ที่การมากินข้าวฟรีกับพี่คินหรอกนะ แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการลากตัวหมาก' สุดหล่อคนนี้ ไปเดินโฉบหน้า 'ใครบางคน' ที่น่าจะกำลังนั่งหน้าตึงกินข้าวอยู่แถวนั้นต่างหาก
เตรียมยาแก้ปวดหัวไว้ได้เลยค่ะพี่ธันวา นดาจะทำให้พี่กินข้าวเที่ยงมื้อนี้ไม่อร่อยที่สุดในชีวิตเลย