CHAOTIC LOVE : 20

1170 Words
เย็นวันต่อมา… 18:20 น. @โรงแรม R ผมยกหูต่อสายหา ไอ้เต ผู้ช่วยคนสนิท ระหว่างทางจะไปห้องอาหารส่วนตัว ตามนัดที่คุณอาฉัตรส่งมาให้ ไม่นานมันก็รับสาย [ครับนาย] “ตอนนี้กูอยู่โรงแรมR ลูกค้าที่ให้มึงหาข้อมูลเมื่อหลายวันก่อน นัดกูมาคุยงานผ่านอาฉัตร” [คุณเจนิสา น่ะเหรอ] “อือ มึงฟังกูให้ดีนะ ห้องอาหารส่วนตัว 703 กูจะเข้าไปตอนหกโมงตรง หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง ถ้ากูยังไม่โทรไป มึงมาหากูที่นี่” [เจ้านายคิดว่ามันมีอะไรผิดปกติ?] “ใช่ แต่มึงห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด” [ครับ ผมจะไปรอเดี๋ยวนี้] ผมกดวางสายและเก็บมือถือเข้ากระเป๋าด้านในของเสื้อสูท สายตาเพ่งตรงไปยังประตูห้องที่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว ความไว้ใจคือบ่อเกิดของความฉิบหาย เพราะงั้นผมต้องปกป้องตัวเองให้ดีที่สุด “ตรงเวลาเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงทักทายดังขึ้นจากด้านหลังทันทีที่ประตูปิดลงสนิท ฝีเท้าหยุดกึกพร้อมกับเสียงผมถอนหายใจแรงหนึ่งครั้ง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำ ปรายตามองผู้หญิงที่เดินขึ้นมาขนาบข้าง “หึ…” ผมกระตุกยิ้มแล้วเลื่อนมองไปทางอื่น เป็นคนที่คิดไว้จริงๆ “กะแล้วเชียว ว่าคุณต้องรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นริสา ไม่เจอกันนานคิดถึงกันบ้างไหมคะ” น้ำเสียงที่ฟังดูยั่วยวนสำหรับผู้ชายหลายคน แต่หนึ่งในนั้นไม่ใช่ผม เธอก้าวขึ้นมาหยุดตรงหน้า ขณะที่ผมเลือกก้มมองปลายเท้าตัวเองดีกว่า เธอคือ ริสา ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น เจนิสา จะด้วยเหตุผลอะไรผมไม่สนใจ เธอจองล้างจองผลาญชีวิตผมไม่เลิกรา ไม่ว่าผมจะชดเชยให้เธอเท่าไหร่มันก็ไม่พอ เพราะสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดคือการเป็นเจ้าชีวิตผม แต่น่าเสียดายที่ผมให้ไม่ได้ “ยังนิ่งเหมือนเดิมเลยนะคะ” ไม่พูดเปล่า เธอยังยกมือขึ้นหวังจะสัมผัสร่างกาย “ผมมาคุยเรื่องงานเท่านั้น” แต่ก็ได้แค่หวังเท่านั้นแหละ ผมปัดมือเธอออกและเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ วางไอแพดบนโต๊ะกลมขนาดกลางที่มีเก้าอี้จัดเรียงไว้ถึงแปดตัว เปิดข้อมูลที่เราต้องคุยกันวันนี้และลอบสำรวจทั่วห้องอย่างระมัดระวัง ห้องสุดหรูสไตล์จีนไม่ใหญ่มาก มีชุดจานชามสำหรับสองคน ซิกเนเจอร์ของโรงแรมวางอยู่ห้าอย่าง แน่นอนว่าผมจะไม่แตะต้องอะไรสักอย่างที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว มันอันตรายเกินไป ตอนนี้ในห้องมีผม ริสา และพนักงานของโรงแรมอีกหนึ่งคน ภายในห้องดูไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มีกล้องวงจรปิดสามจุดที่ดูแตกต่างจากจุดอื่น เพราะมันจ่อลงมาที่ตรงผมนั่งอยู่ตอนนี้จากทั้งสามมุม ผู้หญิงคนนี้สามารถทำอะไรที่เหนือความคาดหมายได้ตลอดเวลาและเธอไว้ใจไม่ได้ เอาจริงๆ ถ้าเป็นผู้ชายผมไม่หวั่นเลยสักนิด แต่พอมาเป็นผู้หญิงผมลงมือทำอะไรที่มันอุกอาจเกินไปไม่ได้ ไม่ได้ขี้ขลาดแต่ก็ไม่ได้เป็นหน้าตัวเมีย สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือนิ่งเพราะสุดท้ายเธอจะถอยไปเองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา อีกหนึ่งเหตุผลที่ยอมปล่อยให้เธอลอยหน้าอยู่แบบนี้ คือผมมีบางอย่างที่ติดค้างเธอ หนี้ที่ไม่รู้จะใช้หมดในชาตินี้รึเปล่า เธอเดินมาหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามขณะขยับริมฝีปากพูด “ทำไมต้องรีบล่ะคะ ดื่มอะไรก่อนดีไหม” “ไม่” ผมปฏิเสธบริกรที่กำลังรินไวน์ใส่แก้ว บริกรหญิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยุดการกระทำ โค้งและถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อยืนอยู่ในจุดเดิม “ไม่ให้เกียรติลูกค้าเลยนะคะ” เธอแสยะยิ้มก่อนจะยกแก้วในมือขึ้นดื่มจนหมดในคราเดียว “ครับ คุณจะยกเลิกเลยไหม ผมจะได้กลับ” และผมตั้งใจจะทำอย่างปากว่าจริงๆ เพราะมือกำลังพับไอแพดเก็บเรียบร้อยแล้ว “เย็นชาไม่เปลี่ยน” เธอพึมพำขณะที่ผมกำลังจะลุกจากเก้าอี้ วางแก้วไวน์ลงบนและพูดต่อในน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม “งั้นคุยเรื่องงานก็ได้ค่ะ” เธอส่งซิกให้ผมนั่งลงที่เดิม ผมถอนหายใจและทำตาม ด้วยความที่เธออยู่ในฐานะลูกค้าซึ่งผมไม่ต้องการให้ พีพีเอ็นเสียชื่อ “พอดี ริสามีเงินประกันของพ่อที่ต้องตายจากการเข้าไปช่วยเหลือคนคนหนึ่งในกองเพลิงที่กำลังลุกโชนเมื่อแปดปีก่อน และของแม่ที่ล้มป่วยหนักเพราะทำใจไม่ได้จนตายตามกันไป การสูญเสียนี่มันก็หนักหนาเหมือนกันนะคะ คุณว่าไหม” ปึง! “จะเข้าเรื่องได้รึยัง!!” ผมเผลอทุบโต๊ะและตะคอกใส่คนตรงหน้าอย่างเหลืออด ก่อนจะหลับตาข่มอารมณ์ที่มันเริ่มปะทุอยู่ภายในชั่วขณะ เธอเงียบและส่งสายตาอาฆาตมาให้ผม ถึงแม้บรรยากาศภายในห้องจะเงียบสนิทแต่ภายในจิตใจเหมือนเราทั้งคู่กำลังห้ำหั่นกันอย่างบ้าคลั่ง “ขอโทษทีค่ะ” ประโยคทำลายความเงียบที่ดูเหมือนจะดีขึ้นแต่เปล่าเลยเพราะมันตามมาด้วยประโยคที่เปรียบเสมือนมีดคมทิ่มแทงลงมาซ้ำๆ “ริสาลืมไปว่าคุณก็เสียครอบครัวไปเหมือนกัน เสียไปก่อนริสาซะอีก ดูเหมือนคนที่อยู่ใกล้คุณมีแต่ความตายมาพรากไปทั้งนั้นเลยนะคะ นี่คุณเป็นมัจจุราชรึเปล่า” “คุณอยากจะเป็นรายต่อไปไหมล่ะ” ผมกดเสียต่ำ มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาเชือดเฉือนราวคมมีด “ไม่พูดยังงี้กับผู้หญิงสิคะ ไม่น่ารักเลย” “จะคุยเรื่องงานได้รึยัง” ผมถามย้ำ “โอเค ก็นั่นแหละค่ะ ริสาเลยอยากจะมาลงทุนเล่นหุ้นกับพีพีเอ็น อ้อ แล้วริสายังได้เงินจากพีพีเอ็นมาเยอะพอสมควรเลยนะคะ” “...” ผมเชื่อเรื่องเงินที่เธอได้ชดเชยจากพีพีเอ็น เพราะถ้ามันไม่มากพอเธอคงไม่ผยองพองขนขนาดนี้หรอก รู้สึกเหมือนเอาเงินให้คนอื่นมาสร้างความฉิบหายให้ตัวเองยังไงก็ไม่รู้ “ในซองนี้เป็นข้อมูลทั้งหมด” ซองสีน้ำตาลถูกเลื่อนมาตรงหน้า “ครับ ผมจะดูให้ แล้วพีพีเอ็นจะติดต่อคุณไปอีกที” ผมหยิบมันขึ้นพร้อมไอแพดและเตรียมตัวจะกลับทันที เพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอแค่อยากตอกย้ำแผลเก่าของผมเล่นก็เท่านั้น ส่วนเรื่องงานมันเป็นแค่ข้ออ้าง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD