นับตั้งแต่วันนั้น
ผู้คนในสำนักเมฆาต่างรู้สึกว่า...ประมุขหลานดูจะปรากฏตัวที่เรือนรับรองของตระกูลหวังบ่อยกว่าปกติ
ยามเช้าศิษย์รับใช้ผู้หนึ่งถือกล่องไม้ลงรักสีเข้มมาหยุดอยู่หน้าเรือนพัก
"คุณชายรองหวัง"หวังชินเปิดประตูออกมาอย่างงุนงง
"มีเรื่องอันใดหรือ"
"ท่านประมุขหลานให้ข้านำขนมรากบัวกุ้ยฮวากับขนมเม็ดบัวเชื่อมมามอบให้ขอรับ"หวังชินกะพริบตาปริบ ๆ
"ให้...ข้าหรือ"
"ขอรับ"
"แต่เหตุใดจึงให้ข้า"ศิษย์รับใช้ยิ้ม
"ท่านประมุขกล่าวว่า วันก่อนเห็นคุณชายรองหวังรับประทานขนมสองชนิดนี้อยู่ จึงให้ห้องเครื่องทำเพิ่ม"หวังชินรับกล่องขนมมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"ฝากขอบคุณท่านประมุขด้วย"ยังไม่ทันพ้นเที่ยงหลานฮ่วนก็มาปรากฏตัวอีกครั้ง
"หวังชิน"
"ประมุขหลาน"หวังชินรีบคารวะ หลานฮ่วนยื่นตำราเล่มหนึ่งให้
"ตำราวิชานี้ ศิษย์ใหม่มักอ่านไม่เข้าใจ"
"ข้าเลยนำมาให้"หวังชินรับมาด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณท่าน"หลานฮ่วนมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวอย่างอ่อนโยน
"หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ มาถามข้าได้ทุกเมื่อ"
"ขอรับ"
วันต่อมา
"หวังชิน"
"วันนี้อาจารย์ฝากเอกสารให้เจ้า"
อีกวัน
"หวังชิน"
"ข้าเดินผ่านโรงครัว เห็นเขาทำซุปที่เจ้าชอบ"
อีกวัน
"หวังชิน"
"วันนี้ว่างหรือ ข้าจะพาเจ้าไปชมสวนเมฆาหลังเขา"
ผ่านไปเพียงครึ่งเดือน แม้แต่เหล่าศิษย์ในสำนักก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน
"ช่วงนี้ประมุขหลานไปหาเขาทุกวัน"
"ดูเหมือนจะเอ็นดูคุณชายรองหวังเป็นพิเศษ"
"หรือว่าจะ..."ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วสำนักเมฆามีเพียงหวังชินเท่านั้น ที่ยังคิดอย่างซื่อๆเ
"ประมุขหลานใจดีจริง ๆ"
"สมกับเป็นประมุขแห่งแดนเมฆา"แต่ผู้ที่สีหน้าดำมืดลงทุกวันกลับเป็นหลานซ่วง
วันนี้ก็เช่นกัน เขาเดินผ่านระเบียง ก็เห็นหลานฮ่วนกำลังยื่นห่อขนมให้หวังชิน หวังชินยิ้มกว้าง
"ขอบคุณท่านประมุข"
"ข้าชอบขนมร้านนี้ที่สุด"เพียงเห็นรอยยิ้มนั้นหลานซ่วงก็รู้สึกแน่นในอก เขาหมุนตัวเดินจากไปทันที แต่กลับถูกหวังชินร้องเรียกไว้
"คุณชายรอง!"หลานซ่วงชะงักฝีเท้า
"มีอะไร"หวังชินรีบวิ่งเข้ามา ก่อนยื่นขนมเม็ดบัวเชื่อมให้
"ท่านกินไหม"
"ข้าแบ่งให้"หลานซ่วงมองขนมในมืออีกฝ่าย ก่อนเหลือบไปเห็นหลานฮ่วนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
"ไม่กิน"เขาตอบสั้น ๆ แล้วเดินจากไป หวังชินยืนงงอยู่กับที่
"ข้าพูดอะไรผิดอีกแล้วหรือ" ส่วนหลานฮ่วนมองตามน้องชายที่เดินจากไป แววตาสงบนิ่ง แต่กลับแฝงความหนักใจ
เขารู้ดี...อาซ่วงกำลังหึง และความรู้สึกนั้น ยิ่งนานวันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที
ยามราตรี...
หลานฮ่วนยืนอยู่เพียงลำพังบนศาลาริมผา สายลมพัดผ่านอาภรณ์สีขาวจนพลิ้วไหว สายตาของเขาทอดมองทะเลเมฆาเบื้องหน้า หากความคิดกลับมิได้อยู่ตรงนั้นกลับเป็นรอยยิ้มของบุรุษผู้หนึ่ง รอยยิ้มของหวังชิน เขาหลับตาลงช้า ๆ ก่อนถอนหายใจแผ่วเบา
"อาซ่วง..."เขาพึมพำชื่อของน้องชาย
ตั้งแต่เล็กจนโตไม่ว่าอาซ่วงต้องการสิ่งใด กระบี่เล่มโปรด...ตำราหายาก...ม้าวิเศษ...แม้กระทั่งตำแหน่งสำคัญหลายอย่าง ตราบใดที่น้องชายมีความสุขเขาไม่เคยลังเลที่จะถอย เพราะอาซ่วงคือผู้เป็นน้อง และเป็นคนในครอบครัวที่เขารักที่สุด แต่ครั้งนี้...
หลานฮ่วนค่อย ๆ กำหมัดแน่น เขาทำไม่ได้ เขาไม่อาจยกหวังชินให้ผู้ใด แม้ผู้นั้นจะเป็นน้องชายแท้ ๆ ของตน
"ข้าขอโทษ..."คำขอโทษนั้นไม่มีผู้ใดได้ยิน นอกจากสายลมยามค่ำคืน
"ครั้งนี้..."
"ข้าคงไม่อาจเสียสละให้อีกแล้ว" ภาพวันที่หวังชินยิ้มรับขนมจากมือเขาผุดขึ้นในความทรงจำ ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น หัวใจของเขาก็อบอุ่นอย่างประหลาด ความรู้สึกเช่นนี้...เขาไม่เคยมีให้ผู้ใดมาก่อน หลานฮ่วนเงยหน้ามองดวงจันทร์ แววตาที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่
"อาซ่วง..."
"หากครั้งนี้เจ้าจะโกรธข้า"
"ข้าก็ยอม"
"แต่หวังชิน..."
"ข้าจะไม่ปล่อยมือ"
เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิต...ที่หลานฮ่วนเลือกทำตามหัวใจของตนเอง แทนการเป็นพี่ชายผู้คอยเสียสละทุกสิ่ง
สายลมยามเย็นพัดผ่านศาลาริมผา
กระดานหมากที่เคยมีพี่น้องนั่งประลองกันทุกวัน วันนี้กลับไร้ผู้ลงหมากหลานฮ่วนยืนหันหลัง มองทะเลเมฆาเบื้องหน้า ไม่นาน เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
"พี่ใหญ่"หลานฮ่วนไม่หันกลับ
"อาซ่วง"หลานซ่วงเดินมาหยุดเคียงข้าง สีหน้าเคร่งขรึมผิดจากทุกครั้ง ทั้งสองต่างเงียบงันราวกับกำลังรอให้อีกฝ่ายเป็นผู้เอ่ยก่อน สุดท้ายหลานซ่วงจึงสูดหายใจลึก
"ข้ามีเรื่องจะถาม"
"ถามมา"เขากำหมัดแน่น
"ครั้งก่อน...ท่านเคยบอกว่า"
"หากข้าชอบหวังชิน"
"ท่านจะหลีกทางให้"หลานฮ่วนค่อย ๆ หลับตาลง
ก่อนจะยิ้มบางอย่างขื่นขม
"ใช่..."
"ข้าเคยพูด"หลานซ่วงรีบเงยหน้าขึ้น
แต่คำตอบต่อมาของพี่ชาย กลับทำให้หัวใจของเขาค่อย ๆ จมดิ่ง
"ทว่า..."หลานฮ่วนหันกลับมาสบตาน้องชาย แววตาที่เคยอ่อนโยน กลับหนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"เมื่อครานั้นที่ถามเจ้า..."
"ข้ายังถลำลึกไม่มาก"
"ข้ายังคิดว่า หากเจ้ารักเขา"
"ข้าคงปล่อยมือได้" เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ
"แต่บัดนี้..."
"ก้านปทุมแดง..."
"เอนเอียงมาทางข้าแล้ว"หลานซ่วงเบิกตากว้าง หลานฮ่วนกำมือแน่น
"จะให้ข้าปล่อยมือ"
"ข้าทำไม่ได้" เพียงประโยคเดียว ราวกับคมกระบี่ที่ผ่ากลางหัวใจ
หลานซ่วงหัวเราะเบา ๆ แต่ในแววตากลับไม่มีรอยยิ้ม
"เช่นนั้น..."
"คำสัญญาของท่านก็หมดความหมายแล้วสินะ"หลานฮ่วนไม่ตอบ เพราะเขารู้
ครั้งนี้...เขาเป็นฝ่ายผิดคำพูดของตนเอง แต่เขาไม่เสียใจ เพราะหากต้องเลือกระหว่างคำสัญญา... กับการเสียหวังชินไปตลอดชีวิต เขาเลือกอย่างหลังไม่ได้
หลานซ่วงหลุบตาลง ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยเคารพและเชื่อฟังพี่ชายมาตลอด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"เช่นนั้น..."
"ต่อจากนี้"
"ข้าจะไม่ยอมท่านอีก"
"ไม่ว่าเรื่องใด"
"รวมถึงหวังชิน"หลานฮ่วนพยักหน้าช้า ๆ
"ดี"
"เช่นนั้นก็ให้หวังชินเป็นผู้เลือก"
"ผู้ใดจะได้อยู่เคียงข้างเขา"
"ก็สุดแต่ใจของเขา" หลานซ่วงส่ายหน้า
"ไม่..."
"ครั้งนี้"
"ข้าจะไม่ยืนรอให้เขาเลือกเพียงฝ่ายเดียว"
"ข้าจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเขา"
"เหมือนที่ท่านกำลังทำ" หลานฮ่วนมองน้องชายอยู่นานก่อนพยักหน้า
"เช่นนั้น..."
"เราก็จงใช้ความจริงใจเข้าสู้กัน"ไม่มีผู้ใดเอื้อมมือออกมา ไม่มีผู้ใดกล่าวคำว่าพี่หรือน้องอีกมีเพียงสองบุรุษที่ยืนประจันหน้ากัน ในฐานะคู่แข่งสายลมพัดผ่านระหว่างทั้งสองดั่งเป็นสักขีพยานว่า...
นับแต่วินาทีนี้หยกคู่แห่งสกุลหลาน ได้เริ่มแตกร้าวอย่างแท้จริง
ลมยามเย็นพัดใบหม่อนริมทางเดินให้เสียดสีกันแผ่วเบา
เบื้องหลังต้นหม่อนใหญ่...มีร่างหนึ่งยืนนิ่งมาตั้งแต่ต้นหวังเยว่...
เดิมทีเขาตั้งใจมาหาหลานฮ่วน เพียงอยากนำชาร้อนมอบให้ผู้ที่ช่วยดูแลเขามาตลอด และหวังว่าจะได้พูดคุยกันสักเล็กน้อย
แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป...บทสนทนาของพี่น้องสกุลหลานก็ทำให้เขาชะงัก
"...หากเจ้าชอบเขา ข้าจะหลีกทางให้"หัวใจของหวังเยว่พลันเต้นแรง เขาไม่คิดว่าคนทั้งสองจะพูดถึงหวังชิน
เขาไม่คิด...ว่าคนที่ตนแอบรัก จะรักพี่รองของเขาเช่นกัน เขากำชายเสื้อแน่น พยายามบอกตนเองว่าอย่าแอบฟัง แต่ขากลับก้าวไม่ออก จนกระทั่ง...เสียงของหลานฮ่วนดังขึ้นอีกครั้ง
"...เมื่อครานั้นที่ถามเจ้า ข้ายังถลำลึกไม่มาก"
"...แต่บัดนี้"
"...ก้านปทุมแดงเอนเอียงมาทางข้าแล้ว"เพียงประโยคนั้น...
ราวกับกระบี่นับพันเล่มแทงทะลุหัวใจของหวังเยว่พร้อมกัน ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มค่อย ๆ ซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว
"ก้านปทุมแดง..."เขาพึมพำเบา ๆ
"พี่รอง..." เสียงนั้นสั่นจนแทบไม่ได้ยิน เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดี
หลานฮ่วนกำลังบอกว่า...หัวใจของหวังชินกำลังเอนเอียงไปหาเขา แล้วตัวเขาเล่า...อยู่ตรงไหนในหัวใจของเขา
"พี่รอง"
หวังเยว่ยกมือขึ้นกุมอก ความเจ็บปวดแล่นวาบจนแทบหายใจไม่ออก เขาเฝ้ามองพี่รองมาตั้งแต่เล็ก คอยเดินตามคอยให้พี่รองปกป้อง คอยซ่อนความรู้สึกของตนเองไว้ใต้คำว่า "น้องชาย"
แต่วันนี้...แม้แต่โอกาสจะเอ่ยคำว่าชอบ ก็ดูเหมือนจะสายเกินไป น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนพื้นหินอย่างเงียบงัน หวังเยว่รีบยกมือเช็ด เขาไม่อยากร้องไห้ ไม่อยากให้ผู้ใดเห็นยิ่งไม่อยากให้พี่รองรู้ เพราะหากหวังชินรู้... คนที่เสียใจที่สุดคงเป็นหวังชิน เขาคงโทษตนเองอีก
หวังเยว่สูดลมหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ถอยหลังออกจากตรงนั้นทีละก้าว ไร้เสียง ไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีผู้ใดยืนอยู่มีเพียงหยดน้ำตาบนพื้นศิลา...ที่เป็นพยานว่า ปทุมม่วง... ดอกบัวที่เพิ่งผลิบานด้วยรักแรก ได้เริ่มโรยราลงอย่างเงียบงันเสียแล้ว