หยกแตก

1684 Words
นับตั้งแต่วันนั้น ผู้คนในสำนักเมฆาต่างรู้สึกว่า...ประมุขหลานดูจะปรากฏตัวที่เรือนรับรองของตระกูลหวังบ่อยกว่าปกติ ยามเช้าศิษย์รับใช้ผู้หนึ่งถือกล่องไม้ลงรักสีเข้มมาหยุดอยู่หน้าเรือนพัก "คุณชายรองหวัง"หวังชินเปิดประตูออกมาอย่างงุนงง "มีเรื่องอันใดหรือ" "ท่านประมุขหลานให้ข้านำขนมรากบัวกุ้ยฮวากับขนมเม็ดบัวเชื่อมมามอบให้ขอรับ"หวังชินกะพริบตาปริบ ๆ "ให้...ข้าหรือ" "ขอรับ" "แต่เหตุใดจึงให้ข้า"ศิษย์รับใช้ยิ้ม "ท่านประมุขกล่าวว่า วันก่อนเห็นคุณชายรองหวังรับประทานขนมสองชนิดนี้อยู่ จึงให้ห้องเครื่องทำเพิ่ม"หวังชินรับกล่องขนมมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ "ฝากขอบคุณท่านประมุขด้วย"ยังไม่ทันพ้นเที่ยงหลานฮ่วนก็มาปรากฏตัวอีกครั้ง "หวังชิน" "ประมุขหลาน"หวังชินรีบคารวะ หลานฮ่วนยื่นตำราเล่มหนึ่งให้ "ตำราวิชานี้ ศิษย์ใหม่มักอ่านไม่เข้าใจ" "ข้าเลยนำมาให้"หวังชินรับมาด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณท่าน"หลานฮ่วนมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวอย่างอ่อนโยน "หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ มาถามข้าได้ทุกเมื่อ" "ขอรับ" วันต่อมา "หวังชิน" "วันนี้อาจารย์ฝากเอกสารให้เจ้า" อีกวัน "หวังชิน" "ข้าเดินผ่านโรงครัว เห็นเขาทำซุปที่เจ้าชอบ" อีกวัน "หวังชิน" "วันนี้ว่างหรือ ข้าจะพาเจ้าไปชมสวนเมฆาหลังเขา" ผ่านไปเพียงครึ่งเดือน แม้แต่เหล่าศิษย์ในสำนักก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน "ช่วงนี้ประมุขหลานไปหาเขาทุกวัน" "ดูเหมือนจะเอ็นดูคุณชายรองหวังเป็นพิเศษ" "หรือว่าจะ..."ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วสำนักเมฆามีเพียงหวังชินเท่านั้น ที่ยังคิดอย่างซื่อๆเ "ประมุขหลานใจดีจริง ๆ" "สมกับเป็นประมุขแห่งแดนเมฆา"แต่ผู้ที่สีหน้าดำมืดลงทุกวันกลับเป็นหลานซ่วง วันนี้ก็เช่นกัน เขาเดินผ่านระเบียง ก็เห็นหลานฮ่วนกำลังยื่นห่อขนมให้หวังชิน หวังชินยิ้มกว้าง "ขอบคุณท่านประมุข" "ข้าชอบขนมร้านนี้ที่สุด"เพียงเห็นรอยยิ้มนั้นหลานซ่วงก็รู้สึกแน่นในอก เขาหมุนตัวเดินจากไปทันที แต่กลับถูกหวังชินร้องเรียกไว้ "คุณชายรอง!"หลานซ่วงชะงักฝีเท้า "มีอะไร"หวังชินรีบวิ่งเข้ามา ก่อนยื่นขนมเม็ดบัวเชื่อมให้ "ท่านกินไหม" "ข้าแบ่งให้"หลานซ่วงมองขนมในมืออีกฝ่าย ก่อนเหลือบไปเห็นหลานฮ่วนที่ยืนอยู่ไม่ไกล "ไม่กิน"เขาตอบสั้น ๆ แล้วเดินจากไป หวังชินยืนงงอยู่กับที่ "ข้าพูดอะไรผิดอีกแล้วหรือ" ส่วนหลานฮ่วนมองตามน้องชายที่เดินจากไป แววตาสงบนิ่ง แต่กลับแฝงความหนักใจ เขารู้ดี...อาซ่วงกำลังหึง และความรู้สึกนั้น ยิ่งนานวันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที ยามราตรี... หลานฮ่วนยืนอยู่เพียงลำพังบนศาลาริมผา สายลมพัดผ่านอาภรณ์สีขาวจนพลิ้วไหว สายตาของเขาทอดมองทะเลเมฆาเบื้องหน้า หากความคิดกลับมิได้อยู่ตรงนั้นกลับเป็นรอยยิ้มของบุรุษผู้หนึ่ง รอยยิ้มของหวังชิน เขาหลับตาลงช้า ๆ ก่อนถอนหายใจแผ่วเบา "อาซ่วง..."เขาพึมพำชื่อของน้องชาย ตั้งแต่เล็กจนโตไม่ว่าอาซ่วงต้องการสิ่งใด กระบี่เล่มโปรด...ตำราหายาก...ม้าวิเศษ...แม้กระทั่งตำแหน่งสำคัญหลายอย่าง ตราบใดที่น้องชายมีความสุขเขาไม่เคยลังเลที่จะถอย เพราะอาซ่วงคือผู้เป็นน้อง และเป็นคนในครอบครัวที่เขารักที่สุด แต่ครั้งนี้... หลานฮ่วนค่อย ๆ กำหมัดแน่น เขาทำไม่ได้ เขาไม่อาจยกหวังชินให้ผู้ใด แม้ผู้นั้นจะเป็นน้องชายแท้ ๆ ของตน "ข้าขอโทษ..."คำขอโทษนั้นไม่มีผู้ใดได้ยิน นอกจากสายลมยามค่ำคืน "ครั้งนี้..." "ข้าคงไม่อาจเสียสละให้อีกแล้ว" ภาพวันที่หวังชินยิ้มรับขนมจากมือเขาผุดขึ้นในความทรงจำ ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น หัวใจของเขาก็อบอุ่นอย่างประหลาด ความรู้สึกเช่นนี้...เขาไม่เคยมีให้ผู้ใดมาก่อน หลานฮ่วนเงยหน้ามองดวงจันทร์ แววตาที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ "อาซ่วง..." "หากครั้งนี้เจ้าจะโกรธข้า" "ข้าก็ยอม" "แต่หวังชิน..." "ข้าจะไม่ปล่อยมือ" เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต...ที่หลานฮ่วนเลือกทำตามหัวใจของตนเอง แทนการเป็นพี่ชายผู้คอยเสียสละทุกสิ่ง สายลมยามเย็นพัดผ่านศาลาริมผา กระดานหมากที่เคยมีพี่น้องนั่งประลองกันทุกวัน วันนี้กลับไร้ผู้ลงหมากหลานฮ่วนยืนหันหลัง มองทะเลเมฆาเบื้องหน้า ไม่นาน เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น "พี่ใหญ่"หลานฮ่วนไม่หันกลับ "อาซ่วง"หลานซ่วงเดินมาหยุดเคียงข้าง สีหน้าเคร่งขรึมผิดจากทุกครั้ง ทั้งสองต่างเงียบงันราวกับกำลังรอให้อีกฝ่ายเป็นผู้เอ่ยก่อน สุดท้ายหลานซ่วงจึงสูดหายใจลึก "ข้ามีเรื่องจะถาม" "ถามมา"เขากำหมัดแน่น "ครั้งก่อน...ท่านเคยบอกว่า" "หากข้าชอบหวังชิน" "ท่านจะหลีกทางให้"หลานฮ่วนค่อย ๆ หลับตาลง ก่อนจะยิ้มบางอย่างขื่นขม "ใช่..." "ข้าเคยพูด"หลานซ่วงรีบเงยหน้าขึ้น แต่คำตอบต่อมาของพี่ชาย กลับทำให้หัวใจของเขาค่อย ๆ จมดิ่ง "ทว่า..."หลานฮ่วนหันกลับมาสบตาน้องชาย แววตาที่เคยอ่อนโยน กลับหนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เมื่อครานั้นที่ถามเจ้า..." "ข้ายังถลำลึกไม่มาก" "ข้ายังคิดว่า หากเจ้ารักเขา" "ข้าคงปล่อยมือได้" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ "แต่บัดนี้..." "ก้านปทุมแดง..." "เอนเอียงมาทางข้าแล้ว"หลานซ่วงเบิกตากว้าง หลานฮ่วนกำมือแน่น "จะให้ข้าปล่อยมือ" "ข้าทำไม่ได้" เพียงประโยคเดียว ราวกับคมกระบี่ที่ผ่ากลางหัวใจ หลานซ่วงหัวเราะเบา ๆ แต่ในแววตากลับไม่มีรอยยิ้ม "เช่นนั้น..." "คำสัญญาของท่านก็หมดความหมายแล้วสินะ"หลานฮ่วนไม่ตอบ เพราะเขารู้ ครั้งนี้...เขาเป็นฝ่ายผิดคำพูดของตนเอง แต่เขาไม่เสียใจ เพราะหากต้องเลือกระหว่างคำสัญญา... กับการเสียหวังชินไปตลอดชีวิต เขาเลือกอย่างหลังไม่ได้ หลานซ่วงหลุบตาลง ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยเคารพและเชื่อฟังพี่ชายมาตลอด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "เช่นนั้น..." "ต่อจากนี้" "ข้าจะไม่ยอมท่านอีก" "ไม่ว่าเรื่องใด" "รวมถึงหวังชิน"หลานฮ่วนพยักหน้าช้า ๆ "ดี" "เช่นนั้นก็ให้หวังชินเป็นผู้เลือก" "ผู้ใดจะได้อยู่เคียงข้างเขา" "ก็สุดแต่ใจของเขา" หลานซ่วงส่ายหน้า "ไม่..." "ครั้งนี้" "ข้าจะไม่ยืนรอให้เขาเลือกเพียงฝ่ายเดียว" "ข้าจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเขา" "เหมือนที่ท่านกำลังทำ" หลานฮ่วนมองน้องชายอยู่นานก่อนพยักหน้า "เช่นนั้น..." "เราก็จงใช้ความจริงใจเข้าสู้กัน"ไม่มีผู้ใดเอื้อมมือออกมา ไม่มีผู้ใดกล่าวคำว่าพี่หรือน้องอีกมีเพียงสองบุรุษที่ยืนประจันหน้ากัน ในฐานะคู่แข่งสายลมพัดผ่านระหว่างทั้งสองดั่งเป็นสักขีพยานว่า... นับแต่วินาทีนี้หยกคู่แห่งสกุลหลาน ได้เริ่มแตกร้าวอย่างแท้จริง ลมยามเย็นพัดใบหม่อนริมทางเดินให้เสียดสีกันแผ่วเบา เบื้องหลังต้นหม่อนใหญ่...มีร่างหนึ่งยืนนิ่งมาตั้งแต่ต้นหวังเยว่... เดิมทีเขาตั้งใจมาหาหลานฮ่วน เพียงอยากนำชาร้อนมอบให้ผู้ที่ช่วยดูแลเขามาตลอด และหวังว่าจะได้พูดคุยกันสักเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป...บทสนทนาของพี่น้องสกุลหลานก็ทำให้เขาชะงัก "...หากเจ้าชอบเขา ข้าจะหลีกทางให้"หัวใจของหวังเยว่พลันเต้นแรง เขาไม่คิดว่าคนทั้งสองจะพูดถึงหวังชิน เขาไม่คิด...ว่าคนที่ตนแอบรัก จะรักพี่รองของเขาเช่นกัน เขากำชายเสื้อแน่น พยายามบอกตนเองว่าอย่าแอบฟัง แต่ขากลับก้าวไม่ออก จนกระทั่ง...เสียงของหลานฮ่วนดังขึ้นอีกครั้ง "...เมื่อครานั้นที่ถามเจ้า ข้ายังถลำลึกไม่มาก" "...แต่บัดนี้" "...ก้านปทุมแดงเอนเอียงมาทางข้าแล้ว"เพียงประโยคนั้น... ราวกับกระบี่นับพันเล่มแทงทะลุหัวใจของหวังเยว่พร้อมกัน ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มค่อย ๆ ซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว "ก้านปทุมแดง..."เขาพึมพำเบา ๆ "พี่รอง..." เสียงนั้นสั่นจนแทบไม่ได้ยิน เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดี หลานฮ่วนกำลังบอกว่า...หัวใจของหวังชินกำลังเอนเอียงไปหาเขา แล้วตัวเขาเล่า...อยู่ตรงไหนในหัวใจของเขา "พี่รอง" หวังเยว่ยกมือขึ้นกุมอก ความเจ็บปวดแล่นวาบจนแทบหายใจไม่ออก เขาเฝ้ามองพี่รองมาตั้งแต่เล็ก คอยเดินตามคอยให้พี่รองปกป้อง คอยซ่อนความรู้สึกของตนเองไว้ใต้คำว่า "น้องชาย" แต่วันนี้...แม้แต่โอกาสจะเอ่ยคำว่าชอบ ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนพื้นหินอย่างเงียบงัน หวังเยว่รีบยกมือเช็ด เขาไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากให้ผู้ใดเห็นยิ่งไม่อยากให้พี่รองรู้ เพราะหากหวังชินรู้... คนที่เสียใจที่สุดคงเป็นหวังชิน เขาคงโทษตนเองอีก หวังเยว่สูดลมหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ถอยหลังออกจากตรงนั้นทีละก้าว ไร้เสียง ไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีผู้ใดยืนอยู่มีเพียงหยดน้ำตาบนพื้นศิลา...ที่เป็นพยานว่า ปทุมม่วง... ดอกบัวที่เพิ่งผลิบานด้วยรักแรก ได้เริ่มโรยราลงอย่างเงียบงันเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD