กลับมาเจอกัน

1082 Words
บรรยากาศในวันเปิดภาคเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคัก รุ่นพี่หลายคนกำลังส่งเสียงเรียกน้องปีหนึ่งให้มารวมตัวกันที่ลานกิจกรรมของคณะ ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ 'นดา' ยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หน้าป้ายคณะเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง เธอไม่ได้มาที่นี่แค่เพื่อเรียนหนังสือเหมือนเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ แต่เธอมีเป้าหมายที่สำคัญกว่านั้น... ภาพความทรงจำสมัยมัธยมปลายยังคงฉายชัดในหัว วันนั้นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบและความเอาแต่ใจของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก เธอโวยวายใส่เขาด้วยเรื่องไร้สาระ และพลั้งปากบอกเลิกไปเพียงเพราะอยากเรียกร้องความสนใจ หวังให้เขาง้อเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนั้นธันวา ไม่ได้ง้อ เขาเพียงแค่มองเธอด้วยสายตาที่ผิดหวังและเดินหันหลังตัดใจไปจากชีวิตเธอจริงๆ กว่านดาจะรู้ตัวว่าสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป มันก็สายเกินกว่าจะเอ่ยคำขอโทษ ทันทีที่รู้ว่าพี่ธันวาสอบติดที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ นดาจึงทุ่มเทอ่านหนังสืออย่างหนัก เพื่อสอบเข้าคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกันให้ได้ "คอยดูเถอะ นดาคนใหม่จะไม่ใช่ยัยเด็กงี่เง่าคนเดิมอีกแล้ว พี่ธันวาจะต้องกลับมาเป็นของนดา" หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยแววตามุ่งมั่น ก่อนจะกระชับสายกระเป๋าแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในลานกิจกรรม สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ ลานกว้างเพื่อค้นหาแผ่นหลังที่คุ้นเคย หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกเมื่อนึกถึงวินาทีที่จะได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง และแล้ว สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงซุ้มลงทะเบียน รุ่นพี่ผู้ชายสวมเสื้อช็อปสีเเดงเข้มของคณะที่กำลังยืนสั่งงานเพื่อนๆ ด้วยท่าทีจริงจัง โครงหน้าหล่อเหลาที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าตอนมัธยม ความโดดเด่นของเขาทำให้รุ่นน้องผู้หญิงหลายคนแอบลอบมองและซุบซิบกันด้วยความเขินอาย ใช่.. เขาคือธันวา เขาดูดีขึ้นมาก มากจนนดารู้สึกว่าช่องว่างระหว่างเธอกับเขามันห่างไกลออกไปอีกขั้น จังหวะนั้นเอง ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง พี่ธันวาละสายตาจากกระดาษในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังจุดที่นดายืนอยู่ วินาทีที่สบตากัน โลกทั้งใบของนดาเหมือนหยุดหมุน เธอเผลอยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับก้าวเท้าเตรียมจะเดินเข้าไปทักทาย ทว่า..สายตาที่เขามองตอบกลับมา กลับไม่ใช่สายตาของพี่ธันวาคนที่เคยอบอุ่นคนเดิม แต่มันคือสายตาที่ว่างเปล่า นิ่งสนิท และเย็นชาเสียจนคนถูกมองถึงกับชาวาบไปทั้งหัวใจ ก่อนที่เขาจะละสายตาจากเธอไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเธอเป็นเพียงแค่อากาศธาตุที่ไม่มีตัวตนเเบบนี้ .. นดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาคนที่กำลังยืนตรวจเอกสารอยู่ตรงซุ้มลงทะเบียน แม้ในใจจะเต้นระรัวจนแทบระเบิด แต่เธอก็บอกตัวเองว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว จะถอยไม่ได้เด็ดขาด "พี่ธันวา..." เสียงใสเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างประหม่า รอยยิ้มเล็กๆ จุดขึ้นบนริมฝีปาก หวังใจว่าเขาจะทักทายกลับมาอย่างน้อยก็ในฐานะคนเคยรู้จักกัน ร่างสูงชะงักมือที่กำลังจัดเรียงกระดาษ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง แต่แววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย "น้องเป็นเด็กปีหนึ่งใช่ไหม? ถ้าจะรับป้ายชื่อให้ไปต่อแถวตรงโต๊ะฝั่งนู้นนะครับ ตรงนี้พื้นที่ของสตาฟฟ์" น้ำเสียงราบเรียบและสรรพนามที่ห่างเหิน ทำเอานดายืนอึ้งไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เจื่อนลง "พี่ธันวาจำนดาไม่ได้เหรอคะ?" เธอฝืนยิ้มถามเสียงแผ่ว ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกซ้ายเริ่มปวดหนึบ ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทำหน้าราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย "พี่ต้องจำเราได้ด้วยเหรอครับ? โทษทีนะ พอดีรุ่นน้องมันเยอะ พี่จำหน้าใครไม่ค่อยได้หรอก" คำตอบของเขาสะท้อนก้องในหัว นดารู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดท่ามกลางคนนับร้อย ความอับอายและเสียใจตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว รุ่นพี่และเพื่อนปีหนึ่งแถวนั้นเริ่มหันมามองเธอกับเขาเป็นตาเดียว นดายืนนิ่งก้าวขาไม่ออก ราวกับคนโง่ที่ทำหน้าแตกละเอียดหมอไม่รับเย็บ "ไอ้ธันวา มึงจะบ้าเหรอวะ นั่นน้องนดาไง" เสียงสวรรค์จากใครบางคนดังขึ้นขัดจังหวะความอึดอัด ก่อนที่ร่างของ พี่ท็อป เพื่อนสนิทของธันวาที่เรียนมัธยมมาด้วยกันกลุ่มเดียวกัน จะเดินแทรกเข้ามากลางวง ท็อตรีบหันมายิ้มกว้างให้นดาเพื่อทำลายบรรยากาศมาคุ "อ้าวน้องนดาสอบติดคณะนี้เหมือนกันเหรอเนี่ย โหไม่เจอกันตั้งนาน โตเป็นสาวเต็มตัวจนพี่เกือบจำไม่ได้แหนะ " "สวัสดีค่ะพี่ท็อป" นดายกมือไหว้พร้อมกับฝืนยิ้มให้รุ่นพี่ที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี อย่างน้อยบนโลกที่โหดร้ายใบนี้ก็ยังมีคนจำเธอได้ ท็อปรับไหว้แล้วหันขวับไปหาเพื่อนรักพลางขมวดคิ้วยุ่ง "มึงนี่เป็นอะไรของมึงเนี่ยไอ้ธัน แกล้งจำน้องไม่ได้หรือไงวะ นั่นนดานะเว้ย! มึงจะใจร้ายเกินไปแล้ว ทำแบบนี้น้องเสียหน้าหมดเห็นไหมเนี่ย" ธันวาเพียงแค่ปรายตามองเพื่อนสนิท สลับกับร่างเล็กที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย "กูไม่ได้แกล้ง ก็แค่ อดีต ที่ไม่ได้สำคัญอะไร ทำไมกูต้องเปลืองพื้นที่สมองจำด้วย" พูดจบเขาก็หมุนตัวคว้าแฟ้มเอกสารเดินหนีไปอีกทาง ทิ้งให้นดายืนกำมือแน่น หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะร่วงหล่นลงมาตรงนั้น.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD