หลังจากฝ่าฟันการจราจรในช่วงเย็นและรถเมล์ที่เบียดเสียด ในที่สุดนดาก็ลากสังขารที่เหนื่อยล้ามาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองได้สำเร็จ แม้คุณป๊ากับคุณม้าจะไม่ยอมซื้อรถให้ แต่ก็ยังใจดีซื้อคอนโดระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาและอยู่ใกล้รถไฟฟ้าให้เป็นของขวัญสอบติด
ร่างบางเดินโงนเงนเข้าไปในลิฟต์ แตะคีย์การ์ดแล้วกดเลือกชั้น 14 พลางถอนหายใจยาว วันนี้มันเป็นวันที่ยาวนานจริงๆ ทั้งเจอหน้าแฟนเก่า โดนดุ เป็นลมแดด แถมยังเกือบจะล้มหัวฟาดพื้นหน้าป้ายรถเมล์อีก
ติ๊ง
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นเป้าหมาย นดาเดินลากเท้าไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงบ มุ่งหน้าไปยังห้อง 1408 ของตัวเอง หญิงสาวล้วงหาคีย์การ์ดในกระเป๋าสะพายอย่างทุลักทุเล แต่จังหวะที่เธอกำลังจะแตะบัตรลงบนประตูบานหรูนั้นเอง...
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นจาก ห้อง 1409 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันพอดิบพอดี บานประตูเปิดผางออก พร้อมกับร่างสูงคุ้นตาที่เดินก้าวออกมาในชุดเสื้อยืดสีดำสบายๆ กับกางเกงวอร์ม มือข้างหนึ่งถือถุงขยะเตรียมจะเอาไปทิ้ง
และวินาทีที่สายตาสองคู่ประสานกันโลกทั้งใบก็เหมือนหยุดหมุนไปอีกครั้
"พี่ธันวา! / นดา!"
ทั้งสองคนประสานเสียงเรียกชื่อกันและกันลั่นโถงทางเดิน นดาเบิกตากว้างจนแทบจะถลน ในขณะที่ธันวาก็ชะงักค้าง ถุงขยะในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
"เเล้วพี่ธันวามาทำอะไรที่นี่คะ?"
นดาตั้งสติได้ก่อน รีบละล่ำละลักถาม
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งจะคลายความตึงเครียดลงเมื่อครู่ กลับมาขึงขังและดุดันยิ่งกว่าเดิม เขาหรี่ตามองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหวาดระแวง
"พี่ต่างหากที่ต้องถามคำถามนั้น นี่เธอตามสืบแม้กระทั่งที่อยู่พี่เลยเหรอนดา? ลงทุนไปไหม แค่จีบวันแรกถึงขั้นมาดักรอหน้าห้องเลยหรือไง"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"บ้าเหรอคะใครจะไปดักรอเธอกัน"
นดารีบเถียงคอเป็นเอ็น ชูคีย์การ์ดในมือขึ้นมาประกอบหลักฐาน
"นดาพักอยู่ที่นี่ห้องนี้ ป๊ากับม้าเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญตอนสอบติดต่างหาก พี่นั่นแหละ มาอยู่ห้องตรงข้ามนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"
ธันวามองคีย์การ์ดในมือเธอ สลับกับป้ายหน้าห้อง 1408 แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง... เขาพักอยู่ที่ห้องนี้มาตั้งแต่ขึ้นปีสอง ใครจะไปตรัสรู้ล่ะว่าห้องตรงข้ามที่ประกาศขายมานานนม จะถูกครอบครัวของอดีตแฟนสาวซื้อไปหมาดๆ
ชีวิตจริงยิ่งกว่าพล็อตนิยายรักที่เธอชอบนั่งคิดเล่นๆ สมัยก่อนซะอีกนดาแอบคิดในใจ บุพเพอาละวาดชัดๆ
เมื่อจำนนต่อหลักฐานว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นสโตล์กเกอร์ตามสะกดรอย ธันวาก็แสร้งกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหน้าแตก เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทำท่าจะเดินเลี่ยงเอาขยะไปทิ้งที่ห้องทิ้งขยะรวมท้ายมุมทางเดิน แต่ปากไวๆ ที่พกความหงุดหงิดมาตั้งแต่ตอนขับรถกลับก็อดไม่ได้ที่จะค่อนขอดออกมา
"ก็เห็นว่าระริกระรี้แจกไลน์ให้ผู้ชายหน้าป้ายรถเมล์ นึกว่าจะไปกินข้าวกับมันจนไม่กลับห้องซะอีก ที่แท้ก็กลับมาตายรังที่คอนโด"
ประโยคลอยๆ ที่ไม่ได้เจาะจงชื่อ แต่คนฟังอย่างนดากลับสะดุ้งโหยง เธอหันขวับไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังเดินหนี สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
หน้าป้ายรถเมล์? แจกไลน์?
เดี๋ยวนะ... พี่ธันวาเห็นเรื่องตอนที่พี่คินมาขอไลน์งั้นเหรอ!?
ไวเท่าความคิด นดารีบวิ่งไปดักหน้าคนตัวโตทันที ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี แววตาซุกซนเป็นประกายวิบวับอย่างปิดไม่มิด
"แอบดูนดาเหรอคะ?"
เธอยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ
"ใครแอบดูรถมันติดไฟแดงตรงนั้นพอดีต่างหาก" ธันวาสวนกลับทันควัน ถอยหลังหนีหนึ่งก้าว ใบหูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
"แล้วทำไมพี่ธันวาต้องหงุดหงิดด้วยล่ะคะ? นดาจะให้ไลน์ใคร ไปกินข้าวกับใคร มันก็เรื่องของนดานี่นา หรือว่า
"นดาหรี่ตามองคนปากแข็งอย่างจับผิด ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
"พี่หึงนดาเหรอคะ?"
"หึงบ้าอะไร อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย"
ธันวาตวาดเสียงดังกว่าปกติเพื่อกลบเกลื่อนความคลุ้มคลั่งในใจ "พี่ก็แค่เกลียดคนปากไม่ตรงกับใจ ปากบอกว่าจะตามจีบพี่ แต่ลับหลังก็ไปแจกไลน์ให้ไอ้หน้าหม้อพวกนั้น นิสัยเด็กงี่เง่าหลายใจไม่เคยเปลี่ยน"
พูดจบ ร่างสูงก็เดินกระแทกไหล่บางผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก้าวฉับๆ เอาขยะไปทิ้ง ก่อนจะเดินกลับมาที่ห้อง 1409 โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองนดาที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาเปิดประตูแล้วกระแทกปิดเสียงดังสนิท
ปัง
ทิ้งให้นดายืนอยู่หน้าห้อง 1408 เพียงลำพังทว่าแทนที่เธอจะโกรธกับคำด่าทอเหล่านั้น รอยยิ้มบนใบหน้าหวานกลับยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม มือเล็กรีบยกขึ้นมาปิดปากที่กำลังจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น
"ปากแข็งไปเถอะค่ะพี่ธันวา อาการออกชัดขนาดนี้ หึงก็บอกว่าหึงสิคะ"
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าห้องพักไป คืนนี้เธอคงหลับฝันดีที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว
ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มหลังจากอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน นดานอนคว่ำหน้า กลิ้งไปกลิ้งมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนริมฝีปากไม่ยอมหุบ ภาพใบหน้าหล่อจัดที่ขึ้นสีแดงเถือกของธันวา ตอนอยู่หน้าโถงทางเดินยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นขัดจังหวะภวังค์หวาน นดาเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนที่หัวเตียงขึ้นมาดู ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นป๊อปอัปข้อความจากแอคเคานต์ที่เพิ่งสแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อนกันไปเมื่อช่วงเย็น
Kin_Engineering: ส่งสติ๊กเกอร์หมีโผล่หน้ามาทักทาย
Kin_Engineering: น้องนดา นอนหรือยังครับ? พี่คินคนที่ชนเราเมื่อเย็นนะ
นดากดเข้าไปอ่านข้อความ มุมปากกระตุกยิ้มน้อยๆ ตามมารยาท ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
Nada_N: ยังค่ะ เพิ่งอาบน้ำเสร็จ พี่คินมีอะไรหรือเปล่าคะ?
Kin_Engineering: พอดีพี่เพิ่งทำธุระเสร็จน่ะครับ เลยทักมาเช็กดูว่าเราไม่ได้เจ็บช้ำในตรงไหนใช่ไหม ฮ่าๆ
Kin_Engineering: แล้วก็ พรุ่งนี้ตอนเที่ยง นดาว่างไหมครับ? พี่อยากชวนไปกินข้าวที่โรงอาหารกลาง ถือเป็นการเลี้ยงไถ่โทษเรื่องเมื่อเย็น
นิ้วเรียวที่กำลังจะพิมพ์ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลชะงักค้างไปกลางอากาศ นดากัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิด ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่จะยอมไปกินข้าวกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงง่ายๆ
แต่ทว่า นึกถึงคำพูดถากถางของคนห้องตรงข้ามที่ดังทะลุโสตประสาทเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน กลับลอยเข้ามาในหัว
‘ก็เห็นว่าระริกระรี้แจกไลน์ให้ผู้ชายหน้าป้ายรถเมล์นึกว่าจะไปกินข้าวกับมันจนไม่กลับห้องซะอีก
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าหวานทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างมีเลศนัย
ในเมื่อพี่ธันวาอุตส่าห์เปิดทาง มาให้ขนาดนี้ถ้าเธอไม่รับเล่นด้วย มันก็คงจะเสียมารยาทแย่เลย จริงไหม?
นดาจำได้ดีว่าโรงอาหารกลางที่เด็กปีหนึ่งต้องไปกินข้าว เป็นจุดศูนย์รวมที่พวกรุ่นพี่สตาฟฟ์คณะของเธอและคณะอื่นๆ มักจะไปนั่งพักกินข้าวเที่ยงกัน ถ้าเธอโผล่ไปที่นั่นพร้อมกับเดือนวิศวะสุดฮอตอย่างพี่คินล่ะก็พ่อคนปากแข็งห้อง 1409 จะเก็บอาการอยู่ไหมนะ?
อยากรู้จริงๆ ว่ากำแพงน้ำแข็งที่เคลือบหน้าอยู่มันจะละลาย หรือมันจะระเบิดเป็นไฟหึงกันแน่
Nada_N: พรุ่งนี้เที่ยงเหรอคได้สิคะ นดาว่างพอดีเลย
Kin_Engineering: เยี่ยมเลยครับงั้นเดี๋ยวก่อนเที่ยง พี่เดินไปรับที่หน้าคณะเรานะ ฝันดีครับน้องนดา
Nada_N: ฝันดีค่ะพี่คิน
นดากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วโยนมันลงบนที่นอน ก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนใบโตแล้วหัวเราะคิกคักออกมาคนเดียวอย่างอารมณ์ดี แผนการทวงคืนแฟนเก่าดูท่าจะมีตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีโผล่มาช่วยซะแล้ว
"เตรียมตัวรับมือกันหนูได้เลยค่ะ พี่ธันวา"
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองในความมืด ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
"พรุ่งนี้เที่ยง นดาจะทำให้พี่รู้ว่าความหึงจนอกแตกตายมันเป็นยังไง"