ตลอดช่วงบ่ายของวันนั้น บรรยากาศการรับน้องเต็มไปด้วยความอึดอัดระคนหวาดเสียว เพราะธันวา รุ่นพี่สตาฟฟ์สุดหล่อแผ่รังสีอำมหิตออกมาตลอดเวลา เขาเข้มงวด ดุดัน และสั่งทำโทษเด็กปีหนึ่งรัวๆ จนเพื่อนสตาฟฟ์อย่างท็อปต้องคอยเบรกจนตัวโก่ง
ทว่าคนที่ดูจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวที่สุดกลับเป็น 'นดา' หญิงสาวทำตามคำสั่งทุกอย่างด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แถมยังแอบขยิบตาให้คนหน้าตึงเป็นระยะ ยิ่งทำให้เส้นเลือดตรงขมับของธันวาเต้นตุบๆ หนักกว่าเดิม
จนกระทั่งเวลาสี่โมงครึ่ง เสียงนกหวีดปล่อยแถวดังขึ้น
"วันนี้พอแค่นี้แยกย้ายกลับบ้านได้ และจำไว้ว่าพรุ่งนี้ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียวนะครับ "
ธันวาประกาศเสียงกร้าว ก่อนจะหมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปทางหลังเวทีเพื่อเก็บของ โดยไม่มองหน้านดาเลยสักนิด
"ฮู่ววว รอดตายแล้วพวกเรา"
มิ้นต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเกาะแขนนดา
"แกพี่ธันวาวันนี้โคตรน่ากลัวเลยอะ เหมือนไปโกรธใครมาเป็นชาติ ไปกันเถอะ พี่คินน่าจะมารอแกแล้วแหละ"
นดายิ้มกริ่มในใจพลางพยักหน้า เธอเดินจับมือมิ้นต์มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถหน้าคณะ และก็เป็นอย่างที่คิด พี่คิน ในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยเล็กน้อยเพิ่มความเซ็กซี่ กำลังยืนพิงรถเก๋งสปอร์ตคันหรูของตัวเองรออยู่ พร้อมกับส่งยิ้มหวานมาแต่ไกล
"เป็นไง เหนื่อยไหมครับน้องนดา ร้อนแย่เลย"
คินรีบก้าวเข้ามารับกระเป๋าจากมือนดาไปถือให้อย่างรู้หน้าที่
"พี่สตาร์ทรถรอแล้ว แอร์เย็นฉ่ำเลยครับ พร้อมไปห้างหรือยัง?"
"พร้อมแล้วค่ะ รบกวนพี่คินด้วยนะคะ" นดาส่งยิ้มหวานตอบ
"อิจฉาคนมีสารถีจังโว้ยยย ฉันไปขึ้นรถเมล์ดีกว่า ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันนะนดา สวัสดีค่ะพี่คิน"
มิ้นต์โบกมือลาเพื่อนสาวอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะรีบวิ่งเฟี้ยวออกไป
คินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารให้นดา
"เชิญครับคุณผู้หญิง "
นดายิ้มขำกับสรรพนามนั้น เธอกำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถ ทว่า...
ปัง!!
บานประตูรถสปอร์ตคันหรูถูกมือหนาของใครบางคนกระแทกปิดลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนิท
นดาสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็น พี่ธันวา ยืนหอบหายใจอยู่ข้างหลังเธอ ใบหน้าหล่อจัดเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อราวกับเพิ่งวิ่งสปรินต์ร้อยเมตรมาหมาดๆ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่คินสลับกับนดาด้วยสายตาดุดัน
"พะ.. พี่ธันวามีอะไรหรือเปล่าคะ?"
นดาแกล้งทำตาโตถาม ทั้งที่ในใจกำลังจุดพลุฉลอง
"เธอ... ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น นดา"
ธันวากดเสียงต่ำ พยายามควบคุมจังหวะหายใจให้เป็นปกติ แต่แววตาหวงก้างกลับปิดไม่มิด
คินขมวดคิ้วมุ่น ดันตัวเข้ามายืนบังหน้านดาไว้เล็กน้อยอย่างปกป้อง
"มีอะไรหรือเปล่าครับธันวา? กิจกรรมรับน้องปล่อยแถวแล้วไม่ใช่เหรอ นี่มันเวลาส่วนตัวของน้องเขาแล้วนะ"
"เวลาส่วนตัวของคนอื่นน่ะใช่ แต่สำหรับ ยัยนี่ ยังกลับไม่ได้"
ธันวาเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับคินด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะตวัดสายตามาตอกย้ำความผิดให้นดาฟังชัดๆ "เมื่อเช้าเธอเป็นลม ล้มฟุ่บกลางลานจนวุ่นวายไปทั้งคณะตามกฎของสตาฟฟ์ คนที่ทำให้กิจกรรมล่าช้าและเป็นภาระ จะต้องอยู่ช่วยสตาฟฟ์ทำความสะอาดลานกิจกรรมจนกว่าจะเสร็จ เป็นการไถ่โทษ"
นดาอ้าปากค้าง กฎบ้ากฎบออะไรของเขาเมื่อเช้าพี่ท็อปยังไล่ให้เธอกลับไปนอนพักอยู่เลย.
คินเองก็ดูจะรู้ทันว่านี่คือข้ออ้าง ชายหนุ่มเหยียดยิ้มบางๆ
"โห.. กฎรับน้องปีนี้นี้เข้มจังเลยนะครับ เป็นลมเพราะแดดร้อนยังโดนทำโทษอีก ถ้างั้นให้ผมอยู่ช่วยน้องนดากวาดลานด้วยคนได้ไหมครับ จะได้เสร็จไวๆ แล้วค่อยไปเดินห้างกัน"
"ไม่ได้ ไม่เกี่ยวอย่ายุ่งดิ๊ "
ธันวาสวนกลับทันควันแทบจะในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวพรวดเข้ามาแทรกกลางระหว่างคินกับนดาอย่างถือวิสาสะ
"นี่มันเรื่องภายในคนนอกอย่าง ไม่เกี่ยว เชิญคุณกลับไปได้แล้วครับ นดาต้องอยู่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อกับผม แค่สองคน"
คำว่า 'กับผมแค่สองคน' ถูกเน้นย้ำอย่างหนักแน่นและชัดเจนจนคินต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง ชายหนุ่มต่างคณะมองสบตากับธันวาอย่างไม่มีใครยอมใคร ประกายไฟแห่งความคุกรุ่นแล่นเปรี๊ยะอยู่กลางอากาศ
นดายืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังกางปีกปกป้องหรือเรียกให้ถูกคือ กันซีน เธออยู่ด้วยความรู้สึกขบขันจนแทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่