CHAOTIC LOVE : 17

1374 Words
“มันสะอาดแล้ว?” ผมสำรวจแขนตัวเองที่ยังมีคราบดินติดอยู่หลายจุดขณะเอ่ยถาม “ก็อย่าจ้องแบบนั้นสิคะ” เธอว่าพลางก้มหน้างุด นั่นจึงเป็นตอนที่ผมได้สติ กะพริบตารัวๆ แล้วเคลื่อนมามองฝ่ามือตัวเอง เอาจริงๆผมไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอจ้องผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาแบบไหน เธอถึงเสียอาการขนาดนี้ “แล้วจะปล่อยไว้แบบนี้?” “งั้น…จับได้ไหมคะ” เธอถามขณะเหลือบมองฝ่ามือผม คล้ายกำลังขออนุญาต “เหอะ ทีตอนเรียกฉันว่า เฮีย ไม่เห็นขอ” ผมอดแค่นหัวเราะในลำคอให้กับคนที่แสร้งทำเป็นมีมารยาทไม่ได้ “งั้น…เพลินขอเรียกคุณว่า เฮียฟิวส์ นะคะ” “ไม่” “ค่ะ…เฮีย” “ขอเพื่อ?” ผมเลิกคิ้วถาม สุดท้ายสายตาผมก็กลับมาโฟกัสที่เธออีกจนได้ “ตามมารยาทค่ะ อย่างมือเนี่ย ถ้าไม่อนุญาต เพลินก็จะจับเหมือนเดิม” เธอพูดขณะวางมือประกบฝ่ามือผมที่หงายอยู่บนหน้าขาตัวเอง “หึ…หวงนักเหรอ นี่” ผมมองคนตัวเล็กที่จงใจแกล้งผมด้วยการยกมือแล้ววางแนบลงไปที่เดิมซ้ำๆ สองครั้ง และผมไม่ปล่อยให้มีครั้งที่สาม หมับ! อ๊ะ!! “เพลินเจ็บนะ” คนตัวเล็กร้องท้วงและพยายามจะดึงมือออก ผมผ่อนแรงบีบลงนิดหน่อยแต่ใช่ว่าจะยอมปล่อย “อยากจับนักไม่ใช่ไง๊ จับให้พอใจ ห้ามเอาออก” เธอทำเป็นกลั้นยิ้มเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไร แต่แก้มสองข้างกลับมีสีเข้มขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนจะหยิบทิชชูแผ่นใหม่และเช็ดแขนให้ผมต่อด้วยมือข้างเดียวแบบนั้น โดยที่สายตาผมยังจับจ้องอยู่จุดเดิม มุมปากเริ่มยกขึ้นขณะโคลงศีรษะไปมา เชื่อไหม...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกใจเต้นผิดปกติเพราะผู้หญิง “แล้วเธอจะเอามันไปไว้ที่ไหน” ผมเริ่มประเด็นใหม่หลังจากที่ปล่อยความเงียบเข้าปกคลุมนานเกือบนาที “อย่าเรียกน้องแบบนั้นสิคะ” เธอสวนกลับเสียงเข้ม “เหอะ…” วันนี้ยัยหมาน้อยนี่กล้าทำเสียงแบบนี้ใส่ผมเพราะไอ้ลูกหมานั่นสองครั้งแล้วนะ แตะต้องไม่ได้เลยงั้นสิ… “เพลินตั้งชื่อให้น้องดีกว่า…” เสียงหวานพึมพำขณะเช็ดหลังมือผมและดูเหมือนกำลังใช้ความคิดไปด้วย คนตัวเล็กเงียบไปหลายวินาทีก่อนเงยหน้ามองผมแววตาวาวคล้ายผุดไอเดียขึ้นในหัว “ฮะเก๋า” “นี่คิดแล้ว?” ผมไม่คิดว่าชื่อนี้จะหลุดออกมาจากปากเธอเลยด้วยซ้ำ “ค่ะ คิดดีมากแล้วด้วย” “ทำไมต้องชื่อนี้” “เพลินชอบค่ะ” ผมโน้มตัวลงไปหาเธอเล็กน้อย แอบประหลาดใจที่ยัยหมาน้อยชอบอาหารเหมือนผม “หมายถึงฮะเก๋า” คนถูกถามเคลื่อนใบหน้าเข้าหา แล้วหยุดในระยะที่ห่างไม่ถึงสองคืบ “หมายถึงเฮียค่ะ” เสียงที่เปล่งออกมาเหมือนกับการร่ายคาถา เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส ที่เฮอร์ไมโอนี่ใช้เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว เพราะผมนิ่งสนิท…นิ่งแบบที่ไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง ผมไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์คับขันได้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าปรับเป็นโหมดสโลว์โมชั่นโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มบางที่แสนอ่อนโยนค่อยๆ คลี่ออก วินาทีต่อมาผมหลุมมองริมฝีปากบางแต่งแต้มสีชมพูมันวาวอย่างเผลอไผล มีความคิดอยากครอบครองแทรกเข้ามาในหัวฉับพลัน ครืดดด~ ครืดดด~ ผมกะพริบตาปรับภาพให้เข้าสู่โหมดปกติ เมื่อถูกปลุกให้ตื่นจากแรงสั่นของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้กางเกงยีน ก่อนจะดึงตัวขึ้นตรงเพื่อล้วงมือถือออกมาดู หน้าจอแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจาก ‘ไอ้หมอเวร’ หมอเวรจริงๆ …ผมเลื่อนสไลด์รับสายแล้วเอาเข้าแนบหู [มึงอยู่ไหนแล้ว] ผมเหลือบมองเจ้าของแก้มป่องๆ แดงก่ำราวกับมะเขือเทศที่ตอนนี้กำลังก้มหน้างุดกับกองทิชชูเปียกบนพื้น อะไรวะ…หยอดเอง เขินเองก็ได้เหรอ หึ…แล้วลากสายตาไปจดจ่อฝ่ามือที่ยังกอบกุมกันแน่น [ไอ้เหี้ยฟิวส์!! มึงฟังกูอยู่ปะเนี่ย!!] ผมปล่อยมือเธอออกด้วยความตกใจ ในตอนที่ปลายสายตะโกนถามเสียงดังลั่น “ตะโกนหาพ่อง…” [นี่มึงไปเอามือถือที่ห้องใครรึเปล่าวะ นานฉิบหาย] “อีกยี่สิบนาที” พูดจบผมก็ตัดสาย พ่นลมหายใจยาวหนึ่งครั้งพลางยัดมันเข้าทีเดิม เป็นจังหวะเดียวกับที่ยัยหมาน้อยลุกเอาขยะไปทิ้งใส่ถังก่อนจะเดินกลับมาตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกฝั่ง “สรุปจะเลี้ยงเอง?” “ค่ะ เอาไปอยู่เป็นเพื่อนฟรุ๊ตตี้” “ฟรุ๊ตตี้?” คิ้วหนาเลิกขึ้น รู้สึกคุ้นชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหน “ก็ที่อยู่หน้าโปรไฟล์เพลินไง” “ที่หน้าเหมือนเธออะนะ” ผมกระตุกยิ้ม ถึงว่าทำไมหน้าเหมือนกัน ถูกเลี้ยงมาด้วยกันนี่เอง “เกินไปค่ะ” คนถูกเปรียบเทียบหันขวับมองหน้าผมอย่างขุ่นเคืองและลากอ๋อยาวเหมือนนึกอะไรออก “อ๋อ…ที่เพลินเคยได้ยินเฮียเรียกว่า หมาน้อย เพราะรูปนั่นเหรอ” “อือ” “ชื่อเพลินตาค่ะ แล้วเพลินก็ไม่เหมือนหมาสักนิด” คราวนี้เธอหันเข้าหาผมทั้งตัว ทำท่าทางขึงขัง “เหมือน” เธอกำลังจะอ้าปากเถียงแต่ประตูถูกเปิดออกซะก่อน ยัยหมาน้อยสะบัดหน้าละความสนใจจากผมทันที ผุดลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปข้างในอย่างเร่งรีบ และผมหมดความสำคัญในพริบตา… ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีเธอก็เดินออกมาพร้อมผู้ช่วยสัตวแพทย์ ดูเหมือนเธอกำลังตั้งใจฟังคำแนะนำจากผู้ช่วยคนนั้นตลอดทาง จนเดินไปถึงหน้าเคาน์เตอร์และตอนที่ผู้ช่วยคนนั้นกำลังเดินอ้อมไปด้านใน ยัยหมาน้อยหันกลับมาอ้าปากบอกผมช้าๆ ชัดๆ แต่ไร้เสียง นั่นทำให้ผมตั้งใจมองริมฝีปากบางที่ขยับเป็นคำ ‘ใกล้…เสร็จ…แล้ว’ พูดจบก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีก่อนจะหันกลับไปคุยกับผู้ช่วยด้านในต่อ หึ…ผมส่ายหน้าไปเล็กน้อยพลางลุกเดินไปหาเธอ “ค่ะ พรุ่งนี้มารับค่ะ” ผมหยุดยืนด้านหลังพอดีกับบทสนทนาที่ใกล้จบแต่ยังจับใจความได้ คิดว่าคงหมายถึงฝากไอ้ลูกหมานั่นไว้ที่นี่เพื่อรอให้แม่เธอมารับกลับไปบ้านประมาณนั้น เพราะผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่ และพอรับรู้ถึงการมาของผม เธอก็มีคำถามต่อทันที “เฮียจะไปหาเพื่อนต่อเหรอคะ” “อือ” “เฮียเปลี่ยนเสื้อก่อนน่าจะดีกว่านะ” “....” ผมเอี้ยวตัวสำรวจแขนเสื้อขวาอย่างร้อนรน ถ้าเธอพูดแบบนี้น่าจะมีรอยเปื้อนตรงไหนแน่ๆ และคิดว่าเกิดจากตอนที่เอื้อมไปหยิบไอ้ลูกหมานั่นขึ้นมา “เพลินทำเสื้อเฮียเลอะ ตรงนี้ค่ะ” ปลายนิ้วเรียวจิ้มมาบริเวณสาบกระดุมเสื้อช่วงแผงอก ส่งผลให้ผมก้มมองและสิ่งที่เห็นคือรอยลิปสติกที่เธอฝากไว้ บ้าเอ๊ย…แล้วทำไมเพิ่งมาบอกวะ ผมใช้มือปัดป่ายร่องรอยสีโรสอ่อนอย่างหัวเสีย “ยอดชำระค่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง เห็นแต่ผู้ช่วยคนเดิมยื่นใบเสร็จมาให้ ส่วนเจ้าของหมาดันเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง “โอนนะครับ” ผมพูดขณะล้วงมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายเงินเรียบร้อย แล้วยัดทั้งสองอย่างลงที่เดิม ตอนแรกก็คิดว่าจะยืนรอให้ยัยหมาน้อยคุยโทรศัพท์เสร็จ แต่สายตาผู้หญิงหลายคู่ด้านในเคาน์เตอร์ทำผมอึดอัดจนต้องเดินเข้าไปดึงสายกระเป๋าให้เธอเดินตามออกมา พอดีกับที่การสนทนาทางไกลจบลง... “อ๊ะ…เพลินยังไม่ได้จ่ายเงินเลยนะ เฮียจ่ายแล้วเหรอ” เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นตลอดทางเดิน “....” ผมพยักหน้ารับ “เท่าไหร่คะ เพลินโอนให้” “เก็บไว้ใช้กับเรื่องมีสาระเถอะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD