กลางลานเอนกประสงค์ที่ไร้เงาไม้บดบัง แสงแดดจัดจ้านในช่วงสายของวันแผดเผาลงมาจนไอร้อนระอุขึ้นมาจากพื้นปูน กลุ่มของนดาซึ่งโชคร้ายแพ้เกมสันทนาการสุดท้าย ถูกรุ่นพี่จอมโหดสั่งลงโทษให้ยืนเข้าแถวตากแดดจนกว่าจะถึงเวลาพักเที่ยง
"ยืนตัวตรง ใครขยับหรือบ่น พี่จะต่อเวลาออกไปอีกคนละห้านาที"
เสียงรุ่นพี่ว้ากตะโกนสั่งลั่นลาน
นดายืนนิ่งสนิท มือทั้งสองข้างแนบข้างลำตัว เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามไรผมและซึมผ่านเสื้อนักศึกษาจนชุ่มโชกไปทั้งแผ่นหลัง ใบหน้าที่เคยขาวใสบัดนี้แดงก่ำเพราะพิษแดด ริมฝีปากแห้งผากจนเริ่มลอก แต่เธอกลับไม่ปริปากบ่นสักคำ
สายตาของเธอจับจ้องไปที่กลุ่มรุ่นพี่สตาฟฟ์ที่นั่งพักอยู่ในร่มไม้ไม่ไกลนัก ตรงนั้นมี พี่ธันวา นั่งหน้านิ่งถือขวดน้ำเย็นเฉียบอยู่ในมือ เขาดูไม่ได้เดือดร้อนกับความร้อนรอบตัว และไม่ได้ปรายตามามองกลุ่มที่โดนทำโทษเลยแม้แต่น้อย
‘นดาต้องทนให้ได้... จะให้พี่ธันวาเห็นว่าเรายังเหยาะแหยะเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เด็ดขาด’ เธอท่องประโยคนี้ซ้ำๆ ในใจ แม้ว่าตอนนี้โลกทั้งใบจะเริ่มหมุนคว้าง และลำคอจะแห้งผากจนเจ็บไปหมดก็ตาม
เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้นเป็นสัญญาณช่วยชีวิต
"เอาล่ะ พักเที่ยงได้ แยกย้ายไปกินข้าว แล้วบ่ายโมงเจอกันที่นี่ครับ "
"ขอบคุณครับ/ค่ะ รุ่นพี่"
เสียงเด็กปีหนึ่งประสานกันอย่างอ่อนแรง
เพื่อนในกลุ่มของนดาต่างพากันทรุดตัวลงนั่ง หรือรีบวิ่งเข้าหาที่ร่มทันทีที่ได้รับอนุญาต นดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามจะก้าวเท้าเดินตามเพื่อนไป ทว่าเพียงแค่ขยับตัว ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพลิกคว่ำก็จู่โจมเข้าใส่ทันที
ภาพรุ่นพี่ที่เดินขวักไขว่เริ่มพร่ามัว เสียงจ้อกแจ้กจอแจรอบตัวค่อยๆ ดับวูบลง แข้งขาที่เคยฝืนทนกลับอ่อนแรงเสียดื้อๆ
"นดาเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีด..."
เสียงเพื่อนในกลุ่มร้องทักยังไม่ทันจบ
ฟุ่บ ..
ร่างบางก็เอนวูบและล้มฟุ่บลงไปกองกับพื้นปูนที่ร้อนระอุต่อหน้าเพื่อนๆ และรุ่นพี่นับร้อยชีวิตทันที
"เห้ย มีเด็กเป็นลม"
เสียงร้องตะโกนโวยวายดังขึ้นทั่วลาน ท็อปที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งกูเข้าไปหาเป็นคนแรก แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว ร่างสูงของคนที่เคยทำหน้านิ่งเฉยมาตลอดทั้งชั่วโมงอย่าง ธันวา กลับพุ่งตัวออกมาจากร่มไม้ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาเข้าถึงตัวนดาก่อนใครเพื่อน วงแขนแกร่งช้อนร่างที่หมดสติขึ้นมาแนบอกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"นดา นดา ได้ยินพี่ไหม"
เสียงที่เขาเรียกชื่อเธอในตอนนั้นมันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความห่วงใย แตกต่างจาก 'รุ่นพี่ธันวา' คนใจร้ายเมื่อตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง!
พี่ธันวาหลุดมาดนิ่งซะแล้วค่ะ! ต่อไปอยากให้พี่ธันวาอุ้มน้องไปห้องพยาบาลเองเลยไหมคะ? แล้วตอนน้องฟื้นขึ้นมา จะให้พี่ธันวากลับไปทำตัวเย็นชาเหมือนเดิม หรือจะยอมอ่อนลงให้น้องนิดหนึ่งดี?
"หลบไป" เสียงทรงพลังของธันวาตวาดลั่นจนรุ่นน้องที่ยืนมุงอยู่ต้องรีบแหวกทางให้ ร่างสูงไม่รอช้า ช้อนอุ้มนดาขึ้นแนบอกในท่าเจ้าหญิงอย่างรวดเร็ว เขาออกตัววิ่งกึ่งเดินมุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลของคณะโดยไม่สนสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความตกตะลึง
‘ตัวเล็กแค่นี้... ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะนดา’ ธันวาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความร้อนจากพื้นปูนส่งผ่านมายังร่างที่หมดสติในอ้อมแขน ยิ่งทำให้เขาใจเสีย
เมื่อถึงห้องพยาบาล เขาค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงสีขาวอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกหักไปมากกว่านี้ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเซียวที่มีหยดเหงื่อเกาะพราว ก่อนจะหันไปสั่งรุ่นน้องเฝ้าห้องพยาบาลเสียงเข้ม
"ไปเอาน้ำแข็งกับผ้าชุบน้ำมาด่วนแล้วก็ยาดมด้วย"
ท็อปที่วิ่งตามมาติดๆ ยืนหอบแฮกอยู่ข้างเตียง เขามองเพื่อนรักที่กำลังลุกลี้ลุกลนเช็ดเหงื่อออกจากหน้าให้นดาอย่างเผลอตัว แล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มกริ่ม
"ไหนบอกว่าอดีตไม่สำคัญไงวะไอ้ธัน... วิ่งหน้าตั้งมาอุ้มน้องขนาดนี้ กูว่าศาลาวัดเขายังรู้เลยมั้งว่ามึงเป็นห่วง"
ธันวาชะงักมือที่กำลังจัดท่านอนให้นดา เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาเหมือนเดิมทันที
"กูเป็นสตาฟฟ์คุมน้อง ถ้ามีเด็กปีหนึ่งตายในคณะกูก็ซวยดิ มึงออกไปได้แล้วไป"
"เออๆ ปากแข็งเข้าไปเถอะมึง" ท็อปส่ายหน้าอย่างระอาใจก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปข้างนอก ทิ้งให้ทั้งห้องเหลือเพียงความเงียบและเสียงเครื่องปรับอากาศ
ธันวานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง จ้องมองใบหน้าคนที่หลับปัดพริ้มอยู่อย่างนั้น ความโกรธเคืองที่เคยมีดูเหมือนจะมลายหายไปชั่วคราว เหลือเพียงความรู้สึกผิดที่รบกวนใจ... เขาไม่น่าสั่งทำโทษกลุ่มของเธอเลย ทั้งที่รู้ดีว่านดาเป็นคนผิวบางและไม่ถูกกับแดดจัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่... เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับยิบๆ ก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ นดากระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับแสงที่จ้าเข้าตา ความรู้สึกมึนงงจู่โจมจนเธอต้องขมวดคิ้ว
"ฟื้นแล้วเหรอ?"
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยทำให้นดารีบหันขวับไปมอง แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นพี่ธันวานั่งกอดอกมองเธออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แอบแฝงความดุเอาไว้
"พี่... พี่ธันวา นดามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?"
เธอพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกหน้ามืดจนต้องล้มลงไปนอนตามเดิม
"อยากอวดเก่งนักไม่ใช่เหรอ? ยืนตากแดดจนเป็นลม หน้าแตกกลางสนามไม่พอ ยังต้องลำบากคนอื่นเขาแบกมาห้องพยาบาลอีก"
คำพูดประชดประชันหลุดออกมาจากปากเขา แต่มือหนากลับยื่นขวดน้ำเกลือแร่ไปจ่อที่ริมฝีปากของเธอ
"ดื่มซะ อย่าทำให้พี่เสียเวลาไปมากกว่านี้"
นดามองขวดน้ำตรงหน้าสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของเขา แม้จะโดนดุแต่หัวใจดวงน้อยกลับพองโตขึ้นมาเสียดื้อๆ
‘พี่ธันวาเป็นคนอุ้มนดามาเหรอคะ?
เธอถามตัวเองในใจพร้อมกับแอบอมยิ้มน้อยๆ จนคนตัวโตเริ่มทำตัวไม่ถูก