หลุดเป็นห่วงน้อง

1200 Words
กลางลานเอนกประสงค์ที่ไร้เงาไม้บดบัง แสงแดดจัดจ้านในช่วงสายของวันแผดเผาลงมาจนไอร้อนระอุขึ้นมาจากพื้นปูน กลุ่มของนดาซึ่งโชคร้ายแพ้เกมสันทนาการสุดท้าย ถูกรุ่นพี่จอมโหดสั่งลงโทษให้ยืนเข้าแถวตากแดดจนกว่าจะถึงเวลาพักเที่ยง "ยืนตัวตรง ใครขยับหรือบ่น พี่จะต่อเวลาออกไปอีกคนละห้านาที" เสียงรุ่นพี่ว้ากตะโกนสั่งลั่นลาน นดายืนนิ่งสนิท มือทั้งสองข้างแนบข้างลำตัว เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามไรผมและซึมผ่านเสื้อนักศึกษาจนชุ่มโชกไปทั้งแผ่นหลัง ใบหน้าที่เคยขาวใสบัดนี้แดงก่ำเพราะพิษแดด ริมฝีปากแห้งผากจนเริ่มลอก แต่เธอกลับไม่ปริปากบ่นสักคำ สายตาของเธอจับจ้องไปที่กลุ่มรุ่นพี่สตาฟฟ์ที่นั่งพักอยู่ในร่มไม้ไม่ไกลนัก ตรงนั้นมี พี่ธันวา นั่งหน้านิ่งถือขวดน้ำเย็นเฉียบอยู่ในมือ เขาดูไม่ได้เดือดร้อนกับความร้อนรอบตัว และไม่ได้ปรายตามามองกลุ่มที่โดนทำโทษเลยแม้แต่น้อย ‘นดาต้องทนให้ได้... จะให้พี่ธันวาเห็นว่าเรายังเหยาะแหยะเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เด็ดขาด’ เธอท่องประโยคนี้ซ้ำๆ ในใจ แม้ว่าตอนนี้โลกทั้งใบจะเริ่มหมุนคว้าง และลำคอจะแห้งผากจนเจ็บไปหมดก็ตาม เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้นเป็นสัญญาณช่วยชีวิต "เอาล่ะ พักเที่ยงได้ แยกย้ายไปกินข้าว แล้วบ่ายโมงเจอกันที่นี่ครับ " "ขอบคุณครับ/ค่ะ รุ่นพี่" เสียงเด็กปีหนึ่งประสานกันอย่างอ่อนแรง เพื่อนในกลุ่มของนดาต่างพากันทรุดตัวลงนั่ง หรือรีบวิ่งเข้าหาที่ร่มทันทีที่ได้รับอนุญาต นดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามจะก้าวเท้าเดินตามเพื่อนไป ทว่าเพียงแค่ขยับตัว ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพลิกคว่ำก็จู่โจมเข้าใส่ทันที ภาพรุ่นพี่ที่เดินขวักไขว่เริ่มพร่ามัว เสียงจ้อกแจ้กจอแจรอบตัวค่อยๆ ดับวูบลง แข้งขาที่เคยฝืนทนกลับอ่อนแรงเสียดื้อๆ "นดาเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีด..." เสียงเพื่อนในกลุ่มร้องทักยังไม่ทันจบ ฟุ่บ .. ร่างบางก็เอนวูบและล้มฟุ่บลงไปกองกับพื้นปูนที่ร้อนระอุต่อหน้าเพื่อนๆ และรุ่นพี่นับร้อยชีวิตทันที "เห้ย มีเด็กเป็นลม" เสียงร้องตะโกนโวยวายดังขึ้นทั่วลาน ท็อปที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งกูเข้าไปหาเป็นคนแรก แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว ร่างสูงของคนที่เคยทำหน้านิ่งเฉยมาตลอดทั้งชั่วโมงอย่าง ธันวา กลับพุ่งตัวออกมาจากร่มไม้ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเข้าถึงตัวนดาก่อนใครเพื่อน วงแขนแกร่งช้อนร่างที่หมดสติขึ้นมาแนบอกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "นดา นดา ได้ยินพี่ไหม" เสียงที่เขาเรียกชื่อเธอในตอนนั้นมันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความห่วงใย แตกต่างจาก 'รุ่นพี่ธันวา' คนใจร้ายเมื่อตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง! พี่ธันวาหลุดมาดนิ่งซะแล้วค่ะ! ต่อไปอยากให้พี่ธันวาอุ้มน้องไปห้องพยาบาลเองเลยไหมคะ? แล้วตอนน้องฟื้นขึ้นมา จะให้พี่ธันวากลับไปทำตัวเย็นชาเหมือนเดิม หรือจะยอมอ่อนลงให้น้องนิดหนึ่งดี? "หลบไป" เสียงทรงพลังของธันวาตวาดลั่นจนรุ่นน้องที่ยืนมุงอยู่ต้องรีบแหวกทางให้ ร่างสูงไม่รอช้า ช้อนอุ้มนดาขึ้นแนบอกในท่าเจ้าหญิงอย่างรวดเร็ว เขาออกตัววิ่งกึ่งเดินมุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลของคณะโดยไม่สนสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความตกตะลึง ‘ตัวเล็กแค่นี้... ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะนดา’ ธันวาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความร้อนจากพื้นปูนส่งผ่านมายังร่างที่หมดสติในอ้อมแขน ยิ่งทำให้เขาใจเสีย เมื่อถึงห้องพยาบาล เขาค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงสีขาวอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกหักไปมากกว่านี้ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเซียวที่มีหยดเหงื่อเกาะพราว ก่อนจะหันไปสั่งรุ่นน้องเฝ้าห้องพยาบาลเสียงเข้ม "ไปเอาน้ำแข็งกับผ้าชุบน้ำมาด่วนแล้วก็ยาดมด้วย" ท็อปที่วิ่งตามมาติดๆ ยืนหอบแฮกอยู่ข้างเตียง เขามองเพื่อนรักที่กำลังลุกลี้ลุกลนเช็ดเหงื่อออกจากหน้าให้นดาอย่างเผลอตัว แล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มกริ่ม "ไหนบอกว่าอดีตไม่สำคัญไงวะไอ้ธัน... วิ่งหน้าตั้งมาอุ้มน้องขนาดนี้ กูว่าศาลาวัดเขายังรู้เลยมั้งว่ามึงเป็นห่วง" ธันวาชะงักมือที่กำลังจัดท่านอนให้นดา เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาเหมือนเดิมทันที "กูเป็นสตาฟฟ์คุมน้อง ถ้ามีเด็กปีหนึ่งตายในคณะกูก็ซวยดิ มึงออกไปได้แล้วไป" "เออๆ ปากแข็งเข้าไปเถอะมึง" ท็อปส่ายหน้าอย่างระอาใจก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปข้างนอก ทิ้งให้ทั้งห้องเหลือเพียงความเงียบและเสียงเครื่องปรับอากาศ ธันวานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง จ้องมองใบหน้าคนที่หลับปัดพริ้มอยู่อย่างนั้น ความโกรธเคืองที่เคยมีดูเหมือนจะมลายหายไปชั่วคราว เหลือเพียงความรู้สึกผิดที่รบกวนใจ... เขาไม่น่าสั่งทำโทษกลุ่มของเธอเลย ทั้งที่รู้ดีว่านดาเป็นคนผิวบางและไม่ถูกกับแดดจัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เวลาผ่านไปครู่ใหญ่... เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับยิบๆ ก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ นดากระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับแสงที่จ้าเข้าตา ความรู้สึกมึนงงจู่โจมจนเธอต้องขมวดคิ้ว "ฟื้นแล้วเหรอ?" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้นดารีบหันขวับไปมอง แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นพี่ธันวานั่งกอดอกมองเธออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แอบแฝงความดุเอาไว้ "พี่... พี่ธันวา นดามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?" เธอพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกหน้ามืดจนต้องล้มลงไปนอนตามเดิม "อยากอวดเก่งนักไม่ใช่เหรอ? ยืนตากแดดจนเป็นลม หน้าแตกกลางสนามไม่พอ ยังต้องลำบากคนอื่นเขาแบกมาห้องพยาบาลอีก" คำพูดประชดประชันหลุดออกมาจากปากเขา แต่มือหนากลับยื่นขวดน้ำเกลือแร่ไปจ่อที่ริมฝีปากของเธอ "ดื่มซะ อย่าทำให้พี่เสียเวลาไปมากกว่านี้" นดามองขวดน้ำตรงหน้าสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของเขา แม้จะโดนดุแต่หัวใจดวงน้อยกลับพองโตขึ้นมาเสียดื้อๆ ‘พี่ธันวาเป็นคนอุ้มนดามาเหรอคะ? เธอถามตัวเองในใจพร้อมกับแอบอมยิ้มน้อยๆ จนคนตัวโตเริ่มทำตัวไม่ถูก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD