ตอนที่ 2
แม่ค้าขายผัก
หัสดิน เข้ามานั่งในออฟฟิศน็อคดาวน์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ด้านข้างตลาด และมองผ่านกระจกใสไปด้านนอก เพื่อสงบสติอารมณ์ ทว่าสายตาก็ยังคงจับจ้องไปยังแผงผักสดที่อยู่ล็อคสาม ร่างเล็กจับกำผักจากลูกค้าใส่ถุงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และหันมาคุยกับแม่ค้าด้วยกันขณะรับเงินสดมาจดลงบัญชี
อะไรกันทั้งที่เขาเองก็มีเสมียน
เป็น เต้ กับ บาส อยู่แล้ว
"ไอ้ปรางมันใช้ได้เลยนะครับคุณดิน ตอนนี้คุณท่านให้มันดูแลหลายอย่างในตลาดเหมือนเป็นตัวแทนคุณพัฒน์เลย เห็นว่ามันเป็นแกนนำของชุมชนคลองตาคล้ายและตลาดของเราเลยนะครับ ขนาดนักการเมืองต่างๆ หรืออบต. ยังเดินสายชูฮกมันตลอดเวลาจะหาเสียงหรือมีงานอะไรในชุมชนเรา"
เต้ เอ่ยบอกเมื่อตามเจ้านายเข้ามาในห้อง
"แต่ก่อนมันตัวกะเปี๊ยกวิ่งตามป้าแก้วแม่มันมาตลาด เผลอแปปเดียวมันกลายเป็นสาวสวยแล้ว เห็นว่าเรียนใกล้จบแล้ว ช่วงนี้เลยมีเวลามาช่วยป้าแก้วขายผักเกือบทุกวัน ...เออมันสวยจริง"
บาส สมทบ
หัสดิน ขมวดคิ้วมองไปตามที่ทั้งสองบอก
สวยเหรอ? ก็พอใช้ได้
หน้าตารูปไข่ผุดผาดจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวราวหยวก อกเป็นอก เอวเป็นเอว
ก็สวยอะนะ
แต่คนอย่างเขาเจอคนสวยๆ มาเยอะแล้ว
จึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับยัยเด็กกะโบโลที่เขาเคยเห็นตั้งแต่เด็ก ที่แม้จะไม่ได้เจอะเจอกันนานแล้ว หลังจากเขาไปเรียนที่ต่างประเทศ
และเพิ่งจะเจอเธออีกครั้งในวันนี้
กับสถานการณ์ที่ชวนหงุดหงิดใจ
"สงสัยเราจะขึ้นค่าแผงยากละครับ เพราะไอ้ปรางมันคุยกับคุณพัฒน์โดยตรงแล้ว"
เต้ หันมาบอก
"ผมว่าคุณดินก็ลองคุยกับมันดีๆ ดูก็ได้ ถ้าอยากให้มันมาเป็นพวกเรา เพราะมันเป็นแกนนำสำคัญในชุมชน"
บาส แนะนำ
หัสดิน เบะปาก
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น?"
"ทุกอย่างจะได้ง่ายไงครับ ไม่ต้องเปลืองแรงมาก ถ้าไอ้ปรางมันพูดคำเดียวว่าให้ขึ้นค่าแผงได้ ยังไงคุณพัฒน์ก็ฟังมัน เผลอๆ ถ้าคุณดินต้องการให้คนในชุมชนย้ายออกจากแผงจริงๆ ไอ้ปรางมันอาจจะช่วยได้แน่นอน ก็แต่ก่อนสมัยวัยรุ่นเห็นมันตามคุณดินแจ ใครๆ ก็ดูออกว่ามันชอบคุณดินมาตลอด"
บาส เอ่ยต่อ ขณะหยิบขวดน้ำเย็นจัดจากตู้เย็นวางบนโต๊ะให้ผู้เป็นนาย
"นั่นมันแต่ก่อน"
เต้ เอ่ยแย้ง "ตอนนี้คงไม่น่าจะใช่ล่ะมั้ง ไอ้ปรางมันทั้งสาวทั้งสวยแบบนี้ มีแต่คนมาจีบมันทั้งลูกชายเจ้าของร้านทอง ไหนจากลูกนักการเมืองและลูกชายอบต.อีก และเห็นมันบอกกับคนในตลาด ว่ามันตัดใจจากคุณดินได้แล้วนี่"
มือหนาที่บิดเกลียวขวดน้ำชะงักค้าง
สะดุดใจกับว่า ตัดใจจากคุณดิน ได้แล้ว
"ฮึ!"
หัสดิน จำยัยเด็กกะโปโลที่อายุห่างจากเขาเกือบเก้าปี เธอมักจะแอบมาดักรอเขาเวลาเขาตามพ่อกับแม่มาที่ตลาด และชอบเอาดอกไม้กับยอดผักมามัดรวมกันเป็นช่อแล้วเอามาให้เขา
จนคนในตลาดแซวอยู่ประจำ
ว่าเธอเป็นแฟนเขา
และยัยเด็กขายผัก ก็มักจะเขินอายม้วนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกทุกครั้ง
ที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเธอ
แต่ตอนนี้เขารู้สึกหมั่นไส้และรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้เพราะว่า บาส บอกว่าเธอเป็นแกนนำของคนในชุมชน หรือบอกว่าเธอตัดใจจากเขาได้แล้วกันแน่?
แต่ฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดหัวใจชะมัด!
"นั่นไง! เห็นมั้ย คุณกันต์ลูกชายร้านทองเกียวย้ง มาเหมาผักร้านไอ้ปรางอีกแล้ว"
หัสดิน ขมวดคิ้วเมื่อมองตามที่เต้บอก
ร่างสูงขาวตี๋ของหนุ่มลูกชายเจ้าของร้านทองเกียวย้ง กำลังยืนเลือกผักและพูดคุยพร้อมส่งตาหวานเชื่อมให้กับ มะปราง แม่ค้าแผงผักสด แถมยังอ้อยอิ่งไม่ยอมเดินไปไหนเมื่อซื้อเสร็จแล้ว และยังช่วยหยิบผักให้กับลูกค้าอย่างกระตือรือร้้น
"อ่อยเก่ง"
หัสดิน คำรามต่ำในลำคอ ขณะกระดกขวดน้ำขึ้นดื่ม
"เดี๋ยวผมกับเต้ ไปดูระบบไฟข้างหน้าก่อนนะครับ เห็นเจ๊แหววก็บอกไฟติดๆ ดับๆ ไม่รู้สายไฟมีปัญหาหรือเปล่า ช่วงนี้พายุฤดูร้อนจะเข้าด้วย ต้องตรวจสอบให้ดี"
"อือ"
หัสดิน พยักหน้า "อุปกรณ์และสายไฟอันไหนที่ชำรุดและเสื่อมสภาพก็เปลี่ยนด้วยละกัน ถ้าไฟช็อตขึ้นมาไฟไหม้ตลาด เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่"
"ครับคุณดิน"
ถึงเขาอยากจะให้ตลาดร้างเพียงใด แต่การดูแลระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะนั่นคือชื่อเสียงและหน้าตาของตลาดพิบูลย์ทรัพย์
ประตูออฟฟิศถูกเปิดเข้ามา
ใบหน้าเนียนใสผุดผาดของยัยแม่ค้าขายผักชะโงกมองไปรอบด้าน
"พี่เต้ไม่อยู่เหรอคะ?"
"มีอะไร?"
หัสดิน ถามน้ำเสียงราบเรียบแฝงความขุ่นเคืองอยู่ในที
"ปรางจะแจ้งว่าเงินค่าแผงวันนี้ โอนเข้าบัญชีตลาดเรียบร้อยแล้ว ช่วยลงรายการประจำวันให้ด้วยค่ะ"
"เต้ไม่ว่างไปซ่อมไฟข้างหน้า เธอรับเรื่องมาจากป๊า ก็จัดการเองให้เรียบร้อยเองสิ"
ชายหนุ่มตอบเสียงเข้ม
รู้สึกหมั่นไส้คนตรงหน้าขึ้นมาตะหงิด มาสั่งเขา! ยังกับเขาเป็นลูกน้อง ในเมื่ออยากเสนอตัวทำนัก ก็ไม่ต้องให้ลูกน้องของเขาทำต่อ
"แต่ปรางต้องไปขายผักต่อค่ะ ยังไงฝากคุณดินช่วยจัดการลงในบัญชีให้หน่อยนะคะ"
มะปราง บอกด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
ขณะมองใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งจ้องอยู่หน้าจอ PC
ก็เขานั่งอยู่หน้าเครื่องคอม
แค่เปิดไฟล์แล้วบันทึกลงไป จะยากเย็นอะไร
"ไม่"
หัสดิน ยักไหล่ "ฉันไม่ว่าง เมื่อกี้เธอแสดงตัวกับคนในตลาดว่าเธอจะจัดการเรื่องนี้เองไม่ใช่เหรอ? มาทำเองให้มันเสร็จ"
ชายหนุ่มเบี่ยงตัวจากโต๊ะคอม
"ก็ได้ค่ะ"
มะปราง จำต้องเดินเข้ามาในห้องและย่อกายลงนั่งเก้าอี้ตัวเล็กที่อยู่หน้าคอม เธอชำเลืองมองคนร่างหนา ที่เบี่ยงตัวไปสนใจกับสมาร์ทโฟนของเขา
หญิงสาวเลยเปิดคอมขึ้นมาเพื่อที่จะได้ทำภารกิจของตนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว จะได้ออกไปช่วยแม่ขายผักต่อ
"ฉันต้องจ่ายเท่าไหร่? เธอถึงจะอยู่ฝั่งฉัน?"
"คะ?"
คนสวยขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปมอง "หมายถึงอะไรคะ?"
"ฉันไม่รู้ว่าป๊าคุยอะไรกับเธอ แต่ที่แห่งนี้ควรจะต้องมีการพัฒนา ถ้าเธอเห็นแก่ชุมชนจริงๆ เธอก็น่าเข้าใจว่าที่ตรงนี้มันไม่เหมาะที่จะเป็นตลาดสดเลยนะ"
หัสดิน อธิบายอย่างใจเย็น
"เรื่องนั้น คุณดินควรคุยกับคุณพัฒน์เองจะดีกว่าค่ะ ปรางเป็นแค่คนเช่าแผงจะมีอำนาจอะไรขนาดนั้น"
หญิงสาวเหยียดกายลุกขึ้น
เมื่อเหลือบไปด้านนอก เห็น กันต์ ลูกชายเจ้าของร้านทองเดินตรงมายังออฟฟิศ และ หัสดิน ก็มองตามไปด้วย
"อย่ามาแกล้งพูดไปหน่อยเลยว่าไม่มีอำนาจ เมื่อกี้ที่เธอประกาศออกโทรโข่งแบบนั้น แถมยังคุยโดยตรงกับพ่อฉันอีก เรามาตกลงผลประโยชน์กันตรงๆ ดีกว่า"
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นสองครั้ง ใบหน้าขาวตี๋ของลูกชายร้านทองเกียวย้งโผล่เข้ามา
"ปรางเสร็จรึยัง? มีอะไรให้พี่ช่วยไหม?"
ไอ้นี่!!
หัสดิน กัดฟันกรอด
พลันก็รู้สึกอยากจะกลั่นแกล้งคนตัวเล็กขึ้นมา จึงโน้มใบหน้าไปใกล้หญิงสาวจนเกือบชิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของเธอทำให้เขายู่จมูกเล็กน้อย
ก่อนจะเอ่ยกระซิบบอกเบาๆ
"เธอเคยบอกว่าชอบฉันนี่นา งั้นมาอยู่ฝั่งเดียวกันกับฉันซิปราง"
*********