โรงอาหารกลางในช่วงพักเที่ยงของวันเปิดเทอม วันแรก คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาจากหลากหลายคณะ เสียงพูดคุยจอแจดังก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าทันทีที่ 'พี่คิน' เดือนวิศวะสุดฮอตเดินนำหน้าสองสาวปีหนึ่งก้าวเข้ามาในโรงอาหาร สายตาหลายสิบคู่ก็หันมามองเป็นตาเดียว
ส่วนมากมองด้วยความชื่นชมในความหล่อของคินและอีกส่วนมองด้วยความอิจฉาปนสงสัยว่า เด็กปีหนึ่งหน้าตาน่ารักที่เดินเคียงข้างเขาคือใครกัน
นดากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างเนียนๆ เพื่อค้นหาเป้าหมายหลัก และใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับโต๊ะยาวตัวหนึ่งตรงมุมประจำของพวกสตาฟฟ์คณะตัวเอง
ที่ตรงนั้นมี พี่ท็อป และเพื่อนสตาฟฟ์อีกสองสามคนกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ และแน่นอนตรงกลางวงคือ พี่ธันวา ที่กำลังนั่งตักข้าวเข้าปากด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับเหมือนเดิม
"คนเยอะจังเลยนะครับ โต๊ะเต็มหมดเลย"
คินชะเง้อมองหาที่ว่าง ก่อนจะสายตาไปปะทะเข้ากับโต๊ะของพวกธันวา
"อ๊ะตรงนั้นมีที่ว่างพอดี แถมมีคนรู้จักพี่ด้วย ไปนั่งตรงนั้นกันเถอะครับ"
แจ็กพอตนดาแอบร้องเยสในใจ แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยที่เธอแทบไม่ต้องออกแรงชี้เป้าเลยด้วยซ้ำ
คินเดินนำสองสาวตรงดิ่งไปยังโต๊ะของกลุ่มสตาฟฟ์ ท็อปที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดีก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
"อ้าว ไอ้คินลมอะไรหอบเดือนวิศวะมากินข้าวโรงอาหารกลางวะ ปกติมึงสิงอยู่แต่คณะตัวเองไม่ใช่รึไง" ท็อปเอ่ยทักทายอย่างคนคุ้นเคยกัน เพราะมักจะเตะบอลมหา'ลัยด้วยกันบ่อยๆ
"พอดีพา รุ่นน้องมาเลี้ยงข้าวไถ่โทษนิดหน่อยว่ะ โต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว ขอนั่งด้วยคนดิ" คินตอบรับอย่างอารมณ์ดี
คำว่ารุ่นน้องทำเอาคนที่กำลังตักข้าวเข้าปากอย่างธันวาชะงักกึก มือหนาที่จับช้อนส้อมกำแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ และวินาทีที่เห็นว่าคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังคินคือ นดา.นัยน์ตาคมกริบก็วาวโรจน์ขึ้นมาทันที
ยิ่งกวาดสายตาลงไปเห็นกระโปรงทรงเอผ่าหน้า ที่เขาเพิ่งจะหงุดหงิดใส่ไปเมื่อเช้า มายืนโชว์เรียวขาอยู่กลางโรงอาหารที่มีแต่ผู้ชายเดินพลุกพล่านแบบนี้ เส้นเลือดตรงขมับของอดีตแฟนหนุ่มก็เต้นตุบๆ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนเพื่อนร่วมโต๊ะแอบขนลุก
"สวัสดีค่ะพี่ท็อปสวัสดีค่ะ พี่ธันวา"
นดายกมือไหว้รุ่นพี่ทุกคน พร้อมกับจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อคนหน้าตึงเป็นพิเศษ รอยยิ้มหวานถูกส่งไปให้ แต่แววตากลับท้าทายอย่างเห็นได้ชัด
"อ้าว น้องนดา น้องมิ้นต์ บังเอิญจังเลย นั่งเลยๆ ที่ว่างเพียบ" ท็อตรีบขยับที่ให้ แม้จะแอบเสียวสันหลังวาบกับสายตาพิฆาตของไอ้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ตาม
"น้องนดากับน้องมิ้นต์นั่งรอตรงนี้แหละครับ เดี๋ยวพี่ไปซื้อข้าวให้เอง อยากกินอะไรกันครับ?"
คินหันมาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ทำหน้าที่สุภาพบุรุษเต็มที่
"นดาเกรงใจจังเลยค่ะถ้างั้น นดาเอาข้าวหมูกรอบก็ได้ค่ะ"
"ได้ครับ แล้วน้ำล่ะ เอาอะไรดี?"
"นดาขอน้ำแดงปั่นค่ะพี่คินพอจะจำได้ไหมหมดไหมคะ?"
นดาจงใจช้อนตาขึ้นมองพี่คินพร้อมส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้หนึ่งที เป็นรอยยิ้มที่ใครเห็นก็ต้องใจละลาย
ปัง!
เสียงกระแทกช้อนส้อมลงบนจานข้าวดังลั่นโต๊ะ ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว
ธันวานั่งหน้าตึงเปรี๊ยะ กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่นดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เอ่อมึงอิ่มแล้วเหรอวะไอ้ธัน เพิ่งกินไปได้สามคำเองนะ"
ท็อปถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"อิ่มละแดกไม่ลงเห็นพวกแรดออกมาเดินเพ่นพ่านกลางวันแสกๆ แล้วมันจะอ้วก"
ธันวากระแทกเสียงตอบอย่างเหลืออด สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานของนดาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
คินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดแรงๆ นั้น แต่ก็ยังรักษามารยาท
"ใจเย็นดิวะธันวา น้องๆ นั่งอยู่นะเว้ย พูดจาให้เกียรติน้องหน่อย"
"กูจำเป็นต้องให้เกียรติคนที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวด้วยเหรอวะ?
" ธันวาเหยียดยิ้มหยัน ปรายตามองกระโปรงของนดาอย่างโจ่งแจ้ง
"ใส่กระโปรงสั้นกุด ผ่าลึกจนจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน มาเดินยิ้มหน้าระรื่นให้ผู้ชายไปทั่วถ้าอยากจะได้จนตัวสั่นขนาดนั้น ทีหลังก็แปะป้ายบอกไว้เลยสิ คนอื่นเขาจะได้ไม่ต้องเดา"
คำพูดที่รุนแรงและหยาบคายเกินเบอร์ ทำเอามิ้นต์อ้าปากค้าง ส่วนพี่คินก็เริ่มชักสีหน้าไม่พอใจเตรียมจะอ้าปากเถียงแทน
ทว่านดากลับยกมือขึ้นแตะแขนพี่คินเบาๆ เป็นเชิงห้าม หญิงสาวไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองหรือร้องไห้เสียใจอย่างที่ธันวาคาดหวัง ตรงกันข้าม เธอกลับหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้าไปใกล้ๆ อดีตคนรัก จนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย
"พี่ธันวาพูดแรงจังเลยนะคะ"
นดากระซิบเสียงพร่า แววตาซุกซนแปรเปลี่ยนเป็นเย้ายวนอย่างจงใจ "นดาจะแรด จะอ่อย หรือจะใส่กระโปรงสั้นแค่ไหน มันก็สิทธิ์ของนดานี่คะ ในเมื่อเราไม่ได้เป็น 'อะไรกัน' แล้ว พี่ธันวาจะมาหึงนดาจนออกนอกหน้าขนาดนี้มันไม่ผิดผีไปหน่อยเหรอคะ รุ่น-พี่-สตาฟฟ์"
ประโยคตอกกลับที่จี้ใจดำเข้าอย่างจัง ทำเอาธันวาสตั๊นไปสามวินาทีเต็ม
หน้าหล่อๆ ของเขากลายเป็นสีแดงเถือก สลับกับซีดขาว ความโกรธ ความหึง และความหน้าแตกตีรวนกันจนพูดไม่ออก ในขณะที่พี่ท๊อปกับเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆ ได้แต่นั่งกลั้นหายใจ ลอบมองสงครามประสาทขนาดย่อมด้วยความอึ้ง
"ใจเย็นดิ่วะไอ้คิน น้องดาคงเเกล้งมึงเล่นหนะ "