ณ ห้องโถงกลางสำนักเมฆา
= หวังชิน =
พิธีฝากตัวนี้ช่างน่าเบื่อจริงๆ น่ำช้ำยิงมีกฏตระกูลหลานสามพันกว่าข้อนี้อีก ยิ่งฟังยิ่งง่วง ข้าบ่นพรึมพรัมอยู่ในใจ แต่สายตามกลับเหลือกไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังมองมาที่ข้า ด้วยสายประมาณว่าไม่พอใจเมื่อโกธรอะไรมา ราวกับว่าอ่านใจข้าได้ยังไงยังงั้นเลย ข้าทักทายพร้อมโบกมือไปมาตามระเบียบ แต่ข้าทำแบบนี้เขากลับยิ่งทะลึ่งตาใส่ ก่อนจะหลยตาหันกลับไป คนบ้าอะไรไปกินรั้งแต้นมาหรือไง
ผ่านไปเกือบ 4-5 ก้านธูป(1ก้านธูป= 1ชั่วโมง )
ยื่นจนข้าแถบเป็นตระคิวกว่าจะอ่านกฏตระกูลหลานจบเห้ย กว่าจะเรียนเสร็จข้าว่าข้าคงจะตายเพราะกฏสามพันข้อของตระกูลหลานก่อนแน่ๆเลย และนอกจากกฏสามพันยังมีสายตาคู่หนึ่งที่จับจองข้าราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางไหน สายตาคู่นี้ไม่ใช้ใครที่ไหนหรอก ก็เป็นของคุณชายรูปงามที่หญิงสาวทั่วหล้าหมายปองอย่างคุณชายรองแห่งตระกูลหลานแห่งแดนเมฆา หลานซ่วง จ่องข้าราวกลับว่าข้าไปฆ่าพ่อเขามางั้นแหละ แต่จะว่าไปนี่กี่โมงกี่ยามแล้วนะ หิวข้าวง่าาาาาาาาาาาาาาาา
ผ่านไป อีก 1 ก้านธูป
"กว่าจะไปพัก แค่วันแรกข้าก็ไม่ไหวแล้วอาเยว่........."ข้าบ่นกับกับน้องชายทันทีที่เดินออกจ้าห้องโถง
"แบบนี้ก็ดีท่านจะได้ไม่ชน" หวังเยว่ตอบกลับข้าทันควัน ข้าชนตรงไหนออกจะน่ารักเรียบร้อยจะตาย
"อาเยว่ระวัง" ข้ายังไม่ทันทำอะไรอยู่อยู่อสเยว่ก็พลัดตกบรรได แต่ว่าจู่ก็มีชายคนหนึ่ง รูปร่างสง่างาม สวมผ้าคาดหัวที่เป็นสัญลักษณ์ของตระกูลหลานมารับไว้ทัน
"ไม่เป็นอะไรใช่หรือไหม " ชานคนนั้นถามอาเยว่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและดูอบอุ่น ข้ารีบวิ่งไปดูอย่างรวดเร็ว
"อาเยว่เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บที่ใดหรือไม่ให้พี่ดูที" ข้าถามอาเยว่ด้วยความตกใจ พร้อมกลับหมุนตัวเขาไปมาเพื่อหาบาดแผล
"ไม่....ไม่เป็นไร โอ้ย!!!!!!! " อาเยว่ร้องโอดโอ้ยพร้อมกับมองไปที่เท้า ข้าก็มองตามรวมถึงชายคนนั้นก็เช่นกัน
"ดูเหมือนเท้าเจ้าจะพลิกนะ คุณชายน้อยหวัง " ชายคนนั่นกล่าวขึ้น
"ข้า....ข้าไม่เป็นไรจริงๆ ขอบคุณท่านที่ยื่นมือเข้ามาช่วย " อาเยว่บอก ชายคนที่มาช่วยเอาไว้ก็เขาคือ ประมุขตระกูลหลาน หลานฮ่วน คนที่น้องชายข้าแอบมองเขาตรองสนามฝึกกระบี่เมือวานนั่นเอง เขาดูเป็นชายที่ดูอบอุ่นดียิ่งต่างจากน้องชายลีลับเลย
พออาเยว่พูดจบหลานฮ่วนกลับอุ้มอาเยว่ขึ้นอ้อมแขนทำให้ข้าและศิษย์แต่ละคนที่อยู่ในเหตุการมองตาไม่กระพริบเลย
"ท่าน...จะทำอะไร ปล่อยข้าลงนะ"อาเยว่ร้องตระโกนด้วยความตกใจ
"ปล่อยข้าลงนะ ท่านทำอะไรขอท่าน"
"อย่าดิ้นเดี๋ยวเจ้าจะตกลงไปได้"เขาหันมาดุอาเยว่ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว จนหน้ากลัว อาเยว่ถึงกลับชะงักไปเลย
"ข้อเท้าเจ้าพลิกอยู่หากฝืนเดินอาจจะบวมได้ ให้ข้าไปส่งเถอะ " หลานฮ่วนพูดขึ้นพร้อมกับเดินตรงไปที่พักของตระกูลหวัง ข้ายืนอึงอยู่พักนึ่ง ก่อนจะเดินตามไปอย่างเงียบๆ
ณ ที่พักตระกูลหวัง
อาเยว่โวยวายตลอดทางให้หลานฮ่วนวางตัวเองลง แต่กับไม่ได้ผลเลยสักครั้ง จนกระทั้งถึงห้องของอาเยว่ ข้าเดินไปเปิดประตูให้หลานฮ่วน หลานฮ่วนอุ้มอาเยว่ไปวางลงทึ่เตียงอย่างทะนุทะน้อมข้าก็เดินตามมาแบบเงียบๆ
"คุณชายน้อยหวังต้องขออภัยที่เสียมารยาท ข้าขอดูข้าเท้าเจ้าได้หรือไม่ " เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ท่านประมุขหลานอุ้มท่านก็อุ้มมาแล้ว แค่ข้อเท้ามีหรืออาเยว่จะไม่ให้ท่านดู
"อ่ะ.....อืม " นั่นไงข้าว่าแล้วอาเยว่จะต้องไม่ปฏิเสธ พออาเยว่ตอบอนุญาตอาเยว่ก็ค่อยๆยื่นเท้าให้ประมุขหลานดู
ประมุขหลานค่อยๆจับและทำแผลให้อาเยว่อย่างเบามือ หลานฮ่วนผู้นี้ใจดีมากๆดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกมินาอาเยว่ถึงถูใจตั้งแต่คราแรกพบ แต่ทำไม่คนน้องกลับเย็นชายต่างจากพี่อย่างกลับหน้ามือเป็นหลังมือเลย
"ขอบคุณ ประมุขหลาน ที่ช่วยข้าและยังทำแผลให้ข้าด้วย ขอบคุณจริงๆ"อาเยว่กล่าวขอบคุณอีกครั้ง ถึงปากจะขอบคุณอย่างกล้าแต่กลับไม่กล้าสบตาหรือแม้กระทั่งมองหน้าผู้มีพระคุณเลยแม้แต่น้อย ข้ามองดูปทุมม่วงน้อยที่ข้าประคบประหงมมาเขินอายด้วยความเอ็นดู
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกคุณชายน้อยหวัง เจ้ามาเรียนที่บ้านข้าในฐานะเจ้าบ้านข้าควรดูแลแขกก็สมควรแล้ว เท้าเจ้าไม่เป็นอะไรมาก แต่ยังไงช่วง2-3วันนี้เดินให้น้อยก็จะดีขึ้นแล้ว " เขาตอบอย่างเป็นกันเองมาก
"ประมุขหลานไม่ต้องเป็นห่วง มีข้าอยู่ ข้าดูแลอาเยว่เอง " ข้าพูดออกไป ก็จริงนะตอนอยู่ที่แดนปทุมพวกเราก็ดูแลกันเองอยู่แล้ว แถมปทุมม่วงน้อยนี้ข้าแพี่หญิงประคบประหงมเขาร่วงไข่ในหิน
"งั้นข้าขอตัวก่อน คุณชายน้อยหวังหากพรุ่งนี้ัยังปวดที่เท้าอยู่เจ้าไม่ต้องไปเรียนก็ได้ เดี่ยวข้าจะบอกท่านอาให้ " เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกไป ท่านอาที่เขาหมายถึงคืออาจารย์ผู้สอนการเรียนที่นี้ ผู้อาวุสกุลโสหลาน หลานเฉิง
"ปทุมม่วงน้องของข้ากำลังจะเบ่งบานเสียแล้ว "ข้าแชวอาเยว่ที่กำลังนั่งยิ้มสีหน้าแดงอมชมพูอยู่ที่เตียงนอน
"พูดบ้าอะไรของท่าน" แหมปากกับหน้าขัดกันมากเลยนะ
"เจ้าเขนจนหน้าแดงไปหมดแล้วรู้ตัวหรือไม่ " ข้ายังแหย่อาเยว่ต่อทำให้เจ้าตัวยิ่งหน้าแดงหนักขึ้น
"ท่านออกไปเลย ข้าจะพักผ่อนแล้ว ออกไปได้แล้ว ไป !!!" ทำเป็นไล่ข้าเถียงข้าไม่ได้ละสิ งั้นไปก็ได้ แล้วข้าจะเดินออกมาพร้อมปิดประตูห้องให้
"อาเยว่เป็นอย่างไรบ้างอาชิน"ข้าเดินจากหน้าห้องปทุมม่วงน้อยยังไม่ถึงสามก้าว ท่านพี่ก็เดินมาพร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นอะไรมากหรอกท่านพี่ แค่ข้อเท้าพลิกตอนนี้เขาพักผ่อนไปแล้ว "ข้าตอบไปตามความจริงพร้อมกับเดินเข้าไปอ้อนท่านพี่
"ท่านพี่.......ข้าหิว"ข้าพูดพร้อมกับอ้อนเล็กน้อย ทำให้พี่หญิงที่มีสีหน้ากังวนเพราะเป็นห่วงอาเยว่ยิ้มออกมา
"พี่ทำน้ำแกงรากบัวตุ๋น เอาไว้ในครัวเจ้าไปกินเถอะ อ๋อยกมาให้อาเยว่ด้วยนะ แต่ว่าปทุมแดงน้อยของข้าจะเอื้อมมือถึงไม่น้าาาา"ท่านพี่พูดหยอกล่อข้าอีกแล้ว ข้ายิ้มให้ท่านพี่ก่อนจะเดินไปที่ครัว
หลายเดือนต่อมา ณ ห้องเรียนสำนักเมฆา
"หวังชิน!!!!!!!" ข้ากำลังนอนอยู่ดีก็มีมือมือหนึ่งมาเคาะที่โต๊ะพร้อมเรียกชื่อข้า ข้าลืมตามองด้วยความสะลึมสะลือ ข้ามองไปทางต้นเสียงที่นั่งอยู่ด้านหน้าถัดจากข้า ผู้นั้นไม่ใช้ใครที่ไหนเป็นอาเยว่นั้นเอง
"อึมหึม!!!"ต่อมาก็มีใครสักคนไอกระแอมขึ้นทุกคนในห้องเรียนหันไปทางต้นเสียงร่วมถึงข้าด้วย เสียงนั้นเป็นเสียงของอาจารย์หลาน ท่านมองมาที่ข้าด้วยสายตาที่...... เอ่องานเข้าข้าแน่ๆๆ
"หวังชิน หากเจ้าไม่อยากฟังที่ข้าสอนงั้นข้าก็จะไม่สอนเจ้า" เอะ!!!! ไม่อยากเรียนก็จะไม่สอนงั้นหรือวันนี้ท่านอาจารย์หลานกินยาผิดขนานหรือไง ใจดีแปลกๆ
" ข้าจะให้เจ้าไปคัดกฎระเบียบตระกูลที่หอคำภีร์ " ห่าาาาาา!!! คัดกันระเบียบตระกูล กฎตระกูล3000กว่าขอนะน่ะ
"อาซ่วง เจ้าไปเฝ้าเขาคัดกฎคัดไม่เสร็จห้ามให้ออกมาจากหอคำภีร์เด็ดขาด"
"ขอรับท่านอา" หลานซ่วงตอบผู้อาวุโสหลานพร้อมคำนับ แล้วเดินตรงมาที่ข้า โดยใช้สายตาที่มองราวกับจะกลืนกินข้าเข้าไปจับจ่องมาที่ข้า
"ตามมา" เขาพูดกับข้าก่อนจะเดินนำทางไป ข้าคำนับผู้อาวุโสหลานก่อนจะเดินตามเข้าไป อย่างว่าง่าย