อืม ..
เขาตอบเธอเเค่นั้น เหมือนคนไม่อยากจะคุยด้วย
นดาเอื้อมฝ่ามือบางสั่นเล็กน้อยขณะรับขวดน้ำเกลือแร่จากมือหนา นดาค่อยๆ จิบน้ำดับความกระหาย ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงตึงเครียดไม่เปลี่ยน เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความประหม่าและรู้สึกผิดจากการเป็นภาระตีตื้นขึ้นมาจนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำอ้อนหรือชวนคุยอย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก
"ขอบคุณนะคะพี่ธันวา. ที่พานดามาห้องพยาบาล" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาอย่างเจียมตัว
ร่างสูงเพียงแค่พยักหน้ารับส่งๆ ไม่ตอบอะไร นดาก้มหน้ามองมือตัวเอง บรรยากาศรอบตัวเงียบเชียบจนน่าอึดอัด หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาพักเที่ยงพอดี เธอจึงตัดสินใจค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียง
"จะหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว ถ้างั้นนดาขอตัวไปกินข้าวกับเพื่อนก่อนนะคะ"
ทว่าปลายเท้ายังไม่ทันแตะพื้น เสียงทุ้มดุก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
"จะไปไหน"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ก้าวพรวดเดียวเข้ามาขวางหน้าเตียงไว้ พร้อมกับยื่นมือไปแตะไหล่บางเบาๆ เป็นเชิงดันให้เธอกลับไปนั่งพิงหัวเตียงตามเดิม
"ก็... ไปโรงอาหารไงคะ นดาหิวแล้ว เพื่อนก็น่าจะรออยู่ด้วย" นดาตอบตะกุกตะกัก ช้อนตากลมโตมองคนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจ
คนถูกมองจิ๊ปากอย่างขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางหน้าต่างเพื่อหลบสายตาคู่นั้น ก่อนจะแสร้งทำน้ำเสียงหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวพี่โทรสั่งให้ไอ้ท็อปมันซื้อมาให้"
"แต่ว่ามันจะรบกวน..."
"ไม่ต้องมาแต่" เขาพูดสวนขึ้นมาทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ "ขืนปล่อยให้เดินออกไปในสภาพนี้ แล้วไปหน้ามืดล้มฟุ่บกลางลานอีก จะเป็นภาระคนอื่นต้องมาคอยแบก เธอก็เห็นว่าแดดข้างนอกมันร้อนแค่ไหนนั่งนิ่งๆ อยู่ในนี้ไปเลย อย่าหาเรื่องเดือดร้อนเพิ่ม"
ข้ออ้างยาวเหยียดที่ถูกพ่นออกมาเพื่อรั้งเธอไว้ ทำเอาคนที่โดนดุถึงกับชะงักไปชั่วครู่ แม้น้ำเสียงของเขาจะดูแข็งกระด้างและติดรำคาญแค่ไหน แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้นกลับทะลวงเข้ามาถึงกลางใจ
‘ปากบอกว่าเป็นภาระ... แต่ก็กลัวเราจะเดินไปเป็นลมอีกสินะ’
นดายอมขยับตัวกลับขึ้นไปนั่งเตียงอย่างว่าง่าย ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวเริ่มมีรอยยิ้มเล็กๆ จุดประกายขึ้นมา ดวงตาคู่สวยทอดมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังเดินเลี่ยงไปหยิบโทรศัพท์มือถือ เพื่อโทรสั่งข้าวมันไก่กับเพื่อนสนิทด้วยหัวใจที่พองโต
อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้รู้ว่า... ท่ามกลางกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาบดบัง มันยังคงมีความห่วงใยซ่อนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้หายไปไหนเลย
"ไอ้ท็อป มึงซื้อข้าวมันไก่มาให้กูกล่องนึง แล้วก็แวะซื้อโจ๊กหมู ไม่ใส่ขิง ไม่ใส่ต้นหอม มาถ้วยนึงด้วย เอามาให้ที่ห้องพยาบาลเออน่า.. มึงไม่ต้องถามมาก รีบๆ ซื้อมา กูหิว"
เสียงทุ้มที่กรอกลงไปในโทรศัพท์แม้จะพยายามกดให้เบาและห้วนจัดเพื่อตัดรำคาญเพื่อนสนิท แต่ทุกถ้อยคำกลับดังชัดเจนเข้ามาในโสตประสาทของคนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ นดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่พองโตอยู่แล้วยิ่งเต้นแรงกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เขาจำได้... พี่ธันวายังจำได้ว่าเธอเกลียดกลิ่นขิงกับต้นหอมมากแค่ไหน
ร่างสูงกดตัดสายทิ้งด้วยใบหน้าหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนตัวเล็กที่กำลังแอบอมยิ้มมองเขาอยู่ พอรู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าเผลอสั่งอาหารตามใจ 'อดีตแฟน' เขาก็รีบกระแอมไอเบาๆ แล้วตีหน้าขรึมทันที
"ยิ้มอะไร โจ๊กหมูมันกินง่ายสุดสำหรับคนป่วย พี่ก็แค่สั่งๆ ไปงั้นแหละ"
เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พลางเดินไปทิ้งตัวลงนั่งกอดอกบนเก้าอี้ตัวเดิม หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่เป็นประกายของเธอ
"นดายังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่คะ" หญิงสาวตอบเสียงใส แววตาซุกซนเริ่มกลับมาแทนที่ความเศร้าหมองเมื่อครู่ "แค่คิดว่า... บังเอิญจังเลยนะคะ ที่ร้านโจ๊กเขาทำแบบที่นดาชอบกินเป๊ะเลย"
"ก็บอกว่าสั่งส่งๆ ไปไงร้านมันคงลืมใส่ให้พอดีนั่นแหละ อย่ามาคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยเลยนดา" ธันวาหันมาดุเสียงแข็ง แต่ใบหูของเขากลับขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
บรรยากาศในห้องพยาบาลที่เคยอึดอัด ค่อยๆ คลายตัวลงกลายเป็นความเงียบที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง นดามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนปากแข็งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้ว่านี่คือโอกาสดีที่สุดที่จะได้พูดในสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอดหลายปี
"พี่ธันวาคะ..."
น้ำเสียงของเธอจริงจังขึ้นจนคนถูกเรียกต้องเหลียวกลับมามอง "นดา... ขอโทษนะคะ"
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที "ขอโทษเรื่องอะไร? เรื่องที่เป็นลมสร้างความวุ่นวาย?"
"เรื่องเมื่อตอนมัธยมค่ะ" นดาสบตาเขานิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจากก้นบึ้งหัวใจ "ขอโทษที่ตอนนั้นนดางี่เง่า เอาแต่ใจ แล้วก็พูดจาทำร้ายความรู้สึกพี่ นดารู้ว่าคำขอโทษตอนนี้มันอาจจะสายเกินไป แต่อยากให้พี่รู้จริงๆ นะคะ ว่านดาเสียใจมาตลอด"
ธันวานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มือหนาที่กอดอกอยู่เผลอกำเข้าหากันแน่น ความเจ็บปวดในอดีตแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอย เขาพยายามสูดลมหายใจเพื่อรักษากำแพงน้ำแข็งของตัวเองเอาไว้
"เก็บคำขอโทษของเธอไปเถอะ นดา"
น้ำเสียงของเขาเย็นชาขึ้นมาอีกครั้ง
"พี่บอกไปตั้งแต่หน้าคณะแล้ว ว่าพี่ลืมเรื่องพวกนั้นไปหมดแล้ว และพี่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรื้อฟื้นอะไรกับคนที่กล้าเดินหันหลังทิ้งพี่ไปง่ายๆ แบบเธอตอนนี้เราเป็นแค่รุ่นพี่ กับน้องปีหนึ่ง แค่นั้น"
คำพูดตัดรอนที่แสนเย็นชาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ แต่นดาในวันนี้ไม่ใช่เด็กผู้หญิงอ่อนแอที่เอะอะก็วิ่งหนีปัญหาอีกแล้ว หญิงสาวยืดตัวขึ้นตรง แววตาเด็ดเดี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา
"พี่ธันวาจะคิดแบบนั้นก็สิทธิ์ของพี่ค่ะแต่นดามาที่นี่ มายืนอยู่ตรงนี้ เพราะนดาอยากได้พี่ธันวาคนเดิมของนดากลับคืนมา"
"นดา" ธันวากดเสียงต่ำ เรียกชื่อเธออย่างเตือนสติ
"นดาจะจีบพี่ค่ะ"
คำประกาศกร้าวที่ดังฟังชัดทำเอาธันวาถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงที่เคยเอาแต่รอให้เขาง้อ จะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมาหน้าตาเฉย.
ปึก .. เสียงประตูห้องพยาบาลถุกเปิดออกมา
"มาแล้วโว้ยยย โจ๊กหมูร้อนๆ ไม่ใส่ขิงไม่ใส่ต้นหอม สำหรับน้องปีหนึ่งผู้บอบบางของไอ้คุณธันวา"
เสียงประตูห้องพยาบาลถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของท็อปที่ชูถุงพลาสติกในมือเข้ามาด้วยรอยยิ้มแฉ่ง ขัดจังหวะการปะทะคารมของทั้งคู่พอดิบพอดี ท็อปชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นบรรยากาศแปลกๆ ในห้อง... ไอ้เพื่อนรักของเขานั่งหน้าแดงก่ำ ที่ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเขิน ส่วนรุ่นน้องสาวก็นั่งยิ้มกริ่มอยู่บนเตียง
"เอ่อ กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรป่าววะ?"
ท็อปถามอย่างระแวง
"ขัดด.. / ไม่เลยค่ะพี่ท็อป "
สองเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เดินกระแทกเท้าไปคว้าถุงข้าวในมือเพื่อนสนิทด้วยท่าทีหงุดหงิดขั้นสุด ก่อนจะตอกย้ำความหงุดหงิดนั้นด้วยการวางถ้วยโจ๊กลงบนโต๊ะข้างเตียงนดาอย่างแรง แต่ก็ยังระวังไม่ให้มันหกเลอะเทอะอยู่ดี
"กินซะ กินเสร็จแล้วก็รีบๆ ไสหัวกลับไปรวมแถวที่ลานซะที พี่รำคาญ"
พูดจบเขาก็เดินหนีออกจากห้องพยาบาลไปทันที ทิ้งให้ท็อปยืนเกาหัวแกรกๆ อย่างงุนงง ในขณะที่นดากลับมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ลง
รำคาญเหรอคะ? ได้เลยค่ะพี่ธันวา เตรียมนับถอยหลังรับมือความน่ารำคาญของนดาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปได้เลย
คำว่า อดีตที่ไม่ได้สำคัญ และ ไม่เปลืองพื้นที่สมอง เหมือนเข็มเล่มเล็กๆ นับพันเล่มที่พุ่งเข้ามาปักกลางความรู้สึกของนดา ร่างบางยืนนิ่งงัน ขอบตาร้อนผ่าวจนภาพแผ่นหลังกว้างของ พี่ธันวา ที่กำลังเดินห่างออกไปเริ่มพร่ามัว
ท็อป หน้าเสียไปถนัดตา เขารีบหันกลับมามองรุ่นน้องสาวด้วยความรู้สึกผิดแทนเพื่อนสนิท
"เอ่อ.. นดา พี่ขอโทษแทนไอ้ธันมันด้วยนะ สงสัยมันจะเครียดเรื่องจัดงานรับน้องน่ะ ปากมันก็หมาแบบนี้แหละ อย่าไปเก็บมาใส่ใจเลยนะ"
เมื่อได้ยินคำปลอบโยนจากพี่ท็อป หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ทำท่าจะร่วงหล่นลงมา นดารีบยกมือขึ้นปาดหางตาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครเห็นความอ่อนแอ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา
เธอเงยหน้าขึ้นมาและพยายามฝืนยิ้มให้ท็อป แม้ดวงตาคู่สวยจะยังแดงก่ำอยู่ก็ตาม
"ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่ท็อปนดาเข้าใจ"
นดาพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น
"นดาเข้าใจค่ะ พี่ธันวาเขาคงยุ่งจริงๆ แล้วนดาก็คงเป็นแค่เด็กปีหนึ่งที่เขาจำไม่ได้แล้วจริงๆ"
ประโยคท้ายเธอพูดเสียงแผ่วลงคล้ายกำลังบอกตัวเองมากกว่าบอกคนตรงหน้า ทว่าเพียงเสี้ยววินาที แววตาที่เคยสั่นไหวก็กลับมาฉายแววเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าการกลับมาครั้งนี้มันไม่ง่าย เธอมาที่นี่เพื่อ 'ง้อไม่ใช่มาเพื่อ ยอมแพ้ ตั้งแต่สิบนาทีแรกสักหน่อย ถ้าเขาจะสร้างกำแพงใส่ เธอเนี่ยแหละจะเป็นคนทุบมันให้แตกเอง
"ถ้างั้นนดาขอตัวไปรวมแถวกับเพื่อนๆ ก่อนนะคะพี่ท็อป ตรงนู้นเขาเริ่มเรียกกันแล้ว เดี๋ยวไปช้าจะโดนพวกรุ่นพี่ดุเอา ไว้เจอกันใหม่นะคะอ้อเเล้วก็ขอบคุณพี่ท๊อปมากนะคะ สำหรับโจ๊ก "
หญิงสาวพนมมือไหว้ลาพี่ท็อปอย่างมีมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่ลานกิจกรรมรวมของเด็กปีหนึ่ง ปล่อยให้ท็อปยืนมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นไปพลางถอนหายใจยาวๆ ให้กับความปากแข็งของเพื่อนสนิทตัวเอง